เรื่องเล่าจากวงหวาก...
.....................
กูถาม จริง ๆ ไอ้หลัม หัวเสียมาจากไหน มาถึงบ่นเหมือนผีกินผึ้ง
เสียงไอ้หม้อ ร้องถาม ไอ้หลัมอยู่ที่วงหวากนอกชาน หลังที่พ้มยกขึ้นไปตักต้มขาวัว ที่ไอ้แจ็กจ้องต้มไว้แรกคืนหวา
รอไอ้แจ็กจ้องมาก่อน เดี่ยวกูเล่าพร้อม ๆ เดี่ยวเล่าไปหวากแหม็ด กูแหม็ดอารมณ์เล่ากันพอดี
ไม่ต้องรอ ไอ้แจ็กจ้อง มันไปวัดก่อนตอไปเอาหวาก หลวงพี่ให้ขึ้นแลหลังคาโบสถ์ที่ฝนรั่ว
ไม่ให้กูพูด กูบ่นพรือ..ไอ้สะหม้อ..กูมาหยู่นี้ ตั้งแต่โป ไอ้บ่าวยังหยู่ แม่ไอ้บ่าวกูกะไปจีบให้พ่อหมัน สมภารกะตายไป 2 รูปแหล้ว. ไม่มีไอ้ไหรที่มันเปรต เท่า ปี 2 ปีนี้
กูกะรู้เหมือนรู้ ไอ้สะหม้อตอบ
ไอ้สะหม้อ..ไอ้หลัมลากเสียงยาว….
จำไว้ คนเราไปอยู่ที่ไหนกะตามให้ทำตัวเหมือนเข้าเปลือก เหมือนกะกู อย่าทำตัวเป็นกาฝากเด็ดขาด
ไม่ต้องถามเดี่ยวกูบอกเอง..ไอ้หลัมหยุดพูด เพราะปากไม่ว่าง กำลังซดหวาก
ไอ้สะหม้อ..ไอ้หลัมหันมาร้องเรียกเพื่อนก่อนแหลงหนาดว่ากลัวเพื่อไม่ฟัง
การทำตัวเป็นข้าวเปลือกหมายถึง คนเมื่อตกชะตากรรมต้องออกจากบ้านเกิดเมืองนอนระหกระเหิน เดินทางไปหยู่ต่างบ้านต่างเมือง กะต้องต้องสร้างคุณงามความดีให้เกิดแก่แผ่นดินที่ได้อาศัยทำมาหากินนั้น ตอบแทนบุญคุณข้าวแดงแกงร้อน น้ำท่า ที่ได้ใช้อาบใช้กินแก่เจ้าของบ้านอย่างเต็มที ไม่อิดออด เปรียบได้ดั่งข้าวเปลือกที่เมื่อไปตกอยู่ที่ไหนกะตาม ข้าวเปลือกนั้นกะจะเจริญงอกงามดี ไม่เกี่ยงดินดี ดินเลว ออกดอกออกผลให้เจ้าของบ้านได้เก็บเกี่ยวเอาผลประโยชน์มากินใช้ หม้ายช่ายมาหยู่ไม่กี่วันท้ารบเจ้าของบ้าน.
หมายถึงใคร..ไอ้หลัม
ตอเช้าไอ้บ่าวเข้าเมือง ติดรถไปกัน แวะนั่งร้านน้ำชาในเมืองแหล้วรู้เอง.
แหล้วหมันเกี่ยวไหร กับเรื่องทีกำลังเจ็บหัว..ไอ้สะหม้อ สอดขึ้นถาม..
ไอ้แจ็กจ้อง หมันเล่าให้กูฟัง ว่าบ้านพรรคพวกหมันที่ในเมือง ถูกไฟหม้าย แล้ว ไปเอาน้ำจากท่อแดง ท่อน้ำฉุกเฉิน มาดับไฟ หลังจากนั้น 2-3 วัน ถูกเรียกเก็บค่าน้ำหลายบาท.
แหล้วเมื่อน้ำฮั้นกูขึ้กูเหยี้ยวใส่ มันไหลไปจากบ้านกู..ไอ้สะหม้อขึ้นเสียงแข็ง มันมาเรียกเก็บเงินได้พรือ ตอนมาขอคะแนนวันหลังไม่ต้องให้..ชาดเปรตเหมือนกันแหม็ด พอได้เป็นใหญ่เป็นโต
แหล้ว..พรรคพวกว่าพรือมั้งไอ้แจ็กจ้อง ไอ้สะหม้อหันไปถาม เหมื่อได้ยินเสียงล้างตีนที่หัวได..
มันอีว่าไหร มันว่าคนอื่น ปกป้องบ้านเองถูกผู้ว่าถูกรองผู้ว่าแจ้งความ หนักว่าหมันหลาว..
