สวัสดีค่ะ เราเพิ่งสมัครพันทิปเข้ามาใหม่เอี่ยมเพื่อเข้ามาปรึกษาปัญหานี้โดยเฉพาะ ผิดพลาดประการใดก็ขออภัยด้วยนะคะ
ปล. ถ้าอยากได้อรรถรสจะอ่านตั้งแต่ต้นจบก็ได้ค่ะ แต่ถ้าขี้เกียจก็ข้ามไปอ่านตรง (***) ได้เลย
.
.
.
เริ่มเข้าเรื่องเลยดีกว่า...
เรื่องนี้เกิดขึ้นกับครอบครัวเราเอง บ้านเรามีกัน 5 คน...มีพ่อ แม่ พี่สาว น้องสาว และเราค่ะ พ่อรับราชการ แม่ทำงานบริษัท พี่สาวเราเรียนจบโทเมื่อ 2 ปีที่แล้วกำลังทำงาน เราเรียนมหาลัยปี 3 ส่วนน้องสาวอยู่ ม.5 ค่ะ
ครอบครัวเรามีฐานะปานกลาง ใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายและต้องยอมรับตรงนี้เลยว่าเราไม่เคยเจอปัญหาครอบครัวแบบจริงจังมาก่อน พ่อแม่มีการทะเลาะกันบ้าง แต่ไม่ได้ใหญ่โตอะไร (ที่จริงอาจจะมีแต่พ่อกับแม่พยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้พวกเราเห็นค่ะ)
และด้วยการทำงานรับราชการ ทำให้ต้องพ่อย้ายที่ทำงานไปรับตำแหน่งในต่างจังหวัด รู้สึกว่าตอนนั้นเป็นช่วงที่เราเรียนประถมถึง ม.ต้น กินเวลาไปประมาณ 10 ปี ซึ่งต้อนนั้นเรากับน้องอาศัยอยู่กับแม่ค่ะ ส่วนพ่อจะกลับบ้านทุกวันศุกร์แล้วกลับไปทำงานวันอาทิตย์ ขณะนั้นครอบครัวยังปกติดีค่ะ แต่การที่พ่ออยู่ไกลทำให้เรากับน้องสนิทกับแม่มากกว่าพ่อ (ช่วงเวลา 10 ปีนี้แหละค่ะที่ทำให้เกิดประเด็น)
จนเวลาผ่านไปพ่อก็ย้ายที่ทำงานไปที่จังหวัดทางภาคเหนือ พี่สาวเรียนต่อโท เราเข้ามหาวิทยาลัยในกทม. ส่วนน้องสาวย้าย รร. มาอยู่กับพ่อเพื่อรับโควต้าภาคเหนือของมหาวิทยาลัยหนึ่ง ในขณะที่แม่ยังอยู่ที่บ้านเดิมคนเดียวค่ะ(แม่คงเหงามากก ตอนน้องจะย้ายแม่ร้องไห้ด้วย)
จนมาถึงเวลาปัจจุบัน ถ้ามองภายนอกครอบครัวเราดูอบอุ่นค่ะ ช่วงเทศกาลเวลาถ่ายรูปลงโซเชียลคนก็จะเข้ามาคอมเมนต์ว่า 'ครอบครัวน่ารัก อบอุ่นจัง' อะไรทำนองนี้ ซึ่งเราก็ได้แต่ยิ้มมุมปากในใจ เพราะเราสนิทแค่กับแม่อะค่ะ กับพ่อจะเกร็งๆ เพราะสมัยเราเด็กเค้าดุมากจนเราฝังใจ มีแต่พี่สาวคนโตที่พอจะสนิทกับทั้งพ่อและแม่ แต่เราก็ไม่ได้เก็บมาเป็นปัญหาเพราะคิดว่าเดี๋ยวโตอีกหน่อยก็อาจจะคุยกันง่ายขึ้นแหละ (ตอนนี้พ่ออายุ 60 กำลังจะเกษียณ ส่วนแม่อายุ 51 ค่ะ)
.
.
.
