ห่างหายจากเที่ยวต่างประเทศหนึ่งปีเต็มๆ คราวนี้น้ำใจขอพาทุกๆคนไปเที่ยวแถบอาเซียนเรากันบ้างนะคะ ช่วงนี้น้ำใจกับน้องจิณณ์จะอินกับประเทศเพื่อนบ้านเป็นพิเศษเพราะที่โรงเรียนกำลังสอนเรื่องอาเซียนกันถ้วนหน้า มีความเป๊ะปังในการจดจำประเทศทั้งสิบอีกต่างหาก และที่สำคัญเจ้าของโปรเจคการเที่ยวมาเลครั้งนี้จะเป็นใครไปไม่ได้ ก็น้ำใจเองนี่ละคะ ก็อะไรอีกละคะ เพราะพ่อแม่สัญญาแล้วว่าจะพาน้ำใจไปเลโก้แลนด์แดนมหัศจรรย์ในฝันของหนู บ่นอยากไปตั้งแต่ปีที่แล้ว ถึงกับเขียนจดหมายส่งไปเลโก้แลนด์ มาครานี้พ่อแม่เลยต้องจัดทริปไปจริงๆสักที
ว่าแล้วพ่อแม่ก็ต้องเริ่มเลยค่ะ ขั้นแรก .....ลางานค่ะ 5555
คุณพ่อก็จัดแจงจองตั๋วเครื่องบินสายการบินประจำของเรา แอร์เอเชีย หาช่วงที่ราคาโอเคเลยได้กำหนดวันดีเดย์ของทริปเราเริ่มเดินทางกันวันที่ 27 มีนาคม และ กลับวันที่ 3 เมษายน ที่ผ่านมา (แม่ขออภัยตั้งใจจะรีวิวตั้งแต่กลับมาพิมพ์ใส่เวิร์ดไว้เพิ่งได้เอาลงพันทิพย์เป็นเรื่องเป็นราวเนี่ยละคะ)
ทริปครั้งนี้ตัดสินใจไม่เอารถเข็นไปกัน เพราะน้ำใจเองตอนนี้ก็ 6 ขวบ น้องจิณณ์ 4 ขวบ ทั้งสองสัญญาว่าจะไม่ดื้อไม่สนและจะไม่งอแง จะขยันเดินพร้อมพ่อแม่กับยาย ดังนั้นทริปนี้จึงอาศัยแท็กซี่ กับ แกร๊บ เอาซะส่วนใหญ่ เนื่องจากราคาไม่สูงมากและสะดวกมากๆ
ก่อนเดินทางหนึ่งวันแม่เพิ่งมีเวลาจัดกระเป๋าดีที่ทริปนี้ระยะสั้นเลยไม่ต้องเตรียมอะไรมาก อากาศก็ไม่ต่างจากเมืองไทยเท่าไหร่ แต่ฝนตกเกือบทุกวัน
เริ่มเลยค่ะ เช้าวันที่ 27 มีนาคม เด็กๆตื่นเต้นมากเตรียมตัวตื่นกันแต่เช้าสะพายกระเป๋าเป้คนละใบ ตอนนี้โตแล้วต้องเอาไปรับผิดชอบคนละใบค่ะ พ่อแม่ยายสบายยยยยยยย 5555 ด้วยความที่แม่ย่ามใจ คิดว่าโบกแท็กซี่น่าจะมีไปดอนเมืองบ้างแถวนี้ ที่ไหนได้โบกผ่านไปสี่คันไม่มีรับสักคัน งงใจแท็กซี่จริงๆ ถามแท็กซี่พวกที่จอดคาตามโรงแรมที่พักว่าไปไหมก็ไม่มีไป โอเค จบ โทรเรียกรถเอา