ตอน 1 ครั้งแรกของผม
สวัสดีครับทุกคน เรื่องราวที่ผมจะเล่า เป็นเรื่องของผม และ เจ้าแมวน้อยของผม
ผมอายุ 35 ปี ทำงานให้โรงงานแห่งหนึ่ง ในนิคมอุตสาหกรรมฝั่งตะวันออกของประเทศ
ที่นี่อากาศดีครับ มีทะเล แสงแดด สายลม ที่ดีกว่านั้นคือเงินเดือน และสวัสดิการต่างๆ
แม้ผมจะคิดว่าบางอย่างก็ไม่ควรมีหรอก เช่น พนักงานหยุดวันเกิดได้ หรือ ค่าเทอมลูกอะไรแบบนั้น
แต่ก็นะเรื่องแบบนี้ออกความเห็นไป ก็จะเป็นการอ้อนตรีนคนอื่นเปล่า ๆ
เงียบได้ก็เงียบเถอะครับ ที่ทำงานถึงผมจะรั้งตำแหน่งผู้จัดการ
แต่คนไม่ชอบและคอยจะหาเรื่องผมก็มีอยู่ เพราะอะไรเหรอไว้คุณอ่าน ๆ ไป ก็จะเริ่มเห็นภาพเองนั่นแหละ
แผนกผมมีลูกน้องแค่ 5 คน เริ่มที่ไอ่ดล อายุเยอะ 29 แต่ผมไม่ได้โม้นะ ผมหน้าเด็กกว่ามันอีก
ดลสูง 180 น่าจะได้ ล่ำ ดำ ดั้งหาย แต่ก็หุ่นดีมีกล้ามอยู่ มันมาทำงานก่อนผมไม่กี่ปี
แต่ผมอายุเยอะกว่า และ จัดการปัญหาได้ดีกว่า ก็เลยได้เป็นผู้จัดการแซงหน้ามัน
แน่นอนว่ามันไม่ค่อยชอบผมหรอก เวลาคุยกัน รังสีความไม่จริงใจมันปิดไม่มิด
ยิ่งเวลามันพูดอะไรอวยผมนะ คุณเอ้ยย อยากจะบอกมันตรงๆเหมือนกันว่า ฝืนใจก็ไม่ต้องพูดก้ได้
ผมไม่ชอบคนประจบครับ ข้อนี้มันอาจยังไม่รู้ก็เป็นได้
คนต่อไป น้องแพร อายุ 24 สูง 170 ขาวหุ่นดีแต่ไม่มีโนม ผู้หญิงคนเดียวในแผนก เรียนเก่ง
แต่ทำงานจริงไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่ น้องแพรก็น่ารักดีครับ คิขุแบ๊วๆ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ผมไม่ได้รับแพรมา เพื่อหวังผลงานอะไรมากมาย แต่ผมคิดว่า
แผนกผมมีแต่ผู้ชายบรรยากาศการทำงานจะตึงเครียดเกินไป มีน้องผู้หญิงมาเบรคความเถื่อนบ้างก็ดี
เป็นการปรับฮวงจุ้ยในที่ทำงานไงครับ หยิน-หยาง อะไรแบบนั้น
คนที่สาม ไอ่กุ้ง หนุ่มเหนือคนเดียวในแผนก และขาวกว่าน้องแพรอีก สูง 175 ในประวัติมันบอกแบบนั้น
คิ้วหนาตาคม สมเป็นขวัญใจสาวน้อยสาวใหญ่ในโรงงาน มันอายุ 27 แต่ชอบทำตัวเหมือนคนอายุ 50
ใช้งานนิดหน่อยก็บ่น อิดออด ผมเห็นมันนั่งหอบ เหงื่อแตกทีไรอยากจะไล่มันไปวิ่งรอบโรงงานสักสามรอบ
ยังหนุ่มยังแน่นจะอ่อนเปลี้ยเพลียแรงอะไรขนาดนี้ ดีว่ามันเป็นไม้กันหมารับแรงปะทะกับสาว ๆ แผนกอื่นได้เท่านั้น
ส่วนผม คุณเรียกผมว่ากาจก็ได้ ผมสูง 190 ใครๆ ก็ว่าผมหน้าคม แม้ผมจะขาวมากก็ตาม
ขาวกว่าไอ่กุ้งอีกนะ แต่เห็นอย่างนี้ไม่ค่อยมีใครกล้ามาวอแวผมนักหรอก อาจจะเพราะหน้าปรกติผมไม่รับแขก
ติดจะไปทางดุด้วยซ้ำ ผมไม่ได้อะไรนะ หน้ามันเป็นอย่างนี้เอง จริงจิ๊งง
