ตอนนี้เรากำลังจะออกจากงาน เหตุผลที่ออกคือไม่มั่นใจในอนาคตการทำงานกับบริษัทนี้และเราไม่ได้เดือดร้อนจนต้อง “ขายเพื่อน” เริ่มต้นจากเจ้าของบริษัทจะให้เราขึ้นเป็นหัวหน้าแทนหัวหน้าคนปัจจุบัน ซึ่งหัวหน้าคนปัจจุบันเป็นเพื่อนเรา(มารู้จักกันตอนมาทำงานที่นี่ สนิทกันมาก คอยช่วยเหลือและให้คำแนะนำกันและกันในทุกๆเรื่อว) หัวหน้าเราเข้างานก่อนเราประมาณ 3-4 ปี อยู่ตั่งแต่รุ่นบุกเบิกตั่งแต่เจ้าของยังต้องขับรถออกไปส่งของเอง จนปัจจุบันบริษัทเติบโตมาก บริษัทเป็นธุระกิจครอบครัวเจ้าของบริษัทเป็นคนจีน 100% มีผู้บริหารอายุ27 ปี เป็นคนเก่งฉลาดแกมโกง ถ้าไม่พอใจพนักงานคือไล่ออกได้ตอนนั้นเลย แต่หลังๆพนักงานมีไปฟ้องกรมแรงงานแล้วต้องเสียเงินชดเชยเลยใช้วิธีบีบให้ลาออก และนี่คือวิธีการที่จะบีบให้หัวหน้าคนปัจจุบันออก โดยเรียกเราคุยส่วนตัวและยื่นข้อเสนอจะเพิ่มเงินเดือนให้ พูดคำนี้ซ้ำๆ หลายรอบมากๆ พยามยามพูดให้เรารู้สึกว่าโดนหัวหน้าเอาเปรียบ พูดชมว่าเราเก่ง ทำงานดีกว่า และก็วนซ้ำมาเรื่องจะขึ้นเงินเดือนให้ เราคิดว่าหัวหน้าเราทำงานทุ่มเทเพื่อบริษัทมาก (เรารู้เพราะทำด้วยกัน คอยรักษาผลประโยชน์ให้บริษัทด้วยกัน จขกท.ทำบัญชี เลยต้องสู้รบกับทุกแผนก) เจ้าของบริษัทยังจะบีบให้เค้าออกได้ ทั้งที่ร่วมกันทำงานมา 8-9 ปี จากที่เจ้าของบริษัทใส่เสื่อตราหาน กางเกงเจเจ รองเท้าช้างดาว จนปัจจุบันแบรนด์เนมทั้งตัว จากขับปาเจโร่ ปัจจุบันขับ I8 benz bmw porsche เค้ายังจะทำได้ลง แล้วเราหล่ะ เมื่อไหร่จะถึงคิวเรา เมื่อเค้าบีบหัวหน้าสำเร็จ เราจะโดนเมื่อไหร คำว่า”เพื่อน” กับ “เพื่อนร่วมงาน” มันต่างกัน เราข้ามคำว่าเพื่อนร่วมงานมาไกลมากจนตอนนี้เราเป็นเพื่อนกัน ถ้าจะให้ตั้งราคาหรือมูลค่าของคำนี้ คงคิดประเมินเป็นราคาไม้ได้ “เพื่อน”ไม่หักหลัง “เพื่อน” แล้วเราก็จะไม่เสียใจที่ตัดสินใจลาออก งานหาใหม่ได้ ถ้าไม่เลือกงาน แต่เพื่อนดีๆๆ หาเมื่อไหร่ จะเจอ
เมื่อเจ้าของบริษัทจะให้เราขึ้นเป็นหัวหน้าแทนหัวหน้าเดิม และหัวหน้าเดิมเป็นเพื่อนเรา