เรื่องยาวนิดนึงนะคะ รบกวนอ่านหน่อยค่ะ
ขอเกริ่นก่อนคะว่าเราก็เป็นแม่ที่อยากหาที่เรียนภาษาให้ลูกเพราะคิดว่าภาษาเดี๋ยวนี้มันสำคัญ เราเองก็ไม่ถนัดสอนเองเลยเข้ามาหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต และแน่นอนแหล่งข้อมูลนึงที่เราคิดว่าน่าเชื่อถือก็คือ รีวิวจากผู้บริโภคจริง ก็คือจากพันทิปนี่แหละค่ะ
โรงเรียนสอนภาษาเด็กที่ไหนดี
เรียนภาษาอังกฤษเด็ก ที่ไหนดี ???? ข้อมูลก็เด้งมา ก็อ่านไปเรื่อยๆ
ก็มาเจอข้อความรีวิวโรงเรียนแห่งนึง ประหนึ่งว่าเป็น CR โดยแท้จริง ผู้ปกครองที่ส่งลูกมาเรียนแล้วมาเขียนรีวิวให้ (จะว่าเป็นรร.ก็ไม่เชิงครูเปิดสอนกลุ่มย่อย ๆ ที่บ้านครูเอง ) ซึ่ง keyword ที่ทำให้เราตื่นเต้น สนใจมากก คือ ทีชเช่อสอนผ่านการเล่น เช่อ(เค้าจะเรียกตัวเองว่าเช่อ หรือ ทีชเชอร์ ค่ะ) เป็นคนไทยแต่ จบจากยูชั้นนำจากอเมริกา จองคิวยากมากกก (ยิ่งยากยิ่งรู้สึกว่ามันดีใช่มั้ยคะ) และทิ้งท้ายเบอร์โทรครู และ Web page ไว้ให้ด้วยค่ะ (โอยมานึกย้อนทำไมชั้นไม่เอะใจ ว่านี่มันม้าระดับเทพ) ซึ่งมารู้ทีหลังมันเป็นแค่ข้อความของหน้าม้าทั้งนั้น !!!(ม้าได้ชิงลบข้อความไปบ้างแล้วแต่เรามี cap หลักฐานไว้บ้างค่ะ) เพราะ เราลองไล่ๆ ประวัติการเขียนดูแล้วพบว่า คนที่เขียนอวยก็คือคนที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียนนั้นแหละแต่เขียนในเชิงว่าเป็น ผู้ปกครองมาเขียน (ล้ำลึกเนอะ เราโดนต้มสนิท) มีใครโดนเหมือนเราบ้างมั้ยคะ
สรุปแล้ว ด้วยความเชื่อในรีวิวนั้นไม่ได้เอะใจซักนิดเราได้สมัครเรียนกับที่นี่ ซึ่งขณะนั้นลูกเรา 3 ขวบหน่อยๆคิดว่าเออ ดีนะเรียนแบบสนุก ๆไม่เครียด ก็มีไปเทสครั้งนึง แล้วก็จ่ายเงิน สรุปว่าได้เรียนนะคะ(ซึ่งบรรยากาศที่ตอนไปเทส ก็ยอมรับว่าตะหงิด ๆ ใจนิดหน่อย เพราะเจ้าของที่อ้างว่าเป็นครูที่ดีมากก สอนเก่งมากกก แต่จากที่เจอของจริง ครูที่เป็นเจ้าของเหมือนจะหัวเสียอยู่ตลอดเวลา หน้าตาบูดบึ้งไม่เคยยิ้มทักทายเด็กก่อน (ซึ่งผิดวิสัยครูเด็กเล็กจากที่เราเคยเจอมาหลายๆ ที่มาก ๆ) แม้กระทั่งเด็กไปสวัสดีก็ยังไม่มีแก่ใจจะรับไหว้ และ มีหน้าที่สำคัญคือการจัดคิวรถส่งเด็ก ง่วนอยู่กับการจัดคิวรถ ตอบไลน์ว่า คนนี้ถึงแล้ว คนนี้ออกไปแล้ว เนื่องจากสอนในหมู่บ้าน(บ้านส่วนตัว) พ่อแม่ส่งได้แค่ด้านหน้าทางรร.จะมีรถมารับไปที่บ้านอีกที แต่ตอนนั้นยังเชื่อคำรีวิวอยู่มาก ก็ทำใจ ปิดตาข้างนึงว่าเออ มันคงเป็นแบบนี้เอง มันคงดีแหละ คนนั้น(ที่รีวิวเค้าว่าดีหนิ) หลอกตัวเองไป)
