ผมกับแฟนเป็นพนักงานบริษท ช่วยกันทำงาน เช้าก็ขายของ ข้าวเหนียวหมูปิ้ง สายๆก็เข้าบริษัท กัดฟันสู้กันหน้าดู เพื่อการสร้างครอบครับ
รวมๆแล้ว เงินต่อเดือน รวมกัน ประมาณ 30,000นิดๆ
โปรไฟล์ ผม เคยผ่านการใช้ชีวิตครอบครัวมาแล้ว นานถึง 7 ปี แฟนเก่ามีชู้ทิ้งภาระ ลูก 2 คน อายุ3ขวบให้ผมดูเล่น
ส่วนแฟน เคยมีแฟนมาแล้ว 3 คน ผมเป็นคนที่4 แฟนเป็นคนจริงใจ ไม่มีปิดบัง แต่เป็นคน อีโก้สูง เพราะเคยผ่านการใช้ชีวิตด้วยตัวคนเดียวมาแต่เด็ก
ชีวิตเรา ติดลบ ทั้งคู่ครับ ไม่มีเงินเก็บ เริ่มสร้างกันใหม่ผมอยู่กินกับแฟนคนปัจจุบัน มาได้ 2 ปี
จากที่ไม่มีอะไร เริ่มมีรถ มีทอง และมีแผนว่าจะซื้อบ้าน
การเงินค่าใช้จ่ายผมให้แฟนจัดการหมด...อ่อ กับแฟนคนปัจจุบัน ผมจดทะเบียนสมรส. ด้วยกัน เงินเดือนผมได้มาก็ยกให้เค้าจัดการหมด แต่มีสัญญาตรงที่ว่า ต้องจ่าย 2,000 เป็นค่า นม ค่าอาหาร ให้กับลูกติดผม ผมฝากให้แม่ช่วยเลี้ยงดู แฟนผมเคยบอกวว่าควรที่จะเต็มที่กับครอบครัวใหม่ อะไรที่มันไม่ใช่ก็ให้ทิ้งไป แต่ผมกับมองว่ามันไม่ใช้ภาระที่จะผลักให้คนอื่นได้ทั้งหมด ไม่ได้เลี้ยงดู แต่ยังน้อย ค่าใช้จ่ายก็ยังดี
แต่ค่าใช้จ่ายจริงๆ มันเยอะกว่า 2,000 ครับ เพราะด้วยภาระที่ผมต้องเลี้ยงดูแม่ด้วย พ่อผมทิ้งแม่ไป บ้านที่ยังต้องผ่อลหลังเก่า รถคันเก่า ภาระทุกอย่างที่หนักก็ตกไปเป็นของพี่สาว ในบางครั้งพี่สาวก็เอาไม่ทันครับ
ผมเลยใช้วิธี หมุนเงิน ขายสมบัติเก่าตัวเอง และะเก็บเงินที่แฟนผมให้ไว้กิน อาทิตย์ละ 200-300 บาท เพื่อสำรองไว้จ่ายฉุกเฉิน (ข้อนี้แฟนผมไม่รู้)
แฟนผม ค่อนข้างไม่ชอบ ครอบครัวผม แม่ พี่น้อง แม้แต่ลูกผม เป็นเพราะเค้าเปิดตัวไม่ดี มีเหตุทะเลาะกันกับทางฝั่ง แม่ผม
แต่ทางฝั่งครอบครัวผมเค้าให้อภัยมานานมากแล้ว..ชวนไปเปิดร้านค้าด้วยกันแต่แฟนผม ยังอคติ เหมือนเดิม ทั้งๆที่ก็ผ่านมา 2 ปีแล้ว 2ปี ไม่โทรหาแม่ผมเลยสักครั้ง
ซึ่งมันต่างจากผม แต่อาจจะเป็นเพราะย้ายเข้าไปอยู่กับแฟนในห้องเช่า ห้องเช่าห้องเล็กๆ แต่อยู่กัน 4 คน ผม แฟน พ่อแม่แฟน แม้ผมจะไม่ได้รวยไม่ได้ให้เงินใช้ทุกเดือน แค่ของกินไม่เคยขาด อยากกินอะไรได้กิน แม่แฟนขายของเล็กๆน้อยๆ ทุกเดือนต้องซื้อของให้ ไม่เคยเห็นมีกำไร ต่อทุนเองไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้ขัด ส่วนพ่อแฟน เป็นคนป่วยติดเตียง ผมเก็บขี้เก็บฉี่ให้ประจำ ดูแลจนแกเสียชีวิต
บางทีผมก็เคยคิด ว่าผมต้องมาทำอะไรแบบนี้ เอาเวลาไปเลี้ยงดูแม่ตัวเองดีกว่า ผมต้องปรับชีวิตตัวเองหลายๆอย่าง จนผมท้อ...แต่ผมคิดถึงวันแรกที่เราตกลงกันเป็นแฟนและจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ผมคงทิ้งเค้าไม่ลง
เหตุการที่มาโป๊ะแตก คือ ช่วงนั้นมีคดีความกับแฟนเก่า เรื่องสิทธิ์การเลี้ยงดูบุตร ช่วงนั้นมีค่าใช้ค่าเยอะ ค่าทนาย ค่าศาล ลูกเข้าโรงเรียน แม่ก็ป่วย เรื่องนี้ผมคุยกับแฟนไม่ได้ ถ้าเป็นเรื่องเงิน
คำตอบเดียว คือไม่ให้...
