'สาธิต' เสียใจ! มีอดีตส.ส.จ่อลาปชป. ชวนปชช.ช่วยจับตา ไปเพราะเงินหรืออุดมการณ์ ?
https://www.matichon.co.th/politics/news_1141449
“สาธิต” จับตา อดีตส.ส.ลาออกจากปชป. ไปเพราะอุดมการณ์หรือไม่ ชี้ เสียใจ หากทิ้งพรรคไปเพราะตัวเลขเงิน ยัน มีคนรุ่นใหม่พร้อมเสียแทนพื้นที่ภาคตะวันออก
วันที่ 21 กันยายน นาย
สาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ขณะนี้มีอดีตส.ส.ภาคตะวันออก ที่มาแจ้งลาออกกับตนอย่างเป็นทางการคือ นาย
ประมวล เอมเปีย อดีตส.สชลบุรี และ นาย
ธวัชชัย อนามพงษ์ อดีตส.ส.จันทบุรี ส่วนนาย
ยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา อดีตส.ส.จันทบุรี ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าจะลาออกหรือไม่ ทั้งนี้ ส่วนตัวในฐานะรองหัวหน้าพรรคภาคตะวันออกรู้สึกเสียใจ ที่มีสมาชิกออกไป ตนก็ขอเคารพในการตัดสินใจของสมาชิกและอดีตส.ส. ซึ่งพรรคปชป.ก็มีคนที่พร้อมจะเข้ามาแทนที่คนที่ลาออกไปอย่างแน่นอน และจะเป็นบุคคลรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถทันยุคสมัย
“ถ้าการลาออกไปของ อดีตส.ส. ครั้งนี้มีเรื่องของจำนวนตัวเลขหรือเงินมาเกี่ยวข้อง ตามที่ผมได้ยินมา ผมจะยิ่งเสียใจหนักเข้าไปอีก เพราะว่าไม่น่าเชื่อว่าบุคคลของพรรคที่ควรอยู่ในยุคของการเมืองที่ควรจะมีการปฏิรูปแล้ว แต่กลับออกจากพรรคไปด้วยเหตุผลของตัวเลข ยิ่งสะท้อนว่าการเมืองไม่ได้มีการปฏิรูป จึงอยากให้ประชาชนช่วยกันตรวจสอบอดีตส.ส.ที่ออกจากพรรคไปด้วยว่า ภายหลังจากที่ออกจากพรรคปชป.ไปแล้วทุกคนมีการทำงานเป็นอย่างไรบ้าง เพื่อจะได้เป็นผลประโยชน์แก่ชาติและบ้านเมือง ติดตามว่าแต่ละคนที่เป็นข่าวได้มีการลาออกไปเพื่อทำตามอุดมการณ์ หรือไปเพื่อตัวเลขเงินเท่านั้น” นาย
สาธิต กล่าว
ปชป.ไหลอีก! ส.ส.เหนือถูกดูดรุนแรง จ่อหารืออุดรอยรั่ว รับสร้างคนไม่ทัน
https://www.thairath.co.th/content/1381229
"อัศวิน" รองหัวหน้า ปชป.รับผิดชอบภาคเหนือ เผยกระแสดูด ส.ส.ภาคเหนือ ปชป.รุนแรงมาก รับสร้างคนทดแทนไม่ทัน เตรียมจ่อหารือหัวหน้าพรรค
เมื่อวันที่ 21 ก.ย.61 นาย
อัศวิน วิภูศิริ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รับผิดชอบพื้นที่ภาคเหนือ เปิดเผยถึงสถานการณ์ดูดว่าที่ผู้สมัครลงรับเลือกตั้งของพรรคประชาธิปัตย์ ในพื้นที่ภาคเหนือว่า ขณะนี้สถานการณ์ดูดตัวผู้สมัครของพรรคที่วางตัวไว้รุนแรงมาก เพราะมีพรรคขนาดกลางที่มีทุนใหญ่ (ภท.) และกลุ่มสามมิตรบรรดาผู้สมัครทั้งที่เป็นอดีต ส.ส.และผู้สมัครหน้าใหม่ที่พรรคคัดเลือกและให้ทำพื้นที่ไว้นานแล้ว ถูกทาบทามเสนอเงื่อนไขต่างๆ ให้ย้ายพรรคเช่นกัน ผู้สมัครหลายคนได้หารือตน และยังมีอีกมากที่พอรู้ข้อมูลมา มีจำนวนไม่น้อยกว่าอดีต ส.ส.ภาคตะวันออกที่ถูกดูดไป ถือเป็นการเอาเปรียบเพราะเราสร้างคนของเรามา แต่เขามาเสนออะไรต่างๆ ให้เอาไป เราสร้างคนไม่ทัน เพราะลักษณะพื้นที่ภาคเหนือและอีสานของพรรคประชาธิปัตย์ไม่เหมือนพื้นที่ภาคใต้ ที่มีตัวผู้สมัครสำรองที่ทดแทนได้ทัน ขณะนี้ที่มีติดต่อจ่อจะถูกดูด เช่น จ.สุโขทัย จ.นครสวรรค์ จ.พิจิตร และอีกหลายจังหวัดในภาคเหนือตอนบน ตนจะหารือเรื่องนี้กับหัวหน้าพรรค เพราะยังไม่ถึงที่สุด ผู้สมัครหลายคนยังไม่ตัดสินใจไป แต่ยอมรับว่าถ้ายังเป็นแบบนี้จนถึงช่วงสุดท้าย ถ้าไปจริงเราสร้างคนแทนไม่ทัน ทั้งเหนื่อยและกระชั้นชิด มันก็ไม่ต่างจากการเมืองแบบเก่า