ไปเรียนวันแรก ตามคาด ลูกก็ร้องไห้เพราะอยู่ในภาวะไม่พร้อมที่จะแยกจาก เคยเรียนที่อื่น ๆ คือแม่ต้องเข้าไปด้วย แต่ก็คิดว่าลองปล่อยลูกดูเพราะ ก็ใกล้จะเข้ารร.แล้ว ก็ร้องบ้าง หยุดบ้างสลับจนหมดคลาส การเรียนที่นี่จะแบ่งเป็นกลุ่มๆ ไม่เกิน 6-7 คน ก็จะมีการถ่ายคลิปแล้วส่งให้หลังคลาสว่าลูกเราเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งตอนนั้นพอได้รับคลิป โอยย ปลื้มปริ่ม ลูกพูดได้ด้วยวุ้ยดีใจ ๆ มีกำลังใจส่งไปเรียนต่อคิดว่านี่แหละถูกที่แล้วหละชั้นเลือกไม่ผิด
พอครั้งที่ 2 ก็ไปใหม่ ทีนี้ลูกไม่ยอมเลยค่ะ ร้องเกาะติดซึ่งครูเลยอนุญาตบอกให้แม่เข้าไปด้วยได้ค่ะ(เหมือนเทวดาต้องการเบิกเนตร) พอเราเข้าไปนั่งด้วยลูกก็ไม่ร้อง แต่.... สิ่งที่เราเห็นตลอด 2 ชม.ในคลาส มันอึ้ง มึนงง นี่ชั้นส่งลูกมาที่ไหนเนี่ย ไม่เคยเจอคลาสไหนเป็นแบบนี้ (เราเคยพาลูกไป playgroup แล้วก็ทำกิจกรรมที่อื่น ๆ มาบ้าง ) สุดท้ายก็บอกตัวเองว่า เราจะไม่ให้ลูกมาเรียนที่นี่ต่อเด็ดขาด!!!
ขอเล่าบรรยากาศในห้องให้ฟังนะคะ ครูผู้สอนเป็นชาวฟิลิปปินส์ ซึ่งในคลาสมีเด็กที่ค่อนข้างซนอยู่คนนึง(อันนี้เราไม่โทษเด็ก เป็นธรรมชาติของเด็ก) แต่เราพบว่า ครูคนนี้ดุว่าเด็กคนนี้อยู่ตลอดเวลา เกรี้ยวกราด (ซึ่งเราไม่คิดว่า คลาสสอนเด็กเล็ก3-4 ขวบ ครูผู้สอนจะมีการสอนแบบนี้ ครูไม่มีจิตวิทยาที่จะควบคุมเด็กได้ ) นอกจากนี้ เราได้เห็นอะไรหลายๆ อย่างในคลาสนั้น เบื้องหลังการถ่ายคลิปที่เราปลาบปลื้มนั้น คือการให้เด็กพูดตามครู ซึ่งไม่ใช่ว่าเด็กจะเข้าใจหรือพูดได้เอง และครูไม่มีความสามารถในการสื่อสารให้เด็กเข้าใจได้ คือพอเด็กไม่เข้าใจสิ่งที่พูดกลับหันมาถามเราว่าภาษาไทยคำนี้พูดว่าอย่างไร (ตลกมั้ย ) สุดท้าย เวลา 30 นาทีในคลาสหมดไปกับการให้เด็กระบายสีกันเอง (ย้ำว่าระบายกันเอง) ด้วยสีที่เห็นสภาพแล้วอนาถมาก