กระโจนขึ้นรถขับตรงไปสนามบินดอนเมืองในบัดดล ถึงสนามบินครานี้ พบความเปลี่ยนแปลงอย่างแรกคือ ขั้นตอนการตรวจกระเป๋า ซึ่งปกติก่อนเข้าแถวเช็คอินจะต้องเอากระเป๋าวางสายพานเพื่อเอาเข้าเครื่องตรวจก่อน แต่ครานี้ เป็นว่าเข้าแถวเช็คอินเรียบร้อย ค่อยเอากระเป๋าไปวางสายพานเพื่อตรวจแทน
พ้นกิจการเช็คอินแล้ว ก็ตัวปลิวไปหาของกินก่อน Mc Breakfast เลยค่ะ ที่สนามบินมีน้ำฟรี แต่ว่าจะโดนคุณลุงคุณป้าชาวจีนกดใส่ขวดเรียบร้อยโรงเรียนจีน เพราะลุงป้าแกจะมีกระบอกน้ำติดตัวตลอด อย่าว่าแต่ลุงป้าแกเลยค่ะน้ำใจก็เอาด้วยคน 5555 ช่วงนี้แม่นิยมให้พกน้ำติดตัวจะได้ไม่ต้องซื้อน้ำบ่อยๆ ฟรีตรงไหนก็กดเติมเอาโลด อย่าว่าแม่เลย แม่สะดวกแบบนี้
ถึงเวลาขึ้นเครื่อง ไฟล์ทออกเดินทางตอนเที่ยงครึ่งเดินทางถึงที่หมายเมืองยะโฮห์บารูห์ สถานที่ที่ซึ่งเราจะไปบุกเลโก้แลนด์กันช่วงประมาณบ่ายสามครึ่ง ซึ่งเวลาที่มาเลเซียจะเร็วกว่าประเทศไทย หนึ่งชั่วโมง สภาพอากาศก็เป็นอย่างที่เตรียมตัวเลยค่ะ ฝนพรำมาเลยตั้งแต่ลงเครื่อง มาถึงสนามบินลงมาชั้นล่าง จะมีเคาน์เตอร์ให้บริการรถอยู่ อยากจะติดต่อเพื่อเช่ารถ หรือแท็กซี่ ก็ได้ บ้านเราเลือกแท็กซี่ หลังบอกที่หมาย จ่ายเงิน ผู้ให้บริการจะเขียนใส่กระดาษเราก็เอาไปยื่นให้คนขับได้เลย ซึ่งที่จะไปขึ้นรถก็เดินออกนอกสนามบินไปด้านซ้ายจะเจอป้าย คนขับจะรออยู่ตรงนั้น เจอคนขับนิสัยดี ขับจากสนามบินมาที่พักทางค่อนข้างไกล ระหว่างทางที่นี่มีต้นไม้ขึ้นจำนวนมาก สองข้างทางเหมือนอยู่ต่างจังหวัดไทยสุดๆ รถน้อย บรรยากาศดี แต่ที่นี่อารมณ์เป็นเมืองใหม่ สิ่งก่อสร้าง อาคาร ถนนหนทาง กำลังก่อสร้างเต็มไปหมด เหมือนเราอยู่ในดินแดนยุคบุกเบิกความเป็นเมือง ตึกสูงกำลังกำเนิดขึ้นหลายตึก
แต่น แตน แต๊นนนนนนนนนนนนนนนนนน
มาถึงที่พักคืนแรกเอาใจลูกๆกันไปเลยที่โรงแรมเลโก้แลนด์ LEGOLAND MALAYSIA RESORT ……………