ประกาศแล้ว! ระเบียบกกต.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ว.
https://www.matichon.co.th/politics/news_1141275
ระเบียบเลือกส.ว.ประกาศราชกิจจาฯ แล้ว มี 8 หมวด 164 ข้อ เตรียมประกาศกำหนดวันลงทะเบียนองค์กรที่มีสิทธิเสนอชื่อใน 20 วัน
วันนี้ (21 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการการเลือกสมาชิกวุฒิสภา 2561 และประกาศ กกต.ที่เกี่ยวข้อง โดยระเบียบดังกล่าวฯ มีจำนวน 164 ข้อ จาก 8 หมวด โดยเนื้อหาได้มีการกำหนดถึงหลักเกณฑ์วิธีการในการคัดเลือก เริ่มตั้งแต่ที่มาของ ส.ว. มาจากยื่นสมัครด้วยตนเอง ซึ่งจะต้องมีคุณสมบัติตามที่ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.กำหนด และได้รับการเสนอชื่อจากองค์กรวิชาชีพใน 10 กลุ่มที่พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ว.กำหนด
โดยองค์กรที่มีสิทธิเสนอชื่อมี 2 ประเภท คือ
1 องค์กรที่มีกฎหมายจัดตั้ง และ
2.องค์กรนิติบุคคลที่ก่อตั้งมาไม่น้อยกว่า 3 ปีที่มีการดำเนินกิจการต่อเนื่องและไม่แสวงหาผลกำไร
ซึ่งการยื่นสมัครมีค่าสมัคร 2,500 บาท หลังจากระเบียบฯมีผลบังคับใช้ ภายใน 20 วัน กกต. จะประกาศกำหนดวันลงทะเบียนองค์กร กำหนดสถานที่ เอกสาร หลักฐานที่จะใช้ในการยื่นการยื่นคำขอลงทะเบียนขององค์กร สามารถเลือกลงทะเบียนได้เพียงกลุ่มเดียว จากที่กฎหมายกำหนดไว้ 10 กลุ่มอาชีพ การรับลงทะเบียนให้ยื่นคำขอลงทะเบียนต่อผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ที่สำนักงานขององค์กรนั้นตั้งอยู่ โดยวันลงทะเบียนไม่น้อยกว่า 10 วัน
นอกจากนี้ เป็นการกำหนดในเรื่องของวิธีการรับสมัคร และการสรรหา ซึ่งกกต.จะประกาศกำหนดวันเลือกและวันรับสมัคร ภายใน 5 วัน นับแต่วันที่ พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือก ส.ว.มีผลใช้บังคับ จากนั้นจะเริ่มรับสมัครภายใน 15 วันนับแต่วันที่พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกส.ว.มีผลใช้บังคับ ระยะเวลาการรับสมัคร 5- 7 วัน ส่วนการสรรหาคณะกรรมการระดับอำเภอ จะมีนายอำเภอเป็นประธาน ระดับจังหวัดมีผู้ว่าราชการจังหวัด หรือ ปลัด กทม. เป็นประธาน ระดับประเทศ เป็นหน้าที่ของ กกต. โดยประธาน กกต.เป็นประธาน และ กกต. เป็นกรรมการ การเลือกในระดับอำเภอจะใช้เวลา ไม่เกิน 20 วัน หลังเสร็จสิ้นการสมัคร ส่วนการเลือกระดับจังหวัดจะดำเนินการภายใน 7 วัน หลังการเลือกระดับอำเภอ ส่วนระดับประเทศไม่เกิน 10 นับแต่วันเลือกในระดับจังหวัด จากนั้น กกต.จะแจ้งรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกจำนวน 200 คน จาก 2 สาย ให้ คสช. คัดเลือกเป็น ส.ว.จำนวน 50 และ สำรองรายชื่อไว้อีก 50 คน
ตัวเลขไม่เข้าเป้า! 'กอบศักดิ์' เรียกหน่วยงานจัดเก็บภาษี หารือ 25 ก.ย.