สีกุด สีหัก ไม่เหลือสภาพ โดยครูไปยืนคุยโทรศัพท์อยู่มุมห้อง เด็กจะแย่งดินสอกัน ดินสอจะทิ่มตากัน จะตีกัน ครูไม่สนใจ (นี่ขนาดเราอยู่ในห้องนะ ครูยังกล้าขนาดนี้) เราต้องคอยเป็นคนไกล่เกลี่ยเด็กให้แบ่งดินสอสีกัน ซึ่งเรามองว่าถ้าคุณภาพผู้สอนเป็นแบบนี้ เราไม่ได้กลัวว่าลูกเราจะไม่ได้ภาษานะ แต่สิ่งที่เรากลัวกว่าคือ สิ่งที่ครูแสดง สิ่งที่เด็กจะซึมซับจากครูคนแรก ๆ ของเค้า ซึ่งที่ผ่านมาเราได้ศึกษาการใช้จิตวิทยาเชิงบวกกับเด็กเพื่อมาใช้กับลูกมาตลอด พอมาเจอแบบนี้เรารับไม่ได้ค่ะ
ทีนี้จะทิ้งคลาส เรายอมรับว่าเสียดายเงิน เพราะเรียนไปได้แค่ 2 ครั้ง จ่ายไป 2 หมื่น เลยทำเรื่องขอเงินคืน (ซึ่งตอนนั้นเราอ้างว่าน้องไม่พร้อมจะเรียน เพราะเราก็ไม่อยากเบลมเพราะคิดว่ายิ่งเบลมโอกาสที่จะได้เงินคืนคงยิ่งน้อย ซึ่งเราคิดว่าถ้ารร.คืนเงินก็จบ ๆ กันไป เราก็ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด )
ตอนแรกรร. บอกว่ายินดีให้ดรอปไว้ก่อน แต่เราไม่ไหวจริงๆ เลยยืนวันว่าขอเงินคืนดีกว่าค่ะ ทางรร.ประวิงเวลามา 6-7 เดือน อ้างว่าต้องถามหุ้นส่วน / ไม่มีนโยบาย รวมถึงต้องการให้ ผปค.ท่านอื่นเซ็นสัญญาว่าจะไม่มีการขอเงินคืนแบบเคสเรา เพราะจริงๆ คือเราไม่ได้เซ็นรับเงื่อนไขตรงนี้ บลา ๆๆ ข้ออ้างสารพัดร้อยแปด ซึ่งพอผปค.ท่านอื่นลงนามในสัญญาเสร็จ (ใช้เวลาเกือบ 7 เดือน)
สรุปสุดท้ายส่งตัวแทนมาคุยจะคืนเงินให้ในอัตราที่เราต้องยอมเสียค่าเสียเวลา ให้บางส่วนนอกเหนือจากที่เราเรียนไปจริง และต้องให้เซ็นสัญญา ซึ่ง เรายินดีเซ็นแต่สัญญาจะต้องเป็นธรรมและเท่าเทียมกัน แต่สรุปสัญญาไม่มีความเป็นธรรมคือเป็นสัญญาที่ผูกมัดเราฝ่ายเดียว ในการที่จะไม่ทำให้ทางรร.เค้าเสียหายในอนาคต (ห้ามแฉว่างั้นเหอะ เค้ากลัวมาก ณ จุดนี้ แต่มาถึงตอนนี้ไม่ไหวแล้วค่ะ ) และคนที่เซ็นในฝั่งของรร. ไม่ใช่เจ้าของรร.ที่แท้จริง ให้ใครก็ไม่รู้เซ็น แต่ฝ่ายเราต้องเซ็นเอง และให้สามีเซ็นเป็นพยานพร้อมแนบสำเนาบัตรทั้งสองคน แต่ฝั่งเค้าเซ็นก็เป็นสำเนา เอกสารก็เป็นสำเนา ถ้า เอาเปรียบกันขนาดนี้ จบที่เราไม่เซ็นค่ะ !!! เริ่มเห็นธาตุแท้คนที่เรียกตัวเองว่าครูแล้ว