อ๊ายยยยย โรงแรมไกลปืนเที่ยงแต่สีสันสมเป็นเลโก้สุดๆ ห้องพักที่พ่อได้จองเอาใจลูกๆเป็นธีม นินจาโก ซึ่งแม่ลูกสาวน้ำใจอินเป็นที่สุด เลยเอาธีมนี้ละ มาถึงเด็กๆกำลังหลับพอปลุกว่าถึงโรงแรมเลโก้แล้วเท่านั้นหล่ะ ดีดตัวอัตโนมัติ โอ้วโหวววววว ไม่ต้องเป็นธุระพ่อแม่ยายเลยจ้าวิ่งเข้าไปเล่นของเล่นทันที พ่อแม่ก็เดินมาเช็คอิน โอ๊ะข้างหลังฟร้อนท์รีเซฟชั่นมีเลโก้ปั่นจักรยานไหลไปมาด้วยแหนะ ที่นี่จะมีชาร์จ 10MYR ตอนเช็คอินเป็นค่าtourism และมีค่ามัดจำอีก250MYR เมื่อเช็คอินแล้วนั้น จะได้ซองข้อมูลมาเจ้าค่ะ ซึ่งข้างในประกอบไปด้วย ยูเซอร์พาสเวิร์ดสำหรับwifi แผนที่เลโก้แลนด์ ใบเสร็จ และ ข้อมูลพื้นฐานสำหรับการเข้าพัก
มาชมที่นอนกันเลยค่ะ



ในห้องมีเกมให้เล่นด้วย มาหาสมบัติที่ทางเลโก้แลนด์จัดให้กันเถอะ
หน้าตาสมบัติที่เขาจัดไว้ให้ก็คือ......ซองของเล่นเลโก้นั่นเอง
มื้อเย็นเดินทางมาถึงที่นี่ของกินหลากหลายเลยลองเอาอย่างเลยเห็นว่าเป็นร้านที่เพิ่งเปิดใหม่ด้วยนั่นคือร้าน ซูชิของไค เอ๊าของใครละ ก็ของ ไค ไง เอ๊ะยังไง 5555 ร้านนี้คือ KAI’s sushi ตัวละครจากนินจาโกนั่นเอง กินร้านนี้รอเวลาบุฟเฟ่นั่นเอง ซึ่งที่นี่บุฟเฟ่จะเปิดตอนเย็นช่วงหกโมงครึ่งถึงสี่ทุ่ม
มาเปิดบุฟเฟ่ที่นี่กันเลย
โต๊ะจะสามารถระบายสีได้ค่ะ
ส่วนนี่เอาคัพเค้กไปตกแต่งได้ตามใจ







กินเสร็จก็เล่นต่อพ่อแม่ยายก็นั่งชมดชม้อยชายตาแลลูกๆเล่นกันไปกระมัง ถึงเวลาเข้านอนนนนน ได้ที่นอนสองชั้นแบบนี้ที่บ้านไม่มีน้ำใจถูกใจนักแล ถึงกับกล่าววาจา “ดีจริงๆที่ได้มาที่นี่”
จบหนึ่งวันนอนค่ะนอน
รุ่งเช้าวันที่สอง ณ เมืองยะโฮห์บารูห์
ตื่นมาก็แพ็คกระเป๋าเตรียมเช็คเอ้าที่ย้ายที่อยู่ เอากระเป๋าไปฝาก จะฝากกี่ใบก็ได้จะมีtagให้เรามารับ

แล้วบุกเลโก้แลนด์กันเลยยยยยย
