ความคิดผมระหว่างหลังคากระเบื้องลอนคู่กับหลังคาเมทัลชีสเลือกอะไรดี ?

หลังคาเมทัลชีทน่าจะเหมาะกับโรงงานเนื่องจากโรงงานต้องใช้พื้นที่ในการทำหลังคาที่มาก การใช้เมทัลชีทสามารถเลือกกำหนดขนาดความยาวได้ ทำให้เกิดรอยต่อระหว่างแผ่นน้อย ป้องกันปัญหาการรั่วซึมที่จะตามมา และเลือกความหนาบางได้ด้วย ติดตั้งได้เร็ว ลดภาระโครงสร้างเนื่องจากหลังคาเมทัลชีทมีน้ำหนักเบาส่งผลถึงต้นทุนของโครงสร้าง ปัจจุบันจะเห็นว่ามีผู้ผลิตอยู่หลายเจ้า ทั้งรายใหญ่รายเล็ก โดยผู้ผลิตหลายเจ้าก็รีดลอนเองโดยสั่งแผ่นเมทัลชีทแบบเป็นม้วนใหญ่ๆมา และซื้อเครื่องรีดลอนมาผลิตเอง แสดงว่ากำไรต่อหน่วยน่าจะดีนะ

ข้อเสีย
     ราคาต่อหน่วยเมื่อเทียบกับหลังคากระเบื้องลอนคู่เมื่อมาติดตั้งในบ้าน ราคาของเมทัลชีทไม่ได้ถูกกว่าทั้งเมื่อเทียบระหว่างหน่วยต่อหน่วยของตัวหลังคาเอง และโครงสร้างหลังคาที่ต้องมีเพิ่มขึ้นของโครงสร้างหลังคากระเบื้องลอนคู่ ไม่ได้ทำให้การติดตั้งหลังคาด้วยเมทัลชีทถูกกว่า และราคาทีชอบเปรียบเทียบกันเป็นตารางเมตรนั้นก็เปรียบเทียบกับแผ่นเมทัลชีทที่มีความบางมากๆ ถ้าไปเปรียบกับเมทัลชีทที่มีความหนามากขึ้นลองดูราคาเปรียบเทียบซิครับ ว่าต่างกันขนาดไหน ส่วนความสะดวกรวดเร็ว เนื่องจากพื้นที่ที่จะทำการติดตั้งเป็นบ้านแสดงว่าพื้นที่ก็ไม่เยอะการที่จะประหยัดเวลาคงไม่ได้มากกว่าเท่าไหร่
    
         ความคงทนกระเบื้องลอนคู่พูดกันที่40-60ปี ซึ่งหลายท่านก็อาจเห็นจากบ้านในปัจจุบันที่มีการสร้างมาแล้วมากกว่า 40ปี เป็นเครื่องพิสูจน์ได้นะครับ ถ้าการติดตั้งดีไม่มีปัญหาน้ำรั่ว กระเบื้องเคลื่อนตัว กระเบื้องร้าวหรือแตก อันนี้ปัจจุบันที่หลายท่านพบปัญหาเนื่องจากความรู้ และคุณภาพของช่างครับ ช่างติดตั้งหลังคาในบ้านเราเป็นช่างประเภทช่างเถอะเยอะนะครับ อุปกรณ์ก็มีแค่พอทำได้ ไม่ได้พัฒนาอะไร จะมาบอกว่าประสบการณ์ 15-20ปี พวกนี้ทำงานแย่มีเยอะมากๆ
    
          ส่วนความคงทนของเมทัลชีทพูดกันที่15-30ปี แต่เนื่องจากคุณภาพของตัวเมทัลชีทมีมาจากหลายที่มา ไม่ได้ผลิตจากเจ้าใหญ่ๆไม่กี่เจ้าเหมือนผู้ผลิตกระเบื้องลอนคู่ จึงมาพร้อมหลายคุณภาพบวกกับตัวเมทัลชีทมีความหนาให้เลือกอยู่หลายขนาด ซึ่งช่างในบ้านเราก็คงเลือกเอาแบบถูกๆไว้ก่อน เอาจากร้านที่สะดวกจะหาได้ ใกล้พื้นที่หน้างาน ดังนั้นหัวข้อความทนทานคงไม่เหมือนกับหลังคาสังกะสีที่เราท่านได้เห็นแล้วว่ามันสามารถอยู่กันได้40-60ปี
    
