04.ละครย่อมมีตอนอวสาน กับความรักครั้งที่3 ของพี่ชาย

"ความรักครั้งนี้จะจบอย่างไร" กับความรักครั้งที่ 3 ของพี่ชาย

        สังเกตุได้ว่าพี่ชายเราไม่ได้เลือกคู่ที่หน้าตา แต่จะเลือกคนที่นิสัยเข้ากันได้ และคนนี้ก็เช่นกัน ... แต่ต่างกันตรงที่ครั้งนี้มีเวลาดูใจกันน้อยเกินไปคะ

        หลังจากเลิกกับแฟนคนที่ 2 พี่เราทั้งเสียใจและต้องสูญเสียลูกไป ซึมไปเป็นปีเลยคะ และบอกกับแม่ว่าต่อจากนี้ผมจะไม่มองหาความรักอีกแล้ว ผมพอแล้วที่ผ่านมาสอนให้ผมรู้แล้วว่าความรักทำให้ผมเจ็บได้ขนาดไหน.... (อยากจะร้องเศร้าชิบ) ทำงานเก็บเงินผ่อนรถวนไปจ้า ... เวลาผ่านไปเป็นปีพี่เราไม่คิดจะจีบใครเลย มีคนเข้ามาคุยด้วยก็เฉยๆ ถาม-ตอบตามมารยาท (คุยกับแม่ไว้แล้วว่าไม่คิดจะหาคนใหม่ เข็ดแล้ว รอให้แม่หาให้ 555) และก็เหมือนสวรรค์กลั่นแกล้งส่งเธอคนนี้มา จะเล่าตอนเริ่มเรื่องให้ฟังก่อนนะคะ .......

       คือพี่ชายเราอายุ 30ปี ด้วยความเป็นห่วงอยากให้มีครอบครัวเหมือนคนอื่นเขา เพราะแม่ก็ไม่ได้จะอยู่ด้วยไปตลอด และอีกอย่างก็อยากอุ้มมีหลานก่อนตายประมาณนั้นคะ แม่จึงไปปรึกษากับญาติๆ ว่าจะหาเมียให้พี่เรา 555+ ไปดูตัวหลายคน เราอาจจะจำได้ไม่ทุกคนนะคะ
- คนแรกมีลูกติด
- คนที่สองทำงานขายเครื่องสำอางค์ คุยไปคุยมามีแฟนอยู่แล้ว พ่อแม่ไม่รู้ (ฮาไปอีก)
- คนที่สามฐานะดีกว่าบ้านเรามาก ทำธุรกิจส่วนตัว มีรถขับ บ้านรวยเลยหล่ะ นิสัยเจ้าคนนายคน พี่เราไม่ชอบคะ
- คนที่สี่ทำงานบริษัทแห่งหนึ่งใน จ.กระบี่ (คนนี้คือความรักครั้งที่ 3 ที่เราจะพูดถึงคะ)

        "จุดเริ่มต้น" ที่ไม่ได้เกิดจากความรัก...มันจะจบอย่างไร เมื่อความรักครั้งนี้ผู้ใหญ่เป็นฝ่ายจัดหาให้ ในใจเราก็คิดว่าคงไม่มีปัญหาในเมื่อลุงของเราบอกว่าเห็นมาตั้งแต่เด็ก ( เราขอเรียกว่า"แพร" ) แพรเป็นเด็กบ้านๆ ทำงานบริษัทเดียวกับพี่สาวของเธอ หน้าตาไม่สวย อ้วนดำ รูปร่างใหญ่ดูบึกบีน 555+ ตัวใหญ่กว่าพี่เราอีกคะ บ้านแพรอยู่ จ.กระบี่ ( ส่วนบ้านเราอยู่ จ.พัทลุง ) ตอนเจอกันครั้งแรกพี่เราไม่คุยเลย ส่วนแพรเป็นคนที่คุยเก่งมาก ชวนพี่เราคุยเหมือนรู้จักกันมาก่อนเลยคะ มีการขอเบอโทร ขอเฟสบุ๊คพี่เรา จนพี่เรานี่อายเลย คุยกันไม่ถึงเดือนครอบครัวแพรบอกว่าอยากมาดูที่บ้านเรา พี่เราก็โอเค มาทั้งครอบครัวเลยคะ พ่อ - แม่ - แพร - ยาย - ลุงๆป้าๆ เรียกว่ายกตระกูลมาเลยจ้า แม่เราก็คิดว่าเค้าคงมาดูให้แน่ใจละมั้งว่าถ้าแต่งงานกันมาอยู่บ้านเรา พี่เราจะสามารถดูแลแพรได้ ไม่ได้พามาอยู่แบบลำบาก ....

