JJNY: 6in1 ชาญวิทย์สมัครอนค./ยกยิ่งลักษณ์จิตใจสูง/ศิริโชคแจงลบ-โพสต์ใหม่7วัน/จ่อแจ้งข้อหาสนช./ชาวสวนยางยังเดือดร้อน

กระทู้คำถาม
ชาญวิทย์ สมัครสมาชิกอนาคตใหม่ เชื่อ พท.ชนะเลือกตั้ง พลังประชารัฐ แพ้
https://www.thairath.co.th/content/1391522

นักวิชาการชื่อดัง ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดี ม.ธรรมศาสตร์ สมัครสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ เหตุสนิท ปิยบุตร ยัน ไม่ลงเลือกตั้ง เชื่อ เพื่อไทยชนะ จัดตั้งรัฐบาล มอง'พลังประชารัฐ'แพ้

วันที่ 6 ต.ค. นายชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สมัครเป็นสมาชิกพรรคอนาคตใหม่ พร้อมระบุเหตุผลที่สมัคร เพราะอยากช่วยลูกศิษย์ เนื่องจากส่วนตัวมีความสนิทสนมกับ นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ยืนยัน ไม่ขอลงสมัคร ส.ส. เพราะอายุมากแล้ว และไม่ได้เจาะจงว่า จะช่วยงานด้านใด รวมทั้งจะไม่เชิญชวนเพื่อนนักวิชาการ เข้าร่วมทำงานการเมืองกับพรรคอนาคตใหม่ ขึ้นอยู่กับความสมัครใจ แต่วันนี้มีอาจารย์หลายท่านเข้าสมัครเป็นสมาชิกพรรคซึ่งต่างคนต่างมา

พร้อมยืนยัน พรรคอนาคตใหม่ ถือเป็นอนาคตทางการเมืองไทย ที่ต้องใช้เวลา แม้ไม่ชนะเลือกตั้ง แต่ถือเป็นจุดเริ่มต้น และมองว่าการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นในปี 2562 พรรคเพื่อไทย ยังคงมีคะแนนมาเป็นอันดับ 1 เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล และเป็นไปได้ที่จะจับมือกับพรรคประชาธิปัตย์ แม้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ขึ้นอยู่กับการเจรจาตกลง

"ส่วนพรรคพลังประชารัฐ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะประสบความสำเร็จ และอาจมีจุดจบเช่นเดียวกับการพรรคการเมืองของนายทหารในอดีต เช่น พรรคมนังคศิลา พรรคสหประชาไทย และพรรคสามัคคีธรรม ที่พ่ายแพ้การเลือกตั้งหลังปฏิวัติ เพราะคนที่อยู่ในระบอบราชการ ไม่ว่าจะเป็นทหาร ตำรวจ คุ้นเคยกับการเป็นเจ้าคน นายคน พูดคุยกับประชาชนไม่รู้เรื่อง" อดีต อธิการบดี ม.ธรรมศาสตร์ กล่าว

ทั้งนี้ นายชาญวิทย์ กล่าวต่อว่า เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับ 2560 เพราะเป็นรัฐธรรมนูญฉบับล้าหลัง ส่วนนโยบายของพรรคอนาคตใหม่ ที่หลายฝ่ายมองว่า สามารถนำไปปฏิบัติได้ยากนั้น ยอมรับว่าเป็นเรื่องจริง แต่หากไม่ฝัน ไม่หวัง ก็จะทำไม่ได้ ดังนั้นต้องกล้าที่จะฝัน และกล้าเปลี่ยน





'วัฒนา' ยกยิ่งลักษณ์จิตใจสูง ให้อภัยคดี ว.5 โฟร์ซีซั่นส์ ไม่แคร์ลบโพสต์ ขอโทษแล้วคือจบ
https://www.matichon.co.th/politics/news_1165071

เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม นายวัฒนา เมืองสุข อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และแกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะยอมถอนฎีกาให้อดีต 3 ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้แก่ นายศิริโชค โสภา นายเทพไท เสนพงศ์ และนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต ในคดีหมิ่นประมาทที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ว่า เมื่ออีกฝ่ายรู้ตัวว่าผิดแล้วขอโทษ น.ส.ยิ่งลักษณ์จึงให้อภัย ที่แล้วมามีหลายกรณีที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่เคยดำเนินคดีหมิ่นประมาท เพราะถือว่าทุกคนสามารถวิจารณ์การทำงานของผู้นำประเทศได้ แม้บางครั้งจะเป็นการวิจารณ์ให้เกิดความเสียหาย ไม่ได้เกี่ยวกับหน้าที่การงานก็ตาม ที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ดำเนินคดีหมิ่นประมาทโฟร์ซีซั่นส์ เพราะไม่เกี่ยวข้องกับการงาน ซ้ำยังก่อให้เกิดความเสื่อมเสียทั้งในฐานะภริยาและแม่ของลูก จึงได้ใช้สิทธิทางศาล ปกป้องเกียรติยศและศักดิ์ศรีของตัวเอง จากนั้น น.ส.ยิ่งลักษณ์เห็นว่าไม่ถูกต้องที่ศาลชั้นต้นสั่งจำคุกโดยรอลงอาญา เมื่อเทียบเคียงกับคดีอื่นๆ เช่นการหมิ่นประมาทศาล หรือที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. หมิ่นประมาทนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกฯ แต่เมื่อทั้ง 3 คน รู้ตัวว่าผิดแล้วขออภัย จึงได้ให้อภัย เพราะไม่มีความแค้นเป็นการส่วนตัว

นายวัฒนากล่าวว่า เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์ของนักการเมืองว่าในอนาคตควรต่อสู้กันอย่างสร้างสรรค์ ไม่ควรสาดโคลน เอาเรื่องสกปรกมากล่าวหากัน เพื่อที่จะได้นำสมองและพลังงานไปคิดอย่างสร้างสรรค์ ดังจะเห็นว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่เคยตอบโต้ทางการเมืองตลอดเวลาการเป็นนายกฯ และการที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ให้อภัยทั้ง 3 คน ไม่เกี่ยวกับการส่งสัญญาณทางการเมือง ไม่ได้หมายความว่าพรรคเพื่อไทย (พท.) จะเกี้ยเซี้ยกับพรรค ปชป.ในอนาคต เพราะการให้อภัยของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องกับการบริการงานของรัฐบาลในอดีต

“แน่นอนว่าก่อนที่ทั้ง 3 คนจะออกมาขอโทษหรือ น.ส.ยิ่งลักษณ์จะให้อภัย จะต้องมีการพูดคุยกันทั้ง 2 ฝ่ายก่อน เป็นไปไม่ได้ที่อยู่ดีๆ จะออกมาขอโทษ โดยต้องมีการประสานงานกันอยู่แล้ว และทาบทามว่าจะให้อภัยไหม จนเมื่อทราบว่าถ้าขอโทษแล้วจะให้อภัย จึงมีการขอโทษกันออกมา การให้อภัยคือธรรมะอย่างหนึ่ง แสดงให้เห็นถึงความมีเมตตา เขาทุกข์ รู้ตัวแล้ว จึงมาขอความเมตตา น.ส.ยิ่งลักษณ์จึงให้อภัย เป็นธรรมะขั้นสูง เป็นหนึ่งในพรหมวิหาร 4 แสดงให้เห็นถึงความมีน้ำใจนักกีฬาของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เมื่ออีกฝ่ายรู้ตัวว่าแพ้แล้วมาขอโทษ ก็ไม่จำเป็นต้องเอาเป็นเอาตาย” นายวัฒนากล่าว

นายวัฒนากล่าวว่า ส่วนที่มีการลบโพสต์ขอโทษออกในเวลาไม่นานนั้น ถือว่าไม่เกี่ยวข้องกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพราะเหมือนกับว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้ทำบุญ ซึ่งผลจากบุญจะทำให้จิตใจอิ่มเอิบ โดยไม่จำเป็นต้องไปสนใจว่า หลังจากทำบุญเช่นการใส่บาตรแล้ว พระสงฆ์จะนำข้าวไปฉันเองหรือให้ลูกศิษย์วัดกิน ดังนั้น เมื่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์รับรู้การขอโทษและให้อภัยแล้ว ทุกอย่างก็จบ เพราะการขอโทษไม่จำเป็นต้องขอโทษไปทั้งชีวิต ทั้ง 3 คน จะจริงใจหรือไม่ไม่ทราบ แต่เมื่อเอ่ยปากขอโทษแล้ว น.ส.ยิ่งลักษณ์ก็ได้ให้อภัยแล้ว สาธารณะจะมองเรื่องนี้อย่างไร ส่วนตัวไม่ขอวิจารณ์