ช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเรารู้สึกว่าแม่ดูเซื่องซึมผิดปกติ จะว่าเครียดเรื่องงานก็ดูจะแปลกๆ เพราะแม่ก็เครียดเป็นปกติอยูแล้ว แต่จะไม่เศร้าหรือเนือยอย่างที่เรารู้สึกได้จากน้ำเสียงเวลาคุยโทรศัพท์ และต่อหน้าเราพ่อกับแม่ก็ทำตัวปกติสุดๆ จนเราก็คิดว่าแม่อาจจะเครียดเรื่องงานจริงๆ
แม่กับเราคุยกันเกือบทุกวันค่ะ ด้วยความที่เราไม่ค่อยพูดแม่จึงมักระบายเรื่องต่างๆ ให้เราฟังบ่อยๆ เราก็ตั้งใจรับฟังทั้งที่รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง(ส่วนใหญ่เป็นเรื่องคน หรือเรื่องที่ทำงาน)
พอมาครั้งนี้...ทั้งที่แม่ดูอัดอั้นตันใจจนบางครั้งร้องไห้ออกมา ก็ยังไม่ยอมเล่าปัญหาให้เราฟัง แต่แม่ก็มีคำถามแปลกๆ คล้ายๆ กับหัวข้อกระทู้หลุดออกมาให้เราสงสัย...เราก็เอ๊ะ! ใช่อย่างที่เราคิดมั้ยบีหนึ่ง
แล้วก็เป็นอย่างนั้นค่ะ บีหนึ่งไม่ได้บอก แต่ช่วงปิดเทอมเราบังเอิญได้ยินพ่อคุยโทรศัพท์กับเด็กค่ะ จะว่าเป็นหลานที่รู้จักน้องก็ยังเล็กเกินกว่าจะคุยกันรู้ความ เราจึงลองปรึกษาน้องสาวที่อาศัยอยู่กับพ่อค่ะ น้องบอกว่าได้ยินมานานแล้ว และน้องก็สงสัยเหมือนเรา เพราะพ่อแทนตัวเองว่า 'พ่อ' กับเด็กคนนั้น และหลังจากนั้นเราก็บอกพี่สาวด้วยค่ะ
เราสามพี่น้องมั่นใจไป 80% ค่ะว่าน่าจะพ่อมีลูกใหม่ แต่ท่าทางพ่อกับแม่ปกติมากจนเราเผื่อใจไว้ว่าอาจจะคิดมากไปเองอีก 20%
พูดตรงๆ ว่าเรารู้สึกผิดหวังกับพ่อ (ทั้งที่ยังไม่รู้ชัดๆ แต่เซนส์เรามันว่างั้น) แต่เค้าเป็นพ่อที่เราอาจจะไม่ได้คาดหวังอะไรมากนัก จึงไม่ได้เสียใจเท่าไหร่ มีแค่แอบน้ำตาซึมบ้าง เรารู้สึกสงสารแม่มากๆ ความรู้สึกในฐานะคนรักที่สร้างอะไรด้วยกันมามากมายมันคงเจ็บมาก ต่างจากเราที่ยังไงพ่อก็เป็นพ่อ ถึงจะไม่ได้สนิทแต่ท่านก็ดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายอย่างเต็มที่ เรื่องเดินทางไปนู่นนี่ก็เป็นคนจัดการให้ อยากเรียนอยากทำอะไรก็สนับสนุนค่ะ ไม่เคยละเลยลูกๆ แม้แต่คนเดียว
เรารอแม่บอกกับเราค่ะว่าเครียดเรื่องอะไรกันแน่ แต่แม่ก็อ้อมโลกตลอด พูดตรงๆว่าเราก็อึดอัดมาก...จนวันหนึ่งแม่ก็โทรมาด้วยอารมณ์เนือยๆ อีกตามเคย แม่ไม่มีอะไรจะพูดแต่โทรมาถอนหายใจให้ฟัง เรารู้สึกว่าไม่ได้ละแม่จะเครียดคนเดียวไม่ได้ เราจึงถามแม่ว่ามีเรื่องอะไรจะเล่ามั้ย และแม่ก็บ่ายเบี่ยงตามเคย (แม่รู้ว่าเรากับน้องไม่สนิทกับพ่อ เลยกลัวพวกเราจะเกลียดพ่อ) เราจึงพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ เลยค่ะว่า
Me : แม่บอกมาเถอะบางทีเรื่องที่แม่เครียดลูกอาจจะรู้อยู่แล้ว
Mom : ...(แม่อึ้งไปสักพักค่ะ) เรื่องอะไรไหนลูกเล่ามาก่อน
Me : ไม่อะ...แม่เล่ามาก่อนสิ เรื่องพ่อใช่มั้ย ถ้าใช่ลูกรู้มานานจนทำใจได้แล้ว
Mom : รู้ได้ยังไง
นั่นแหละค่ะ เราจึงเล่าเรื่องต่างๆ ให้แม่ฟัง และแม่ก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้เราฟังบ้าง ฟังไปก็หน่วงไปค่ะ
.
