เมื่อวานที่ 10 ก.ย. ที่ผ่านมา มือถือเครื่องเก่าผมพัง จึงไปหาซื้อเครื่องใหม่ที่แฟชั่นไอซ์แลน เนื่องจากว่าใกล้บ้าน
เนื่องจากชีวิตเป็นคนติดโทรศัพท์มาก + ใช้เล่นเกมเวลาว่าง เลยอยากถือโอกาสดูเครื่องที่มันกลางๆค่อนไปทางดีหน่อย
ตอนแรกเล็ง S9+ แต่ดูๆแล้วฟังชั่นส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้ใช้งาน เลยมองตัวรองๆลงมาแล้วจบที่ตัว A8+
ส่วนนึงคิดว่าราคาไม่แพงมากเกินไป แถมถูกกว่า S9+ ที่คิดจะซื้อทีแรกตั้งเยอะแถมสเปคใกล้เคียงกัน
หาดูรีวิวใน pantip ก่อนหน้าก็เห็นว่าดีเลยตัดสินใจซื้อ
ซึ่งพนักงานขายก็ดูแลเอาใจใส่ดีมาก โอนย้ายข้อมูลอะไรให้เสร็จสรรพรู้สึกประทับใจดี
แต่พอหลังจากซื้อได้ครบ 7 วันพอดี ปัญหาเกิด อยู่ๆสัญญาณ 4G ก็หลุด(ขึ้นแต่ sent ไม่ receive) ตอนแรกก็ไม่เอะใจอะไรเพราะแค่รีเครื่องก็หาย
แต่หลังจากนั้นอาการมันเป็นถี่ขึ้นเรื่อยๆวันนึงสองสามรอบ ซึ่งมันทำให้ผมเริ่มหงุดหงิดมากขึ้น
พอโทรถาม call center ก็แนะนำวิธีตั้งค่าเนตมาต่างๆนาๆ ซึ่งแน่นอนว่าไม่หาย และสุดท้ายก็แนะนำให้เอาเครื่องส่งศูนย์ (เครื่องพึ่งซื้อมาได้สิบวัน)
ผมค่อนข้างเซ็งแต่ก็ไม่มีทางเลือกเลยพาเครื่องกลับไป Samsung สาขาแฟชั่น (สาขาที่ซื้อมา) เพื่อให้ช่างเช็ค
และนั่นก็ทำลายความประทับใจของผมไปจนหมด เมื่อผมแจ้งพนักงานหญืงท่านหนึ่ง วัยน่าจะ 30 แล้วรูปร่างท้วมนิดๆ แต่ไม่ทราบชื่อ
ว่าเอาเครื่องมาซ่อม สิ่งแรกที่พนักงานท่านนั้นปฏิบัติต่อผมคือ มองผมหัวจรดเท้า แล้วถามว่า "ซื้อที่ไหน" ผมก็บอกว่าซื้อที่นี่ครับ
จากนั้นพนักงานก็ถามหาใบเสร็จ ซึ่งผมบอกว่าผมทิ้งไปแล้ว แต่ผมมีกล่องที่มีสติ๊กเกอร์มาด้วย พนักงานก็ถอนหายใจทีนึง แล้วชี้ให้ผมเดินไปหาช่าง
เชื่อไหมครับว่า ระหว่างสนทนากันไม่มีหางเสียงออกมาจากปากพนักงานท่านนี้เลย
มาถึงช่าง ผมแจ้งอาการไป ช่างก็บอกว่างั้นเดี๋ยวอัพเดทซอฟแวร์ดู ผมก็บอกไปว่าผมลองอัพดูแล้วครับ call center แนะนำแล้ว
หลังจากผมพูดไป ช่างที่นั่งอยู่ทางซ้ายมือของลูกค้า ที่ดูมีอายุหน่อยก็ตะคอกออกมา (แต่ไม่ถึงกับดังมาก) ก็ให้ช่างอัพเดทให้ไง
ผมก็ok ไม่คิดอะไรเพราะตอนนั้นคิดแค่ว่าอยากให้มือถือหาย
หลังจากช่างรับเครื่องไป ช่างก็บอกกว่า ข้อมูลหายหมดนะ
ผมเลยขอช่างว่า ช่วยโอนข้อมูลให้ผมหน่อยได้ไหมครับ แค่ภาพนิดเดียวไม่กี่รูปย้ายไปใส่ SD Card