http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/813653
"กอบศักดิ์" เรียกหน่วยงานจัดเก็บภาษี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเอสเอ็มอีหารือ 25 ก.ย. หลังตัวเลขผู้ประกอบการที่เข้าระบบภาษียังไม่เข้าเป้า เล็งออกแพคเกจจูงใจทั้งเพิ่มวงเงินค้ำประกัน สินเชื่อ โรดโชว์ ตปท.
นาย
กอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่างงานสัมนารับฟังความคิดเห็นเรื่องข้อเสนอปรับปรุงและแก้ไขประมวลรัษฎากร จัดโดยคณะกรรมการดำเนินการปฏิรูปกฎหมายในระยะเร่งด่วนวานนี้ (21 ก.ย.) ว่าในวันอังคารที่ 25 ก.ย.ตนได้นัดหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บภาษีอากร และหน่วยงานที่มีบทบาทในการสนับสนุนการพัฒนาของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อย (เอสเอ็มอี) ได้แก่ หน่วยงานต่างๆ เช่นกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) มาประชุมร่วมกันที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อหามาตรการจูงใจให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลและเข้าสู่ระบบภาษีมากขึ้น
นาย
กอบศักดิ์กล่าวว่าปัจจุบันทั่วประเทศมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกว่า 3 ล้านราย แต่มีผู้ประกอบการที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเพียง 7 – 8 แสนรายเท่านั้น และพบว่าส่วนใหญ่ยังมีการทำระบบบัญชีที่ไม่ถูกต้องตามมาตรฐานหรือมีการทำบัญชีธุรกิจมากกว่า 1 บัญชีเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษี ดังนั้นจะต้องมีมาตรการจูงใจให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้ามาจดทะเบียนอย่างถูกต้องโดยมีหลักการว่าภาษีนิติบุคคลที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเสียให้กับภาครัฐจะมีผลตอบแทนจากการเสียภาษีให้ในรูปแบบต่างๆเป็นสิทธิประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนภาษีที่เสียจากผลกำไรในการทำธุรกิจ
ทั้งนี้มาตรการที่กำหนดไว้คร่าวๆ เช่น ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เข้าระบบและเสียภาษีถูกต้องก็จะได้การสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐเป็นลำดับแรก เช่น การเพิ่มวงเงินค้ำประกันในส่วนของ บสย. การได้สิทธิ์ในการคืนเงินภาษีที่รวดเร็ว ส่วนเอสเอ็มอีที่มีผลกำไรเพิ่มและเสียภาษีเพิ่มขึ้นในปีต่อๆไปก็จะได้รับการสนับสนุนให้เข้าอบรมในโครงการเพิ่มศักยภาพ เช่น การอบรมกับผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จเกี่ยวกับเคล็ดลับธุรกิจ รวมทั้งจะได้สิทธิ์ร่วมโครงการกับ สสว.ในการไปเปิดตลาดและจับคู่ธุรกิจในต่างประเทศ เป็นต้น ซึ่งจะมีแพคเกจสนับสนุนที่ชัดเจนออกมาภายใน 2 เดือนข้างหน้านี้
JJNY : 6in1 'สาธิต' เสียใจ!/ปชป.ไหลอีก/ระเบียบลต.สว./ตัวเลขไม่เข้าเป้า/หวั่นสงครามการค้ารอบ3/พายุเข้าไทยต.ค.นี้
https://www.matichon.co.th/politics/news_1141449