เดินจากโรงแรมไม่ไกลเลย วันนี้อากาศเป็นใจ แดดดีเหลือเกิน ฝนไม่มาเลยแหะ แต่ตามพยากรณ์แล้วก็จะมาช่วงบ่ายสามบ่ายสี่นั่นละ คุณแท็กซี่ที่ขับมาส่งเมื่อวานก็บอกไว้เช่นกัน เดินเข้ามาเลยรีบหาเครื่องเล่นกลางแจ้งเล่นก่อนเลย มาขับเรือเลยค่ะ ตามมาด้วยขับรถ มีให้ทำใบขับขี่ด้วยนะ น้องจิณณ์อายุสี่ขวบเลยได้ขับสนามเล็กแทน






เครื่องเล่นที่น้ำใจชอบมากขอเล่นเสียหลายรอบก็คือ การเข้าสำนักนินจาโกนั่งเครื่องยิงมือเป็นดาวกระจายสู้กับตัวร้าย อากาศร้อนก็เข้าโรงแสดง น่ารักและสวยงาม ไม่ได้ถ่ายวิดีโอมามีโอกาสเข้าไปดูกันนะจ๊ะ






น้ำใจขอเล่นเครื่องเล่นที่สำนักนินจาโกรอบสองรอบนี้ได้ของเล่นกับบ้านพี่น้ำใจได้ตุ๊กตาลอยด์ ส่วนน้องจิณณ์ก็ได้หน้ากากลอยด์ไป หน้าสำนักจะมีหน้าผาเล็กๆให้เด็กๆได้ปีนเล่น อันนี้จิณณ์ชอบมากปีนเสียหลายรอบ




โห้วววว พยากรณ์มีความแม่นตอนบ่ายมาฝนลงเม็ดจึงหลบฝน คล้อยเย็นได้เวลากลับโรงแรมเอากระเป๋าแล้วไปที่พักแห่งใหม่ที่เราจองไว้กับ AirBnB ที่พักอยู่ไม่ไกลมากเท่าไหร่จากที่เดิมแต่ก็ต้องนั่งรถไปอยู่ดี จึงเรียกแท็กซี่ คราวนี้ละ เอาละๆมาเป็นแท็กซี่เมืองไทย มิเตอร์ไม่ไป ไปเหมาจ้า เอาว่ะเหมาก็เหมามีอยู่คันเดียวจอดอยู่ราคารับได้

มาถึงที่พักใหม่ มาสัมผัสกับตึกเมืองใหม่บ้างมีความเป็นคอนโดอพาร์ตเม้ทมีระดับ สะอาด และ ส่วนกลางดี สระว่ายน้ำเก๋ มีให้เช่าเตาบาร์บีคิวริมสระด้วยนะ แต่บ้านเราไม่เอานะคะ ไปรับบรรยากาศอาหารถิ่นกันดีกว่าค่ะ เดินไปร้านห้างที่ใกล้ที่สุดละแวกนั้น พร้อมทั้งมินิมาร์ทก็มีที่นี่ละค่ะ ห้างputeri harbour เดินไปก็เดินมา เดินมาก็เดินไป เลยมาจบลงที่ร้านอาหารราดข้าวที่ซึ่งเป็นการสั่งที่งงๆ ภาษาอังกฤษเขาไม่พูดด้วย ทีนี้ยังไงคะ ก็ภาษามือบวกการเดาสิจ๊ะ หารายการที่ดูไม่เผ็ดให้ลูก ที่เหลือก็จิ้มเอาตามสีอาหารเลยค่ะ ถูกใจอาหารสีไหนหน้าตาไหนก็จิ้มโลด คิดราคาไปเป็นอย่างๆ คิดในใจไม่ได้ๆ ขอสั่งร้านอื่นเพิ่มเออได้ร้านอีกร้านนี้ดีตรงเมนูภาษาอังกฤษมา แม่ก็ได้กินนาสิกเลอมักสมใจอยากหน้าตาอาหารจากร้านนี้ก็จะมาเป็นแนวนี้ละคะ.....