.
.
*** เริ่มอ่านจากตรงนี้ก็ได้จ้า ***
ตอนแรกเราคิดว่าพ่อแค่มีความสัมพันธ์กับผู้หญิงคนนั้นแค่ชั่วคราวแล้วพลาดค่ะ แต่จริงๆ คือพ่อคบกับผู้หญิงคนนั้น และผู้หญิงคนนั้นก็รู้อยู่แล้วพ่อมีครอบครัวแล้วเพราะทำงานที่เดียวกันค่ะ (ต่อไปขอแทน ผญ. คนนั้นว่า 'คุณหรี่' นะคะ555 นี่ไม่ได้แค้นเล้ยย แค่ตั้งชื่อไม่ถูกอะค่ะ เห็นชื่อนี้น่ารักเหมาะกับเค้าดี)
ตอนนี้ลูกของพ่อกับคุณหรี่เรียนอยู่ประถมต้นค่ะ ไม่แน่ใจเรื่องอายุ พ่อก็เลยต้องไปๆ มาๆ หลายบ้านอยู่หลายปี แต่ก็เนียนว่าไปประชุมนู่นนี่
จนกระทั่งไม่กี่เดือนที่ผ่านมามีผู้หวังดีประสงค์ร้ายโทรมาบอกแม่ เรื่องที่พ่อแอบซุกผู้หญิงและลูกค่ะ แม่โทรไปคาดคั้นพ่อและสุดท้ายพ่อก็ยอมรับค่ะ
แม่ขอให้พ่อเลิกกับเค้าค่ะ ตอนแรกพ่อรับปาก แต่ไปๆมาๆบอกเลิกไม่ได้เพราะมีลูกและเดี๋ยวเค้าเอาไปฟ้องแล้วจะโดนไล่ออกจากราชการ...จนตอนนี้พ่อจะเกษียณแล้วแต่ก็อ้างอีกว่าเค้าน่าสงสาร ต้องทำอะไรหลบๆ ซ่อนๆ ในขณะที่แม่ได้ทุกอย่างแล้ว อยู่เฉยๆเหมือนเดิมก็พอ
นี่ได้ฟังแล้วก็แบบว้อทเดอะ...!?
ใช่ค่ะในสายตาพ่อคือเค้าเป็นคนดีที่น่าสงสารนางฟ้ามาก ในขณะแม่โทรจิก คอยถามว่าไปไหน (พ่อชอบอ้างว่าไปประชุม) ชวนทะเลาะ บลาๆ กลายเป็นนางร้าย(?) เราไม่ค่อยได้พาร์ทนี้ของแม่ค่ะ ต่อหน้าเราแม่จะไม่เหวี่ยงไม่วีนเลย จนแม่เล่าให้ฟังก็ถึงรู้ว่าแม่ก็เหมือนผู้หญิงทั่วไป แต่แม่ก็บอกว่ามาเป็นหนักๆ ตอนเกิดเรื่องเนี่ยแหละ ก่อนหน้านี้ก็ไว้ใจและเคารพการตัดสินใจของพ่อมาตลอด
.
.
.