ในเมื่อ ไม่คืนเงินเป็นหมื่น ๆ ที่เราเสียไป เราก็เดินเรื่องขอกลับไปเรียนต่อ ... ซึ่งที่ผ่านมาตอนที่ขอเงินคืน ทางรร.อ้างว่าลูกเรายังมีชื่อเป็นนร.อยู่ คชจ.ต่าง ๆ ที่จ้างครูมาก็ Fix ไว้สำหรับลูกเรา แต่พอเราแจ้งว่าจะกลับไปเรียนทางรร.กลับพลิกคำ และ เพิกเฉย อ้างว่าคลาสที่ลูกเราเรียนตอนนี้เต็มแล้ว (อ้าว ไหนว่า seat เป็นของลูกเรา เท่ากับคุณรับเอาคนอื่นมาเสียบแล้วหนิ เอาแต่ได้ไปมั้ย) เราทวงถามแล้ว ไม่ตอบไลน์ แถมดีดเราออกจาก group line ผปค. ที่ไว้สำหรับแจ้งข่าวสาร การเรียน (เงินก็ไม่คืน จะเรียนก็ไม่ให้เรียน)
เราเลยรบกวนเพื่อน ๆ หน่อยค่ะ ว่าเคสแบบนี้เราจะร้องเรียนได้มั้ยคะ หรือดำเนินการอย่างไรได้บ้างคะ รบกวนด้วยเพื่อนๆ ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ
รบกวนสอบถามค่ะ สมัครเรียนภาษาให้ลูกแล้ว แต่ถึงเวลาจ่ายเงินแล้วแต่ไม่ได้เรียน เราทำอะไรได้บ้างมั้ยคะ
ขอเกริ่นก่อนคะว่าเราก็เป็นแม่ที่อยากหาที่เรียนภาษาให้ลูกเพราะคิดว่าภาษาเดี๋ยวนี้มันสำคัญ เราเองก็ไม่ถนัดสอนเองเลยเข้ามาหาข้อมูลในอินเทอร์เน็ต และแน่นอนแหล่งข้อมูลนึงที่เราคิดว่าน่าเชื่อถือก็คือ รีวิวจากผู้บริโภคจริง ก็คือจากพันทิปนี่แหละค่ะ
โรงเรียนสอนภาษาเด็กที่ไหนดี
เรียนภาษาอังกฤษเด็ก ที่ไหนดี ???? ข้อมูลก็เด้งมา ก็อ่านไปเรื่อยๆ
ก็มาเจอข้อความรีวิวโรงเรียนแห่งนึง ประหนึ่งว่าเป็น CR โดยแท้จริง ผู้ปกครองที่ส่งลูกมาเรียนแล้วมาเขียนรีวิวให้ (จะว่าเป็นรร.ก็ไม่เชิงครูเปิดสอนกลุ่มย่อย ๆ ที่บ้านครูเอง ) ซึ่ง keyword ที่ทำให้เราตื่นเต้น สนใจมากก คือ ทีชเช่อสอนผ่านการเล่น เช่อ(เค้าจะเรียกตัวเองว่าเช่อ หรือ ทีชเชอร์ ค่ะ) เป็นคนไทยแต่ จบจากยูชั้นนำจากอเมริกา จองคิวยากมากกก (ยิ่งยากยิ่งรู้สึกว่ามันดีใช่มั้ยคะ) และทิ้งท้ายเบอร์โทรครู และ Web page ไว้ให้ด้วยค่ะ (โอยมานึกย้อนทำไมชั้นไม่เอะใจ ว่านี่มันม้าระดับเทพ) ซึ่งมารู้ทีหลังมันเป็นแค่ข้อความของหน้าม้าทั้งนั้น !!!(ม้าได้ชิงลบข้อความไปบ้างแล้วแต่เรามี cap หลักฐานไว้บ้างค่ะ) เพราะ เราลองไล่ๆ ประวัติการเขียนดูแล้วพบว่า คนที่เขียนอวยก็คือคนที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียนนั้นแหละแต่เขียนในเชิงว่าเป็น ผู้ปกครองมาเขียน (ล้ำลึกเนอะ เราโดนต้มสนิท) มีใครโดนเหมือนเราบ้างมั้ยคะ