ช่างก็ตอบกลับมาว่า ไม่ใช่หน้าที่ช่าง ถ้าลูกค้าอยากจะย้ายย้ายเองเลยแล้วค่อยเอามาให้
ซึ่งผมก็เข้าใจดีว่าถ้าลูกค้าทุกคนมาขอให้ช่างย้ายทุกครั้งมันคงกินเวลา ลูกค้าคนอื่นมาก + กะที่มันเป็นเครื่องใหม่ไม่มีข้อมูลอะไรมาก
ก็เลยตัดสินใจให้ลบๆไป
ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีจากนั้นผมก็ได้เครื่องคืนมาในสภาพเครื่องเปล่า
ผมถามช่างต่อว่าถ้าหากอาการไม่หายจะทำยังไง ช่างก็ตอบว่าต้องส่งศูนย์
จากนั้นผมก็กลับโดยไม่ได้ถามอะไรต่อ ได้แต่ภาวนาว่าให้อาการมันหาย
ซึ่งคำภาวนาของผมมันก็ไม่เป็นผล หลังจากนั้นเพียงแค่สองวันให้หลังอาการมันก็กลับมา
และแน่นอนว่า คำแนะนำที่ได้จาก Call Center หลังจากนั้นคือต้องส่งศูนย์
เป็นหนทางสุดท้าย
นี่คือเครื่องพึ่งซื้อไม่ถึงสองสัปดาห์ต้องส่งเข้าศูนย์ แล้ว
แถมภาระอื่นๆก็ตกมาที่ผู้บริโภคอีก ถึงมันไม่ใช่มือถือเครื่อง สี่ห้าหมื่นแต่มันก็ราคาเกือบสองหมื่นอยู่นะ แต่ทำไมคุณภาพมันถึงห่วยแตกได้ขนาดนี้
ยังไม่นับการบริการที่ผมพยายามใช้ความอดทนมากๆ ที่ดูขึงขังไม่ดูน่ารักเหมือนตอนไปซื้อเลย
ดังนั้นใครจะซื้อก็ลองคิดดีๆนะครับ
สุดท้ายนี้หวังว่าผมจะเป็นคนสุดท้ายที่โชคร้ายแบบนี้
[CR] [CR] Samsung A8+ ห่วยแตกที่สุด ใครจะซื้อคิดดีๆ
เนื่องจากชีวิตเป็นคนติดโทรศัพท์มาก + ใช้เล่นเกมเวลาว่าง เลยอยากถือโอกาสดูเครื่องที่มันกลางๆค่อนไปทางดีหน่อย
ตอนแรกเล็ง S9+ แต่ดูๆแล้วฟังชั่นส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้ใช้งาน เลยมองตัวรองๆลงมาแล้วจบที่ตัว A8+
ส่วนนึงคิดว่าราคาไม่แพงมากเกินไป แถมถูกกว่า S9+ ที่คิดจะซื้อทีแรกตั้งเยอะแถมสเปคใกล้เคียงกัน
หาดูรีวิวใน pantip ก่อนหน้าก็เห็นว่าดีเลยตัดสินใจซื้อ
ซึ่งพนักงานขายก็ดูแลเอาใจใส่ดีมาก โอนย้ายข้อมูลอะไรให้เสร็จสรรพรู้สึกประทับใจดี
แต่พอหลังจากซื้อได้ครบ 7 วันพอดี ปัญหาเกิด อยู่ๆสัญญาณ 4G ก็หลุด(ขึ้นแต่ sent ไม่ receive) ตอนแรกก็ไม่เอะใจอะไรเพราะแค่รีเครื่องก็หาย
แต่หลังจากนั้นอาการมันเป็นถี่ขึ้นเรื่อยๆวันนึงสองสามรอบ ซึ่งมันทำให้ผมเริ่มหงุดหงิดมากขึ้น
พอโทรถาม call center ก็แนะนำวิธีตั้งค่าเนตมาต่างๆนาๆ ซึ่งแน่นอนว่าไม่หาย และสุดท้ายก็แนะนำให้เอาเครื่องส่งศูนย์ (เครื่องพึ่งซื้อมาได้สิบวัน)
ผมค่อนข้างเซ็งแต่ก็ไม่มีทางเลือกเลยพาเครื่องกลับไป Samsung สาขาแฟชั่น (สาขาที่ซื้อมา) เพื่อให้ช่างเช็ค