จนตอนนี้พ่อก็ยังไม่ทำอะไรให้ชัดเจนค่ะ คือพ่อแคร์แม่นะคะ ยังมาหามาดูแล แต่ก็ยังไม่แคร์มากพอที่จะทำตัวให้ชัดเจน ยังคงโกหกแม่เวลาจะไปหาคุณหรี่ทั้งที่แม่รู้ทัน และพอทะเลาะกันพ่อเป็นคนชนะเสมอ เพราะพ่อเป็นคนประเภทที่พูดเก่งมากค่ะ เก่งจนอีกฝั่งกลายเป็นคนผิดไปเลยค่ะ จะเถียงก็เถียงไม่ออกเพราะกว่าพ่อจะพูดเสร็จก็ลืมไปแล้วว่าจะตอบโต้ไปว่ายังไง ทำให้เคลียร์กันไม่ได้สักที
เราอยากจะช่วยแม่พูดค่ะ แต่คิดอีกทีมันก็เป็นเรื่องชีวิตคู่ที่พวกเค้าควรคุยกันเอง จนตอนนี้พ่อยังไม่รู้ค่ะว่าเรารู้เรื่องแล้ว (พ่อไม่อยากให้เรารู้ค่ะ เพราะกลัวลูกไม่รัก เค้าเคยแอบบ่นน้อยใจ หาว่าเรารักแต่แม่)
สำหรับแม่ คงอยากให้โอกาสพ่อตัดสินใจเลิกกับทางนั้น(แต่เราว่าไม่ได้ เพราะเด็กคนนั้นยังเล็ก และพ่อน่าจะรักคุณหรี่ด้วย)
เมื่อวานแม่ถามความเห็นเราอีกครั้ง เราก็ตอบไปว่า 'ถ้าเป็นลูกคงเลิกไปแล้ว' แม่ก็เงียบไปเลยค่ะ แต่ก็เจ้าใจว่ามันยากที่จะทำแบบนั้น
แล้วถ้าเป็นคุณล่ะคะ ถ้าอยู่ในสถานการณ์เดียวกับแม่เรา คุณจะทำยังไง?
ปล. 1 ใครมีประสบการณ์คล้ายกันก็มาแชร์ได้นะคะ
ปล. 2 ถ้าเนื้อหาเยอะจนอ่านยากหรือมีคำผิดก็ขออภัยนะคะ เราเรียบเรียงจากความรู้สึกล้วนๆ
ปล. 3 หากใครเจอสถานการณ์เดียวกันก็อยากบอกว่าเศร้าให้พอและมาเข้มแข็งไปด้วยกันเถอะค่ะ เรื่องนี้ไม่ได้เกิดกับคุณคนเดียวน้าาา
ถ้าสามีของคุณแอบไปมีลูกกับผู้หญิงคนอื่นทั้งๆที่มีครอบครัวอยู่แล้ว คุณจะ...?
ปล. ถ้าอยากได้อรรถรสจะอ่านตั้งแต่ต้นจบก็ได้ค่ะ แต่ถ้าขี้เกียจก็ข้ามไปอ่านตรง (***) ได้เลย
.
.
.
เริ่มเข้าเรื่องเลยดีกว่า...
เรื่องนี้เกิดขึ้นกับครอบครัวเราเอง บ้านเรามีกัน 5 คน...มีพ่อ แม่ พี่สาว น้องสาว และเราค่ะ พ่อรับราชการ แม่ทำงานบริษัท พี่สาวเราเรียนจบโทเมื่อ 2 ปีที่แล้วกำลังทำงาน เราเรียนมหาลัยปี 3 ส่วนน้องสาวอยู่ ม.5 ค่ะ
ครอบครัวเรามีฐานะปานกลาง ใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายและต้องยอมรับตรงนี้เลยว่าเราไม่เคยเจอปัญหาครอบครัวแบบจริงจังมาก่อน พ่อแม่มีการทะเลาะกันบ้าง แต่ไม่ได้ใหญ่โตอะไร (ที่จริงอาจจะมีแต่พ่อกับแม่พยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้พวกเราเห็นค่ะ)
และด้วยการทำงานรับราชการ ทำให้ต้องพ่อย้ายที่ทำงานไปรับตำแหน่งในต่างจังหวัด รู้สึกว่าตอนนั้นเป็นช่วงที่เราเรียนประถมถึง ม.ต้น กินเวลาไปประมาณ 10 ปี ซึ่งต้อนนั้นเรากับน้องอาศัยอยู่กับแม่ค่ะ ส่วนพ่อจะกลับบ้านทุกวันศุกร์แล้วกลับไปทำงานวันอาทิตย์ ขณะนั้นครอบครัวยังปกติดีค่ะ แต่การที่พ่ออยู่ไกลทำให้เรากับน้องสนิทกับแม่มากกว่าพ่อ (ช่วงเวลา 10 ปีนี้แหละค่ะที่ทำให้เกิดประเด็น)
