เรื่องมีอยู่ว่า...
...ปัจจุบันผมอายุ 37 ปี เป็นคน ตจว. มาทำงานและพักอยู่ใน กทม. ได้อยู่กินกับภรรยา อายุ 35 ปี มาเป็นเวลา 9-10 ปี มีลูกสาวด้วยกัน 1 คน ตอนนี้อายุ 8 ขวบ พักอยู่ด้วยกันตลอด ต่างให้อิสระในการใช้ชีวิต มีเพื่อนสังสรรค์ ไปคนเดียวบ้าง ไปด้วยกันบ้าง (ถ้าแยกไปก็จะให้ไปเฉพาะคนที่เราพอจะรู้จักและไว้ใจได้ไปด้วยเป็นกลุ่ม)
เรื่องราวต่างๆเกิดขึ้นเมื่อ 2 ปีก่อน ก็ใช้ชีวิตตามปกติ มีวันหนึ่ง ภรรยาผมมาสารภาพ ว่าเค้าได้ตั้งท้องกับเพื่อนชายในกลุ่มที่เรียนด้วยกันมาตั้งแต่ ประถม เพราะความเมา (ตอนนั้นที่ได้ยินแบบนั้น ผมรู้สึกตัวชา) โกรธและโมโหมาก โกรธเพราะเสึยดายความรู้สึกที่ให้ไป แต่ที่โกรธมากคือเราคิดถึงลูกสาวเราว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป...
...พอเรื่องมันเกิดแล้วเราทำอะไรไม่ได้อีกแล้ว เราย้อนเวลาไม่ได้ เราก็ไมได่เลวขนาดที่จะให้เอาเด็กออก เราเลยรวบรวมสติ แล้วนั่งลง แล้ว เราจึงถามภรรยาผมไปว่า จะทำอย่างไร เค้าบอกว่าเพื่อชายของเข้าพร้อมรับผิดชอบทุกอย่างกับเด็กในท้อง โดยทางพ่อแม่ของฝ่ายชาย จะจัดงานแต่งงานให้ถูกต้อง โดยที่ต้องหย่ากับผมก่อน แล้วผมถามว่า แล้วผมกับลูกจะอยู่ยังไง เค้าขอให้ผมย้ายกลับไปทำงาน ตจว. โดยให้ผมเป็นคนดูแลลูกสาว โดยเค้าจะสงเสีย ค่าเลี้ยงดูให้เป็นรายเดือน..ตามที่เค้าพอส่งได้...ก็ต้องยอมทั้งๆ ที่ในใจไม่ได้ อยากให้เป็นแบบนี้ เพราะยอมรับนะว่ารักภรรยาคนนี้มาก ตั้งใจจะอยู่ ด้วยกันจนแก่เฒ่า จึงได้ตกลง กำหนดวันหย่า และผมได้เคียร์งานเพื่อเตรียมย้ายกลับ ตจว. พอเคียร์ทุกอย่างได้ เป็นช่วงปิดเทอม พอดี ผมเลยไปส่งลูกสาวไว้กับปู่ย่าที่ ตจว.ก่อนเพื่อเตรียมตัวเข้าเรียน ที่ รร.ตจว. หลักจากนั้นจึงได้ไปหย่ากันเรียบร้อย แล้วผมก็ขนของกลับ ตจว. ซึ่งของค่อนข้างเยอะ จึงต้องขน 2 ครั้ง (ไป-กลับ 2 เที่ยว) ใช้เวลา ประมาณ 3 วัน ผมได้กำชับ ว่าห้ามทำอะไรกับห้องนี้จนกว่าผมจะขนของออกหมด และผมได้ขนของรอบแรกไปไว้บ้านแล้วกลับมา เพื่อขนรอบ 2 แต่สิ่งที่เจอคือ เค้าได้รื้อเฟอร์นิเจอร์ ออกเกือบทั้งหมด แล้วตกแต่งใหม่ โดยนำของของ เพื่อนชายเค้าเข้ามาแล้วบางส่วน ผมจึงบอกไปว่า