เหตุการณ์อัศจรรย์ เกิดแสงสว่างจ้าปรากฏ
มีเหตุการณ์หนึ่ง ผู้คนมักจะถามว่าเป็นสิ่งอัศจรรย์ ปาฏิหาริย์อะไรต่างๆ สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ยกตัวอย่างเป็นกรณีๆ ดังนี้
กรณีที่ ๑ ผู้หญิง ๓ คน ช่างถ่ายภาพถ่ายรูปแล้ว คนกลางปรากฏแสงบนหน้าผาก แต่ผู้หญิงข้างๆ ทั้งสองคนไม่ปรากฏ เป็นเพราะอะไร
กรณีที่ ๒ ถ่ายภาพแล้ว ปรากฏแสงต่างๆ เป็นดวงๆ เต็มตัวไปหมด
กรณีที่ ๓ ถ่ายภาพแล้ว ปรากฏว่ามีแสงพุ่งออกมา หรือแสงเป็นคล้ายปุยเมฆ
กรณีที่ ๔ ช่างกล้องถ่ายภาพเกจิอาจารย์แล้วกดชัตเตอร์ไม่ลง
หรือกรณีอื่นๆ อันเกี่ยวเนื่องคล้ายคลึงกับกรณีเหตุการณ์เหล่านี้ ในทางวงการวิทยาศาสตร์ เขาเรียกว่า แสงออร่า ( aura ) ซึ่งการเกิดขึ้นปรากฏการณ์เหล่านี้ เป็นปรากฏการณ์ของธรรมชาติภาวะการณ์นั้นๆ
อาจจะมีบางคนบอกว่า เป็นการหักเหของมุมแสง ถึงปรากฏออกมาเป็นเช่นนั้น ก็ตอบว่า "ใช่" เป็นความจริง แต่ถ้าเราถามต่อไปว่า ทำไมต้องเป็นช่วงจังหวะเช่นนั้น แล้วช่วงจังหวะอื่นทำไมไม่มีล่ะ อันนี้ก็จะตอบยากขึ้นมาอีก หรือตอบไม่ได้เลย ถ้าเราวิเคราะห์พิจารณาต่อไป ก็จะเข้าข่ายเป็นเหตุการณ์เหนือธรรมชาติที่สร้างสรรค์มา หรือคนทั่วไปเรียกว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ดลบันดาล
จะยกตัวอย่างเหตุการณ์หนึ่ง ถ่ายรูปมาแล้ว มีแสงสีขาวปรากฏบนหน้าผาก คล้ายรูปดอกบัว มีผู้รู้ท่านหนึ่งบอกว่า นี่เป็นเพราะพระแม่ลักษมีท่านสื่อมาให้ปรากฏ แสดงให้เห็นให้บุคคลนั้นๆ ได้ประจักษ์ว่า ท่านมีจริงนะ สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริงนะ พลังต่างๆ มีจริงนะ
ถ้ามีคนตอบว่า ก็นี่เป็นการหักเหของแสงบ้าง แสงสะท้อนตามปกติบ้าง เกี่ยวกับมุมของแสงบ้าง คำตอบเหล่านี้เป็นความจริงในระดับหนึ่ง
แต่ยังมีความจริงในระดับที่ ๒ คือ ทำไมแสงต้องมาหักเห ณ เวลานั้นๆ ภาวะการณ์นั้นๆ ทำไมไม่หักเหเวลาอื่น แสดงว่าต้องมีบางสิ่งที่ซ่อนอยู่ สิ่งที่ซ่อนอยู่อาจจะเป็นตัวที่มากระทบ เช่น แฟลช หลอดไฟ แสดงที่ได้รับพลังงานที่เกินมาตรฐานของสิ่งนั้นๆ เป็นต้น อันนี้เป็นความจริงระดับสอง
ต่อไปเป็นความจริงระดับที่ ๓ อะไรที่ทำให้เกิดพลังงานที่เกินมาตรฐาน หรือหลอดไฟที่ส่งไปทำให้หักเห หรือแฟลชที่จ้าเกินกว่าปกติ ก็ต้องเป็นธรรมชาติที่ปล่อยกระแสไฟที่แรง แล้วอะไรที่ทำให้แสไฟที่แรงเกิดขึ้น คำตอบอยู่ตรงนี้ แสดงว่าต้องมีพลังงานบางอย่างสั่งหรือกำกับพลังงานอีกอย่างหนึ่งให้เป็นไปตามพลังงานนั้นๆ ให้เป็นไป
สิ่งที่สั่งหรือกำกับพลังงานนั้นๆ เราของสมมติเรียกว่า "สิ่งศักดิ์สิทธิ์" เพื่อความเข้าใจง่ายๆ อันนี้เป็นความจริงระดับที่ ๓ แต่ยังมีความจริงระดับที่ ๔ ที่ ๕ ที่ ๖ ถึงระดับ ๑๒ ขั้น แต่อธิบายความจริงระดับนี้ก็คงเพียงพอแล้ว
ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเอาความจริงระดับไหน ระดับตื้นๆ ไปถึงระดับละเอียด
ขอความเคารพ หากผู้รู้มีสิ่งชี้แนะ น้อมรับฟังเสมอ และขอความกรุณาแย้ง ชี้แจง ชี้แนะ แม้แต่ต้องการให้เพิ่มเติมสิ่งใด ก็ขอได้บอกมา