ผมเลยแอบไปทำบัตรเคดิต 1 ใบ ไม่รู้ผ่านได้ไง เพราะผมติดบูโร วงเงิน 10,000 บาท สิ่งที่ผมทำคือ ผมใช้เงิน หมื่นไปกับฝั่งครอบครัวผมจนหมด แล้วแฟนผมมาจับได้
ถึงขั้นจะหย่ากัน
แต่ต่างคนต่างก็ยังลังเล.
สำหรับผม ผมผิดเองที่ปิดบังเค้า ถ้าเค้าไล่ออกจากห้อง ผมก็ไปครับ ผมคงไม่หน้าด้านอยู่ เพราะผมได้อธิบายเหตุผลที่ผมทำไปหมดแล้วและเค้าก็ไม่คิดจะรับฟัง
ส่วนแฟน บอก ความรู้สึกดีๆที่มีให้คงไม่เหมือนเดิม แต่ก็ไม่ได้ออกปากไล่ และจะใช้เงินผมแค่เดือนละ 9,000 เท่านั่น เอาไปจ่ายค่ารถและค่าห้อง ที่เหลือแล้วแต่ผม และเค้าพูดว่าเค้าทำเต็มทีที่จะสร้างครอบครัว และผมไม่คิดถึงความลำบากของเค้า
มันเลยทำให้ผมคิดว่า การสร้างครอบครัวของเรามันจบลงแล้วใช่ไหม ความลำบากของเค้ามันคือเรื่องเงินหรือ...
เงินเดือนที่ให้ไปทุกเดือน เงินเรา2คนรวมกัน 30,000+ ไม่พอค่าใช้จ่ายใช่ไหม บางทีผมก็อดคิดไม่ได้อยู่กันมา 2 ปีจนจะ3ปี ไม่มีเงินเก็บเลย..ถึงเราจะมีทรัพย์สิน มีทอง มีรถ(แต่ถ้าไม่มีเงินเติมน้ำมัน มันก็แค่เศษเหล็ก)
แฟน ผมบอกผมนั้นทุ่มเทครอบครัวเก่ามากกว่า ที่จะสร้างครอบครัวใหม่..และไม่ได้รักเค้าจริง
มันเลยเกิดความสงสัย...
ผมตื่นแต่ตี 3 ทุกวัน เพื่อเตรียมของไปขายในตอนเช้าโดยไม่ให้แฟนผมตื่นนอน เพราะอยากให้เค้าได้พักเต็มที่ ทั้งตั้งร้านเก็บร้าน
เงินเดือน ยกให้ครับ อยากให้ผมได้ใช้กี่บาทก็ให้มา ไม่เคยขอ อยากได้อะไรผมพยามเก็บพยามหาเอง
ไม่พอใจในครอบครัว ผมก็เลือกที่ไม่ไปเจอ
ไม่ชอบให้ผมคุยโทรศัพกับลูกต่อหน้า ผมก็ไม่ทำให้เห็น
ผมไม่เคยตำหนิเรื่องการใช้เงินของเค้า จะใช้อะไรก็ใช้ เพราะก็โตๆกันแล้ว
ผมเปลี่ยนตัวเอง ปรับตัวเข้าหา ยอมหมดนะ ยอมให้กับผู้หญิงคนนึง ซึ่งเพือนผมเคยบอกมันมากเกินไปรึป่าว....