ผมบอกแล้วใช่ไหม ห้ามทำอะไรกับห้องนี้จนกว่าจะขนของออกหมด แล้วจะไม่มาอีกเลย (ที่พูดอย่างนั้นเพราะไม่อยากเห้นไม่อยากรับรู้เรื่องของเค้ากับ เพื่อนชายเค้า) เค้าบอกว่าก็นัดช่างแล้วช่างเลยเข้ามาทำ ตอนนี้ผมโมโหสุดๆ เดินไปที่รถ พร้อมยิงปืน พร้อมยิงเดินเข้าไปในบ้าน แล้วเล่งไปที่ หน้าของภรรยาผม เธอตกใจ แต่ไม่ได้กลัว แต่เดินมาหาแล้วจับปืนออกจากมือผม แล้วบอกว่า คิดถึงลูกก่อนไหม แล้วเค้าก็เอาปืนไปเก็บในห้อง และให้ผมนั่งสงบสติอารมณ์สักพัก พอเริ่มคิดถึงลุกสาวสุดที่รักของผมได้ ผมจึงเริ่มขนของที่เหลือต่อ เสร็จแล้วผมก็ขอปืนที่ภรรยาผมเอาไปเก็บคืน แล้วก็กลับ ตจว.ไป
...เวลาผ่านไป ผมไม่ได้ติดต่อกับภรรยาผมไปพักใหญ่ จนวันหนึ่งมีเพื่อนเค้าส่งข่าวมาบอก ว่าภรรยาผมคลอดลูกแล้วนะ เป็น ญ. วันนั้นผมไม่รู้คิดอะไร พอเลิกงานก็ขับรถเข้าไป กทม.เพื่อไปเยี่ยมเค้าไปดูหน้าเด็ก (ลืมบอก ตั้งแต่เกิดเรื่องมา ผมบอกภรรยาผมไว้ว่าถ้าผมเจอไอ้ เพื่อนชายของเค้าคนนั้น ไม่ว่าที่ไหน ไม่ว่าเมื่อไหร่ ผมจะจัดให้หนักเลย) ระหว่างทางที่เข้าไปหาภรรยาผม ผมได้โทรบอกว่าจะเข้าไปเยี่ยมนะ แชะกำชับว่าอย่าให้เจอหน้ามันนะ พอไปถึง ก็เข้าเยี่ยม เยี่ยมเสร็จก็เดินทางกลับ พร้อมกับความผิดหวังนิดหน่อย (แอบคิดนะ ว่าบางทีที่เค้าตั้งท้องอาจจะเป็นลูกเรา)...จากนั้นก็ไม่ติดต่อเค้าอีก จนผ่านไปเกือบปี เค้าโทรมาบอกจะมารับลูกสาวไปเที่ยวช่วงปิดเทอม เราก็ยอมนะ เพราะเราอยากให้ลูกสาว ได้เจอแม่เค้าบ้าง โดยให้เหตุผลไว้ว่า แม่มีเหตุผล ที่อยู่ด้วยกันกับเราไม่ได้...หนูต้องเข้าใจนะ ถ้าหนูอยากอยู่กับแม่หนูต้องตั้งใจเรียนให้เก่งๆ พอโตเดี๋ยวพอให้หนูไปเรียนกับแม่ใน กรุงเทพฯ ได้
...มาถึงช่วงนี้ตั้งแต่วันที่ 30 ส.ค.61 ภรรยาผม โทรมาคุยด้วย ถามเป็นไง ทำไรอะไรอยู่ไหน ขอแอดไลน์ได้ไหม สารพัดคุยกัน ส่วนผมก็ยอมรับนะว่ายังรักยังเป็นห่วงเค้าอยู่ และก็ไม่ได้โกรธอะไรแล้ว จึงให้แอดไลน์