เรื่องเล่าจากวงหวาก... หยิกแกมหยอก กับข่าวผู้ว่านครฟ้องชาวบ้าน..
.....................
กูถาม จริง ๆ ไอ้หลัม หัวเสียมาจากไหน มาถึงบ่นเหมือนผีกินผึ้ง
เสียงไอ้หม้อ ร้องถาม ไอ้หลัมอยู่ที่วงหวากนอกชาน หลังที่พ้มยกขึ้นไปตักต้มขาวัว ที่ไอ้แจ็กจ้องต้มไว้แรกคืนหวา
รอไอ้แจ็กจ้องมาก่อน เดี่ยวกูเล่าพร้อม ๆ เดี่ยวเล่าไปหวากแหม็ด กูแหม็ดอารมณ์เล่ากันพอดี
ไม่ต้องรอ ไอ้แจ็กจ้อง มันไปวัดก่อนตอไปเอาหวาก หลวงพี่ให้ขึ้นแลหลังคาโบสถ์ที่ฝนรั่ว
ไม่ให้กูพูด กูบ่นพรือ..ไอ้สะหม้อ..กูมาหยู่นี้ ตั้งแต่โป ไอ้บ่าวยังหยู่ แม่ไอ้บ่าวกูกะไปจีบให้พ่อหมัน สมภารกะตายไป 2 รูปแหล้ว. ไม่มีไอ้ไหรที่มันเปรต เท่า ปี 2 ปีนี้
กูกะรู้เหมือนรู้ ไอ้สะหม้อตอบ
ไอ้สะหม้อ..ไอ้หลัมลากเสียงยาว….
จำไว้ คนเราไปอยู่ที่ไหนกะตามให้ทำตัวเหมือนเข้าเปลือก เหมือนกะกู อย่าทำตัวเป็นกาฝากเด็ดขาด
ไม่ต้องถามเดี่ยวกูบอกเอง..ไอ้หลัมหยุดพูด เพราะปากไม่ว่าง กำลังซดหวาก
ไอ้สะหม้อ..ไอ้หลัมหันมาร้องเรียกเพื่อนก่อนแหลงหนาดว่ากลัวเพื่อไม่ฟัง
การทำตัวเป็นข้าวเปลือกหมายถึง คนเมื่อตกชะตากรรมต้องออกจากบ้านเกิดเมืองนอนระหกระเหิน เดินทางไปหยู่ต่างบ้านต่างเมือง กะต้องต้องสร้างคุณงามความดีให้เกิดแก่แผ่นดินที่ได้อาศัยทำมาหากินนั้น ตอบแทนบุญคุณข้าวแดงแกงร้อน น้ำท่า ที่ได้ใช้อาบใช้กินแก่เจ้าของบ้านอย่างเต็มที ไม่อิดออด เปรียบได้ดั่งข้าวเปลือกที่เมื่อไปตกอยู่ที่ไหนกะตาม ข้าวเปลือกนั้นกะจะเจริญงอกงามดี ไม่เกี่ยงดินดี ดินเลว ออกดอกออกผลให้เจ้าของบ้านได้เก็บเกี่ยวเอาผลประโยชน์มากินใช้ หม้ายช่ายมาหยู่ไม่กี่วันท้ารบเจ้าของบ้าน.
หมายถึงใคร..ไอ้หลัม
ตอเช้าไอ้บ่าวเข้าเมือง ติดรถไปกัน แวะนั่งร้านน้ำชาในเมืองแหล้วรู้เอง.
แหล้วหมันเกี่ยวไหร กับเรื่องทีกำลังเจ็บหัว..ไอ้สะหม้อ สอดขึ้นถาม..
ไอ้แจ็กจ้อง หมันเล่าให้กูฟัง ว่าบ้านพรรคพวกหมันที่ในเมือง ถูกไฟหม้าย แล้ว ไปเอาน้ำจากท่อแดง ท่อน้ำฉุกเฉิน มาดับไฟ หลังจากนั้น 2-3 วัน ถูกเรียกเก็บค่าน้ำหลายบาท.
แหล้วเมื่อน้ำฮั้นกูขึ้กูเหยี้ยวใส่ มันไหลไปจากบ้านกู..ไอ้สะหม้อขึ้นเสียงแข็ง มันมาเรียกเก็บเงินได้พรือ ตอนมาขอคะแนนวันหลังไม่ต้องให้..ชาดเปรตเหมือนกันแหม็ด พอได้เป็นใหญ่เป็นโต
แหล้ว..พรรคพวกว่าพรือมั้งไอ้แจ็กจ้อง ไอ้สะหม้อหันไปถาม เหมื่อได้ยินเสียงล้างตีนที่หัวได..
มันอีว่าไหร มันว่าคนอื่น ปกป้องบ้านเองถูกผู้ว่าถูกรองผู้ว่าแจ้งความ หนักว่าหมันหลาว..