ทริปเราคราวนี้ไม่มีความโลดโผน ไม่มีการเดินเยอะ ชิวไป สบายๆ เย็นๆก็เข้าบ้านแล้วจ้า ไม่มีที่ไปนั่นเอง เมืองสงบสุขเหมาะแก่การมาวันหยุดที่ต้องการ พัก ผ่อน เน้นว่า พัก ผ่อน ขนานแท้เลยค่ะ


ติดตามตอนที่สองต่อด้วยนะคะ
น้ำใจไปไหน (Namjai painai) ตอน เที่ยวมาเลบุกเลโก้แลนด์ต่อสิงคโปร์โอ๊ะโอ ยังไม่ทันหลับ ถึงซะแล้ว ตอน1
ว่าแล้วพ่อแม่ก็ต้องเริ่มเลยค่ะ ขั้นแรก .....ลางานค่ะ 5555
คุณพ่อก็จัดแจงจองตั๋วเครื่องบินสายการบินประจำของเรา แอร์เอเชีย หาช่วงที่ราคาโอเคเลยได้กำหนดวันดีเดย์ของทริปเราเริ่มเดินทางกันวันที่ 27 มีนาคม และ กลับวันที่ 3 เมษายน ที่ผ่านมา (แม่ขออภัยตั้งใจจะรีวิวตั้งแต่กลับมาพิมพ์ใส่เวิร์ดไว้เพิ่งได้เอาลงพันทิพย์เป็นเรื่องเป็นราวเนี่ยละคะ)
ทริปครั้งนี้ตัดสินใจไม่เอารถเข็นไปกัน เพราะน้ำใจเองตอนนี้ก็ 6 ขวบ น้องจิณณ์ 4 ขวบ ทั้งสองสัญญาว่าจะไม่ดื้อไม่สนและจะไม่งอแง จะขยันเดินพร้อมพ่อแม่กับยาย ดังนั้นทริปนี้จึงอาศัยแท็กซี่ กับ แกร๊บ เอาซะส่วนใหญ่ เนื่องจากราคาไม่สูงมากและสะดวกมากๆ
ก่อนเดินทางหนึ่งวันแม่เพิ่งมีเวลาจัดกระเป๋าดีที่ทริปนี้ระยะสั้นเลยไม่ต้องเตรียมอะไรมาก อากาศก็ไม่ต่างจากเมืองไทยเท่าไหร่ แต่ฝนตกเกือบทุกวัน
เริ่มเลยค่ะ เช้าวันที่ 27 มีนาคม เด็กๆตื่นเต้นมากเตรียมตัวตื่นกันแต่เช้าสะพายกระเป๋าเป้คนละใบ ตอนนี้โตแล้วต้องเอาไปรับผิดชอบคนละใบค่ะ พ่อแม่ยายสบายยยยยยยย 5555 ด้วยความที่แม่ย่ามใจ คิดว่าโบกแท็กซี่น่าจะมีไปดอนเมืองบ้างแถวนี้ ที่ไหนได้โบกผ่านไปสี่คันไม่มีรับสักคัน งงใจแท็กซี่จริงๆ ถามแท็กซี่พวกที่จอดคาตามโรงแรมที่พักว่าไปไหมก็ไม่มีไป โอเค จบ โทรเรียกรถเอา กระโจนขึ้นรถขับตรงไปสนามบินดอนเมืองในบัดดล ถึงสนามบินครานี้ พบความเปลี่ยนแปลงอย่างแรกคือ ขั้นตอนการตรวจกระเป๋า ซึ่งปกติก่อนเข้าแถวเช็คอินจะต้องเอากระเป๋าวางสายพานเพื่อเอาเข้าเครื่องตรวจก่อน แต่ครานี้ เป็นว่าเข้าแถวเช็คอินเรียบร้อย ค่อยเอากระเป๋าไปวางสายพานเพื่อตรวจแทน
พ้นกิจการเช็คอินแล้ว ก็ตัวปลิวไปหาของกินก่อน Mc Breakfast เลยค่ะ ที่สนามบินมีน้ำฟรี แต่ว่าจะโดนคุณลุงคุณป้าชาวจีนกดใส่ขวดเรียบร้อยโรงเรียนจีน เพราะลุงป้าแกจะมีกระบอกน้ำติดตัวตลอด อย่าว่าแต่ลุงป้าแกเลยค่ะน้ำใจก็เอาด้วยคน 5555 ช่วงนี้แม่นิยมให้พกน้ำติดตัวจะได้ไม่ต้องซื้อน้ำบ่อยๆ ฟรีตรงไหนก็กดเติมเอาโลด อย่าว่าแม่เลย แม่สะดวกแบบนี้
