
ถึงเวลายก เอแด็น อาซาร์ เก่งที่สุดในพรีเมียร์ลีก ?
มีข้อถกเถียงกันมาตลอดว่าพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ใครเป็นนักเตะที่เก่งที่สุด แน่นอนว่าหากพิจารณาจากฟอร์มการเล่น หลายคนคงพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า โมฮาเหม็ด ซาลาห์ หรือ เควิน เดอ บรอยน์ บางเสียงอาจจะแตกออกมาว่าควรเป็น แฮร์รี่ เคน แต่กับมีนักเตะคนนึงที่ไม่ได้ถูกนำมาพูดถึงในประเด็นนี้นั่นก็คือ เอแด็น อาซาร์
แม้ว่าเขาจะประสบความสำเร็จด้วยการซัดไป 12 ประตู และทำ 4 แอสซิสต์ รวมทั้งเป็นนักเตะสำคัญที่นำ "สิงโตน้ำเงินคราม" คว้าแชมป์เอฟเอ คัพ เมื่อซีซั่นที่ผ่านมา แต่ผลงานที่ดีเยี่ยมของ อาซาร์ โดนบดบังจากฟอร์มที่ย่ำแย่ของต้นสังกัดที่จบในอันดับ 5 ตารางลีกเมืองผู้ดี
ต้องยอมรับว่าแฟนบอล "สิงห์บลูส์" ผิดหวังมากๆ กับฤดูกาลที่ผ่านมา (แม้จะคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ) หลังจากสิ่งที่พวกเขาประสบความสำเร็จในฤดูกาล 2016-17 เมื่อ เชลซี คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ภายใต้การบริหารงานดีมีคุณภาพของกุนซืออันโตนิโอ คอนเต้ ซึ่งเป็นซีซั่นแรกที่เขานำทัพ และยังทะลุเข้าชิง เอฟเอ คัพ แต่น่าเสียดายที่แพ้ อาร์เซน่อล ของ อาร์แซน เวนเกอร์
ยังไม่หมดแค่นั้นเพราะพวกเขาต้องผิดหวังซ้ำอีกครั้งเมื่อแพ้ "ไอ้ปืนใหญ่" ในรายการชิงโล่การกุศล คอมมิวนิตี้ ชิลด์ แม้ชวดแชมป์ฟุตบอลถ้วยในประเทศแต่จบซีซั่นได้แชมป์ลีกอังกฤษ ก็ยังถือว่าแฮปปี้สำหรับแฟนบอล, บอร์ดบริหาร และนักเตะ อย่างไรก็ตามในฤดูกาล 2017-18 พวกเขาผิดหวังทั้งชวดตั๋วไปลุยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่ยังดีที่ได้ อาซาร์ ซัดประตูชัยนำทีมคว่ำ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในนัดชิง เอฟเอ คัพ
สำหรับในศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย แน่นอนว่า อาซาร์ ไม่ใช่แค่ทำผลงานได้ดี แต่เขาโชว์ฟอร์มสุดยอดเกินห้ามใจ มีโอกาสยิงประตูงามๆ และแน่นอนว่าเขาเป็นนักเตะที่เก่งที่สุดของ "ปีศาจแดงแห่งยุโรป" ในมหกรรมลูกหนังแห่งมวลมนุษยชาติที่ดินแดนหมีขาว
อาซาร์ มีส่วนเกี่ยวข้องกับ 5 ประตูจาก 6 แมตช์ของ เบลเยียม ในเกมลูกหนังโลก โดยส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่าย 3 ลูก และทำ 2 แอสซิสต์ แม้ในเกมที่พบกับ ฝรั่งเศส ซึ่งเน้นการเล่นเกมรับในรอบรองชนะเลิศ เกมนั้น จอมทัพเชลซี ได้แสดงให้เห็นถึงคุณภาพในการลากเลื้อย และป่วนแนวรับ "ตราไก่" ได้ตลอด
แม้สุดท้ายแล้ว เบลเยียม จะแพ้ แต่ อาซาร์ ได้รับเสียงชื่นชมอย่างมากซึ่งเขาสมควรได้รับสิ่งนี้จริงๆ นอกจากนี้ อาซาร์ ยังซัดประตูสำคัญในเกมชนะ อังกฤษ 2-0 ทำให้ เบลเยียม คว้าอันดับ 3
เข้าสู่ฤดูกาล 2018-19 อาซาร์ ยังคงทำผลงานได้น่าตื่นตาตื่นใจ ทั้งโชว์คุณภาพในการกระชากลากเลื้อย, การผ่านบอลที่สุดเพอร์เฟกต์, วิสัยทัศน์ที่เฉียบคมดั่งตาเหยี่ยวในการส่งบอลให้เพื่อนร่วมทีมไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ในทุกๆ พื้นที่สนาม แน่นอนว่าสไตล์การเล่นของเขาทำให้แฟนบอลโดยเฉพาะสาวก "สิงโตน้ำเงินคราม" มีความสุขที่ได้เห็นลีลาของเขา