          ส่วนที่บางท่านพูดว่าเอาแบบมีฉนวนหรือก็คือเป็นแผ่นฟอยด์แปะอยู่ใต้แผ่นเมทัลชีท เพื่อกันความร้อน ลดเสียงรบกวน การที่แผ่นเมทัลชีทมีมาพร้อมกับฉนวนฟอยด์แปะอยู่ด้านใต้ของแผ่นเมทัลชีทนั้นจากที่ผมเห็นหลายที่ ใช้ได้ดีปีแรก หลังจากนั้นแผ่นฟอยด์ที่แปะอยู่ด้านใต้แผ่นเมทัลชีทจะค่อยๆพอง เริ่มลอก ขาดเปื่อย ห้าปีผ่านไปขาดรุ่งริ้ง หลุดล่อน เห็นคาบกาวยางด้านใต้เมทัลชีทซึ่งเป็นสีน้ำตาลไหม้ เป็นย่อมๆกระๆกันไป ที่สำคัญมันเป็นสนิทกันได้ด้วย ซึ่งไม่น่าเชื่อว่าเมทัลชีทซึ่งเป็นแผ่นเหล็กรีดบางชุบสังกะสีมันจะมีสนิมขึ้นได้เร็วมาก แย่กว่าแผ่นสังกะสีที่เราท่านเคยใช้ในสมัยก่อนนี้อีกครับ ทั้งที่ราคาของเมทัลชีทที่มีแผ่นฟอยด์แปะอยู่ด้านล่างก็แพงมากนะครับ ในประเด็นนี้คงต้องโทษคุณภาพของผู้ผลิต ซึ่งเราก็ไม่รู้หรอกว่าเจ้าไหนมันดีเพราะส่วนใหญ่จะเป็นผู้ผลิตที่ซึ้อม้วนเมทัลชีทมารีดลอนขายกันเอง
    
          ส่วนที่บอกว่าการที่มีฟอยด์แปะอยู่กับแผ่นเมทัลชีทจะเป็นฉนวนกันความร้อนอันนี้ส่วนหนึ่งใช่ครับถ้าเราติดตั้งหลังคาด้วยแผ่นเมทัลชีทที่ความสูงไม่มาก แต่ถ้าเราติดตั้งหลังคาด้วยแผ่นเมทัลชีทด้วยความสูงซัก 10เมตรขึ้นไปอันนี้อาจไม่จำเป็นเนื่องจากเมื่อความสูงมากๆความร้อนที่มีใต้แผ่นเมทัลชีท ไม่ได้ไหลลงมาสู่พื้นดินได้ง่ายๆ มันจะถูกลมพัดออกไปก่อนที่ไหลลงมาสู่พื้นดิน การที่มีฟอยด์แปะอยู่ใต้แผ่นเมทัลชีท คงไม่ได้ทำให้อากาศจะร้อนน้อยกว่าหลังคาที่ไม่มีแผ่นฟอยด์แปะอยู่ใต้แผ่นเมทัลชีทนะครับ หรือจะยกตัวอย่างให้เห็น ถ้าเรานำแผ่นกันความร้อนมาแปะไว้ใต้หลังคารถเปรียบเทียบกับรถที่ไม่ได้แปะแผ่นกันความร้อน นำรถทั้ง2คันไปจอดตากแดด ถ้าตากแดดตอนเที่ยงซัก 10 นาที แน่นอนรถที่แปะแผ่นกันความร้อนไว้ใต้หลังคาอาจทำให้อุณหภูมิในรถที่จอดตากแดดร้อนน้อยกว่ารถอีกคันที่ไม่มีแผ่นกันความร้อนแปะไว้ใต้หลังคา  แต่ถ้าเรานำรถทั้ง 2 คันนี้จอดตากแดด 1 ชั่วโมงแล้วนำมาวัด ความร้อนในรถทั้ง2คันที่เหมือนกัน อุณหภูมิภายในจะร้อนไม่แตกต่างกันครับ ซึ่งในกรณีนี้สามารถนำมาเปรียบเทียบกับบ้านที่เถียงกันจังว่าจะใช้แผ่นกันความร้อนหรือจะใช้แผ่นสะท้อนความร้อนอันไหนดีกว่ากัน อันหนึ่งอยู่ใต้แผ่นหลังคา อีกอันวางอยู่บนฝ้า สรุปความร้อนไม่ได้มาทางหลังคาอย่างเดียว มันมาทางผนังกำแพงด้วย เราท่านพยายามป้องกันความร้อนจากแสงแดดที่ส่องมาจากทางด้านบนเท่านั้น แต่ความร้อนจากแสงแดดนั้นมันส่องมารอบบ้าน ผ่านผนังกำแพง ผ่านหน้าต่าง แล้วบ้านสมัยนี่ชายหลังคาสั้นด้วยซิ ดังนั้นความร้อนจากแสงแดดมันก็เข้ามาในตัวบ้านได้อยู่ดีครับ
    
        ส่วนเมทัลชีทที่มาพร้อมกับโฟมที่อยู่ด้านใต้หรือเรียกกันว่าพียูนั้นบางก็เรียกผนังแซนวิสpanel ท่านลองดูราคาก่อนครับ และลองดูความบางของแผ่นเมทัลชีทที่อยู่ด้านบนแล้วท่านคิดว่ามันจะอยู่กับบ้านท่านไปได้กี่ปีครับ บ้านเราท่านคงไม่คิดอยู่กัน 20ปีแล้วให้มันพังหรือขายเปลี่ยนหลังใหม่กันใช่ไหมครับ ถ้าใช่ก็เอาที่สบายใจท่านได้เลยครับ เพราะเราเองที่เป็นคนกำหนดความต้องการและความจำเป็นของวัสดุที่จะนำมาเป็นองค์ประกอบของบ้านเราเอง

