การผ่าตัดสปีดบอลของ USA คิรายยอมตัด Hooker ออก

การผ่าตัดสปีดบอลของ USA คิรายยอมตัด Hooker ออก

การที่เมกาเปลี่ยนการเล่นด้วยสปีดบอลที่เร็ว ใช้วิธีการโจมตีที่เร็วไม่ให้คู่แข่งทันตั้งตัวด้วยบอลวายหน้า วายหลัง บอลสั้นกลาง ทำให้การมีหัวเสา spike สูงๆ ไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป

คิรายมองเห็นปัญหาถ้ายังมีผู้เล่น outstanding อยู่ไม่กี่คนในทีมด้วยการยกโด่งสูงมากๆ กับการปรับระบบทีมให้ทุกคนเล่นสปีดบอลในระดับเดียวกันเ คนที่เล่นโค้งหน้าเคยชินกับการยกโด่ง ต้องปรับตัวมาเล่นบอลวายสปีดเร็ว ทำให้ทุกคนช่วยกันกระจายทำแต้ม ไม่มีใครแบกทีมอีกต่อไป ยกเว้นมีบอลแก้ที่ต้องยกโด่ง

ในความเป็นจริงของ Neural Pathway หลักการทำงานของสมอง เซ็ตเตอร์ที่ต้องปรับสปีดสลับไปมาระหว่างเร็วกับช้า ต้นเกมอาจจะสามารถควบคุมสปีดบอลได้ แต่เนื่องจากสมองของคนเราถูกโปรแกรมอยู่โหมด fight to fight คือโหมดเอาตัวรอดของการแข่งขัน การทำงานในสมองของเซตเตอร์ที่ต้องอาศัยความเคยชิน auto-pilot แบบอัตโนมัติ คือเล่นจากสัญชาตญาณจากความเคยชิน เหมือนเราขับรถกลับบ้าน ไม่หลงทางแม้เราจะคุยโทรศัพท์หรือคุยกับคนในรถ เราก็กลับบ้านถูก

พอคนเราอยู่ในโหมด fight to fight เกมมันตึงเครียด ต้องทำแต้มเอาตัวรอด สมองของคนเราจะทำงานโดยการดึงเอาความทรงจำในอดีตเก่าๆมาประมวลผล ดังนั้นการคุมสปีดบอลจะเป็นเรื่องยาก พอเห็นหน้าผู้เล่นหัวเสาที่เคยเล่นบอลโค้งสูง เซ็ตเตอร์ก็จะยกสูงให้แบบอัตโนมัติ แล้วดึงสปีดบอลโยนให้คนอื่นช้าลงแบบไม่รู้ตัว

กรณีศึกษาจากแมทซ์ ไทย-รัสเซีย ใน 2 เซ็ทแรกพู่จ่ายบอลด้วยสปีดบอลที่ดี สามารถเอาชนะรัสเซียได้ขาดลอย แต่พอมีการเปลี่ยนคู่เซ็ตเตอร์เป็นนุศรากับอรอุมาปุ๊บ สปีดบอลช้าลงทันที กลายเป็นรัสเซียเสิร์ฟหนัก เราไม่สามารถต้านทาน ทำ side out กลับมาได้ การเปลี่ยนเซ็ตเตอร์ไม่ใช่เป็นการเปลี่ยนเกมส์ แต่การเปลี่ยน อรอุมา คือ การเบรคสปีดบอลตัวเอง ทำให้สปีดบอลช้าลงต้องยกโด่ง บล็อคนรัสเซียขึ้นเหมือนเดิม แต่สปีดบอลช้าทำให้ไม่สามารถตีผ่านบล็อคได้

อรอุมาไม่ใช่ตัวปัญหา สามารถทำหน้าที่ ขุดฟอร์มตัวเองได้ดีมาตลอด สามารถเล่นกับทีมตัวไม่สูงมากอย่างทีมเอเชียได้อย่างดี แต่กับทีมตัวสูงมากๆ อรอุมาไม่สามารถเค้นฟอร์มเพื่อตบ เคาะ วาง หนีบอลได้ง่าย

หลักการทำงานสมองคนเรา อะไรที่ทำซ้ำๆ บ่อยๆ สมองจะสร้างนิวรอนเส้นประสาทในสมองให้ใหญ่ขึ้น แข็งแรงขึ้น แต่อะไรที่เราไม่ได้ใช้ เส้นประสาทอันนั้นจะค่อยๆฝ่อลง การเปลี่ยนพฤติกรรมการเซ็ตให้เร็วของเซ็ตเตอร์ก็เช่นกันต้องทำต่อเนื่องเป็นระยะเวลานึง ไม่หวนไปเซ็ตบอลรูปแบบเดิมๆ เส้นประสาทชุดที่ต้องการจะงอก แตกแขนงแข็งแรงขึ้น

นุศราเคยเป็นคนที่เล่นสปีดไว แต่หลังๆต้องไปเล่นลีคยุโรป เส้นประสาทของการเซ็ทบอลแบบยกสูงแข็งแรงขึ้น พอนุศราถูก trigger กระตุ้นด้วยสิ่งแวดล้อมเดิมๆ เช่น เห็นคู่แข่งตัวสูงๆ เห็นหน้าอรอุมา ระบบ auto pirot ในสมองจะทำงานแบบไม่รู้ตัว

  พู่ก็เช่นกัน เส้นประสาททางเดินของการเซ็ตที่ช้าซึ่งแข็งแรงมาก สมองต้องสร้างนิวรอนเส้นประสาทชุดใหม่ด้วยการเซ็ตสปีดบอลให้เร็วขึ้น ซึ่งยังไม่แข็งแรง พอเล่นไปเรื่อยๆหรือเห็นหน้าอรอุมา ระบบ auto pirot อัตโนมัติ ก็จะเซ็ตบอลช้า สปีดบอลโดยรวมจะช้าลงทั้งทีม การสร้างนิสัยการเซ็ตใหม่ๆจึงไม่ควรกลับไปกลับมาระหว่างการเซ็ตแบบเก่า ต้องทำซ้ำๆ ต่อเนื่อง ระยะเวลานึงจึงจะเป็นนิสัยถาวร การที่ switch สปีดบอลเร็ว-ช้าไปมา ทำให้สปีดบอลช้าลง  จนโค้ชด่วนต้องเตือน '' เล่นยกโด่งแบบนี้เราก็ตาย  เซ็ตให้มีสปีดหน่อย''

Hooker คือ คิลเลอร์หัวเสาที่โดดเด่นช่วยทีมชาติเมกามาตลอด จนแล้วจอดรอดรอให้คิรายเรียกตัว ทั้งทีผลงานในลีคก็ยังดี  ก็ยังไม่มีวี่แวว ไม่ใช่ว่า Destinee Hooker เล่นไม่ดี แต่การที่มี Hooker เข้ามาในทีมทำให้สปีดบอลรวน คิรายจึงไม่ยอมเสี่ยง

อรอุมาไม่ใช่เล่นไม่ดี ไม่ใช่ตัวปัญหา เพียงแต่ต้องปรับตัว เล่นบอลวายกับทีม สปีดบอลทั้งระบบของทีมไทยจึงจะไม่รวน ซึ่งประสบการณ์ที่สูง การเข้าบอลที่เร็ว พลกำลังที่ตบหนัก มหาศาล อรอุมาจะเป็นผู้เล่นที่น่ากลัวมาก
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่