และนั่นก็ทำลายความประทับใจของผมไปจนหมด เมื่อผมแจ้งพนักงานหญืงท่านหนึ่ง วัยน่าจะ 30 แล้วรูปร่างท้วมนิดๆ แต่ไม่ทราบชื่อ
ว่าเอาเครื่องมาซ่อม สิ่งแรกที่พนักงานท่านนั้นปฏิบัติต่อผมคือ มองผมหัวจรดเท้า แล้วถามว่า "ซื้อที่ไหน" ผมก็บอกว่าซื้อที่นี่ครับ
จากนั้นพนักงานก็ถามหาใบเสร็จ ซึ่งผมบอกว่าผมทิ้งไปแล้ว แต่ผมมีกล่องที่มีสติ๊กเกอร์มาด้วย พนักงานก็ถอนหายใจทีนึง แล้วชี้ให้ผมเดินไปหาช่าง
เชื่อไหมครับว่า ระหว่างสนทนากันไม่มีหางเสียงออกมาจากปากพนักงานท่านนี้เลย
มาถึงช่าง ผมแจ้งอาการไป ช่างก็บอกว่างั้นเดี๋ยวอัพเดทซอฟแวร์ดู ผมก็บอกไปว่าผมลองอัพดูแล้วครับ call center แนะนำแล้ว
หลังจากผมพูดไป ช่างที่นั่งอยู่ทางซ้ายมือของลูกค้า ที่ดูมีอายุหน่อยก็ตะคอกออกมา (แต่ไม่ถึงกับดังมาก) ก็ให้ช่างอัพเดทให้ไง
ผมก็ok ไม่คิดอะไรเพราะตอนนั้นคิดแค่ว่าอยากให้มือถือหาย
หลังจากช่างรับเครื่องไป ช่างก็บอกกว่า ข้อมูลหายหมดนะ
ผมเลยขอช่างว่า ช่วยโอนข้อมูลให้ผมหน่อยได้ไหมครับ แค่ภาพนิดเดียวไม่กี่รูปย้ายไปใส่ SD Card
ช่างก็ตอบกลับมาว่า ไม่ใช่หน้าที่ช่าง ถ้าลูกค้าอยากจะย้ายย้ายเองเลยแล้วค่อยเอามาให้
ซึ่งผมก็เข้าใจดีว่าถ้าลูกค้าทุกคนมาขอให้ช่างย้ายทุกครั้งมันคงกินเวลา ลูกค้าคนอื่นมาก + กะที่มันเป็นเครื่องใหม่ไม่มีข้อมูลอะไรมาก
ก็เลยตัดสินใจให้ลบๆไป
ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีจากนั้นผมก็ได้เครื่องคืนมาในสภาพเครื่องเปล่า
ผมถามช่างต่อว่าถ้าหากอาการไม่หายจะทำยังไง ช่างก็ตอบว่าต้องส่งศูนย์
จากนั้นผมก็กลับโดยไม่ได้ถามอะไรต่อ ได้แต่ภาวนาว่าให้อาการมันหาย
ซึ่งคำภาวนาของผมมันก็ไม่เป็นผล หลังจากนั้นเพียงแค่สองวันให้หลังอาการมันก็กลับมา
และแน่นอนว่า คำแนะนำที่ได้จาก Call Center หลังจากนั้นคือต้องส่งศูนย์
เป็นหนทางสุดท้าย
นี่คือเครื่องพึ่งซื้อไม่ถึงสองสัปดาห์ต้องส่งเข้าศูนย์ แล้ว
แถมภาระอื่นๆก็ตกมาที่ผู้บริโภคอีก ถึงมันไม่ใช่มือถือเครื่อง สี่ห้าหมื่นแต่มันก็ราคาเกือบสองหมื่นอยู่นะ แต่ทำไมคุณภาพมันถึงห่วยแตกได้ขนาดนี้
ยังไม่นับการบริการที่ผมพยายามใช้ความอดทนมากๆ ที่ดูขึงขังไม่ดูน่ารักเหมือนตอนไปซื้อเลย
ดังนั้นใครจะซื้อก็ลองคิดดีๆนะครับ
สุดท้ายนี้หวังว่าผมจะเป็นคนสุดท้ายที่โชคร้ายแบบนี้
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้