ดังนั้นบ้านที่จะใช้แผ่นเมทัลชีทมาทำหลังคา ผมคิดว่าต้องเป็นกรณีที่
    -อยากหาวัสดุง่ายๆมาทำหลังคากันฝน หรือซ่อมแซมหลังคาเดิมที่มีน้ำฝนรั่วซึม หรืออาจจะทำการซ่อมแซมด้วยตัวเอง
    -อยากทำหลังคากันฝนเพิ่มเติมโดยใช้โครงสร้างเดิมที่มีอยู่ใช้เป็นโครงสร้างหลัก ไม่ต้องการการต่อเติมมากมาย เน้นประโยชน์ใช้สอย
    -อยากทำหลังคากันฝนแบบง่ายๆ ไม่ต้องแพง ไม่ต้องสวยงามมากมาย เน้นราคากับประโยชน์ใช้สอย
    -แบบของหลังคาบ้านออกแบบมีส่วนโค้ง ส่วนเว้าเป็นพื้นที่บริเวณกว้าง ดังนั้นหลังคาเมทัลชีทจึงตอบโจทย์การใช้งานและการติดตั้งมากกว่าหลังคากระเบื้องลอนคู่
    
         แต่ถ้าบ้านของท่านเป็นบ้านที่ดูดีอยู่แล้วการนำแผ่นเมทัลชีทมาใช้กับตัวบ้าน ผมว่ามันจะทำให้บ้านท่านดูด้อยลงนะครับ เมื่อเทียบกันกับการใช้กระเบื้องลอนคู่ ซึ่งเป็นวัสดุมุงหลังคาพื้นๆของบ้านในเมืองไทยเรา ซึ่งแผ่นกระเบื้องหลังคาลอนคู่สมัยนี้ก็มีขนาดความยาว 1.50เมตร แล้วราคาไม่ถึงร้อยบาท มีสีสันใหัเลือกเยอะแยะ มันน่าจะทำให้บ้านของท่านดูดีกว่า ทั้งค่าแรงทำหน้างานของช่างก็คงไม่แตกต่างกันเท่าไร แต่ถ้าท่านยังไงก็จะเลือกใช้เมทัลชีทแล้วผมอยากแนะนำให้เลือกเมทัลชีทที่มีความหนาหน่อย และขอบด้านข้างและด้านปลายของเมทัลชีทควรมีวัสดุที่ปิดเพื่อไม่ให้มองเห็นว่าเป็นแผ่นเมทัลชีทก็จะมองดูดีนะครับ อีกอย่างการใช้เมทัลชีทผมไม่แน่ใจว่าถ้าเราใช้แผ่นพวกสมาร์ทบอร์ดหรือวีว่าบอร์ดลองแผ่นเมทัลชีทแทนฟอยล์กันความร้อนต่างๆจะได้ไหมเพราะมันน่าจะทำให้การติดตั้งหลังคาด้วยแผ่นเมทัลชีทดูมีความคงทน กันความร้อนและลดเสียงสะท้อนต่างๆได้ดีขึ้นนะครับ (ความเห็นส่วนตัวนะครับ) และใต้หลังคาเมทัลชีทพวกนี้ต้องตีเป็นระแนงหรือมีร่องระบายอากาศ เพื่อให้อากาศได้ถ่ายเทและนำพาความร้อนออกไปจากความร้อนที่มาสะสมอยู่ด้านใต้แผ่นหลังคาเมทัลชีท
    

   ปล.ช่วงหนึ่งในบ้านเราก็ฮิตหลังคาแผ่นใส่หรือหลังคาโพลิคาร์บอเนตมาทำเป็นหลังคาโรงจอดรถ กันสาด และอื่นๆ ซึ่ง20ปีที่แล้วราคาของแผ่นนี้แผ่นหนึ่งเกือบ 2 พันบาท ปัจจุบันประมาณ 800บาท นำมาใช้แทนแผ่นเมทัลชีททำให้บ้านดูดี มีราคา แต่พอใช้ไป 5ปีแผ่นจะเริ่มมีน้ำเข้าไปในร่องแผ่น, 8-10ปี แผ่นจะเริ่มแตก รั่ว พอจะหาช่างมาเปลี่ยนช่างสมัยนี้ก็คิดราคาแพงกันจัง   อีกอย่างแสงแดดที่ส่องผ่านตัวมันลงมาได้ก็ทำให้พื้นผิวด้านใต้แผ่นนี้ร้อนไปด้วยนะครับ ก็คือกันแดดก็ไม่ค่อยได้ กันร้อนก็ไม่ค่อยได้ กันฝนได้อย่างเดียวแต่ก็อยู่ได้ไม่คงทนซะเลย.
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่