ถึงเวลาขึ้นเครื่อง ไฟล์ทออกเดินทางตอนเที่ยงครึ่งเดินทางถึงที่หมายเมืองยะโฮห์บารูห์ สถานที่ที่ซึ่งเราจะไปบุกเลโก้แลนด์กันช่วงประมาณบ่ายสามครึ่ง ซึ่งเวลาที่มาเลเซียจะเร็วกว่าประเทศไทย หนึ่งชั่วโมง สภาพอากาศก็เป็นอย่างที่เตรียมตัวเลยค่ะ ฝนพรำมาเลยตั้งแต่ลงเครื่อง มาถึงสนามบินลงมาชั้นล่าง จะมีเคาน์เตอร์ให้บริการรถอยู่ อยากจะติดต่อเพื่อเช่ารถ หรือแท็กซี่ ก็ได้ บ้านเราเลือกแท็กซี่ หลังบอกที่หมาย จ่ายเงิน ผู้ให้บริการจะเขียนใส่กระดาษเราก็เอาไปยื่นให้คนขับได้เลย ซึ่งที่จะไปขึ้นรถก็เดินออกนอกสนามบินไปด้านซ้ายจะเจอป้าย คนขับจะรออยู่ตรงนั้น เจอคนขับนิสัยดี ขับจากสนามบินมาที่พักทางค่อนข้างไกล ระหว่างทางที่นี่มีต้นไม้ขึ้นจำนวนมาก สองข้างทางเหมือนอยู่ต่างจังหวัดไทยสุดๆ รถน้อย บรรยากาศดี แต่ที่นี่อารมณ์เป็นเมืองใหม่ สิ่งก่อสร้าง อาคาร ถนนหนทาง กำลังก่อสร้างเต็มไปหมด เหมือนเราอยู่ในดินแดนยุคบุกเบิกความเป็นเมือง ตึกสูงกำลังกำเนิดขึ้นหลายตึก
แต่น แตน แต๊นนนนนนนนนนนนนนนนนน
มาถึงที่พักคืนแรกเอาใจลูกๆกันไปเลยที่โรงแรมเลโก้แลนด์ LEGOLAND MALAYSIA RESORT ……………
อ๊ายยยยย โรงแรมไกลปืนเที่ยงแต่สีสันสมเป็นเลโก้สุดๆ ห้องพักที่พ่อได้จองเอาใจลูกๆเป็นธีม นินจาโก ซึ่งแม่ลูกสาวน้ำใจอินเป็นที่สุด เลยเอาธีมนี้ละ มาถึงเด็กๆกำลังหลับพอปลุกว่าถึงโรงแรมเลโก้แล้วเท่านั้นหล่ะ ดีดตัวอัตโนมัติ โอ้วโหวววววว ไม่ต้องเป็นธุระพ่อแม่ยายเลยจ้าวิ่งเข้าไปเล่นของเล่นทันที พ่อแม่ก็เดินมาเช็คอิน โอ๊ะข้างหลังฟร้อนท์รีเซฟชั่นมีเลโก้ปั่นจักรยานไหลไปมาด้วยแหนะ ที่นี่จะมีชาร์จ 10MYR ตอนเช็คอินเป็นค่าtourism และมีค่ามัดจำอีก250MYR เมื่อเช็คอินแล้วนั้น จะได้ซองข้อมูลมาเจ้าค่ะ ซึ่งข้างในประกอบไปด้วย ยูเซอร์พาสเวิร์ดสำหรับwifi แผนที่เลโก้แลนด์ ใบเสร็จ และ ข้อมูลพื้นฐานสำหรับการเข้าพัก
มาชมที่นอนกันเลยค่ะ
ในห้องมีเกมให้เล่นด้วย มาหาสมบัติที่ทางเลโก้แลนด์จัดให้กันเถอะ
หน้าตาสมบัติที่เขาจัดไว้ให้ก็คือ......ซองของเล่นเลโก้นั่นเอง
