ชีวิตเป็นของเราจริงๆไหม? หรือความเป็นปัจเจกไม่เคยมีอยู่แต่แรก?

คิดมานานแล้วกับคำว่า "ทำอะไรที่อย่าให้สังคมเดือดร้อน" ซึ่งบางทีมันอาจจะเป็นไปไม่ได้เลยก็ได้ ( หรือเปล่า? ) แต่เพิ่งจะมีอารมณ์ตั้งเพราะคลิปนี้นะ

ก่อนอื่นถ้างง อยากให้ฟังคุณโอม Cocktail แกพูดในคลิปนี้ก่อนครับ ( นาทีที่ 24.15 - 24.37 )

"ทุกการกระทำผลลัพธ์มันเป็นของเรา คุณอย่าเอาแต่คิดว่าชีวิตมันเป็นของเรา มันไม่ขนาดนั้น เรียนหนังสือใครจ่ายให้เรียน? อยู่ในประเทศนี้ปลอดภัยได้เพราะใคร? ชีวิตมันเป็นของเราเฉพาะผลลัพธ์ที่เราทำ แต่เรามีความเชื่อมโยงกับคนอื่นแบบไม่มีทางแกะออกได้"

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ
ซึ่งผมเองสงสัยมาตลอดเหมือนกันว่าตกลงแล้ว "เรามีชีวิตเป็นของเราจริงๆ หรือเปล่า?" เพราะจะมีนักคิดบางสำนักที่บอกว่า "ไม่มีใครเป็นตัวของตัวเองได้จริงๆ ชีวิตเราเชื่อมโยงกับคนอื่นๆ และกับทุกสรรพสิ่งเสมอ" ดังนั้นไม่มีพฤติกรรมใดๆ เลยที่ไม่ส่งผลกระทบกับคนรอบตัว

- บางคนบอกว่าตัวเองกินเหล้าแค่สังสรรค์ ไม่ได้นึกจะกินก็กินแบบคนติดแอลกอฮอล์ กินแล้วก็ไม่ได้ขับรถ แล้วจะเดือดร้อนใคร? ก็จะมีคำตอบได้ว่า มันมีงานวิจัยอยู่นะที่ว่าไม่ว่าจะดื่มมากดื่มน้อย แต่ถ้าดื่มต่อเนื่องมันก็มีโอกาสสะสมแล้วไปออกเป็นโรคต่างๆ เอาตอนแก่ตัว ก็ต้องใช้สวัสดิการสังคมที่มาจากภาษีของส่วนรวมไปเป็นค่ารักษาพยาบาลอีก , บางคนบอกฉันมีเงินจ่ายเองได้ 100% น่ะ ก็จะมีข้อแย้งว่า บุคลากรทางการแพทย์ไม่ว่า รพ.รัฐ หรือเอกชน รัฐเป็นคนสมทบทุนสนับสนุนในการสร้างทั้งนั้น การที่คุณป่วยเพราะกินเหล้า มันเบียดบังเวลาที่บุคลากรเหล่านี้จะได้ไปช่วยเหลือคนอื่นที่เขาเจ็บป่วยแบบไม่คาดคิดโดยที่ไม่ได้ทำตัวเอง ( ข้อนี้สำหรับคนไม่กินเหล้า เปลี่ยนตัวแปรเป็นอาหารรสจัด หวานมันเค็มก็ได้ครับ แก่ตัวเสี่ยงโรคออกเหมือนกัน )

- เด็กๆ เยาวชน หลายคนอาจจะบอกว่าเรียนๆ เล่นๆ ไม่ได้ตั้งใจเต็มร้อย อาจจะบอกว่าก็ไม่ได้ถึงกับเกเรอะไร ไม่แว้น ไม่อันธพาล ไม่เสพยา ไม่ติดเกม แต่พอเกรดไม่ดี โตไปพลาดโอกาสทำงานในที่ดีๆ ความมั่นคงในชีวิตลดลง พอเจอวิกฤติมาก็ต้องมาขอความช่วยเหลือจากรัฐ ทั้งๆ ที่ถ้าคุณทำดีมาแต่ต้นอาจจะรับมือปัญหาได้เองโดยไม่ต้องเจ็บหนักจนต้องพึ่งคนอื่นเลยก็ได้ เช่นเดียวกัน ผู้ใหญ่วัยทำงาน เงินเดือนออกกินเที่ยวสนุกสนาน ไม่ได้สนใจเรื่องการออมการลงทุน ถึงจะไม่ได้ทำอะไรผิดกฎหมาย งานก็งานสุจริต แต่เมื่อคุณไม่กระตือรือร้นสร้างเนื้อสร้างตัวให้มั่งคั่ง ความมั่นคงก็ไม่มี เจอวิกฤติมาก็ต้องเรียกร้องให้รัฐหรือคนอื่นช่วย แถมรายได้น้อยก็ไม่ถึงเกณฑ์จ่ายภาษี แต่คุณได้ใช่สารพัดสวัสดิการสังคม เท่ากับเอาเปรียบหรือเปล่า? ถ้าคนคิดแบบนี้มากๆ ชาติจะล่มจมไหม?

ฯลฯ

ถ้าให้ยกตัวอย่างอีกก็มีเยอะครับ แต่สรุปง่ายๆ คือ จะมีแนวความคิดหนึ่งที่เชื่อแบบนี้ละว่าไม่มีทางเลยที่ใครคนใดคนหนึ่งจะเป็นอิสระหรือทำอะไรตามใจได้อย่างแท้จริงโดยไม่ส่งผลกระทบกับสิ่งอื่นๆ คนอื่นๆ นอกจากผลกระทบตามแต่ละเรื่องแต่ละพฤติกรรมแล้ว แนวคิดนี้ยังเน้นว่า "ทุกคนเป็นแบบอย่างซึ่งกันและกัน" เมื่อคุณทำอะไรแล้วก็มีแนวโน้มที่คนอื่นอย่างน้อยสักคนสองคนน่าจะทำตาม ดังนั้นในระยะยาวมันก็ต้องส่งผลสะเทือนเป็นวงกว้างอยู่ดี

ถ้าเอาตามแนวคิดชุดนี้ ตกลงแล้วความเป็นปัจเจกไม่เคยมีอยู่จริงใช่หรือไม่? เพราะแม้แต่การกระทำที่บอกว่าไม่ผิดกฎหมาย ( ซึ่งผู้ถือหลักคิดแบบปัจเจกนิยมมักอ้างข้อนี้กันมาก ) ลึกๆ แล้วมันก็ส่งผลกระทบต่อคนอื่นสิ่งอื่นได้อยู่ดี

TonyMao_NK51 ( ใช้แทนอมยิ้มที่ถูกแบน )
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่