“ศิริโชค” แจงลบโพสต์ จม.ขอโทษ “ยิ่งลักษณ์” เหตุข้อตกลงไม่ได้กำหนดระยะเวลา
https://www.pptvhd36.com/news/ประเด็นร้อน/90667

นายศิริโชค โสภา ลบโพสต์ขอโทษ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร แลกกับการขอให้ถอนฎีกาคดีหมิ่นประมาท ในเฟซบุ๊กส่วนตัว นายวิม รุ่งวัฒนจินดา อดีตเลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ออกมาตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการกระทำที่ไม่มีความจริงใจ ขณะที่ นายศิริโชค ชี้แจงว่า ตามข้อตกลงไม่ได้กำหนดระยะเวลา

วันนี้ (6 ต.ค.61) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเมื่อวานนี้ นายศิริโชค โสภา อดีต ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กขอโทษ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่กล่าวหาหมิ่นประมาท กรณีการเดินทางไปปฏิบัติภารกิจที่โรงแรมโฟร์ ซีซั่น ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ผ่านทางรายการสายล่อฟ้า  เพื่อแลกกับการขอให้ถอนคำร้องฏีกาให้หลุดพ้นคดีดังกล่าว ล่าสุดวันนี้ได้ลบโพสต์ออกแล้ว นายวิม รุ่งวัฒนจินดา อดีตเลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร มองว่า การกระทำดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงเจตนาของจำเลยว่าไม่ได้ตั้งใจสำนึกผิดและแสดงถึงความไม่จริงใจของจำเลยทั้ง 3 คน

ทีมข่าวพีพีทีวีสอบถามข้อเท็จจริงกับนายศิริโชค ได้รับคำตอบว่า สาเหตุที่ลบโพสต์ เนื่องจากในข้อตกลง ไม่ได้กำหนดระยะเวลา และการสื่อสารได้บรรลุเป้าหมาย คือปรากฏเป็นข่าวในสื่อเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงได้ติดต่อกับคนกลางซึ่งเป็นผู้ประสานงานกับ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เพื่อลบโพสต์ออกจากเฟซบุ๊กส่วนตัว ซึ่งฝ่ายโจทก์ก็ไม่ได้ติดใจในเรื่องนี้




'ศิริโชค' กลับมาโพสต์ขอโทษ 'ปู' ทิ้งไว้ 7 วัน เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย
https://www.matichon.co.th/politics/news_1165694

กรณีนายศิริโชค โสภา อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวเผยแพร่จดหมายเปิดผนึกขอโทษ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมขอบคุณที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ถอนฟ้องคดีหมิ่นประมาท กรณี “ว.5-เอาอยู่-โฟร์ซีซั่น” หลังจากก่อนหน้านี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำคุกคนละ 1 ปี ปรับคนละ 50,000 บาท แล้วต่อมาลบโพสต์ออก กระทั่งเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางนั้น

ล่าสุดนายศิริโชค นำจดหมายดังกล่าวกลับมาโพสต์ที่เฟซบุ๊ก “Leky Sopha” อีกครั้ง ทั้งนี้มีรายละเอียด ดังนี้

เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย ผมขึ้น โพสต์ให้อีกครั้ง เหตุผลที่ลบออก เพราะ เป็นเฟสบุ๊คส่วนตัวที่ใช้ดูข่าว ติดต่อเพื่อน ไม่ได้ใช้เป็นพื้นที่ในการโพสต์ประเด็นการเมืองหรืออื่นๆ

นอกจากนี้ก็ยังเป็นข้อตกลงกับตัวแทนโจทก์ว่าหลังจากโพสต์และเป็นที่รับรู้ของสาธารณะแล้ว ก็สามารถเอาลงได้คล้ายๆกับการแถลงข่าว และก่อนที่จะลบโพสต์ออก ก็ได้ปรึกษากับตัวแทนโจทก์แล้ว