ประกอบกับช่วงนั้น ผมไปทำธุระ ใน กทม.พอดี เค้าเลยชวนทานข้าวกลางวัน เค้าบอกอยากเจอ หน้า คิดถึง...จากนั้นมาก็ คุยกันบาง เค้าก็ยังอยู่กลับครอบครัวใหม่ จดทะเบียนสมรสใหม่ และมีวันหนึ่งเค้าเปิดคำถามว่า ถ้าเค้ามาหาที่ ตจว.มาคนเดียว ผมจะไปค้างกะเค้าไหม ก็ก็เลยถามว่าจะมาทำไม ทำไมต้องค้างด้วย เค้าบอกเค้าคิดถึง อยากมานอนด้วย และเค้าคิดถึงลูกอยากมาหาลูกสาว ในช่วงนั้นผมก็ไม่ได้มีใคร จึงตกลงให้มาได้ พอเค้ามาถึงก็พาไปเปิดห้องพัก และพาไปรับลูกสาวที่ รร.หลังเลิกเรียน พาไปกินนู้นนี้นั้น ผมเห็นลูกมีความสุข ผมก็ความสุข พอค่ำก็ไปส่งเค้าที่ที่พัก แล้วผมก็ไปส่งลูกที่บ้าน (เพราะปู่กะย่าเค้าโกรธเรื่องนี้ไม่หา เลยไม่ยอมให้ค้างด้วย) แล้วผมก็มารับเค้าไปทานข้าวเย็นแล้วกลับมาส่ง เค้าชวนขึ้นไปเล่นที่ห้องก่อน แล้วด้วยความที่ผมก็ยังรักเค้าอยู่ และผมก็ไม่ได้มีใคร สรุปคืนนั้นผมก็นอนที่นั้นทั้งคืน (ไม่ต้องอธิบายนะ) หลังจากนั้นมาก็คุยกันมากขึ้น ผมอะคุยได้ตลอดเพราะผมอะไม่ได้มีใคร แค่เค้าต้องแอบคุยตลอด...เราก็แอบเจอกันบ้าง ผมไปหาเค้าที่ กทม.บ้าง
...พอมาถึงตอนนี้ 27 ก.ย. 61 ผมเริ่มคิดว่าผมทำอะไรอยู่ ผมสนองตัณหาตัวเอง อยู่ รึเพราะอะไร ผมยังตอบตัวเองไม่ได้ ถามผมตอนนี้ผมก็อยากกลับมาเป็นครอบครัวเหมือนเดิมนะ แต่ แล้วเด็กที่เพิ่งเกิดมาได้ขวบกว่าๆ นั้นละ เค้าจะเป็นอย่างไร เค้าก็บอกนะว่าเค้าไม่เคยรักฝั่งนั้นเลย แต่ต้องอยู่ลูกเล็กของเค้า
...
..
.
ผมควรทำอย่างไรดี
ด่าผมได้นะ ผมรู้ว่าผมก็เลวที่ทำตัวแบบนี้
(อาจจะยาวหน่อย ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่เสียสละเวลาเข้ามาอ่าน)
....กะเมียเก่า
...ปัจจุบันผมอายุ 37 ปี เป็นคน ตจว. มาทำงานและพักอยู่ใน กทม. ได้อยู่กินกับภรรยา อายุ 35 ปี มาเป็นเวลา 9-10 ปี มีลูกสาวด้วยกัน 1 คน ตอนนี้อายุ 8 ขวบ พักอยู่ด้วยกันตลอด ต่างให้อิสระในการใช้ชีวิต มีเพื่อนสังสรรค์ ไปคนเดียวบ้าง ไปด้วยกันบ้าง (ถ้าแยกไปก็จะให้ไปเฉพาะคนที่เราพอจะรู้จักและไว้ใจได้ไปด้วยเป็นกลุ่ม)
เรื่องราวต่างๆเกิดขึ้นเมื่อ 2 ปีก่อน ก็ใช้ชีวิตตามปกติ มีวันหนึ่ง ภรรยาผมมาสารภาพ ว่าเค้าได้ตั้งท้องกับเพื่อนชายในกลุ่มที่เรียนด้วยกันมาตั้งแต่ ประถม เพราะความเมา (ตอนนั้นที่ได้ยินแบบนั้น ผมรู้สึกตัวชา) โกรธและโมโหมาก โกรธเพราะเสึยดายความรู้สึกที่ให้ไป แต่ที่โกรธมากคือเราคิดถึงลูกสาวเราว่าจะเป็นอย่างไรต่อไป...