ส่วนหุ่นที่ใคร ๆ อิจฉา กล้ามท้อง และไขมันส่วนเกินที่หาได้ยากจากผม อยากจะบอกว่า
มันไม่ง่ายเลยนะที่จะได้หุ่นแบบนี้มาครอบครอง ต้องออกกำลังกายและควบคุมอาหารมาหลายปี
อะไรที่เขาว่าอร่อย ผมไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่ามันอร่อยยังไง เพราะลิ้นผมมีโอกาสชิมแค่อาหารคลีน แต่..ข้ามเรื่องนี้ไปเถอะ
ลูกน้องคนสุดท้าย ผมยังแนะนำให้คุณรู้จักไม่ได้ เพราะผมก็กำลังจะเจอมันวันนี้เป็นวันแรกเหมือนกัน
ก่อนหน้านี้ผมไปดูงานที่ญี่ปุ่น ตอนแรกจะไปแค่เดือนเดียว แต่บริษัทคงเห็นอะไรดีในตัวผมมั้ง
ไม่ก็งบเหลือ เขาเลยให้ผมยิงยาวสามเดือน กว่าจะได้กลับบ้านผมกินปลาดิบจนจะกลายเป็นปอบอยู่แล้ว
หุ่นที่ปั้นมาก็เริ่มจะเสีย ออกกำลังกายก็ไม่ได้เต็มที่ แล้วที่ต้องไปเมากันตอนเลิกงาน ผมไม่ค่อยชอบนักหรอกแต่ต้องไป
เพราะถ้าไม่เอาเพื่อนฝูงบ้าง คนญี่ปุ่นเขาไม่โอเค
สำหรับผมไปอยู่ที่โน้นก็เครียดอยู่นะครับ แต่แลกกับประสบการณ์และความรู้ มันก็คุ้ม (มั้ง)
ระหว่างที่ผมไปที่โน้น ไอ่ดลรองหัวหน้าก็ได้รับน้องใหม่คนที่ว่านั่นแหละเข้ามาช่วยงาน
เห็นว่าจะผ่านโปรวันนี้ด้วย แผนกผมมีธรรมเนียมเลี้ยงรับตอนผ่านโปรครับ
เพื่อเป็นการลดรายจ่ายของผมเอง (เพราะผมเป็นคนเลี้ยง) ลืมเล่าไปอย่างหนึ่งฝ่ายบุคคลเตือนผมก่อนจะไปญี่ปุ่นว่า
การที่เด็กใหม่ลาออกและไม่ผ่านโปรบ่อย ๆ จะทำให้พวกผมไม่ผ่าน KPI เรื่อง...อะไรสักอย่างซึ่งผมจำไม่ได้แล้ว
มันต้องเป็นปัญหาใหญ่เลยเหรอ ผมไม่เข้าใจ เด็กมันทำงานไม่ไหว เข้ากับเพื่อนร่วมงานไม่ได้
และมันออกไปเอง ตั้งแต่ต้นปีรวมเดือนนี้ก็7 เดือน ออกไปแค่ 9 คนเองนะ
งานที่แผนกผมจับฉ่ายครับ ชื่อแผนกไอที แต่เรียกใช้ตั้งแต่วางระบบ ยันซ่อมตู้เย็น
คือพวกเราจบเราจบวิศวะคอม เราซ่อมเป็นแต่คอม ตู้เย็นเราซ่อมไม่เป็นครับ
เลิกบ่นเรื่องสะระตะเถอะ นี่ได้เวลาผมออกรถแล้วล่ะ
เห็นข่าวเรื่องพายุมังคุดมาแว๊บ ๆ ตอนไปซื้ออกไก่ที่ตลาด แม่ค้าเค้าเปิดดูกัน ไม่คิดเลยว่าผมจะได้รับผลกระทบไปด้วย
เป็นการต้อนรับกลับประเทศไทยที่อบอุ่นมากสำหรับผม
เสียงโทรศัพท์ภายในดังขึ้นทันทีที่ได้เวลาทำงาน
“ไอทีคะฝ่ายบัญชีเข้าระบบไม่ได้ค่ะ”
ผมตอบไปว่ากำลังเปิดเครื่องจะรีบดูให้ ถ้าอีกหนึ่งชั่วโมงยังเข้าไม่ได้ ก็โทรกลับมาอีกครั้ง
“ไอทีรึป่าวคะ รบกวนตามเรื่องระบบของฝ่ายการตลาดหน่อยค่ะ ส่วนที่กรอกชื่อลูกค้ามันมีปัญหาตามที่แจ้งคุณดลไปเมื่อสองเดือนก่อน
ยังไม่มีการแก้ไข เลยโทรมารบกวนอีกครั้งค่ะ”