“สาธิต” จับตา อดีตส.ส.ลาออกจากปชป. ไปเพราะอุดมการณ์หรือไม่ ชี้ เสียใจ หากทิ้งพรรคไปเพราะตัวเลขเงิน ยัน มีคนรุ่นใหม่พร้อมเสียแทนพื้นที่ภาคตะวันออก
วันที่ 21 กันยายน นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวว่า ขณะนี้มีอดีตส.ส.ภาคตะวันออก ที่มาแจ้งลาออกกับตนอย่างเป็นทางการคือ นายประมวล เอมเปีย อดีตส.สชลบุรี และ นายธวัชชัย อนามพงษ์ อดีตส.ส.จันทบุรี ส่วนนายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา อดีตส.ส.จันทบุรี ยังไม่มีการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าจะลาออกหรือไม่ ทั้งนี้ ส่วนตัวในฐานะรองหัวหน้าพรรคภาคตะวันออกรู้สึกเสียใจ ที่มีสมาชิกออกไป ตนก็ขอเคารพในการตัดสินใจของสมาชิกและอดีตส.ส. ซึ่งพรรคปชป.ก็มีคนที่พร้อมจะเข้ามาแทนที่คนที่ลาออกไปอย่างแน่นอน และจะเป็นบุคคลรุ่นใหม่ที่มีความรู้ความสามารถทันยุคสมัย
“ถ้าการลาออกไปของ อดีตส.ส. ครั้งนี้มีเรื่องของจำนวนตัวเลขหรือเงินมาเกี่ยวข้อง ตามที่ผมได้ยินมา ผมจะยิ่งเสียใจหนักเข้าไปอีก เพราะว่าไม่น่าเชื่อว่าบุคคลของพรรคที่ควรอยู่ในยุคของการเมืองที่ควรจะมีการปฏิรูปแล้ว แต่กลับออกจากพรรคไปด้วยเหตุผลของตัวเลข ยิ่งสะท้อนว่าการเมืองไม่ได้มีการปฏิรูป จึงอยากให้ประชาชนช่วยกันตรวจสอบอดีตส.ส.ที่ออกจากพรรคไปด้วยว่า ภายหลังจากที่ออกจากพรรคปชป.ไปแล้วทุกคนมีการทำงานเป็นอย่างไรบ้าง เพื่อจะได้เป็นผลประโยชน์แก่ชาติและบ้านเมือง ติดตามว่าแต่ละคนที่เป็นข่าวได้มีการลาออกไปเพื่อทำตามอุดมการณ์ หรือไปเพื่อตัวเลขเงินเท่านั้น” นายสาธิต กล่าว
ปชป.ไหลอีก! ส.ส.เหนือถูกดูดรุนแรง จ่อหารืออุดรอยรั่ว รับสร้างคนไม่ทัน
https://www.thairath.co.th/content/1381229
"อัศวิน" รองหัวหน้า ปชป.รับผิดชอบภาคเหนือ เผยกระแสดูด ส.ส.ภาคเหนือ ปชป.รุนแรงมาก รับสร้างคนทดแทนไม่ทัน เตรียมจ่อหารือหัวหน้าพรรค
เมื่อวันที่ 21 ก.ย.61 นายอัศวิน วิภูศิริ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รับผิดชอบพื้นที่ภาคเหนือ เปิดเผยถึงสถานการณ์ดูดว่าที่ผู้สมัครลงรับเลือกตั้งของพรรคประชาธิปัตย์ ในพื้นที่ภาคเหนือว่า ขณะนี้สถานการณ์ดูดตัวผู้สมัครของพรรคที่วางตัวไว้รุนแรงมาก เพราะมีพรรคขนาดกลางที่มีทุนใหญ่ (ภท.) และกลุ่มสามมิตรบรรดาผู้สมัครทั้งที่เป็นอดีต ส.ส.และผู้สมัครหน้าใหม่ที่พรรคคัดเลือกและให้ทำพื้นที่ไว้นานแล้ว ถูกทาบทามเสนอเงื่อนไขต่างๆ ให้ย้ายพรรคเช่นกัน ผู้สมัครหลายคนได้หารือตน และยังมีอีกมากที่พอรู้ข้อมูลมา มีจำนวนไม่น้อยกว่าอดีต ส.ส.ภาคตะวันออกที่ถูกดูดไป ถือเป็นการเอาเปรียบเพราะเราสร้างคนของเรามา แต่เขามาเสนออะไรต่างๆ ให้เอาไป เราสร้างคนไม่ทัน เพราะลักษณะพื้นที่ภาคเหนือและอีสานของพรรคประชาธิปัตย์ไม่เหมือนพื้นที่ภาคใต้ ที่มีตัวผู้สมัครสำรองที่ทดแทนได้ทัน ขณะนี้ที่มีติดต่อจ่อจะถูกดูด เช่น จ.สุโขทัย จ.นครสวรรค์ จ.พิจิตร และอีกหลายจังหวัดในภาคเหนือตอนบน ตนจะหารือเรื่องนี้กับหัวหน้าพรรค เพราะยังไม่ถึงที่สุด ผู้สมัครหลายคนยังไม่ตัดสินใจไป แต่ยอมรับว่าถ้ายังเป็นแบบนี้จนถึงช่วงสุดท้าย ถ้าไปจริงเราสร้างคนแทนไม่ทัน ทั้งเหนื่อยและกระชั้นชิด มันก็ไม่ต่างจากการเมืองแบบเก่า