อาซาร์ ยิงประตูแรกของเขาในฤดูกาลนี้จังหวะจุดโทษในเกมชนะ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 2-1 จากในในเกมลีกวันที่ 15 กันยายน อาซาร์ ซัดแฮตทริกในแมตช์ถลุง คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ 4-1 สำหรับตอนนี้เจ้าตัวนำดาวซัลโวพรีเมียร์ลีก ด้วยสถิติ 5 ประตู กับ 2 แอสซิสต์
หลังจากนั้น อาซาร์ ที่ลงมาเล่นเป็นตัวสำรองในเกมพบ ลิเวอร์พูล ที่แอนฟิลด์ ศึกคาราบาว คัพ รอบ 3 และทำให้โลกได้เห็นถึงความเป็นนักเตะเวิลด์คลาส เมื่อโชว์ลีลากระชากบอลหลอกทั้ง โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ กับ อัลแบร์โต้ โมเรโน่ ก่อนตะบันบอลเข้าไปซุกก้นตาข่าย นำต้นสังกัดปราบ "หงส์แดง" อย่างสุดยอด
สำหรับตอนนี้ โม ซาลาห์ ยังไม่สามารถทำผลงานได้อย่างสุดยอดเหมือนกับฤดูกาลก่อน ขณะที่ เคน ก็ดูเหมือนยังไม่ได้อยู่ในฟอร์มเด็ด ส่วน เดอ บรอยน์ ยังไม่สามารถประเมินผลงานได้เพราะเขายังอยู่ในช่วงพักฟื้นร่างกายจากอาการบาดเจ็บที่หัวเข่า
จากปัจจัยหลายๆ อย่างในเวลานี้ต้องยอมรับว่า อาซาร์ เป็นนักเตะที่เก่งที่สุดในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ และหากยังคงรักษามาตรฐานชั้นยอดแบบนี้ต่อไป คงไม่ใช่เรื่องเซอร์ไพรส์ที่ชื่อของเขาจะขึ้นมาเทียบชั้น คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กับ ลิโอเนล เมสซี่ ในอนาคต
เครดิต SiamSport
'อาซาร์' เก่งที่สุดในพรีเมียร์ลีกจริง หรือ มโน?
มีข้อถกเถียงกันมาตลอดว่าพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ใครเป็นนักเตะที่เก่งที่สุด แน่นอนว่าหากพิจารณาจากฟอร์มการเล่น หลายคนคงพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า โมฮาเหม็ด ซาลาห์ หรือ เควิน เดอ บรอยน์ บางเสียงอาจจะแตกออกมาว่าควรเป็น แฮร์รี่ เคน แต่กับมีนักเตะคนนึงที่ไม่ได้ถูกนำมาพูดถึงในประเด็นนี้นั่นก็คือ เอแด็น อาซาร์
แม้ว่าเขาจะประสบความสำเร็จด้วยการซัดไป 12 ประตู และทำ 4 แอสซิสต์ รวมทั้งเป็นนักเตะสำคัญที่นำ "สิงโตน้ำเงินคราม" คว้าแชมป์เอฟเอ คัพ เมื่อซีซั่นที่ผ่านมา แต่ผลงานที่ดีเยี่ยมของ อาซาร์ โดนบดบังจากฟอร์มที่ย่ำแย่ของต้นสังกัดที่จบในอันดับ 5 ตารางลีกเมืองผู้ดี
ต้องยอมรับว่าแฟนบอล "สิงห์บลูส์" ผิดหวังมากๆ กับฤดูกาลที่ผ่านมา (แม้จะคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ) หลังจากสิ่งที่พวกเขาประสบความสำเร็จในฤดูกาล 2016-17 เมื่อ เชลซี คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ภายใต้การบริหารงานดีมีคุณภาพของกุนซืออันโตนิโอ คอนเต้ ซึ่งเป็นซีซั่นแรกที่เขานำทัพ และยังทะลุเข้าชิง เอฟเอ คัพ แต่น่าเสียดายที่แพ้ อาร์เซน่อล ของ อาร์แซน เวนเกอร์
