ผมเป็นคนต่างจังหวัดมาเรียนที่ กทม ตั้งแต่ปี 1 ครับ ตอนนี้ทำงานที่ กทม เกือบๆจะ 2 ปีแล้ว ใช้ชีวิตอยู่คนเดียว อายุ 23 เป็นโปรแกรมเมอร์ครับ
หลังจากทำงานผมพบว่า
1. ทำงาน จ-ศ แล้ว ส-อา ไม่รู้จะทำอะไร เล่นเกมก็เบื่อ ไปข้างนอกก็เบื่อ ปกติแล้วผมเป็นคนไม่ไปไหนอยู่แล้วครับ
2. เวลาว่างมีสิ่งที่อยากทำแต่ทำไม่ได้ผมอยาก ทำอาหาร, เลี้ยงหมาแมว, ปลูกต้นไม้, ซ้อมดนตรีแบบเปิดลำโพง(ใส่หูฟังเอาก็ได้ครับ แต่นานๆเข้ารู้สึกไม่โอเคกับหู) เนื่องจากผมออยู่หอพักครับ
3. ผมไม่ใช่คนที่ใช้เงินเยอะครับ แต่ผมอยากให้มีเงินในบัญชีเยอะๆ ยิ่งเยอะมันยิ่งรู้สึกสบายใจ
ซึ่งจากข้อ 1 กับ 2 มันทำให้แต่ละวันหยุดของผมมันรู้สึกว่าผมไม่ได้ชาร์จแบตให้ตัวเองครับ รู้สึกว่ามันสะสมมาเรื่อยๆ กลายเป็นรู้สึกไม่อยากทำงาน ไม่อยากทำอะไร(ต่างจากตอนที่เริ่มทำงานใหม่ๆ)
ผมคิดว่าข้อ 2 ถ้าเราอยู่บ้านเราสามารถที่จะทำได้ มีเครื่องครัว, มีหมาแมวอยู่แล้ว, มีที่ 10 กว่าไร่อยากปลูกอะไรก็ปลูกไป ซ้อมดนตรีดังๆได้ แต่งานหลักละ หาเงินจากไหน
เลยไปเจอว่ามีงานนักวิชาการคอม ซึ่งเงินเดือนก็ไม่น้อย(เริ่ม 19,500) แต่เป็นพนักงานราชการ เข้าหาข้อมูลพนักงานราชการ บ้างก็ว่าเขาอาจไม่ต่อสัญญา บ้างก็ว่าเขาต่อสัญญาไปเรื่อยๆถ้าไม่ทำผิดวินัย
ซึ่งมาคิดดูแล้วอยู่ กทม ค่าหอ 5,000 ค่าข้าว 4,200 ต่อเดือน ตีไป 10,000 ต่อเดือนที่เสียไป แต่ถ้าอยู่บ้านไม่ต้องเสียค่าพวกนี้(เสียค่าข้าวแต่น้อยลงเพราะทำกินเอง)
แถมเราสามารถทำกิจการที่ตัวเองอยากทำได้ด้วย ได้ดูแลพ่อแม่ท่านก็อายุเยอะแล้ว
คราวนี้หาข้อมูลไปอีกบางคนบอกอย่าทำพนังงานราชการเลย เป็นข้าราชการดีกว่า(ตรงนี้ผมเข้าใจความต่างของทั้ง 2 นะครับ) ข้าราชการพ่อแม่ได้สิทธิด้วย
ผมเลยงง ในเมื่อเรามีทั้ง สิทธิราชการ, บัตรทอง, ประกันสังคม แถมถ้าผมบริจาคเลือดครบ 24 ครั้ง ผมก็ได้สิทธิอีก เรามีสิทธิพวกนี้แต่เราใช้ได้แค่อันเดียว อันนี้ผมแยกไม่ออกจริงๆครับว่าต่างกันยังไง
เพราะพ่อแม่ผมก็มีบัตรทอง ผมก็มี ดังนั้นสิทธิของข้าราชการผมไม่ต้องมีก็ได้ ? รึเปล่าครับ
แล้วผมก็มาคิดอีกระหว่างเอกชนที่ กทม กับ ราชการที่บ้าน หลังๆจะเป็นยังไง ถ้าทำเอกชนยอมรับว่าเงินเยอะ แต่สุขภาพกายกับสุขภาพจิตละ อายุซัก 40 จะทำยังไง
ถ้าทำราชการที่บ้านละเงินเดือนซักตอน 40 จะเป็นยังไง จะ ok มั้ย
ตรงนี้ถ้าใครมีคนรู้จักที่ทำทั้งเอกชนหรือราชการ ช่วยบอกผมหน่อยครับว่าชีวิตความเป็นอยู่ของเขาเมื่ออายุประมาณ 35 - 40 เป็นยังไง เงินต่างกันมากมั้ย สุขภาพเป็นยังไง
ตอนนี้คือยังไม่ได้ไปสอบหรืออะไรนะครับ ว่าจะเริ่มปีหน้าเพราะผมอยากจะทำโปรเจคที่ผมดูแลให้หมดก่อน จะได้ไม่ทิ้งภาระให้คนอื่นๆ
กว่าผมจะสอบก็ปีหน้ากลางๆเดือนนูน ช่วงนี้ก็อ่านหนังสือเตรียมสอบไปก่อน
ลืมบอก ผมตอนนี้ไม่มีหนี้ ที่บ้านก็ไม่มีหนี้อะไร ผมเงินเก็บเกือบจะ 1 แสนแล้ว (เพราะนิสัยชอบเห็นเงินเยอะๆในบัญชี)
ผมไม่มีความรู้สึกอยากได้บ้านหรือรถเลย ผมมีแต่ความรู้สึกอยากตามที่กล่าวในข้อ 2 ข้างบน