ประกาศแล้ว! ระเบียบกกต.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ว.
https://www.matichon.co.th/politics/news_1141275
ระเบียบเลือกส.ว.ประกาศราชกิจจาฯ แล้ว มี 8 หมวด 164 ข้อ เตรียมประกาศกำหนดวันลงทะเบียนองค์กรที่มีสิทธิเสนอชื่อใน 20 วัน
วันนี้ (21 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง ว่าด้วยการการเลือกสมาชิกวุฒิสภา 2561 และประกาศ กกต.ที่เกี่ยวข้อง โดยระเบียบดังกล่าวฯ มีจำนวน 164 ข้อ จาก 8 หมวด โดยเนื้อหาได้มีการกำหนดถึงหลักเกณฑ์วิธีการในการคัดเลือก เริ่มตั้งแต่ที่มาของ ส.ว. มาจากยื่นสมัครด้วยตนเอง ซึ่งจะต้องมีคุณสมบัติตามที่ พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง ส.ว.กำหนด และได้รับการเสนอชื่อจากองค์กรวิชาชีพใน 10 กลุ่มที่พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งส.ว.กำหนด
โดยองค์กรที่มีสิทธิเสนอชื่อมี 2 ประเภท คือ
1 องค์กรที่มีกฎหมายจัดตั้ง และ
2.องค์กรนิติบุคคลที่ก่อตั้งมาไม่น้อยกว่า 3 ปีที่มีการดำเนินกิจการต่อเนื่องและไม่แสวงหาผลกำไร
ซึ่งการยื่นสมัครมีค่าสมัคร 2,500 บาท หลังจากระเบียบฯมีผลบังคับใช้ ภายใน 20 วัน กกต. จะประกาศกำหนดวันลงทะเบียนองค์กร กำหนดสถานที่ เอกสาร หลักฐานที่จะใช้ในการยื่นการยื่นคำขอลงทะเบียนขององค์กร สามารถเลือกลงทะเบียนได้เพียงกลุ่มเดียว จากที่กฎหมายกำหนดไว้ 10 กลุ่มอาชีพ การรับลงทะเบียนให้ยื่นคำขอลงทะเบียนต่อผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด ที่สำนักงานขององค์กรนั้นตั้งอยู่ โดยวันลงทะเบียนไม่น้อยกว่า 10 วัน
นอกจากนี้ เป็นการกำหนดในเรื่องของวิธีการรับสมัคร และการสรรหา ซึ่งกกต.จะประกาศกำหนดวันเลือกและวันรับสมัคร ภายใน 5 วัน นับแต่วันที่ พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือก ส.ว.มีผลใช้บังคับ จากนั้นจะเริ่มรับสมัครภายใน 15 วันนับแต่วันที่พ.ร.ฎ.ให้มีการเลือกส.ว.มีผลใช้บังคับ ระยะเวลาการรับสมัคร 5- 7 วัน ส่วนการสรรหาคณะกรรมการระดับอำเภอ จะมีนายอำเภอเป็นประธาน ระดับจังหวัดมีผู้ว่าราชการจังหวัด หรือ ปลัด กทม. เป็นประธาน ระดับประเทศ เป็นหน้าที่ของ กกต. โดยประธาน กกต.เป็นประธาน และ กกต. เป็นกรรมการ การเลือกในระดับอำเภอจะใช้เวลา ไม่เกิน 20 วัน หลังเสร็จสิ้นการสมัคร ส่วนการเลือกระดับจังหวัดจะดำเนินการภายใน 7 วัน หลังการเลือกระดับอำเภอ ส่วนระดับประเทศไม่เกิน 10 นับแต่วันเลือกในระดับจังหวัด จากนั้น กกต.จะแจ้งรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกจำนวน 200 คน จาก 2 สาย ให้ คสช. คัดเลือกเป็น ส.ว.จำนวน 50 และ สำรองรายชื่อไว้อีก 50 คน
ตัวเลขไม่เข้าเป้า! 'กอบศักดิ์' เรียกหน่วยงานจัดเก็บภาษี หารือ 25 ก.ย.