สรุปแล้ว ด้วยความเชื่อในรีวิวนั้นไม่ได้เอะใจซักนิดเราได้สมัครเรียนกับที่นี่ ซึ่งขณะนั้นลูกเรา 3 ขวบหน่อยๆคิดว่าเออ ดีนะเรียนแบบสนุก ๆไม่เครียด ก็มีไปเทสครั้งนึง แล้วก็จ่ายเงิน สรุปว่าได้เรียนนะคะ(ซึ่งบรรยากาศที่ตอนไปเทส ก็ยอมรับว่าตะหงิด ๆ ใจนิดหน่อย เพราะเจ้าของที่อ้างว่าเป็นครูที่ดีมากก สอนเก่งมากกก แต่จากที่เจอของจริง ครูที่เป็นเจ้าของเหมือนจะหัวเสียอยู่ตลอดเวลา หน้าตาบูดบึ้งไม่เคยยิ้มทักทายเด็กก่อน (ซึ่งผิดวิสัยครูเด็กเล็กจากที่เราเคยเจอมาหลายๆ ที่มาก ๆ) แม้กระทั่งเด็กไปสวัสดีก็ยังไม่มีแก่ใจจะรับไหว้ และ มีหน้าที่สำคัญคือการจัดคิวรถส่งเด็ก ง่วนอยู่กับการจัดคิวรถ ตอบไลน์ว่า คนนี้ถึงแล้ว คนนี้ออกไปแล้ว เนื่องจากสอนในหมู่บ้าน(บ้านส่วนตัว) พ่อแม่ส่งได้แค่ด้านหน้าทางรร.จะมีรถมารับไปที่บ้านอีกที แต่ตอนนั้นยังเชื่อคำรีวิวอยู่มาก ก็ทำใจ ปิดตาข้างนึงว่าเออ มันคงเป็นแบบนี้เอง มันคงดีแหละ คนนั้น(ที่รีวิวเค้าว่าดีหนิ) หลอกตัวเองไป)
ไปเรียนวันแรก ตามคาด ลูกก็ร้องไห้เพราะอยู่ในภาวะไม่พร้อมที่จะแยกจาก เคยเรียนที่อื่น ๆ คือแม่ต้องเข้าไปด้วย แต่ก็คิดว่าลองปล่อยลูกดูเพราะ ก็ใกล้จะเข้ารร.แล้ว ก็ร้องบ้าง หยุดบ้างสลับจนหมดคลาส การเรียนที่นี่จะแบ่งเป็นกลุ่มๆ ไม่เกิน 6-7 คน ก็จะมีการถ่ายคลิปแล้วส่งให้หลังคลาสว่าลูกเราเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งตอนนั้นพอได้รับคลิป โอยย ปลื้มปริ่ม ลูกพูดได้ด้วยวุ้ยดีใจ ๆ มีกำลังใจส่งไปเรียนต่อคิดว่านี่แหละถูกที่แล้วหละชั้นเลือกไม่ผิด
พอครั้งที่ 2 ก็ไปใหม่ ทีนี้ลูกไม่ยอมเลยค่ะ ร้องเกาะติดซึ่งครูเลยอนุญาตบอกให้แม่เข้าไปด้วยได้ค่ะ(เหมือนเทวดาต้องการเบิกเนตร) พอเราเข้าไปนั่งด้วยลูกก็ไม่ร้อง แต่.... สิ่งที่เราเห็นตลอด 2 ชม.ในคลาส มันอึ้ง มึนงง นี่ชั้นส่งลูกมาที่ไหนเนี่ย ไม่เคยเจอคลาสไหนเป็นแบบนี้ (เราเคยพาลูกไป playgroup แล้วก็ทำกิจกรรมที่อื่น ๆ มาบ้าง ) สุดท้ายก็บอกตัวเองว่า เราจะไม่ให้ลูกมาเรียนที่นี่ต่อเด็ดขาด!!!
