แฟนถูกจับยาบ้า18เม็ดและไอซ์0.53กรัม แฟนรับสารภาพว่าเป็นของเขาแต่ความจริงไม่ใช่ของแฟน ต้องทำยังไงดีค่ะ

กระทู้คำถาม
เรามีเรื่องขอคำแนะนำหรือจะเรียกอีกอย่างนึงว่าเราต้องการแสดงความรับผิดชอบจะดีกว่าค่ะ คือเรื่องมีอยุ่ว่านะคะ
เราอยุ่กับแฟนมาปีที่4แล้วค่ะ เราไม่ได้ทำงานแฟนทำคนเดียว ทุกอย่างในบ้านแฟนเปนคนรับผิดชอบเราเลี้ยงลูกให้แฟนและลูกของเราเองเรามีลูกติดกันคนละ 1คนค่ะ แต่เราไม่ได้จดทะเบียนกันค่ะ
เมื่อวันที่12/สิงหา/2561เป็นวันแม่แห่งชาติ แฟนเราขับรถเก๋งออกจากบ้านและไปรับลูกนัองของแฟนไปซื้อโทรศัพท์ที่ตลาดขากลับเจอตำรวจในทางเข้าหมู่บ้านพอดี ตำรวจเรียกรถแฟนเราจอด และ ขอตรวจค้น ภายในรถและตัวของแฟน และลูกน้องของแฟนที่นั่งมาด้วยกัน 1 คน ภายในรถไม่มีสิ่งของต้องสงสัยใดๆ แต่ที่ตัวของแฟนเรา มีกระเป๋าสะพายใบเล็กๆ ตำรวจได้ขอดู และพบว่า มียาบ้า 18เม็ด และยาไอซ์ 0.53 กรัม แฟนเรามีอาการตกใจนิดหน่อย และตำรวจก็ได้สอบถามเบื้องต้นว่า ยานี้เป็นของใคร แฟนจึง รับสารภาพ ว่าเป็นของเขาคนเดียวลูกน้องของเขาไม่เกี่ยวหลังจากนั้น ตำรวจก็นำตัวแฟนเราไปที่โรงพัก และ ลงบันทึกจับกุม ซึ่งในขณะนั้นเรายังไม่รู้เพราะยังไม่มีการติดต่อใดๆจากเจ้าหน้าที่ตำรวจและแฟนของเรา แฟนเราถูกจับประมาณ 11 โมงเช้า แล้วประมาณเที่ยงกว่าๆเราจึงได้รับโทรศัพท์จากแฟนของเรา ว่าถูกจับ มียา ตอนนี้อยู่ที่โรงพัก เราตกใจมาก แต่ตอนนั้น ไม่คิดว่า เรื่องจะหนักและร้ายแรงขนาดนี้ เพราะ แฟนเรา ไม่ได้เป็นคนที่ใช้ยา และ แฟนเรา ไม่ใช่พ่อค้ายา แต่ครั้งอดีต เมื่อ 5 ปีที่แล้ว แฟนเรามีการใช้ยาจริง แต่ได้ผ่านการบำบัดมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และได้รับใบบริสุทธิ์ ซึ่งตั้งแต่เราอยู่กับแฟนมา แฟนเราก็ไม่มีพฤติกรรม ที่จะใช้ยาหรือ ค้า ยาเลย แต่แฟนเราถูกตั้งข้อหา มีไว้ครอบครองเพื่อจำหน่าย ซึ่งตอนนั้นเราไม่รู้ว่าจะช่วยแฟนยังไง รถ เราโดนยึด อยู่ที่โรงพัก แฟนเราถูกจับกุมและอยู่ในห้องขังที่สถานีตำรวจ เรายอมรับว่าเรากลัวมาก และไม่กล้า ที่จะพูดความจริง ความจริงก็คือ ยา ที่อยู่ที่ตัวแฟนเรา มันเป็นของเรา แต่ว่า กระเป๋าที่ใส่ยานั้น ตอนแรกมันวางอยู่ที่เบาะ คนนั่ง แต่แฟนเราไปรับลูกน้องเพื่อไปซื้อโทรศัพท์ แฟนเราจึงได้หยิบกระเป๋าของเราใบนั้น มาสวมใส่ที่ตัวของเขา โดยที่เขาไม่รู้ตัวเลยว่าในนั้นมีอะไร เรายอมรับว่าเราผิด แล้วเราก็ ไม่ได้สารภาพผิดไปในวันนั้น เพราะ เราห่วงลูก ทั้งลูกเราและลูกของแฟน เราคิดตอนนั้น แค่ว่า เราจะติดคุกด้วยกันไม่ได้ เพราะจะไม่มีใครดูลูก แฟนเราเป็นคนดีมาก เราอยู่กับแฟนมาเราไม่เคยทำงาน เขาไม่เคยว่าแต่ เราก็ยังทำสิ่งที่ไม่ดี ถ้าถามว่า เราทำไมถึงมียาเยอะขนาดนั้น จริงๆแล้ว เราใช้ยาเพื่อ ลดความอ้วน มันฟังดูสิ้นคิดมาก เราไม่รู้จะพูดคำว่าขอโทษกี่ครั้งมันก็คงไม่ช่วยอะไร แต่เราใช้มันเพื่อลดความอ้วนจริงๆ ในความรู้สึกของผู้หญิงคนหนึ่ง ที่มีน้ำหนักตัวถึง 