...พอเรื่องมันเกิดแล้วเราทำอะไรไม่ได้อีกแล้ว เราย้อนเวลาไม่ได้ เราก็ไมได่เลวขนาดที่จะให้เอาเด็กออก เราเลยรวบรวมสติ แล้วนั่งลง แล้ว เราจึงถามภรรยาผมไปว่า จะทำอย่างไร เค้าบอกว่าเพื่อชายของเข้าพร้อมรับผิดชอบทุกอย่างกับเด็กในท้อง โดยทางพ่อแม่ของฝ่ายชาย จะจัดงานแต่งงานให้ถูกต้อง โดยที่ต้องหย่ากับผมก่อน แล้วผมถามว่า แล้วผมกับลูกจะอยู่ยังไง เค้าขอให้ผมย้ายกลับไปทำงาน ตจว. โดยให้ผมเป็นคนดูแลลูกสาว โดยเค้าจะสงเสีย ค่าเลี้ยงดูให้เป็นรายเดือน..ตามที่เค้าพอส่งได้...ก็ต้องยอมทั้งๆ ที่ในใจไม่ได้ อยากให้เป็นแบบนี้ เพราะยอมรับนะว่ารักภรรยาคนนี้มาก ตั้งใจจะอยู่ ด้วยกันจนแก่เฒ่า จึงได้ตกลง กำหนดวันหย่า และผมได้เคียร์งานเพื่อเตรียมย้ายกลับ ตจว. พอเคียร์ทุกอย่างได้ เป็นช่วงปิดเทอม พอดี ผมเลยไปส่งลูกสาวไว้กับปู่ย่าที่ ตจว.ก่อนเพื่อเตรียมตัวเข้าเรียน ที่ รร.ตจว. หลักจากนั้นจึงได้ไปหย่ากันเรียบร้อย แล้วผมก็ขนของกลับ ตจว. ซึ่งของค่อนข้างเยอะ จึงต้องขน 2 ครั้ง (ไป-กลับ 2 เที่ยว) ใช้เวลา ประมาณ 3 วัน ผมได้กำชับ ว่าห้ามทำอะไรกับห้องนี้จนกว่าผมจะขนของออกหมด และผมได้ขนของรอบแรกไปไว้บ้านแล้วกลับมา เพื่อขนรอบ 2 แต่สิ่งที่เจอคือ เค้าได้รื้อเฟอร์นิเจอร์ ออกเกือบทั้งหมด แล้วตกแต่งใหม่ โดยนำของของ เพื่อนชายเค้าเข้ามาแล้วบางส่วน ผมจึงบอกไปว่า ผมบอกแล้วใช่ไหม ห้ามทำอะไรกับห้องนี้จนกว่าจะขนของออกหมด แล้วจะไม่มาอีกเลย (ที่พูดอย่างนั้นเพราะไม่อยากเห้นไม่อยากรับรู้เรื่องของเค้ากับ เพื่อนชายเค้า) เค้าบอกว่าก็นัดช่างแล้วช่างเลยเข้ามาทำ ตอนนี้ผมโมโหสุดๆ เดินไปที่รถ พร้อมยิงปืน พร้อมยิงเดินเข้าไปในบ้าน แล้วเล่งไปที่ หน้าของภรรยาผม เธอตกใจ แต่ไม่ได้กลัว แต่เดินมาหาแล้วจับปืนออกจากมือผม แล้วบอกว่า คิดถึงลูกก่อนไหม แล้วเค้าก็เอาปืนไปเก็บในห้อง และให้ผมนั่งสงบสติอารมณ์สักพัก พอเริ่มคิดถึงลุกสาวสุดที่รักของผมได้ ผมจึงเริ่มขนของที่เหลือต่อ เสร็จแล้วผมก็ขอปืนที่ภรรยาผมเอาไปเก็บคืน แล้วก็กลับ ตจว.ไป
...เวลาผ่านไป ผมไม่ได้ติดต่อกับภรรยาผมไปพักใหญ่ จนวันหนึ่งมีเพื่อนเค้าส่งข่าวมาบอก ว่าภรรยาผมคลอดลูกแล้วนะ เป็น ญ. วันนั้นผมไม่รู้คิดอะไร พอเลิกงานก็ขับรถเข้าไป กทม.เพื่อไปเยี่ยมเค้าไปดูหน้าเด็ก (ลืมบอก ตั้งแต่เกิดเรื่องมา ผมบอกภรรยาผมไว้ว่าถ้าผมเจอไอ้ เพื่อนชายของเค้าคนนั้น ไม่ว่าที่ไหน ไม่ว่าเมื่อไหร่ ผมจะจัดให้หนักเลย) ระหว่างทางที่เข้าไปหาภรรยาผม ผมได้โทรบอกว่าจะเข้าไปเยี่ยมนะ แชะกำชับว่าอย่าให้เจอหน้ามันนะ พอไปถึง ก็เข้าเยี่ยม เยี่ยมเสร็จก็เดินทางกลับ พร้อมกับความผิดหวังนิดหน่อย (แอบคิดนะ ว่าบางทีที่เค้าตั้งท้องอาจจะเป็นลูกเรา)...