ขอเล่าบรรยากาศในห้องให้ฟังนะคะ ครูผู้สอนเป็นชาวฟิลิปปินส์ ซึ่งในคลาสมีเด็กที่ค่อนข้างซนอยู่คนนึง(อันนี้เราไม่โทษเด็ก เป็นธรรมชาติของเด็ก) แต่เราพบว่า ครูคนนี้ดุว่าเด็กคนนี้อยู่ตลอดเวลา เกรี้ยวกราด (ซึ่งเราไม่คิดว่า คลาสสอนเด็กเล็ก3-4 ขวบ ครูผู้สอนจะมีการสอนแบบนี้ ครูไม่มีจิตวิทยาที่จะควบคุมเด็กได้ ) นอกจากนี้ เราได้เห็นอะไรหลายๆ อย่างในคลาสนั้น เบื้องหลังการถ่ายคลิปที่เราปลาบปลื้มนั้น คือการให้เด็กพูดตามครู ซึ่งไม่ใช่ว่าเด็กจะเข้าใจหรือพูดได้เอง และครูไม่มีความสามารถในการสื่อสารให้เด็กเข้าใจได้ คือพอเด็กไม่เข้าใจสิ่งที่พูดกลับหันมาถามเราว่าภาษาไทยคำนี้พูดว่าอย่างไร (ตลกมั้ย ) สุดท้าย เวลา 30 นาทีในคลาสหมดไปกับการให้เด็กระบายสีกันเอง (ย้ำว่าระบายกันเอง) ด้วยสีที่เห็นสภาพแล้วอนาถมาก สีกุด สีหัก ไม่เหลือสภาพ โดยครูไปยืนคุยโทรศัพท์อยู่มุมห้อง เด็กจะแย่งดินสอกัน ดินสอจะทิ่มตากัน จะตีกัน ครูไม่สนใจ (นี่ขนาดเราอยู่ในห้องนะ ครูยังกล้าขนาดนี้) เราต้องคอยเป็นคนไกล่เกลี่ยเด็กให้แบ่งดินสอสีกัน ซึ่งเรามองว่าถ้าคุณภาพผู้สอนเป็นแบบนี้ เราไม่ได้กลัวว่าลูกเราจะไม่ได้ภาษานะ แต่สิ่งที่เรากลัวกว่าคือ สิ่งที่ครูแสดง สิ่งที่เด็กจะซึมซับจากครูคนแรก ๆ ของเค้า ซึ่งที่ผ่านมาเราได้ศึกษาการใช้จิตวิทยาเชิงบวกกับเด็กเพื่อมาใช้กับลูกมาตลอด พอมาเจอแบบนี้เรารับไม่ได้ค่ะ
ทีนี้จะทิ้งคลาส เรายอมรับว่าเสียดายเงิน เพราะเรียนไปได้แค่ 2 ครั้ง จ่ายไป 2 หมื่น เลยทำเรื่องขอเงินคืน (ซึ่งตอนนั้นเราอ้างว่าน้องไม่พร้อมจะเรียน เพราะเราก็ไม่อยากเบลมเพราะคิดว่ายิ่งเบลมโอกาสที่จะได้เงินคืนคงยิ่งน้อย ซึ่งเราคิดว่าถ้ารร.คืนเงินก็จบ ๆ กันไป เราก็ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืด )
ตอนแรกรร. บอกว่ายินดีให้ดรอปไว้ก่อน แต่เราไม่ไหวจริงๆ เลยยืนวันว่าขอเงินคืนดีกว่าค่ะ ทางรร.ประวิงเวลามา 6-7 เดือน อ้างว่าต้องถามหุ้นส่วน / ไม่มีนโยบาย รวมถึงต้องการให้ ผปค.ท่านอื่นเซ็นสัญญาว่าจะไม่มีการขอเงินคืนแบบเคสเรา เพราะจริงๆ คือเราไม่ได้เซ็นรับเงื่อนไขตรงนี้ บลา ๆๆ ข้ออ้างสารพัดร้อยแปด ซึ่งพอผปค.ท่านอื่นลงนามในสัญญาเสร็จ (ใช้เวลาเกือบ 7 เดือน)
สรุปสุดท้ายส่งตัวแทนมาคุยจะคืนเงินให้ในอัตราที่เราต้องยอมเสียค่าเสียเวลา ให้บางส่วนนอกเหนือจากที่เราเรียนไปจริง และต้องให้เซ็นสัญญา ซึ่ง เรายินดีเซ็นแต่สัญญาจะต้องเป็นธรรมและเท่าเทียมกัน แต่สรุปสัญญาไม่มีความเป็นธรรมคือเป็นสัญญาที่ผูกมัดเราฝ่ายเดียว ในการที่จะไม่ทำให้ทางรร.เค้าเสียหายในอนาคต (ห้ามแฉว่างั้นเหอะ เค้ากลัวมาก ณ จุดนี้ แต่มาถึงตอนนี้ไม่ไหวแล้วค่ะ ) และคนที่เซ็นในฝั่งของรร. ไม่ใช่เจ้าของรร.ที่แท้จริง ให้ใครก็ไม่รู้เซ็น แต่ฝ่ายเราต้องเซ็นเอง และให้สามีเซ็นเป็นพยานพร้อมแนบสำเนาบัตรทั้งสองคน แต่ฝั่งเค้าเซ็นก็เป็นสำเนา เอกสารก็เป็นสำเนา ถ้า เอาเปรียบกันขนาดนี้ จบที่เราไม่เซ็นค่ะ !!! เริ่มเห็นธาตุแท้คนที่เรียกตัวเองว่าครูแล้ว
ในเมื่อ ไม่คืนเงินเป็นหมื่น ๆ ที่เราเสียไป เราก็เดินเรื่องขอกลับไปเรียนต่อ ... ซึ่งที่ผ่านมาตอนที่ขอเงินคืน ทางรร.อ้างว่าลูกเรายังมีชื่อเป็นนร.อยู่ คชจ.ต่าง ๆ ที่จ้างครูมาก็ Fix ไว้สำหรับลูกเรา แต่พอเราแจ้งว่าจะกลับไปเรียนทางรร.กลับพลิกคำ และ เพิกเฉย อ้างว่าคลาสที่ลูกเราเรียนตอนนี้เต็มแล้ว (อ้าว ไหนว่า seat เป็นของลูกเรา เท่ากับคุณรับเอาคนอื่นมาเสียบแล้วหนิ เอาแต่ได้ไปมั้ย) เราทวงถามแล้ว ไม่ตอบไลน์ แถมดีดเราออกจาก group line ผปค. ที่ไว้สำหรับแจ้งข่าวสาร การเรียน (เงินก็ไม่คืน จะเรียนก็ไม่ให้เรียน)
เราเลยรบกวนเพื่อน ๆ หน่อยค่ะ ว่าเคสแบบนี้เราจะร้องเรียนได้มั้ยคะ หรือดำเนินการอย่างไรได้บ้างคะ รบกวนด้วยเพื่อนๆ ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