สวัสดีค่ะ..มีเรื่องรบกวนจะปรึกษาขอเล่ารายละเอียดแบบคร่าวๆนะคะดิฉันเพิ่งลงทุนเปิดร้านเสริมสวยได้ประมาณสี่เดือน กิจการพอไปได้ไม่ถึงกับขาดทุน มีพ่อซึ่งอายุมากแล้วค่ะ82ปี มีโรคประจำตัว เบาหวาน ความดัน อยู่มาวันนึง พ่อต้องป่วยเข้าร.พ. ด้วยอาการเป็นแผลในลำไส้ค่ะ การนอนป่วยระยะนึงของพ่อ ส่งผลให้พ่อเส้นยึดค่ะ นอนติดเตียง (หรือแกไม่ยอมช่วยเหลือตัวเองก็ไม่ทราบค่ะ) ต้องเปลี่ยนแพมเพอส เช็ดตัว เช็ดอึ ป้อนข้าว ซึ่งหน้าที่ทุกอย่างตกที่ดิฉันคนเดียวซึ่งเป็นลูกสาวคนเล็ก ดิฉันมีพี่น้องสามคน คนโตรับราชการ คนกลางพิการทางสมอง แต่ช่วยเหลือตัวเองได้บ้างค่ะ ทีนี้กิจการทางร้านเสริมสวยดิฉันต้องชะงักลง เนื่องจากต้องดูแลพ่อ พี่สาวก็ทำไม่ได้เพราะเค้ารับกับการต้องเช็ดก้นเก็บอึไม่ได้ค่ะ ทุกอย่างเลยตกที่ดิฉันคนเดียว ตอนนี้เครียดมากค่ะ เหตุผลที่เครียด คือค่าใช้จ่ายเริ่มที่จะชักหน้าไม่ถึงหลัง แฟนก้อเพิ่งออกรถได้สามเดือน ร้านก็เปิดๆปิด เพราะต้องดูพ่อ บางทีก็พาพ่อไปร.พ. ดิฉันไม่รุ้จะทำยังงัยดีค่ะ เครียดที่ทุกอย่างมาตกที่เราคนเดียวพี่สาวก็ให้ค่าใช้จ่ายอาทิตละ1000บาทที่มาดูแลพ่อค่ะ แต่ในความเป็นจริง มันไม่พอเลยค่ะไหนจะค่ากิน ค่าเช่าร้าน ค่าเช่าบ้าน ส่งลูกที่บ้านนอก ตอนนี้ไม่รุ้จะทำไงค่ะ พ่อมีบำนาญของรัฐวิสาหกิจค่ะ แต่พี่สาวเป็นคนเก็บ คือิฉันคิดว่าเค้าควรช่วยแบ่งเบาภาระการดูแลพ่อบ้าง เค้าก็มีครอบครัว ดิฉันก็มีครอบครัว แล้วเวลาดูแลเช็ดอึ ฉี่ ไปร.พ. ให้แต่ดิฉันพาไปกับแฟน จนตอนนี้เครียดมากๆค่ะ อยากมีเวลาไปทำมาหากิน สงสารสามีค่ะแบกรับทุกอย่างในบ้าน ดิฉันก็ช่วยอะไรไม่ได้ พยามเาคำว่าบุญมาระงับความเครียดแต่มันก็ยังเครียดอยู่ค่ะ คือไม่คิดว่าชีวิตต้องมารับอะไรทุกอย่างไว้แบบนี้ ทรัพย์สมบัติ แม้แต่บ้านพ่อก็ยกให้พี่สาวดูแลทั่งหมดค่ะ ด้วยเหตุผลที่พ่อไม่ชอบสามีค่ะ ถ้าดิฉันพูดไปตรงๆว่าควรจะช่วยกัยแบ่งเบาบ้างหรือหาใครมาช่วยดูก็ต้องทะเลาะกัน ดิฉัควรทำอย่างไรดีคะ
เมื่อต้องแบกภาระ