
ช่วงฝนตกอย่างนี้ นอกจากโรคภัยไข้เจ็บที่มากับฤดูกาลอย่างไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ หรือ RSV ฯลฯ แล้ว คุณพ่อคุณแม่ต้องระวังสัตว์มีพิษกัดต่อยลูกด้วยค่ะ เพราะสัตว์ต่าง ๆ เหล่านี้อย่างเช่น งู ตะขาบ แมงป่อง ฯลฯ อาจหนีน้ำเข้ามาอาศัยอยู่ภายในบ้าน
วิธีป้องกัน
1.เก็บกวาดบ้านให้เป็นระเบียบ
2.หมั่นตรวจตามซอกหรือมุมอับและบริเวณอับชื้นภายในบ้าน
3.หมั่นตรวจดูภายในตู้เสื้อผ้า ตู้รองเท้า ผ้าเช็ดเท้า เก็บรองเท้าให้มิดชิด
4.ก่อนให้ลูกสวมเสื้อผ้าหรือรองเท้าควรตรวจดูก่อน ถ้าลูกโตพอช่วยเหลือตัวเองได้สอนให้เขาตรวจเช็กก่อนสวมใส่
5.โรยกำมะถัน ปูนขาว โรยผงป้องกันแมลง ผงอบเชย ผงขมิ้น หรือของที่มีกลิ่นฉุน เช่น มะกรูด ตะไคร้ วางรอบบ้าน อุดรูรั่วรอยแตกในบ้าน และตรวจดูท่อน้ำ ฯลฯ
ถ้าพบสัตว์มีพิษ ให้ตั้งสติ ถ้ากักขังให้อยู่ในบริเวณจำกัดได้ให้ทำ และโทรขอความช่วยเหลือเบอร์ฉุกเฉิน 1669 1784 หรือ 1137
ถ้าถูกสัตว์มีพิษกัดต่อย
1.ล้างแผลด้วยน้ำสะอาด ฟอกสบู่หลาย ๆ ครั้ง แล้วทาแผลด้วยแอมโมเนียหรือครีมไตรแอมซิโนโลน
2.ถ้าปวดมากหรือมีอาการแพ้ เช่น หนังตาบวม หายใจไม่สะดวก ควรรีบพาไปพบแพทย์
3.ถ้าถูกงูกัด ควรจำลักษณะของงูว่าเป็นงูชนิดใดเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง ล้างแผลด้วยน้ำสะอาด ลดการเคลื่อนไหวอวัยวะที่ถูกงูกัด
ข้อห้ามเมื่อถูกงูกัด > ขันชะเนาะเพราะอาจทำให้เนื้อตาย ห้ามกรีดแผล ดูดแผล ใช้ไฟหรือไฟฟ้าจี้แผล โปะน้ำแข็ง พอกแผลด้วยสมุนไพร ดื่มสุรา หรือกินยาแก้ปวดที่มีส่วนผสมของแอสไพริน สิ่งที่ควรทำเมื่อถูกงูกัด > นำส่งสถานพยาบาลที่ใกล้ที่สุดและโดยเร็วที่สุด
คุณพ่อคุณแม่ต้องระวังอย่าให้ภายในบ้านมีซอกมุมมืดอับอย่าปล่อยให้บ้านรกเพื่อไม่เป็นที่ซ่อนของสัตว์เหล่านั้น อาจโรยกำมะถัน ปูนขาว โรยผงป้องกันแมลง ของที่มีกลิ่นฉุนอย่างมะกรูดวางรอบบ้าน อุดรูรั่วรอยแตกในบ้าน และตรวจดูท่อน้ำ ฯลฯ
ข้อมูลอ้างอิง สำนักโรคติดต่อทั่วไป / สำนักสื่อสารความเสี่ยงฯ กรมควบคุมโรค
อ่านเพิ่มเติมต่อได้ที่ :
https://motherandcare.com/poisonous-animals-in-rainy-season
