อย่าให้พลาดตั้งแต่การเรียกตัวนะ การเรียกรายชื่อผู้เล่นในเอเชียนคัพจะต้องเรียกตัวเพื่อเสริมแผนการเล่นได้หลายๆแผน เพราะการเล่นในเอเชี่ยนคัพทุกชาติต่างจัดหนัก จัดเต็ม มาตรฐานการเล่นอาจจะใกล้เคียงกับ J1 หรือสูงกว่า(ถ้าเป็นทีมที่ไปฟุตบอลโลก) ทั้งชนาธิป ธีรศิลป์และธีราธร ต่างมีข้อดีและข้อด้อยกันทั้งนั้น โค้ชแต่ละทีมคงจะศึกษาการเล่นของไทยมาอย่างดีแน่นอน บางครั้งความสามารถนักเตะเพียงอย่างเดียว อาจจะเอาตัวรอดการการบีบ การเพรส การกดดันทั้งระบบไม่ได้ จึงต้องมีแผนสำรองไว้ตลอดเวลา และมีหลายๆแผน เพื่อปรับเปลี่ยนไปตามความเหมาะสม จากการเห็นนักเตะไทยทั้ง 3 คนเล่น J1แล้วในหลายๆนัด ขอวิเคราะห์จุดอ่อนและจุดแข็ง รวมถึงการนำเอาไปใช้ให้เกิดประโยชน์ดังนี้
1. ชนาธิป
*ข้อดี* เป็นตัวลากเลื้อย เป็นตัวจ่ายคิลเลอร์พาส มีวิชั่นในการจ่ายบอลได้เสียที่ดีมาก กองหน้าที่เหมาะกับลูกจ่ายของชนาธิป คือกองหน้าที่เข้าพื้นที่สุดท้ายได้เร็วและเข้าทำได้ดี จบสกอร์ได้เยี่ยม แต่ต้องชงเอง กินเอง รอรับลูกแปะไปมาของชนาธิปได้ ชิ่ง 1-2 กันตลอด เคลื่อนที่ตลอดเวลา ดังนั้นกองหน้าที่โค้ชเหมาะจะเรียกมาติดทีมเพื่อดึงศักยภาพในการจ่ายบอลของชนาธิปขึ้นมา คือ อดิศักดิ์ ศุภชัย (อาจรวมถึงจ่าเย็นและสุภโชคด้วย แต่จ่าแกเทคนิคไม่ดีเอาเสียเลย ส่วนสุภโชคก็ร่างกายป้อแป้ซะเหลือเกิน)
*ข้อเสีย* ใน J1 เราจะเห็นหลายๆนัด ที่ทีมจากญี่ปุ่นใช้จัดการชนาธิปได้อยู่หมัด หลักๆมี 2 แผน คือ 1. ลงไปตั้งรับลึก ไม่ให้ชนาธิปมีพื้นที่ลากเข้าไปเขตโทษ ต้องอาศัยการแปะไปแปะมาหรือครอสบอลเข้าไปแทน 2. ให้ฝ่ายรับตัดเกมส์หรือดับเบิ้ลทีม ในเกมส์บุกหรือเกมส์สวนกลับของชนาธิป ดังนั้น ถ้าในทีมซับโปโรมีตัวลากเลื้อยแค่ชนาธิปคนเดียว การรับมือกับซับโปโรนั้นง่ายมาก แต่ในซับโปโรยังมีมิโยชิและโคมาอิ ซึ่งมีการลากเลื้อยที่ดีเช่นกัน ทำให้คู่ต่อสู้ต้องเปลี่ยนฝั่งเพรส เปลี่ยนฝั่งกดดัน ชนาธิปเลยเล่นได้ง่ายขึ้น หันมาดูทีมชาติไทย ถ้าจะใช้การทะลุทะลวงของชนาธิปให้เป็นประโยชน์ในระดับเอเชีย คนที่โค้ชจะต้องเรียกติดทีมชาติจะต้องเป็นคนที่เลี้ยงกินตัวได้ดี เช่น รุงรัตน์ นูรูล ศศลักษ์ เพื่อช่วยดึงตัวประกบไม่ให้ดับเบิ้ลทีมชนาธิป
2. ธีราธร