        เวลาผ่านไปเดือนกว่าๆ แม่ของแพรก็โทรมาคุยเรื่องแต่งงาน จัดแจงหาวันแต่งเรียบร้อย ส่วนแม่เราก็ถามพี่ว่ายังไงทางโน่นเขาตอบตกลงมาแล้วจะว่าไง พี่เราบอกว่าได้หมดแล้วแต่แม่ - - แม่เราโทรหาลุงอีกรอบรายละเอียดเราไม่ทราบเลยคะว่าคุยอะไรกันบ้าง แต่ตกลงแต่งคะ (เรามารู้ทีหลังว่าพี่เราจะแต่งงาน เพราะช่วงนั้นเราออกงานบูธที่สิริกิตต์กลับดึกไม่ได้โทรหาแม่เลยคะ) เราตกใจมากบอกเลย เวลาแค่เดือนกว่าๆสำหรับเรามันเร็วไปคะ กับการตัดสินใจใช้ชีวิตคู่กับใครซักคน เราโทรหาแม่และพี่ชายทันทีที่ทราบข่าว เพราะแพรโพสลงเฟสแท็กหาพี่ชายเราประมาณว่า "ฤกษ์งามยามดี" เราไม่ได้คิดจะกีดกันหรืออิจฉานะคะ ด้วยความเป็นห่วงล้วนๆเลย เหมือนมีเซนส์มอง ผญ ด้วยกันออก มันดูเป็นการเร่งรัดยังไงบอกไม่ถูกเหมือนกัน ....

       ด้วยความเป็นห่วง เราคุยกับแม่ว่ามันเร็วไปไหม
เรา : น่าจะให้สองคนนี้เค้าคบหาดูใจกันสัก 3เดือน จะได้รู้นิสัยใจคอกันมากกว่านี้
แม่ : แม่เกรงใจลุงเค้าช่วยดูให้และบอกว่าเป็นเด็กดี ขยันทำงาน บลาๆๆๆ แล้วแม่ก็ตอบตกลงไปแล้วด้วย ( ขี้เกรงใจไม่เข้าเรื่อง )
เรา : แล้วจะแต่งเมื่อไหร่
แม่ : แม่แพรไปดูวันมาแล้ว แต่งวันที่ ..... เดือนตุลาคม ปี2016

     งานแต่งถูกจัดขึ้นตามวันดังกล่าว ตกลงสินสอดกันที่ 3แสน ทอง 2บาท เราลางานจองตั๋วเครื่องบินล่วงหน้าลงไปก่อนวันงาน 1วัน เพื่อช่วยจัดเตรียมของ เตรียมขันหมาก เช้าวันงานแต่งตัวสวยกันทุกคนเลยจ้า ระหว่างรอรถบัสเก็บภาพกันพอสมควรโพสเฟสวนไป ซักพักรถบัสมาถึงกำลังทยอยขึ้นรถหม้อน้ำหรืออะไรซักอย่างระเบิดเสียงดังมาก มีควันออกมา (เราเองก็ไม่รู้มันเรียกอ่ะไร 555+)  ต้องเปลี่ยนรถคันใหม่ เริ่มใจคอไม่ดีแต่ก็ไม่เป็นไรยังพอมีเวลาเปลี่ยนรถทัน... และเมื่อรถคันใหม่มาถึงซอยที่จะเลี้ยวเข้าบ้านเรา ปรากฏว่าพวงมาลัยขาด - - เอ๊ยนี่มันอ่ะไรกันมันเป็นสัญญาณเตือนอะไรบางอย่างรึเปล่า หลายคนเริ่มซุบซิบนินทา คู่นี้ไปกันไม่รอดแน่ ขนาดขบวณขันหมากยังมีปัญหาตั้งแต่ออกจากบ้าน ( ตอนนั้นเราเองก็เริ่มคิดคะบอกตรงๆ เราว่าบางทีเจ้าที่เจ้าทางอาจจะมาเตือน แม่เราเครียดมาก คนมางานก็วุ่นวายไปหมด ) เสียเวลาอยู่เป็น ชม. อากาศเริ่มร้อน เริ่มมีเสียงบ่นจอแจ แต่งหน้ากันมาสวยๆงามๆ เจอแดดร้อนๆ ก็เข้าใจนะคะ .... งานนี้ยังไงก็ต้องไปต่อหยุดกลางทางไม่ได้แล้ว แม่เราตัดสินใจใช้รถกระบะ + รถเก๋ง  6คัน ไปเฉพาะคนที่สำคัญๆ ( อีกส่วนนึงกลับบ้านไปก่อนเพราะรถไม่พอ ) รีบขับไปให้ทันฤกษ์ โดยที่ไม่มีใครพูดถึงว่า "กว่าจะมาถึงบ้านเจ้าสาวต้องเจอกับเหตุการณ์อ่ะไรบ้าง" ก็ทำตามธรรมเนียมชาวพุทธจนจบพิธี ส่งตัวเข้าหอ พี่ชายเราต้องนอนที่นั่น 3วันคะ ( และห้ามมีอ่ะไรกันเป็นความเชื่อส่วนบุคคลคะ ) เรากับแม่ก็ถ่ายรูป + อวยพร และลาญาติๆฝ่ายเจ้าสาวกลับมาบ้านเรา .............

        โปรดติดตามตอนต่อไปยาวมากคะ 555+ เล่าตั้งนานยังไม่ถึงไหนเลย
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่