จนเวลาผ่านไปพ่อก็ย้ายที่ทำงานไปที่จังหวัดทางภาคเหนือ พี่สาวเรียนต่อโท เราเข้ามหาวิทยาลัยในกทม. ส่วนน้องสาวย้าย รร. มาอยู่กับพ่อเพื่อรับโควต้าภาคเหนือของมหาวิทยาลัยหนึ่ง ในขณะที่แม่ยังอยู่ที่บ้านเดิมคนเดียวค่ะ(แม่คงเหงามากก ตอนน้องจะย้ายแม่ร้องไห้ด้วย)
จนมาถึงเวลาปัจจุบัน ถ้ามองภายนอกครอบครัวเราดูอบอุ่นค่ะ ช่วงเทศกาลเวลาถ่ายรูปลงโซเชียลคนก็จะเข้ามาคอมเมนต์ว่า 'ครอบครัวน่ารัก อบอุ่นจัง' อะไรทำนองนี้ ซึ่งเราก็ได้แต่ยิ้มมุมปากในใจ เพราะเราสนิทแค่กับแม่อะค่ะ กับพ่อจะเกร็งๆ เพราะสมัยเราเด็กเค้าดุมากจนเราฝังใจ มีแต่พี่สาวคนโตที่พอจะสนิทกับทั้งพ่อและแม่ แต่เราก็ไม่ได้เก็บมาเป็นปัญหาเพราะคิดว่าเดี๋ยวโตอีกหน่อยก็อาจจะคุยกันง่ายขึ้นแหละ (ตอนนี้พ่ออายุ 60 กำลังจะเกษียณ ส่วนแม่อายุ 51 ค่ะ)
.
.
.
ช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมาเรารู้สึกว่าแม่ดูเซื่องซึมผิดปกติ จะว่าเครียดเรื่องงานก็ดูจะแปลกๆ เพราะแม่ก็เครียดเป็นปกติอยูแล้ว แต่จะไม่เศร้าหรือเนือยอย่างที่เรารู้สึกได้จากน้ำเสียงเวลาคุยโทรศัพท์ และต่อหน้าเราพ่อกับแม่ก็ทำตัวปกติสุดๆ จนเราก็คิดว่าแม่อาจจะเครียดเรื่องงานจริงๆ
แม่กับเราคุยกันเกือบทุกวันค่ะ ด้วยความที่เราไม่ค่อยพูดแม่จึงมักระบายเรื่องต่างๆ ให้เราฟังบ่อยๆ เราก็ตั้งใจรับฟังทั้งที่รู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง(ส่วนใหญ่เป็นเรื่องคน หรือเรื่องที่ทำงาน)
พอมาครั้งนี้...ทั้งที่แม่ดูอัดอั้นตันใจจนบางครั้งร้องไห้ออกมา ก็ยังไม่ยอมเล่าปัญหาให้เราฟัง แต่แม่ก็มีคำถามแปลกๆ คล้ายๆ กับหัวข้อกระทู้หลุดออกมาให้เราสงสัย...เราก็เอ๊ะ! ใช่อย่างที่เราคิดมั้ยบีหนึ่ง
แล้วก็เป็นอย่างนั้นค่ะ บีหนึ่งไม่ได้บอก แต่ช่วงปิดเทอมเราบังเอิญได้ยินพ่อคุยโทรศัพท์กับเด็กค่ะ จะว่าเป็นหลานที่รู้จักน้องก็ยังเล็กเกินกว่าจะคุยกันรู้ความ เราจึงลองปรึกษาน้องสาวที่อาศัยอยู่กับพ่อค่ะ น้องบอกว่าได้ยินมานานแล้ว และน้องก็สงสัยเหมือนเรา เพราะพ่อแทนตัวเองว่า 'พ่อ' กับเด็กคนนั้น และหลังจากนั้นเราก็บอกพี่สาวด้วยค่ะ
เราสามพี่น้องมั่นใจไป 80% ค่ะว่าน่าจะพ่อมีลูกใหม่ แต่ท่าทางพ่อกับแม่ปกติมากจนเราเผื่อใจไว้ว่าอาจจะคิดมากไปเองอีก 20%