*ข้อดี* อุ้มเป็นแบคที่มีการเติมเกมส์บุกที่ดี ทางบอลดี การเปิดบอลที่ได้ลุ้น รวมถึงการยิงฟรีคิกหรือการเตะมุมที่ดี นักเตะที่จะส่งเสริมการเล่นของธีราธรให้เด่น คือคนที่เลี้ยงกินตัวได้ เรียกฟาล์วได้ และตัวที่โหม่งบอลได้ดี ซึ่งก็คือ ชนาธิป รุ่งรัตน์ นูรูล ศศลักษณ์(เลี้ยง) รวมถึงอดิศักดิ์ ธีรศิลป์และสุรชาติ(โหม่ง)
*ข้อเสีย* เกมส์รับ อุ้มยังมีปัญหาที่เกมส์รับ เวลาเติมเกมส์ไปแล้ว ลงไม่ทันบ้าง หลุดตำแหน่งบ้าง เปิดเข้าไปไม่ดีแล้วโดนสวนกลับเร็วบ้าง เหตุเหล่านี้ จะเป็นการลดศักยภาพของอุ้ม ทำให้ไม่กล้าเติมเกมส์สูง เมื่ออุ้มไม่กล้าเติม เกมส์บุกของไทยจะลดความน่ากลัวลงไป 50% ดังนั้น วิธีแก้คือ กลางรับทั้ง2คน ในแผน 4-2-3-1 ของโค้ชมิโล จะต้องเป็นผึ้งงานที่ฟิตและขยันมาก รวมถึงจะต้องมีเกมส์รับที่ดีเพื่อคอยซ้อนตำแหน่งของธีราธรตลอดเวลาที่บุก ตัวเลือกแรกจึงเป็นของฐิติพันติ์ที่เล่นได้ดี ปัญหาคือ ตัวเจ้านิวคุมกลางคนเดียวไม่ไหว คู่กองกลางจะต้องฟิต ขยันและมีเกมส์รับที่ดีห้ามด้อยไปกว่าฐิติพันตฺ์ ซึ่งตรงจุดนี้ผมก็ไม่ทราบว่า ธนบูรณ์จะฟิต100%กลับมาเล่นกองกลางตัวตัดเกมส์ได้หรือยัง
3. ธีรศิลป์
*ข้อดี* เป็นกองหน้าที่จบสกอร์ได้คม ใช้โอกาสไม่เปลือง แข็งแกร่ง เล่นได้ทั้งลูกกลางอากาสและบนพื้น และที่สำคัญลูกจ่ายที่คมและอันตรายมาก การจะดึงศักยภาพมุ้ยออกมาได้ดีที่สุดคือการเล่นหน้าคู่ 4-3-1-2 4-4-2 หรือ 3-5-2 ก็ว่ากันไป
*ข้อเสีย* ความฟิตต่ำ ไม่ค่อยเคลื่อนที่และไล่บอล ถ้าเล่นหน้าคู่ก็จะยังไม่เห็นจุดอ่อนมากนัก เพราะเราสามารถใส่กองหน้าที่ขยันไปยืนคู่อีก 1 คนได้ แต่สำหรับทีมไทยที่เล่นหน้าเป้าตัวเดียวแล้ว ถ้ามุ้ยไม่ไล่บอล ไม่เคลื่อนที่หรือมีความฟิตต่ำ กองกลางตัวรุก 3คน จะต้องทำงานหนักสุดๆ ดังนั้นจึงต้องหาคนที่มีความฟิตมากๆมาเล่นกองกลางตัวรุก ซึ่งก็ไม่พ้น ชนาธิป มงคล นูรูล (แถมอานนท์หรือศศลักษ์ด้วยละกัน)
จากข้อดีและข้อเสียของทั้ง 3 คน โค้ชจะต้องประเมินให้ออกและใช้งานแต่ละคนให้เหมาะสม เวทีเอเชี่ยนคัพ ไม่ใช่เวที AFF ซึ่งแต่ละทีมมีความโหดกว่ามาก ดังนั้น นอกจากเรารู้ศักยภาพของทีมอื่นแล้ว เราต้องรู้ศักยภาพของทีมตนเองด้วยว่ามีข้อดีหรือข้อเสียอย่างไร ขอให้โค้ชปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงให้พร้อมเต็มที่นะสำหรับถ้วยนี้ ผมตั้งความหวังในเอเชียนคัพไว้สูง ส่วนถ้วย AFF แล้วแต่โค้ชเลยว่าจะใช้ใคร ผมไม่ซีเรียส...