จากนั้นก็ไม่ติดต่อเค้าอีก จนผ่านไปเกือบปี เค้าโทรมาบอกจะมารับลูกสาวไปเที่ยวช่วงปิดเทอม เราก็ยอมนะ เพราะเราอยากให้ลูกสาว ได้เจอแม่เค้าบ้าง โดยให้เหตุผลไว้ว่า แม่มีเหตุผล ที่อยู่ด้วยกันกับเราไม่ได้...หนูต้องเข้าใจนะ ถ้าหนูอยากอยู่กับแม่หนูต้องตั้งใจเรียนให้เก่งๆ พอโตเดี๋ยวพอให้หนูไปเรียนกับแม่ใน กรุงเทพฯ ได้
...มาถึงช่วงนี้ตั้งแต่วันที่ 30 ส.ค.61 ภรรยาผม โทรมาคุยด้วย ถามเป็นไง ทำไรอะไรอยู่ไหน ขอแอดไลน์ได้ไหม สารพัดคุยกัน ส่วนผมก็ยอมรับนะว่ายังรักยังเป็นห่วงเค้าอยู่ และก็ไม่ได้โกรธอะไรแล้ว จึงให้แอดไลน์
ประกอบกับช่วงนั้น ผมไปทำธุระ ใน กทม.พอดี เค้าเลยชวนทานข้าวกลางวัน เค้าบอกอยากเจอ หน้า คิดถึง...จากนั้นมาก็ คุยกันบาง เค้าก็ยังอยู่กลับครอบครัวใหม่ จดทะเบียนสมรสใหม่ และมีวันหนึ่งเค้าเปิดคำถามว่า ถ้าเค้ามาหาที่ ตจว.มาคนเดียว ผมจะไปค้างกะเค้าไหม ก็ก็เลยถามว่าจะมาทำไม ทำไมต้องค้างด้วย เค้าบอกเค้าคิดถึง อยากมานอนด้วย และเค้าคิดถึงลูกอยากมาหาลูกสาว ในช่วงนั้นผมก็ไม่ได้มีใคร จึงตกลงให้มาได้ พอเค้ามาถึงก็พาไปเปิดห้องพัก และพาไปรับลูกสาวที่ รร.หลังเลิกเรียน พาไปกินนู้นนี้นั้น ผมเห็นลูกมีความสุข ผมก็ความสุข พอค่ำก็ไปส่งเค้าที่ที่พัก แล้วผมก็ไปส่งลูกที่บ้าน (เพราะปู่กะย่าเค้าโกรธเรื่องนี้ไม่หา เลยไม่ยอมให้ค้างด้วย) แล้วผมก็มารับเค้าไปทานข้าวเย็นแล้วกลับมาส่ง เค้าชวนขึ้นไปเล่นที่ห้องก่อน แล้วด้วยความที่ผมก็ยังรักเค้าอยู่ และผมก็ไม่ได้มีใคร สรุปคืนนั้นผมก็นอนที่นั้นทั้งคืน (ไม่ต้องอธิบายนะ) หลังจากนั้นมาก็คุยกันมากขึ้น ผมอะคุยได้ตลอดเพราะผมอะไม่ได้มีใคร แค่เค้าต้องแอบคุยตลอด...เราก็แอบเจอกันบ้าง ผมไปหาเค้าที่ กทม.บ้าง
...พอมาถึงตอนนี้ 27 ก.ย. 61 ผมเริ่มคิดว่าผมทำอะไรอยู่ ผมสนองตัณหาตัวเอง อยู่ รึเพราะอะไร ผมยังตอบตัวเองไม่ได้ ถามผมตอนนี้ผมก็อยากกลับมาเป็นครอบครัวเหมือนเดิมนะ แต่ แล้วเด็กที่เพิ่งเกิดมาได้ขวบกว่าๆ นั้นละ เค้าจะเป็นอย่างไร เค้าก็บอกนะว่าเค้าไม่เคยรักฝั่งนั้นเลย แต่ต้องอยู่ลูกเล็กของเค้า
...
..
.
ผมควรทำอย่างไรดี
ด่าผมได้นะ ผมรู้ว่าผมก็เลวที่ทำตัวแบบนี้
(อาจจะยาวหน่อย ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่เสียสละเวลาเข้ามาอ่าน)