สรุปผม ไม่รักเค้า..หรือยังไง
ระบาย(ยาวหน่อย)
รวมๆแล้ว เงินต่อเดือน รวมกัน ประมาณ 30,000นิดๆ
โปรไฟล์ ผม เคยผ่านการใช้ชีวิตครอบครัวมาแล้ว นานถึง 7 ปี แฟนเก่ามีชู้ทิ้งภาระ ลูก 2 คน อายุ3ขวบให้ผมดูเล่น
ส่วนแฟน เคยมีแฟนมาแล้ว 3 คน ผมเป็นคนที่4 แฟนเป็นคนจริงใจ ไม่มีปิดบัง แต่เป็นคน อีโก้สูง เพราะเคยผ่านการใช้ชีวิตด้วยตัวคนเดียวมาแต่เด็ก
ชีวิตเรา ติดลบ ทั้งคู่ครับ ไม่มีเงินเก็บ เริ่มสร้างกันใหม่ผมอยู่กินกับแฟนคนปัจจุบัน มาได้ 2 ปี
จากที่ไม่มีอะไร เริ่มมีรถ มีทอง และมีแผนว่าจะซื้อบ้าน
การเงินค่าใช้จ่ายผมให้แฟนจัดการหมด...อ่อ กับแฟนคนปัจจุบัน ผมจดทะเบียนสมรส. ด้วยกัน เงินเดือนผมได้มาก็ยกให้เค้าจัดการหมด แต่มีสัญญาตรงที่ว่า ต้องจ่าย 2,000 เป็นค่า นม ค่าอาหาร ให้กับลูกติดผม ผมฝากให้แม่ช่วยเลี้ยงดู แฟนผมเคยบอกวว่าควรที่จะเต็มที่กับครอบครัวใหม่ อะไรที่มันไม่ใช่ก็ให้ทิ้งไป แต่ผมกับมองว่ามันไม่ใช้ภาระที่จะผลักให้คนอื่นได้ทั้งหมด ไม่ได้เลี้ยงดู แต่ยังน้อย ค่าใช้จ่ายก็ยังดี
แต่ค่าใช้จ่ายจริงๆ มันเยอะกว่า 2,000 ครับ เพราะด้วยภาระที่ผมต้องเลี้ยงดูแม่ด้วย พ่อผมทิ้งแม่ไป บ้านที่ยังต้องผ่อลหลังเก่า รถคันเก่า ภาระทุกอย่างที่หนักก็ตกไปเป็นของพี่สาว ในบางครั้งพี่สาวก็เอาไม่ทันครับ
ผมเลยใช้วิธี หมุนเงิน ขายสมบัติเก่าตัวเอง และะเก็บเงินที่แฟนผมให้ไว้กิน อาทิตย์ละ 200-300 บาท เพื่อสำรองไว้จ่ายฉุกเฉิน (ข้อนี้แฟนผมไม่รู้)
แฟนผม ค่อนข้างไม่ชอบ ครอบครัวผม แม่ พี่น้อง แม้แต่ลูกผม เป็นเพราะเค้าเปิดตัวไม่ดี มีเหตุทะเลาะกันกับทางฝั่ง แม่ผม
แต่ทางฝั่งครอบครัวผมเค้าให้อภัยมานานมากแล้ว..ชวนไปเปิดร้านค้าด้วยกันแต่แฟนผม ยังอคติ เหมือนเดิม ทั้งๆที่ก็ผ่านมา 2 ปีแล้ว 2ปี ไม่โทรหาแม่ผมเลยสักครั้ง
ซึ่งมันต่างจากผม แต่อาจจะเป็นเพราะย้ายเข้าไปอยู่กับแฟนในห้องเช่า ห้องเช่าห้องเล็กๆ แต่อยู่กัน 4 คน ผม แฟน พ่อแม่แฟน แม้ผมจะไม่ได้รวยไม่ได้ให้เงินใช้ทุกเดือน แค่ของกินไม่เคยขาด อยากกินอะไรได้กิน แม่แฟนขายของเล็กๆน้อยๆ ทุกเดือนต้องซื้อของให้ ไม่เคยเห็นมีกำไร ต่อทุนเองไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้ขัด ส่วนพ่อแฟน เป็นคนป่วยติดเตียง ผมเก็บขี้เก็บฉี่ให้ประจำ ดูแลจนแกเสียชีวิต
บางทีผมก็เคยคิด ว่าผมต้องมาทำอะไรแบบนี้ เอาเวลาไปเลี้ยงดูแม่ตัวเองดีกว่า ผมต้องปรับชีวิตตัวเองหลายๆอย่าง จนผมท้อ...แต่ผมคิดถึงวันแรกที่เราตกลงกันเป็นแฟนและจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ผมคงทิ้งเค้าไม่ลง
เหตุการที่มาโป๊ะแตก คือ ช่วงนั้นมีคดีความกับแฟนเก่า เรื่องสิทธิ์การเลี้ยงดูบุตร ช่วงนั้นมีค่าใช้ค่าเยอะ ค่าทนาย ค่าศาล ลูกเข้าโรงเรียน แม่ก็ป่วย เรื่องนี้ผมคุยกับแฟนไม่ได้ ถ้าเป็นเรื่องเงิน
คำตอบเดียว คือไม่ให้...