พูดตรงๆ ว่าเรารู้สึกผิดหวังกับพ่อ (ทั้งที่ยังไม่รู้ชัดๆ แต่เซนส์เรามันว่างั้น) แต่เค้าเป็นพ่อที่เราอาจจะไม่ได้คาดหวังอะไรมากนัก จึงไม่ได้เสียใจเท่าไหร่ มีแค่แอบน้ำตาซึมบ้าง เรารู้สึกสงสารแม่มากๆ ความรู้สึกในฐานะคนรักที่สร้างอะไรด้วยกันมามากมายมันคงเจ็บมาก ต่างจากเราที่ยังไงพ่อก็เป็นพ่อ ถึงจะไม่ได้สนิทแต่ท่านก็ดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายอย่างเต็มที่ เรื่องเดินทางไปนู่นนี่ก็เป็นคนจัดการให้ อยากเรียนอยากทำอะไรก็สนับสนุนค่ะ ไม่เคยละเลยลูกๆ แม้แต่คนเดียว
เรารอแม่บอกกับเราค่ะว่าเครียดเรื่องอะไรกันแน่ แต่แม่ก็อ้อมโลกตลอด พูดตรงๆว่าเราก็อึดอัดมาก...จนวันหนึ่งแม่ก็โทรมาด้วยอารมณ์เนือยๆ อีกตามเคย แม่ไม่มีอะไรจะพูดแต่โทรมาถอนหายใจให้ฟัง เรารู้สึกว่าไม่ได้ละแม่จะเครียดคนเดียวไม่ได้ เราจึงถามแม่ว่ามีเรื่องอะไรจะเล่ามั้ย และแม่ก็บ่ายเบี่ยงตามเคย (แม่รู้ว่าเรากับน้องไม่สนิทกับพ่อ เลยกลัวพวกเราจะเกลียดพ่อ) เราจึงพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ เลยค่ะว่า
Me : แม่บอกมาเถอะบางทีเรื่องที่แม่เครียดลูกอาจจะรู้อยู่แล้ว
Mom : ...(แม่อึ้งไปสักพักค่ะ) เรื่องอะไรไหนลูกเล่ามาก่อน
Me : ไม่อะ...แม่เล่ามาก่อนสิ เรื่องพ่อใช่มั้ย ถ้าใช่ลูกรู้มานานจนทำใจได้แล้ว
Mom : รู้ได้ยังไง
นั่นแหละค่ะ เราจึงเล่าเรื่องต่างๆ ให้แม่ฟัง และแม่ก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้เราฟังบ้าง ฟังไปก็หน่วงไปค่ะ
.
.
.
*** เริ่มอ่านจากตรงนี้ก็ได้จ้า ***
ตอนแรกเราคิดว่าพ่อแค่มีความสัมพันธ์กับผู้หญิงคนนั้นแค่ชั่วคราวแล้วพลาดค่ะ แต่จริงๆ คือพ่อคบกับผู้หญิงคนนั้น และผู้หญิงคนนั้นก็รู้อยู่แล้วพ่อมีครอบครัวแล้วเพราะทำงานที่เดียวกันค่ะ (ต่อไปขอแทน ผญ. คนนั้นว่า 'คุณหรี่' นะคะ555 นี่ไม่ได้แค้นเล้ยย แค่ตั้งชื่อไม่ถูกอะค่ะ เห็นชื่อนี้น่ารักเหมาะกับเค้าดี)
ตอนนี้ลูกของพ่อกับคุณหรี่เรียนอยู่ประถมต้นค่ะ ไม่แน่ใจเรื่องอายุ พ่อก็เลยต้องไปๆ มาๆ หลายบ้านอยู่หลายปี แต่ก็เนียนว่าไปประชุมนู่นนี่
จนกระทั่งไม่กี่เดือนที่ผ่านมามีผู้หวังดีประสงค์ร้ายโทรมาบอกแม่ เรื่องที่พ่อแอบซุกผู้หญิงและลูกค่ะ แม่โทรไปคาดคั้นพ่อและสุดท้ายพ่อก็ยอมรับค่ะ
แม่ขอให้พ่อเลิกกับเค้าค่ะ ตอนแรกพ่อรับปาก แต่ไปๆมาๆบอกเลิกไม่ได้เพราะมีลูกและเดี๋ยวเค้าเอาไปฟ้องแล้วจะโดนไล่ออกจากราชการ...จนตอนนี้พ่อจะเกษียณแล้วแต่ก็อ้างอีกว่าเค้าน่าสงสาร ต้องทำอะไรหลบๆ ซ่อนๆ ในขณะที่แม่ได้ทุกอย่างแล้ว อยู่เฉยๆเหมือนเดิมก็พอ
นี่ได้ฟังแล้วก็แบบว้อทเดอะ...!?