หน้าฝนระวังสัตว์มีพิษกันนะคะ
ช่วงฝนตกอย่างนี้ นอกจากโรคภัยไข้เจ็บที่มากับฤดูกาลอย่างไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ หรือ RSV ฯลฯ แล้ว คุณพ่อคุณแม่ต้องระวังสัตว์มีพิษกัดต่อยลูกด้วยค่ะ เพราะสัตว์ต่าง ๆ เหล่านี้อย่างเช่น งู ตะขาบ แมงป่อง ฯลฯ อาจหนีน้ำเข้ามาอาศัยอยู่ภายในบ้าน
วิธีป้องกัน
1.เก็บกวาดบ้านให้เป็นระเบียบ
2.หมั่นตรวจตามซอกหรือมุมอับและบริเวณอับชื้นภายในบ้าน
3.หมั่นตรวจดูภายในตู้เสื้อผ้า ตู้รองเท้า ผ้าเช็ดเท้า เก็บรองเท้าให้มิดชิด
4.ก่อนให้ลูกสวมเสื้อผ้าหรือรองเท้าควรตรวจดูก่อน ถ้าลูกโตพอช่วยเหลือตัวเองได้สอนให้เขาตรวจเช็กก่อนสวมใส่
5.โรยกำมะถัน ปูนขาว โรยผงป้องกันแมลง ผงอบเชย ผงขมิ้น หรือของที่มีกลิ่นฉุน เช่น มะกรูด ตะไคร้ วางรอบบ้าน อุดรูรั่วรอยแตกในบ้าน และตรวจดูท่อน้ำ ฯลฯ
ถ้าพบสัตว์มีพิษ ให้ตั้งสติ ถ้ากักขังให้อยู่ในบริเวณจำกัดได้ให้ทำ และโทรขอความช่วยเหลือเบอร์ฉุกเฉิน 1669 1784 หรือ 1137
ถ้าถูกสัตว์มีพิษกัดต่อย
1.ล้างแผลด้วยน้ำสะอาด ฟอกสบู่หลาย ๆ ครั้ง แล้วทาแผลด้วยแอมโมเนียหรือครีมไตรแอมซิโนโลน
2.ถ้าปวดมากหรือมีอาการแพ้ เช่น หนังตาบวม หายใจไม่สะดวก ควรรีบพาไปพบแพทย์
3.ถ้าถูกงูกัด ควรจำลักษณะของงูว่าเป็นงูชนิดใดเพื่อการรักษาที่ถูกต้อง ล้างแผลด้วยน้ำสะอาด ลดการเคลื่อนไหวอวัยวะที่ถูกงูกัด
ข้อห้ามเมื่อถูกงูกัด > ขันชะเนาะเพราะอาจทำให้เนื้อตาย ห้ามกรีดแผล ดูดแผล ใช้ไฟหรือไฟฟ้าจี้แผล โปะน้ำแข็ง พอกแผลด้วยสมุนไพร ดื่มสุรา หรือกินยาแก้ปวดที่มีส่วนผสมของแอสไพริน สิ่งที่ควรทำเมื่อถูกงูกัด > นำส่งสถานพยาบาลที่ใกล้ที่สุดและโดยเร็วที่สุด
คุณพ่อคุณแม่ต้องระวังอย่าให้ภายในบ้านมีซอกมุมมืดอับอย่าปล่อยให้บ้านรกเพื่อไม่เป็นที่ซ่อนของสัตว์เหล่านั้น อาจโรยกำมะถัน ปูนขาว โรยผงป้องกันแมลง ของที่มีกลิ่นฉุนอย่างมะกรูดวางรอบบ้าน อุดรูรั่วรอยแตกในบ้าน และตรวจดูท่อน้ำ ฯลฯ
ข้อมูลอ้างอิง สำนักโรคติดต่อทั่วไป / สำนักสื่อสารความเสี่ยงฯ กรมควบคุมโรค
อ่านเพิ่มเติมต่อได้ที่ : https://motherandcare.com/poisonous-animals-in-rainy-season