http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/813653
"กอบศักดิ์" เรียกหน่วยงานจัดเก็บภาษี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเอสเอ็มอีหารือ 25 ก.ย. หลังตัวเลขผู้ประกอบการที่เข้าระบบภาษียังไม่เข้าเป้า เล็งออกแพคเกจจูงใจทั้งเพิ่มวงเงินค้ำประกัน สินเชื่อ โรดโชว์ ตปท.
นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวระหว่างงานสัมนารับฟังความคิดเห็นเรื่องข้อเสนอปรับปรุงและแก้ไขประมวลรัษฎากร จัดโดยคณะกรรมการดำเนินการปฏิรูปกฎหมายในระยะเร่งด่วนวานนี้ (21 ก.ย.) ว่าในวันอังคารที่ 25 ก.ย.ตนได้นัดหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดเก็บภาษีอากร และหน่วยงานที่มีบทบาทในการสนับสนุนการพัฒนาของผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อย (เอสเอ็มอี) ได้แก่ หน่วยงานต่างๆ เช่นกรมสรรพากร กระทรวงการคลัง สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) มาประชุมร่วมกันที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อหามาตรการจูงใจให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลและเข้าสู่ระบบภาษีมากขึ้น
นายกอบศักดิ์กล่าวว่าปัจจุบันทั่วประเทศมีผู้ประกอบการเอสเอ็มอีกว่า 3 ล้านราย แต่มีผู้ประกอบการที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคลเพียง 7 – 8 แสนรายเท่านั้น และพบว่าส่วนใหญ่ยังมีการทำระบบบัญชีที่ไม่ถูกต้องตามมาตรฐานหรือมีการทำบัญชีธุรกิจมากกว่า 1 บัญชีเพื่อหลีกเลี่ยงการเสียภาษี ดังนั้นจะต้องมีมาตรการจูงใจให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเข้ามาจดทะเบียนอย่างถูกต้องโดยมีหลักการว่าภาษีนิติบุคคลที่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเสียให้กับภาครัฐจะมีผลตอบแทนจากการเสียภาษีให้ในรูปแบบต่างๆเป็นสิทธิประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนภาษีที่เสียจากผลกำไรในการทำธุรกิจ
ทั้งนี้มาตรการที่กำหนดไว้คร่าวๆ เช่น ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่เข้าระบบและเสียภาษีถูกต้องก็จะได้การสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐเป็นลำดับแรก เช่น การเพิ่มวงเงินค้ำประกันในส่วนของ บสย. การได้สิทธิ์ในการคืนเงินภาษีที่รวดเร็ว ส่วนเอสเอ็มอีที่มีผลกำไรเพิ่มและเสียภาษีเพิ่มขึ้นในปีต่อๆไปก็จะได้รับการสนับสนุนให้เข้าอบรมในโครงการเพิ่มศักยภาพ เช่น การอบรมกับผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จเกี่ยวกับเคล็ดลับธุรกิจ รวมทั้งจะได้สิทธิ์ร่วมโครงการกับ สสว.ในการไปเปิดตลาดและจับคู่ธุรกิจในต่างประเทศ เป็นต้น ซึ่งจะมีแพคเกจสนับสนุนที่ชัดเจนออกมาภายใน 2 เดือนข้างหน้านี้