มื้อเย็นเดินทางมาถึงที่นี่ของกินหลากหลายเลยลองเอาอย่างเลยเห็นว่าเป็นร้านที่เพิ่งเปิดใหม่ด้วยนั่นคือร้าน ซูชิของไค เอ๊าของใครละ ก็ของ ไค ไง เอ๊ะยังไง 5555 ร้านนี้คือ KAI’s sushi ตัวละครจากนินจาโกนั่นเอง กินร้านนี้รอเวลาบุฟเฟ่นั่นเอง ซึ่งที่นี่บุฟเฟ่จะเปิดตอนเย็นช่วงหกโมงครึ่งถึงสี่ทุ่ม
มาเปิดบุฟเฟ่ที่นี่กันเลย
โต๊ะจะสามารถระบายสีได้ค่ะ
ส่วนนี่เอาคัพเค้กไปตกแต่งได้ตามใจ
กินเสร็จก็เล่นต่อพ่อแม่ยายก็นั่งชมดชม้อยชายตาแลลูกๆเล่นกันไปกระมัง ถึงเวลาเข้านอนนนนน ได้ที่นอนสองชั้นแบบนี้ที่บ้านไม่มีน้ำใจถูกใจนักแล ถึงกับกล่าววาจา “ดีจริงๆที่ได้มาที่นี่”
จบหนึ่งวันนอนค่ะนอน
รุ่งเช้าวันที่สอง ณ เมืองยะโฮห์บารูห์
ตื่นมาก็แพ็คกระเป๋าเตรียมเช็คเอ้าที่ย้ายที่อยู่ เอากระเป๋าไปฝาก จะฝากกี่ใบก็ได้จะมีtagให้เรามารับ
เดินจากโรงแรมไม่ไกลเลย วันนี้อากาศเป็นใจ แดดดีเหลือเกิน ฝนไม่มาเลยแหะ แต่ตามพยากรณ์แล้วก็จะมาช่วงบ่ายสามบ่ายสี่นั่นละ คุณแท็กซี่ที่ขับมาส่งเมื่อวานก็บอกไว้เช่นกัน เดินเข้ามาเลยรีบหาเครื่องเล่นกลางแจ้งเล่นก่อนเลย มาขับเรือเลยค่ะ ตามมาด้วยขับรถ มีให้ทำใบขับขี่ด้วยนะ น้องจิณณ์อายุสี่ขวบเลยได้ขับสนามเล็กแทน
เครื่องเล่นที่น้ำใจชอบมากขอเล่นเสียหลายรอบก็คือ การเข้าสำนักนินจาโกนั่งเครื่องยิงมือเป็นดาวกระจายสู้กับตัวร้าย อากาศร้อนก็เข้าโรงแสดง น่ารักและสวยงาม ไม่ได้ถ่ายวิดีโอมามีโอกาสเข้าไปดูกันนะจ๊ะ
น้ำใจขอเล่นเครื่องเล่นที่สำนักนินจาโกรอบสองรอบนี้ได้ของเล่นกับบ้านพี่น้ำใจได้ตุ๊กตาลอยด์ ส่วนน้องจิณณ์ก็ได้หน้ากากลอยด์ไป หน้าสำนักจะมีหน้าผาเล็กๆให้เด็กๆได้ปีนเล่น อันนี้จิณณ์ชอบมากปีนเสียหลายรอบ
โห้วววว พยากรณ์มีความแม่นตอนบ่ายมาฝนลงเม็ดจึงหลบฝน คล้อยเย็นได้เวลากลับโรงแรมเอากระเป๋าแล้วไปที่พักแห่งใหม่ที่เราจองไว้กับ AirBnB ที่พักอยู่ไม่ไกลมากเท่าไหร่จากที่เดิมแต่ก็ต้องนั่งรถไปอยู่ดี จึงเรียกแท็กซี่ คราวนี้ละ เอาละๆมาเป็นแท็กซี่เมืองไทย มิเตอร์ไม่ไป ไปเหมาจ้า เอาว่ะเหมาก็เหมามีอยู่คันเดียวจอดอยู่ราคารับได้
ทริปเราคราวนี้ไม่มีความโลดโผน ไม่มีการเดินเยอะ ชิวไป สบายๆ เย็นๆก็เข้าบ้านแล้วจ้า ไม่มีที่ไปนั่นเอง เมืองสงบสุขเหมาะแก่การมาวันหยุดที่ต้องการ พัก ผ่อน เน้นว่า พัก ผ่อน ขนานแท้เลยค่ะ
ติดตามตอนที่สองต่อด้วยนะคะ