ยังไม่หมดแค่นั้นเพราะพวกเขาต้องผิดหวังซ้ำอีกครั้งเมื่อแพ้ "ไอ้ปืนใหญ่" ในรายการชิงโล่การกุศล คอมมิวนิตี้ ชิลด์ แม้ชวดแชมป์ฟุตบอลถ้วยในประเทศแต่จบซีซั่นได้แชมป์ลีกอังกฤษ ก็ยังถือว่าแฮปปี้สำหรับแฟนบอล, บอร์ดบริหาร และนักเตะ อย่างไรก็ตามในฤดูกาล 2017-18 พวกเขาผิดหวังทั้งชวดตั๋วไปลุยยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แต่ยังดีที่ได้ อาซาร์ ซัดประตูชัยนำทีมคว่ำ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในนัดชิง เอฟเอ คัพ
สำหรับในศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย แน่นอนว่า อาซาร์ ไม่ใช่แค่ทำผลงานได้ดี แต่เขาโชว์ฟอร์มสุดยอดเกินห้ามใจ มีโอกาสยิงประตูงามๆ และแน่นอนว่าเขาเป็นนักเตะที่เก่งที่สุดของ "ปีศาจแดงแห่งยุโรป" ในมหกรรมลูกหนังแห่งมวลมนุษยชาติที่ดินแดนหมีขาว
อาซาร์ มีส่วนเกี่ยวข้องกับ 5 ประตูจาก 6 แมตช์ของ เบลเยียม ในเกมลูกหนังโลก โดยส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่าย 3 ลูก และทำ 2 แอสซิสต์ แม้ในเกมที่พบกับ ฝรั่งเศส ซึ่งเน้นการเล่นเกมรับในรอบรองชนะเลิศ เกมนั้น จอมทัพเชลซี ได้แสดงให้เห็นถึงคุณภาพในการลากเลื้อย และป่วนแนวรับ "ตราไก่" ได้ตลอด
แม้สุดท้ายแล้ว เบลเยียม จะแพ้ แต่ อาซาร์ ได้รับเสียงชื่นชมอย่างมากซึ่งเขาสมควรได้รับสิ่งนี้จริงๆ นอกจากนี้ อาซาร์ ยังซัดประตูสำคัญในเกมชนะ อังกฤษ 2-0 ทำให้ เบลเยียม คว้าอันดับ 3
เข้าสู่ฤดูกาล 2018-19 อาซาร์ ยังคงทำผลงานได้น่าตื่นตาตื่นใจ ทั้งโชว์คุณภาพในการกระชากลากเลื้อย, การผ่านบอลที่สุดเพอร์เฟกต์, วิสัยทัศน์ที่เฉียบคมดั่งตาเหยี่ยวในการส่งบอลให้เพื่อนร่วมทีมไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ในทุกๆ พื้นที่สนาม แน่นอนว่าสไตล์การเล่นของเขาทำให้แฟนบอลโดยเฉพาะสาวก "สิงโตน้ำเงินคราม" มีความสุขที่ได้เห็นลีลาของเขา
อาซาร์ ยิงประตูแรกของเขาในฤดูกาลนี้จังหวะจุดโทษในเกมชนะ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 2-1 จากในในเกมลีกวันที่ 15 กันยายน อาซาร์ ซัดแฮตทริกในแมตช์ถลุง คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ 4-1 สำหรับตอนนี้เจ้าตัวนำดาวซัลโวพรีเมียร์ลีก ด้วยสถิติ 5 ประตู กับ 2 แอสซิสต์
หลังจากนั้น อาซาร์ ที่ลงมาเล่นเป็นตัวสำรองในเกมพบ ลิเวอร์พูล ที่แอนฟิลด์ ศึกคาราบาว คัพ รอบ 3 และทำให้โลกได้เห็นถึงความเป็นนักเตะเวิลด์คลาส เมื่อโชว์ลีลากระชากบอลหลอกทั้ง โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ กับ อัลแบร์โต้ โมเรโน่ ก่อนตะบันบอลเข้าไปซุกก้นตาข่าย นำต้นสังกัดปราบ "หงส์แดง" อย่างสุดยอด
สำหรับตอนนี้ โม ซาลาห์ ยังไม่สามารถทำผลงานได้อย่างสุดยอดเหมือนกับฤดูกาลก่อน ขณะที่ เคน ก็ดูเหมือนยังไม่ได้อยู่ในฟอร์มเด็ด ส่วน เดอ บรอยน์ ยังไม่สามารถประเมินผลงานได้เพราะเขายังอยู่ในช่วงพักฟื้นร่างกายจากอาการบาดเจ็บที่หัวเข่า
จากปัจจัยหลายๆ อย่างในเวลานี้ต้องยอมรับว่า อาซาร์ เป็นนักเตะที่เก่งที่สุดในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ และหากยังคงรักษามาตรฐานชั้นยอดแบบนี้ต่อไป คงไม่ใช่เรื่องเซอร์ไพรส์ที่ชื่อของเขาจะขึ้นมาเทียบชั้น คริสเตียโน่ โรนัลโด้ กับ ลิโอเนล เมสซี่ ในอนาคต
เครดิต SiamSport