ผมเลยแอบไปทำบัตรเคดิต 1 ใบ ไม่รู้ผ่านได้ไง เพราะผมติดบูโร วงเงิน 10,000 บาท สิ่งที่ผมทำคือ ผมใช้เงิน หมื่นไปกับฝั่งครอบครัวผมจนหมด แล้วแฟนผมมาจับได้
ถึงขั้นจะหย่ากัน
แต่ต่างคนต่างก็ยังลังเล.
สำหรับผม ผมผิดเองที่ปิดบังเค้า ถ้าเค้าไล่ออกจากห้อง ผมก็ไปครับ ผมคงไม่หน้าด้านอยู่ เพราะผมได้อธิบายเหตุผลที่ผมทำไปหมดแล้วและเค้าก็ไม่คิดจะรับฟัง
ส่วนแฟน บอก ความรู้สึกดีๆที่มีให้คงไม่เหมือนเดิม แต่ก็ไม่ได้ออกปากไล่ และจะใช้เงินผมแค่เดือนละ 9,000 เท่านั่น เอาไปจ่ายค่ารถและค่าห้อง ที่เหลือแล้วแต่ผม และเค้าพูดว่าเค้าทำเต็มทีที่จะสร้างครอบครัว และผมไม่คิดถึงความลำบากของเค้า
มันเลยทำให้ผมคิดว่า การสร้างครอบครัวของเรามันจบลงแล้วใช่ไหม ความลำบากของเค้ามันคือเรื่องเงินหรือ...
เงินเดือนที่ให้ไปทุกเดือน เงินเรา2คนรวมกัน 30,000+ ไม่พอค่าใช้จ่ายใช่ไหม บางทีผมก็อดคิดไม่ได้อยู่กันมา 2 ปีจนจะ3ปี ไม่มีเงินเก็บเลย..ถึงเราจะมีทรัพย์สิน มีทอง มีรถ(แต่ถ้าไม่มีเงินเติมน้ำมัน มันก็แค่เศษเหล็ก)
แฟน ผมบอกผมนั้นทุ่มเทครอบครัวเก่ามากกว่า ที่จะสร้างครอบครัวใหม่..และไม่ได้รักเค้าจริง
มันเลยเกิดความสงสัย...
ผมตื่นแต่ตี 3 ทุกวัน เพื่อเตรียมของไปขายในตอนเช้าโดยไม่ให้แฟนผมตื่นนอน เพราะอยากให้เค้าได้พักเต็มที่ ทั้งตั้งร้านเก็บร้าน
เงินเดือน ยกให้ครับ อยากให้ผมได้ใช้กี่บาทก็ให้มา ไม่เคยขอ อยากได้อะไรผมพยามเก็บพยามหาเอง
ไม่พอใจในครอบครัว ผมก็เลือกที่ไม่ไปเจอ
ไม่ชอบให้ผมคุยโทรศัพกับลูกต่อหน้า ผมก็ไม่ทำให้เห็น
ผมไม่เคยตำหนิเรื่องการใช้เงินของเค้า จะใช้อะไรก็ใช้ เพราะก็โตๆกันแล้ว
ผมเปลี่ยนตัวเอง ปรับตัวเข้าหา ยอมหมดนะ ยอมให้กับผู้หญิงคนนึง ซึ่งเพือนผมเคยบอกมันมากเกินไปรึป่าว....
สรุปผม ไม่รักเค้า..หรือยังไง