ในรายการเอเชียนคัพ โค้ชรู้เขาแล้ว อย่าลืมว่าต้องรู้จักทีมเราเองด้วยนะครับ ว่ามีศักยภาพขนาดไหน
1. ชนาธิป
*ข้อดี* เป็นตัวลากเลื้อย เป็นตัวจ่ายคิลเลอร์พาส มีวิชั่นในการจ่ายบอลได้เสียที่ดีมาก กองหน้าที่เหมาะกับลูกจ่ายของชนาธิป คือกองหน้าที่เข้าพื้นที่สุดท้ายได้เร็วและเข้าทำได้ดี จบสกอร์ได้เยี่ยม แต่ต้องชงเอง กินเอง รอรับลูกแปะไปมาของชนาธิปได้ ชิ่ง 1-2 กันตลอด เคลื่อนที่ตลอดเวลา ดังนั้นกองหน้าที่โค้ชเหมาะจะเรียกมาติดทีมเพื่อดึงศักยภาพในการจ่ายบอลของชนาธิปขึ้นมา คือ อดิศักดิ์ ศุภชัย (อาจรวมถึงจ่าเย็นและสุภโชคด้วย แต่จ่าแกเทคนิคไม่ดีเอาเสียเลย ส่วนสุภโชคก็ร่างกายป้อแป้ซะเหลือเกิน)
*ข้อเสีย* ใน J1 เราจะเห็นหลายๆนัด ที่ทีมจากญี่ปุ่นใช้จัดการชนาธิปได้อยู่หมัด หลักๆมี 2 แผน คือ 1. ลงไปตั้งรับลึก ไม่ให้ชนาธิปมีพื้นที่ลากเข้าไปเขตโทษ ต้องอาศัยการแปะไปแปะมาหรือครอสบอลเข้าไปแทน 2. ให้ฝ่ายรับตัดเกมส์หรือดับเบิ้ลทีม ในเกมส์บุกหรือเกมส์สวนกลับของชนาธิป ดังนั้น ถ้าในทีมซับโปโรมีตัวลากเลื้อยแค่ชนาธิปคนเดียว การรับมือกับซับโปโรนั้นง่ายมาก แต่ในซับโปโรยังมีมิโยชิและโคมาอิ ซึ่งมีการลากเลื้อยที่ดีเช่นกัน ทำให้คู่ต่อสู้ต้องเปลี่ยนฝั่งเพรส เปลี่ยนฝั่งกดดัน ชนาธิปเลยเล่นได้ง่ายขึ้น หันมาดูทีมชาติไทย ถ้าจะใช้การทะลุทะลวงของชนาธิปให้เป็นประโยชน์ในระดับเอเชีย คนที่โค้ชจะต้องเรียกติดทีมชาติจะต้องเป็นคนที่เลี้ยงกินตัวได้ดี เช่น รุงรัตน์ นูรูล ศศลักษ์ เพื่อช่วยดึงตัวประกบไม่ให้ดับเบิ้ลทีมชนาธิป
2. ธีราธร
*ข้อดี* อุ้มเป็นแบคที่มีการเติมเกมส์บุกที่ดี ทางบอลดี การเปิดบอลที่ได้ลุ้น รวมถึงการยิงฟรีคิกหรือการเตะมุมที่ดี นักเตะที่จะส่งเสริมการเล่นของธีราธรให้เด่น คือคนที่เลี้ยงกินตัวได้ เรียกฟาล์วได้ และตัวที่โหม่งบอลได้ดี ซึ่งก็คือ ชนาธิป รุ่งรัตน์ นูรูล ศศลักษณ์(เลี้ยง) รวมถึงอดิศักดิ์ ธีรศิลป์และสุรชาติ(โหม่ง)