ใช่ค่ะในสายตาพ่อคือเค้าเป็นคนดีที่น่าสงสารนางฟ้ามาก ในขณะแม่โทรจิก คอยถามว่าไปไหน (พ่อชอบอ้างว่าไปประชุม) ชวนทะเลาะ บลาๆ กลายเป็นนางร้าย(?) เราไม่ค่อยได้พาร์ทนี้ของแม่ค่ะ ต่อหน้าเราแม่จะไม่เหวี่ยงไม่วีนเลย จนแม่เล่าให้ฟังก็ถึงรู้ว่าแม่ก็เหมือนผู้หญิงทั่วไป แต่แม่ก็บอกว่ามาเป็นหนักๆ ตอนเกิดเรื่องเนี่ยแหละ ก่อนหน้านี้ก็ไว้ใจและเคารพการตัดสินใจของพ่อมาตลอด
.
.
.
จนตอนนี้พ่อก็ยังไม่ทำอะไรให้ชัดเจนค่ะ คือพ่อแคร์แม่นะคะ ยังมาหามาดูแล แต่ก็ยังไม่แคร์มากพอที่จะทำตัวให้ชัดเจน ยังคงโกหกแม่เวลาจะไปหาคุณหรี่ทั้งที่แม่รู้ทัน และพอทะเลาะกันพ่อเป็นคนชนะเสมอ เพราะพ่อเป็นคนประเภทที่พูดเก่งมากค่ะ เก่งจนอีกฝั่งกลายเป็นคนผิดไปเลยค่ะ จะเถียงก็เถียงไม่ออกเพราะกว่าพ่อจะพูดเสร็จก็ลืมไปแล้วว่าจะตอบโต้ไปว่ายังไง ทำให้เคลียร์กันไม่ได้สักที
เราอยากจะช่วยแม่พูดค่ะ แต่คิดอีกทีมันก็เป็นเรื่องชีวิตคู่ที่พวกเค้าควรคุยกันเอง จนตอนนี้พ่อยังไม่รู้ค่ะว่าเรารู้เรื่องแล้ว (พ่อไม่อยากให้เรารู้ค่ะ เพราะกลัวลูกไม่รัก เค้าเคยแอบบ่นน้อยใจ หาว่าเรารักแต่แม่)
สำหรับแม่ คงอยากให้โอกาสพ่อตัดสินใจเลิกกับทางนั้น(แต่เราว่าไม่ได้ เพราะเด็กคนนั้นยังเล็ก และพ่อน่าจะรักคุณหรี่ด้วย)
เมื่อวานแม่ถามความเห็นเราอีกครั้ง เราก็ตอบไปว่า 'ถ้าเป็นลูกคงเลิกไปแล้ว' แม่ก็เงียบไปเลยค่ะ แต่ก็เจ้าใจว่ามันยากที่จะทำแบบนั้น
แล้วถ้าเป็นคุณล่ะคะ ถ้าอยู่ในสถานการณ์เดียวกับแม่เรา คุณจะทำยังไง?
ปล. 1 ใครมีประสบการณ์คล้ายกันก็มาแชร์ได้นะคะ
ปล. 2 ถ้าเนื้อหาเยอะจนอ่านยากหรือมีคำผิดก็ขออภัยนะคะ เราเรียบเรียงจากความรู้สึกล้วนๆ
ปล. 3 หากใครเจอสถานการณ์เดียวกันก็อยากบอกว่าเศร้าให้พอและมาเข้มแข็งไปด้วยกันเถอะค่ะ เรื่องนี้ไม่ได้เกิดกับคุณคนเดียวน้าาา