http://www.share2trade.com/index.php?route=content/content&path=9&content_id=3620
สัปดาห์นี้...มาอัพเดทผลตอบแทนกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)ที่ให้ผลตอบแทนย้อนหลังประจำเดือนสิงหาคม 2561 ที่ให้ผลตอบแทนสูงสุด 10 อันดับแรก เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเลือกช้อปกองทุน LTF/RMF ในช่วงปลายปี
เพราะในช่วงปลายปี มักจะมีคำถามชุดเดียวกันว่าลงทุนบลจ.ไหนดี...แล้วค่ายไหนให้ผลตอบแทนสูงสุด
บอกตรง...ไม่มีค่ายไหนเป็นแชมป์ตลอดกาล
เพราะขึ้นอยู่กับนโยบายการลงทุนของบลจ.แต่ละแห่ง ซึ่งในแต่ละบลจ. กองทุนแต่ละกองทุนก็ดีไซน์ออก
มาไม่เหมือนกัน บ้างลงทุนหุ้นขนาดใหญ่ใน SET 50 ใน SET 100 บ้างลงทุนในหุ้นขนาดกลางและเล็ก
บ้างลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงาน หุ้นกลุ่มธนาคาร ลงทุนในทองคำ น้ำมัน
กระจายสัดส่วนลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศ
กระจายสัดส่วนลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศ ซึ่งก็มีตั้งแต่ตลาดหุ้นในประเทศเกิดใหม่ ตลาดหุ้นยุโรป ตลาดหุ้นสหรัฐ ตลาดหุ้นจีน ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เป็นต้น
ทำให้ผลตอบแทนแตกต่างกันออกไป
ขึ้นอยู่กับมุมมองของฟันด์เมเนเจอร์ และความสามารถในการยอมรับความเสี่ยงของนักลงทุนในช่วงเวลานั้นๆ
มาดูกันที่กองทุน LTF ที่ให้ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี สูงสุด 10 อันดับแรก (สิ้นเดือนสิงหาคม 2561)
ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 12.68-17.84%
ส่วนกองทุน RMF ที่ให้ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี สูงสุด 10 อันดับแรก (สิ้นเดือนสิงหาคม 2561)
ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 15.14-18.03%
ตลาดหุ้นไทยในเดือนกันยายน...ที่เริ่มเด้งกลับมายืนเหนือระดับ 1,700 จุด และกำลังแรลลี่ ไปที่สถานีต่อไปที่ 1,800 จุด ซึ่งถือเป็นเป้าหมายแรก ก่อนที่จะไป 1,900 จุด
หลังสถานการณ์การเมืองเริ่มมีความชัดเจนในการจัดให้มีการเลือกตั้งภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2562
แรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติที่กลับเข้ามาลงทุนอีกครั้ง
และแรงซื้อของนักลงทุนสถาบัน ทำให้ตลาดเริ่มส่งสัญญาณ “ขาขึ้น” รับเลือกตั้ง
แน่นอนว่า...การทยอยสะสมเข้าลงทุนในกองทุน LTF/RMF ในช่วงเวลานี้ น่าจะเป็นเวลาที่เหมาะสม ดีกว่าเข้าไปซื้อทีเดียวในช่วงปลายปี ซึ่งอาจมีต้นทุนที่สูงกว่า...ว่ามั๊ยครับ
//////////////////
ขอบคุณบทความจาก
www.facebook.com/Share2Trade/
www.share2trade.com
TOP10 กองทุน LTF/RMF (โดย Smart Invest เว็บ Share2Trade)
สัปดาห์นี้...มาอัพเดทผลตอบแทนกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF)ที่ให้ผลตอบแทนย้อนหลังประจำเดือนสิงหาคม 2561 ที่ให้ผลตอบแทนสูงสุด 10 อันดับแรก เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของการเลือกช้อปกองทุน LTF/RMF ในช่วงปลายปี
เพราะในช่วงปลายปี มักจะมีคำถามชุดเดียวกันว่าลงทุนบลจ.ไหนดี...แล้วค่ายไหนให้ผลตอบแทนสูงสุด
บอกตรง...ไม่มีค่ายไหนเป็นแชมป์ตลอดกาล
เพราะขึ้นอยู่กับนโยบายการลงทุนของบลจ.แต่ละแห่ง ซึ่งในแต่ละบลจ. กองทุนแต่ละกองทุนก็ดีไซน์ออก
มาไม่เหมือนกัน บ้างลงทุนหุ้นขนาดใหญ่ใน SET 50 ใน SET 100 บ้างลงทุนในหุ้นขนาดกลางและเล็ก
บ้างลงทุนในหุ้นกลุ่มพลังงาน หุ้นกลุ่มธนาคาร ลงทุนในทองคำ น้ำมัน
กระจายสัดส่วนลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศ
กระจายสัดส่วนลงทุนในตลาดหุ้นต่างประเทศ ซึ่งก็มีตั้งแต่ตลาดหุ้นในประเทศเกิดใหม่ ตลาดหุ้นยุโรป ตลาดหุ้นสหรัฐ ตลาดหุ้นจีน ตลาดหุ้นญี่ปุ่น เป็นต้น
ทำให้ผลตอบแทนแตกต่างกันออกไป
ขึ้นอยู่กับมุมมองของฟันด์เมเนเจอร์ และความสามารถในการยอมรับความเสี่ยงของนักลงทุนในช่วงเวลานั้นๆ
มาดูกันที่กองทุน LTF ที่ให้ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี สูงสุด 10 อันดับแรก (สิ้นเดือนสิงหาคม 2561)
ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 12.68-17.84%
ส่วนกองทุน RMF ที่ให้ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปี สูงสุด 10 อันดับแรก (สิ้นเดือนสิงหาคม 2561)
ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยประมาณ 15.14-18.03%
ตลาดหุ้นไทยในเดือนกันยายน...ที่เริ่มเด้งกลับมายืนเหนือระดับ 1,700 จุด และกำลังแรลลี่ ไปที่สถานีต่อไปที่ 1,800 จุด ซึ่งถือเป็นเป้าหมายแรก ก่อนที่จะไป 1,900 จุด
หลังสถานการณ์การเมืองเริ่มมีความชัดเจนในการจัดให้มีการเลือกตั้งภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2562
แรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติที่กลับเข้ามาลงทุนอีกครั้ง
และแรงซื้อของนักลงทุนสถาบัน ทำให้ตลาดเริ่มส่งสัญญาณ “ขาขึ้น” รับเลือกตั้ง
แน่นอนว่า...การทยอยสะสมเข้าลงทุนในกองทุน LTF/RMF ในช่วงเวลานี้ น่าจะเป็นเวลาที่เหมาะสม ดีกว่าเข้าไปซื้อทีเดียวในช่วงปลายปี ซึ่งอาจมีต้นทุนที่สูงกว่า...ว่ามั๊ยครับ
//////////////////
ขอบคุณบทความจาก
www.facebook.com/Share2Trade/
www.share2trade.com