(สายที่สองน้ำเสียงเย็นๆ แต่ผมสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่ออกมาตามสาย เมื่อคนตามเรื่องรู้ว่าเป็นผม เขาก็ลดไอเย็นลงไปบ้าง)
“พี่กาจกลับมาแล้วเหรอพี่ วิอยากได้รหัสผ่านของน้องเก๋ที่มาใหม่ ขอไปสามเดือนจนน้องผ่านโปรแล้วยังไม่ได้เลย”
“กาจคุณช่วยสรุปเรื่องระบบใหม่ที่สาขาใหญ่เค้าใช้ ให้ผมดูคร่าวๆหน่อย
ผมจะให้ที่ประชุมบอร์ดผู้บริหารดูพรุ่งนี้บ่าย รบกวนหน่อยนะมันด่วนจริงๆ”
(ดีที่ผมทำไว้เป็นระยะตอนอยู่ที่โน้นแล้ว ช่วงบ่ายคงส่งให้นายท่านได้ไม่น่าห่วง)
หลังจากนั้นก็สายจากพวกลูกน้องของผม
“พี่กาจเหรอครับ..ผมขอเข้าสายนะครับ ติดฝนอยู่เลย”
“พี่กาจมาแล้วเหรอคะ แพรขอลานะคะ ฝนตกน้ำท่วมซอยออกไปไม่ได้”
“ลืมไปเลยว่าพี่กลับมาวันนี้ คือผมเข้าช้าหน่อยนะพี่ ตื่นสายไม่ทันรถบริษัทอ่ะ ฝนก็ตกรอรถนานมากเลยไม่มีสักคัน”
(ไอ้ดลเสียงงัวเงียเหมือนเพิ่งตื่น มากกว่าจะกำลังรอรถอย่างที่มันบอก)
นั่นคือแค่ครึ่งชั่วโมงแรกหลังจากผมวางกระเป๋า สายก็เข้ามาไม่หยุดไม่หย่อน
แผนกเราอยู่กันง่าย ๆ ครับ เป็นแผนกเล็ก ๆ ผมก็นั่งทำงานรวมกับลูกน้องนั่นแหละ
ไม่มีโต๊ะผู้จัดการอะไรเว่อร์วังหรอก ดังนั้นเมื่อน้อง ๆ ผมไม่อยู่ ผมก็ต้องวิ่งวุ่นรับสายแทนแบบนี้แหละ
“เอ่ออ..สวัสดีครับพี่กาจ”
ระหว่างที่ผมกำลังก้มหน้าก้มตาดูว่าทำไมฝ่ายบัญชีเข้าระบบไม่ได้ ก็มีเด็กหนุ่มหน้าตา
น่ารัก แก้มป่อง ผิวขาวอมชมพู เหมือนพวกที่ขายครีมตัวขาวในเน็ต ทักทายเหมือนรู้จักผม
มันเดินมาวางกระเป๋าลงที่โต๊ะเด็กใหม่ ..คงเป็นกร เด็กใหม่ที่เพิ่งรับเข้ามา
ป่านนี้ไม่รู้ไอ่ดลจะแนะนำผมกับเด็กนี่ว่าไงไปแล้วบ้าง
“กรสินะเราอ่ะ” ผมกลับมาจ้องหน้าจอต่อ
“ครับ พี่มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ”
“ทำรหัสผ่านน้องเก๋ที่มาใหม่ แล้วรีบส่งให้ฝ่ายบุคคล เสร็จโทรบอกพี่วิฝ่ายผลิตว่าเรียบร้อยแล้วไปรับที่ฝ่ายบุคคลได้ ทำเป็นไหมเราหนะ”
สั่งเสร็จก็ไม่วายต้องถามว่ามันทำเป็นรึป่าว ดูหน้าซื่อตาใส กลัวยังทำอะไรไม่เป็น แต่ทว่ามันทำให้ผมต้องเงยหน้ามองมันอีกครั้งแบบทึ่ง ๆ
“ผมแวะบอกพี่วิก่อนเข้ามาเมื่อกี๊เรียบร้อยครับ พอดีช่วงก่อนระบบเราล่มเลยทำให้ไม่ได้
ส่วนเรื่องรายชื่อของลูกค้าที่ฝ่ายการตลาดเขาบอกว่ามันใส่ชื่อได้ไม่พอ วันก่อนผมแก้ไขให้แล้ว
แต่มันแก้อันเก่าที่เขาบันทึกก่อนหน้านี้ไม่ได้ แต่พี่ ผมอธิบายไม่เป็นอะ พูดไปพี่เค้าไม่เข้าใจ
หาว่าผมไม่ทำให้ ผมควรจะทำไงดี”
สรุปว่า...เด็กมันดูโปรอยู่นะครับ ดูจากการทำงานและที่มันกล้าถามผม..ผมชอบนะ..