*ข้อเสีย* เกมส์รับ อุ้มยังมีปัญหาที่เกมส์รับ เวลาเติมเกมส์ไปแล้ว ลงไม่ทันบ้าง หลุดตำแหน่งบ้าง เปิดเข้าไปไม่ดีแล้วโดนสวนกลับเร็วบ้าง เหตุเหล่านี้ จะเป็นการลดศักยภาพของอุ้ม ทำให้ไม่กล้าเติมเกมส์สูง เมื่ออุ้มไม่กล้าเติม เกมส์บุกของไทยจะลดความน่ากลัวลงไป 50% ดังนั้น วิธีแก้คือ กลางรับทั้ง2คน ในแผน 4-2-3-1 ของโค้ชมิโล จะต้องเป็นผึ้งงานที่ฟิตและขยันมาก รวมถึงจะต้องมีเกมส์รับที่ดีเพื่อคอยซ้อนตำแหน่งของธีราธรตลอดเวลาที่บุก ตัวเลือกแรกจึงเป็นของฐิติพันติ์ที่เล่นได้ดี ปัญหาคือ ตัวเจ้านิวคุมกลางคนเดียวไม่ไหว คู่กองกลางจะต้องฟิต ขยันและมีเกมส์รับที่ดีห้ามด้อยไปกว่าฐิติพันตฺ์ ซึ่งตรงจุดนี้ผมก็ไม่ทราบว่า ธนบูรณ์จะฟิต100%กลับมาเล่นกองกลางตัวตัดเกมส์ได้หรือยัง
3. ธีรศิลป์
*ข้อดี* เป็นกองหน้าที่จบสกอร์ได้คม ใช้โอกาสไม่เปลือง แข็งแกร่ง เล่นได้ทั้งลูกกลางอากาสและบนพื้น และที่สำคัญลูกจ่ายที่คมและอันตรายมาก การจะดึงศักยภาพมุ้ยออกมาได้ดีที่สุดคือการเล่นหน้าคู่ 4-3-1-2 4-4-2 หรือ 3-5-2 ก็ว่ากันไป
*ข้อเสีย* ความฟิตต่ำ ไม่ค่อยเคลื่อนที่และไล่บอล ถ้าเล่นหน้าคู่ก็จะยังไม่เห็นจุดอ่อนมากนัก เพราะเราสามารถใส่กองหน้าที่ขยันไปยืนคู่อีก 1 คนได้ แต่สำหรับทีมไทยที่เล่นหน้าเป้าตัวเดียวแล้ว ถ้ามุ้ยไม่ไล่บอล ไม่เคลื่อนที่หรือมีความฟิตต่ำ กองกลางตัวรุก 3คน จะต้องทำงานหนักสุดๆ ดังนั้นจึงต้องหาคนที่มีความฟิตมากๆมาเล่นกองกลางตัวรุก ซึ่งก็ไม่พ้น ชนาธิป มงคล นูรูล (แถมอานนท์หรือศศลักษ์ด้วยละกัน)
จากข้อดีและข้อเสียของทั้ง 3 คน โค้ชจะต้องประเมินให้ออกและใช้งานแต่ละคนให้เหมาะสม เวทีเอเชี่ยนคัพ ไม่ใช่เวที AFF ซึ่งแต่ละทีมมีความโหดกว่ามาก ดังนั้น นอกจากเรารู้ศักยภาพของทีมอื่นแล้ว เราต้องรู้ศักยภาพของทีมตนเองด้วยว่ามีข้อดีหรือข้อเสียอย่างไร ขอให้โค้ชปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงให้พร้อมเต็มที่นะสำหรับถ้วยนี้ ผมตั้งความหวังในเอเชียนคัพไว้สูง ส่วนถ้วย AFF แล้วแต่โค้ชเลยว่าจะใช้ใคร ผมไม่ซีเรียส...