แต่เมื่อหลายๆฝ่ายไม่สบายใจ มีการเอาเรื่องลบโพสต์ไปเล่นเป็นประเด็นการเมือง ผมก็เลยนำเอาโพสต์นี้ขึ้นมาโพสต์ใหม่ โดยจะทิ้งไว้ 7 วัน แล้วจะขออนุญาตลบนะครับ


จดหมายเปิดผนึก

5 ตุลาคม 2561
ตามที่อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 8 สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร โจทก์ร่วม ยื่นฟ้องข้าพเจ้าทั้งสามคน คือ นายชวนนท์ อินทรโกมาลสุต ที่ 1 นายศิริโชค โสภา ที่ 2 และนายเทพไท เสนพงษ์ ที่ 3 เป็นจำเลยต่อศาลอาญาในความผิดฐานหมิ่นประมาทปรากฎตาม คดีหมายเลขดำที่ อ.630/2557 และคดีหมายเลขแดงที่ อ.2708/2558 โดยวิธีการโฆษณาด้วยการดำเนินรายการสายล่อฟ้า ซึ่งออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ช่องบลูสกาย ในขณะที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี กรณีที่นางสาวยิ่งลักษณ์ฯ เดินทางไปปฎิบัติภารกิจที่โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ แต่ข้าพเจ้านายศิริโชค โสภา กับพวกดังกล่าวได้จัดรายการโดยนำป้ายที่ใช้แขวนหน้าห้องพักของโรงแรม ปรากฎข้อความว่า ”เอาอยู่” มานำเสนอในรายการแล้วพูดประกอบว่า ”ห้องนี้เอากันอยู่หรือแขกก็เอากันอยู่ อ๊ะๆๆๆๆ และปูโฟร์ซีซั่นส์ ปูว.5 ปูเอาอยู่ เยอะมากๆ นะฮะ คำกล่าวขานท่านนายกเนี่ย” ข้อความและการกระทำของข้าพเจ้ากับพวกดังกล่าว ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ ได้พิพากษาว่าการกระทำดังกล่าวของข้าพเจ้ากับพวกทั้งสามคนเป็นความผิดฐานร่วมกันหมิ่นประมาทนางสาวยิ่งลักษณ์ฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 ประกอบมาตรา 83 ให้จำคุกคนละ1 ปี ปรับคนละ 50,000 บาท ขณะนี้ข้าพเจ้ากับพวกได้ฎีกาคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสอง และศาลฎีกาได้นัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 19 ตุลาคม 2561 เวลา 9.30 นาฬิกา

ข้าพเจ้านายศิริโชค โสภากับพวกอีกสองคน รวมทั้งข้าพเจ้าด้วยเป็นสามคนเห็นด้วยกับคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ว่า “ข้อความและการกระทำของพวกข้าพเจ้าดังกล่าว เป็นการหมิ่นประมาทนางสาว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในขณะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมาตรี และในฐานะส่วนตัวจริง ข้อความและป้ายดังกล่าวที่นำมาประกอบนั้นไม่ถูกต้อง และไม่เป็นความจริง

บัดนี้ ข้าพเจ้ากับพวกรวมสามคนคือนายชวนนท์ อินทรโกมาลสุต จำเลยที่ 1 นายศิริโชค โสภา จำเลย ที่ 2 และนายเทพไท เสนพงษ์ จำเลยที่ 3 ได้สำนึกผิดแล้ว และขออภัยต่อนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งนางสาว ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ได้ให้อภัยต่อข้าพเจ้า และได้ยื่นคำร้องขอถอนฎีกาให้กับข้าพเจ้ากับพวก ทำให้ข้าพเจ้ากับพวก หลุดพ้นจากคดีนี้ ข้าพเจ้ากับพวกทั้งสามคนขอขอบคุณ และถือโอกาสนี้แจ้งข่าวให้เป็นที่ทราบกันโดยทั่วไป

https://www.facebook.com/photo.php?fbid=2008339972542138&set=a.333033510072801&type=3
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่