อ.พรหมสิทธิ์ ทิพย์ธาดาวงศ์
เหตุการณ์อัศจรรย์ เกิดแสงสว่างจ้าปรากฏ
มีเหตุการณ์หนึ่ง ผู้คนมักจะถามว่าเป็นสิ่งอัศจรรย์ ปาฏิหาริย์อะไรต่างๆ สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร ยกตัวอย่างเป็นกรณีๆ ดังนี้
กรณีที่ ๑ ผู้หญิง ๓ คน ช่างถ่ายภาพถ่ายรูปแล้ว คนกลางปรากฏแสงบนหน้าผาก แต่ผู้หญิงข้างๆ ทั้งสองคนไม่ปรากฏ เป็นเพราะอะไร
กรณีที่ ๒ ถ่ายภาพแล้ว ปรากฏแสงต่างๆ เป็นดวงๆ เต็มตัวไปหมด
กรณีที่ ๓ ถ่ายภาพแล้ว ปรากฏว่ามีแสงพุ่งออกมา หรือแสงเป็นคล้ายปุยเมฆ
กรณีที่ ๔ ช่างกล้องถ่ายภาพเกจิอาจารย์แล้วกดชัตเตอร์ไม่ลง
หรือกรณีอื่นๆ อันเกี่ยวเนื่องคล้ายคลึงกับกรณีเหตุการณ์เหล่านี้ ในทางวงการวิทยาศาสตร์ เขาเรียกว่า แสงออร่า ( aura ) ซึ่งการเกิดขึ้นปรากฏการณ์เหล่านี้ เป็นปรากฏการณ์ของธรรมชาติภาวะการณ์นั้นๆ
อาจจะมีบางคนบอกว่า เป็นการหักเหของมุมแสง ถึงปรากฏออกมาเป็นเช่นนั้น ก็ตอบว่า "ใช่" เป็นความจริง แต่ถ้าเราถามต่อไปว่า ทำไมต้องเป็นช่วงจังหวะเช่นนั้น แล้วช่วงจังหวะอื่นทำไมไม่มีล่ะ อันนี้ก็จะตอบยากขึ้นมาอีก หรือตอบไม่ได้เลย ถ้าเราวิเคราะห์พิจารณาต่อไป ก็จะเข้าข่ายเป็นเหตุการณ์เหนือธรรมชาติที่สร้างสรรค์มา หรือคนทั่วไปเรียกว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ดลบันดาล
จะยกตัวอย่างเหตุการณ์หนึ่ง ถ่ายรูปมาแล้ว มีแสงสีขาวปรากฏบนหน้าผาก คล้ายรูปดอกบัว มีผู้รู้ท่านหนึ่งบอกว่า นี่เป็นเพราะพระแม่ลักษมีท่านสื่อมาให้ปรากฏ แสดงให้เห็นให้บุคคลนั้นๆ ได้ประจักษ์ว่า ท่านมีจริงนะ สิ่งศักดิ์สิทธิ์มีจริงนะ พลังต่างๆ มีจริงนะ
ถ้ามีคนตอบว่า ก็นี่เป็นการหักเหของแสงบ้าง แสงสะท้อนตามปกติบ้าง เกี่ยวกับมุมของแสงบ้าง คำตอบเหล่านี้เป็นความจริงในระดับหนึ่ง
แต่ยังมีความจริงในระดับที่ ๒ คือ ทำไมแสงต้องมาหักเห ณ เวลานั้นๆ ภาวะการณ์นั้นๆ ทำไมไม่หักเหเวลาอื่น แสดงว่าต้องมีบางสิ่งที่ซ่อนอยู่ สิ่งที่ซ่อนอยู่อาจจะเป็นตัวที่มากระทบ เช่น แฟลช หลอดไฟ แสดงที่ได้รับพลังงานที่เกินมาตรฐานของสิ่งนั้นๆ เป็นต้น อันนี้เป็นความจริงระดับสอง
ต่อไปเป็นความจริงระดับที่ ๓ อะไรที่ทำให้เกิดพลังงานที่เกินมาตรฐาน หรือหลอดไฟที่ส่งไปทำให้หักเห หรือแฟลชที่จ้าเกินกว่าปกติ ก็ต้องเป็นธรรมชาติที่ปล่อยกระแสไฟที่แรง แล้วอะไรที่ทำให้แสไฟที่แรงเกิดขึ้น คำตอบอยู่ตรงนี้ แสดงว่าต้องมีพลังงานบางอย่างสั่งหรือกำกับพลังงานอีกอย่างหนึ่งให้เป็นไปตามพลังงานนั้นๆ ให้เป็นไป
สิ่งที่สั่งหรือกำกับพลังงานนั้นๆ เราของสมมติเรียกว่า "สิ่งศักดิ์สิทธิ์" เพื่อความเข้าใจง่ายๆ อันนี้เป็นความจริงระดับที่ ๓ แต่ยังมีความจริงระดับที่ ๔ ที่ ๕ ที่ ๖ ถึงระดับ ๑๒ ขั้น แต่อธิบายความจริงระดับนี้ก็คงเพียงพอแล้ว
ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเอาความจริงระดับไหน ระดับตื้นๆ ไปถึงระดับละเอียด
ขอความเคารพ หากผู้รู้มีสิ่งชี้แนะ น้อมรับฟังเสมอ และขอความกรุณาแย้ง ชี้แจง ชี้แนะ แม้แต่ต้องการให้เพิ่มเติมสิ่งใด ก็ขอได้บอกมา
อ.พรหมสิทธิ์ ทิพย์ธาดาวงศ์