ปรึกษาทีครับเกี่ยวกับงานเอกชนที่ กทม กับงานราชการที่บ้าน
หลังจากทำงานผมพบว่า
1. ทำงาน จ-ศ แล้ว ส-อา ไม่รู้จะทำอะไร เล่นเกมก็เบื่อ ไปข้างนอกก็เบื่อ ปกติแล้วผมเป็นคนไม่ไปไหนอยู่แล้วครับ
2. เวลาว่างมีสิ่งที่อยากทำแต่ทำไม่ได้ผมอยาก ทำอาหาร, เลี้ยงหมาแมว, ปลูกต้นไม้, ซ้อมดนตรีแบบเปิดลำโพง(ใส่หูฟังเอาก็ได้ครับ แต่นานๆเข้ารู้สึกไม่โอเคกับหู) เนื่องจากผมออยู่หอพักครับ
3. ผมไม่ใช่คนที่ใช้เงินเยอะครับ แต่ผมอยากให้มีเงินในบัญชีเยอะๆ ยิ่งเยอะมันยิ่งรู้สึกสบายใจ
ซึ่งจากข้อ 1 กับ 2 มันทำให้แต่ละวันหยุดของผมมันรู้สึกว่าผมไม่ได้ชาร์จแบตให้ตัวเองครับ รู้สึกว่ามันสะสมมาเรื่อยๆ กลายเป็นรู้สึกไม่อยากทำงาน ไม่อยากทำอะไร(ต่างจากตอนที่เริ่มทำงานใหม่ๆ)
ผมคิดว่าข้อ 2 ถ้าเราอยู่บ้านเราสามารถที่จะทำได้ มีเครื่องครัว, มีหมาแมวอยู่แล้ว, มีที่ 10 กว่าไร่อยากปลูกอะไรก็ปลูกไป ซ้อมดนตรีดังๆได้ แต่งานหลักละ หาเงินจากไหน
เลยไปเจอว่ามีงานนักวิชาการคอม ซึ่งเงินเดือนก็ไม่น้อย(เริ่ม 19,500) แต่เป็นพนักงานราชการ เข้าหาข้อมูลพนักงานราชการ บ้างก็ว่าเขาอาจไม่ต่อสัญญา บ้างก็ว่าเขาต่อสัญญาไปเรื่อยๆถ้าไม่ทำผิดวินัย
ซึ่งมาคิดดูแล้วอยู่ กทม ค่าหอ 5,000 ค่าข้าว 4,200 ต่อเดือน ตีไป 10,000 ต่อเดือนที่เสียไป แต่ถ้าอยู่บ้านไม่ต้องเสียค่าพวกนี้(เสียค่าข้าวแต่น้อยลงเพราะทำกินเอง)
แถมเราสามารถทำกิจการที่ตัวเองอยากทำได้ด้วย ได้ดูแลพ่อแม่ท่านก็อายุเยอะแล้ว
คราวนี้หาข้อมูลไปอีกบางคนบอกอย่าทำพนังงานราชการเลย เป็นข้าราชการดีกว่า(ตรงนี้ผมเข้าใจความต่างของทั้ง 2 นะครับ) ข้าราชการพ่อแม่ได้สิทธิด้วย
ผมเลยงง ในเมื่อเรามีทั้ง สิทธิราชการ, บัตรทอง, ประกันสังคม แถมถ้าผมบริจาคเลือดครบ 24 ครั้ง ผมก็ได้สิทธิอีก เรามีสิทธิพวกนี้แต่เราใช้ได้แค่อันเดียว อันนี้ผมแยกไม่ออกจริงๆครับว่าต่างกันยังไง
เพราะพ่อแม่ผมก็มีบัตรทอง ผมก็มี ดังนั้นสิทธิของข้าราชการผมไม่ต้องมีก็ได้ ? รึเปล่าครับ
แล้วผมก็มาคิดอีกระหว่างเอกชนที่ กทม กับ ราชการที่บ้าน หลังๆจะเป็นยังไง ถ้าทำเอกชนยอมรับว่าเงินเยอะ แต่สุขภาพกายกับสุขภาพจิตละ อายุซัก 40 จะทำยังไง
ถ้าทำราชการที่บ้านละเงินเดือนซักตอน 40 จะเป็นยังไง จะ ok มั้ย
ตรงนี้ถ้าใครมีคนรู้จักที่ทำทั้งเอกชนหรือราชการ ช่วยบอกผมหน่อยครับว่าชีวิตความเป็นอยู่ของเขาเมื่ออายุประมาณ 35 - 40 เป็นยังไง เงินต่างกันมากมั้ย สุขภาพเป็นยังไง
ตอนนี้คือยังไม่ได้ไปสอบหรืออะไรนะครับ ว่าจะเริ่มปีหน้าเพราะผมอยากจะทำโปรเจคที่ผมดูแลให้หมดก่อน จะได้ไม่ทิ้งภาระให้คนอื่นๆ
กว่าผมจะสอบก็ปีหน้ากลางๆเดือนนูน ช่วงนี้ก็อ่านหนังสือเตรียมสอบไปก่อน
ลืมบอก ผมตอนนี้ไม่มีหนี้ ที่บ้านก็ไม่มีหนี้อะไร ผมเงินเก็บเกือบจะ 1 แสนแล้ว (เพราะนิสัยชอบเห็นเงินเยอะๆในบัญชี)
ผมไม่มีความรู้สึกอยากได้บ้านหรือรถเลย ผมมีแต่ความรู้สึกอยากตามที่กล่าวในข้อ 2 ข้างบน