100 กิโล มันเป็นทางออกสุดท้ายจริงๆ เพราะเรากินยาลดความอ้วนมาเยอะมากจนมันเกิดโยโย่เอฟเฟค มันเลยกลายเป็นจุด เล็กๆ ที่สร้างความหายนะให้กับชีวิตของเราและครอบครัวเรา ถามว่าแฟนเรารู้ไหม เราไม่แน่ใจ แต่ว่า ตั้งแต่ที่เราใช้มาน้ำหนักเราจาก 100 กิโล ตอนนี้เราเหลือน้ำหนักอยู่ที่ประมาณ 78 กิโล ซึ่งมันเป็นความ พึ่งพอใจของเรามากเราไม่อยากเป็นคนอ้วนแค่นั้น แต่เราไม่คิดว่า สิ่งนี้มันจะทำให้ชีวิตของครอบครัวเรา เปลี่ยนไป จากชีวิตคนปกติ กลับกลายเป็นพ่อค้ายาบ้าแฟนเราทำงานหนักและเหนื่อย แฟนเราทำงานขับรถขนขยะโรงงานขนขยะรีไซเคิล สู้งานหนักทุกอย่าง แต่เรา ไม่ต้องทำอะไร เราก็สบายดี แล้วเรา ก็ยังทำให้แฟนเราต้องไปติดคุกแทนเราอีก เราไม่สามารถที่จะใช้ชีวิตอยู่ เหมือนคนปกติได้เลย แม่ของแฟนเรา สงสารเรากับลูก แม่จึงช่วยได้แค่ประกันตัวออกมา ไม่ได้ประกันมาเพื่อมาสู้คดีนะคะ แต่ตอนนั้นแม่ตั้งใจว่า ขอแค่ประกันตัวลูกชายออกมาเพื่อให้ได้มาลาครอบครัวและก้มหน้ารับกรรมกับสิ่งที่เกิด แม่อยู่เมืองนอกค่ะ ตอนนี้แม่กลับไปแล้ว เหลือแค่พวกเราพ่อแม่ลูก วันที่ 1 ตุลาคม 2561 แฟนเราต้องไปรายงานตัวเป็นครั้งที่ 4 แล้วค่ะ มันมีคำถาม อยู่ในหัวเราตลอดเวลา ว่า เราจะปล่อยให้แฟนเรา ไปติดคุกแทนเราจริงๆหรือ เพราะถ้าเป็นแบบนั้น อาจจะไม่นานเท่าไหร่ค่ะ เคยปรึกษาทนายทนายบอกว่า ถ้ารับสารภาพก็คงไม่เกิน 3 ปี แต่ เวลา 3 ปี ถ้าแฟนเราได้อยู่ข้างนอก ได้ทำงานได้ใช้ชีวิตปกติเหมือนเหมือนคนอื่น มันจะดีกว่าไหม ถ้ามองกลับมาที่เรา ซึ่งเป็นคนที่ทำความผิด แต่ได้อยู่บ้าน แต่งานไม่มีทำ แล้วเราจะเอาอะไรมาเลี้ยงลูก เราไม่ใช่คนที่นี่ค่ะเราแทบไม่รู้จักใครเลย แล้วเราก็ ไม่สามารถที่จะ ใช้ชีวิตอยู่ โดยที่รู้ว่า แฟนเรากำลังทุกข์อยู่ในคุกตอนนี้ เราแค่ตัดสินใจว่า เราอยากจะบอกความจริงกับตำรวจทุกอย่าง แล้วอยากให้แฟนเราเป็นอิสระ เราอยากรู้ว่า ถ้าเราบอกตำรวจไปแล้ว แฟนเราจะได้รับอิสรภาพไหมคะ แฟนเราจะพ้นจากข้อหา พี่มีในใบบันทึกจับกุมไหมคะ เพราะรถ เป็นชื่อของเรา แล้วของ พี่อยู่ในกระเป๋า มันก็เป็นของเรา แล้วเราก็เป็นคนที่ใช้มันเองจริงๆ ถ้าเรารับสารภาพ แฟนเราจะเป็นอิสระไหมคะ ตอนนี้ แฟนยังไม่ได้ติดคุกนะคะ แล้วเราคิดว่าแฟนเราก็ไม่สมควรที่จะต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เราทำกับความโง่เขาของเรา และความคิด ที่ใช้ยาเสพติด มาเป็นวิถีทางแห่งการลดความอ้วน เราจะถูกตัดสินกี่ปีเราไม่รู้ค่ะเราไม่เคยถูกจับ เราแค่อยากรับผิดชอบในสิ่งที่เราทำ เรารักเขามาก มากจนเกินกว่าที่จะเห็นเขา ไปอยู่ในที่ลำบากแทนเราแบบนั้น เราแค่อยาก ให้เขาอยู่ เขาอาจจะดูแลลูกได้ดีกว่าเราค่ะ ขอคำแนะนำสักหน่อยนะคะตอนนี้ เราไม่รู้จะหันหน้าไปทางไหนจริงๆเราไม่กล้าบอกใครเราไม่กล้าถามใครเพราะเรากลัว แล้วก็ขอขอบคุณสำหรับคำแนะนำล่วงหน้านะคะ ขอบคุณมากค่ะ
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่