“เดี๋ยวพี่คุยให้ ตอนนี้ช่วยดูให้หน่อยว่าทำไมฝ่ายบัญชีเข้าระบบไม่ได้ เดี๋ยวพี่รีบทำรายงานส่งนายก่อน เสร็จแล้วเราค่อยคุยกันเรื่องผ่านโปร”
“ครับพี่”
ไหน ๆ ก็เก่งแล้วก็โยนงานให้มันไปเลยแล้วกัน เปล่านะผมไม่ได้แกล้งน้องอะไรเลย
ผมต้องไปทำงานด่วนของผมก่อนอ่ะ
ไม่ถึงสิบนาทีผมได้ยินเสียงของกรโทรถามฝ่ายบัญชีว่าเข้าระบบได้รึยัง
“จากไอทีครับ ระบบปรกติ ผมก็เข้าได้ บัญชีเข้าไม่ได้ทุกเครื่องเลยเหรอครับ”
“เอ่อออ งั้นลองดูว่ากดแคปล็อคค้างอยู่รึป่าว...........ได้นะครับ โอเคครับ”
ผมยิ้มกับแป้นพิมพ์ของผม แบบอยากขำนะ แต่ต้องเก๊กขรึมไว้ก่อน
น้องมันก็หัวไวดีนะครับ ผมต้องบอกอีกครั้งไหมว่า....ผมชอบ...
หลังจากปั่นรายงานที่ความจริงก็แค่ ตรวจคำผิดเท่านั้น ส่งเมล์ให้เจ้านายเรียบร้อย
ตอนนี้ปาเข้าไปเกือบเที่ยงแล้ว ถ้าผมไม่ได้ทำไว้ก่อนมีหวังตอนนี้โดนงานร้อนเผาไหม้ไปล่ะ
หันไปดูน้องกร มันก็ตั้งใจทำอะไรหน้าคอมของมันสักอย่าง ผมไม่อยากยุ่งกับงานน้องมาก
เดี๋ยวจะดูกดดันเด็กเกินไป
“ถ้าไม่ยุ่งมาหาพี่หน่อยกร” ผมวางหน้านิ่งเรียกเด็กใหม่
น้องมันก็ไม่ว่าอะไรลุกมาหาผมทันที ท่าทางว่านอนสอนง่าย
สายตามันดูไม่กลัว ไม่ตื่นเต้น ไม่เกร็ง ต่างจากเด็กใหม่คนก่อน ๆ
“พี่คนอื่นไปไหนกันเหรอพี่” ผมยังไม่ทันถามอะไรน้องกรก็ถามผมแทน
“มันว่าฝนตก น้ำท่วม รถไม่มี แพรลา อีกสองคนช่างเถอะ คงจะเนียนขาดแล้วมั้ง”
ท่าทางสบายของผมอาจจะทำให้น้องรู้สึกสนิทด้วยง่ายมั้ง แต่มันสนิทเร็วไปไหมครับน้อง
ผมดูไม่อะไรก็จริงแต่ ทุกคนในโรงงาน รวมถึงเด็กในแผนกก็ตาม ไม่มีใครทำท่าแบบนั้นเวลาอยู่กับผมเลยสักคน ไม่เคยมี
เด็กกรนั่งเอนหลังพิงพนัก อีกนิดจะนอนได้แล้ว สายตาน้องกวาดไปทั่วไร้ทิศทาง เหมือนกำลังเบื่อ
เมื่อกี๊ที่ผมว่ามันดูว่านอนสอนง่ายเอาคืนได้ไหม มันดูเอาเรื่องอยู่นะ
“เป็นไงบ้างทำงานสามเดือนแล้ว” ผมเริ่มคุยเป็นทางการ
น้องยืดตัวตรงวางมือที่ประสานกันบนโต๊ะทำงานจ้องหน้าผมก่อนจะตอบ
คือถ้าคนอื่นเห็น อาจจะคิดว่ามันดูเป็นเด็กที่ก้าวร้าว แต่ผมว่าเวลาที่อีกคนจ้องตาเรา ก่อนจะตอบคำถาม
มันดูจริงใจ และไม่ค่อยมีใครกล้าทำ โดยเฉพาะถ้าคนนั้นเป็นลูกน้องเรา
กรใช้น้ำเสียงอ่อนลงนิดหน่อย เขาว่าชอบงานที่แผนกผม ทุกคนเป็นกันเอง
แม้จะชอบโยนงานมาให้เขาทำเยอะหน่อย แต่เขาก็เข้าใจและรับได้
(ผมนี่สะดุ้งเลยนี่
ว่ากระทบกรูป่าวฟ่ะ)
“พี่ผมรับได้จริ๊ง งานเยอะผมก็เรียนรู้อะไรได้เร็วขึ้นไง ไม่ซีครับ” น้องรีบอธิบายคงเห็นผมนิ่งใส่
คุยกันพอรู้จักผมก็ต้องปล่อยให้มันไปเคลียร์งานอะไรของมัน
ส่วนผมเหรอ ต่อสิครับ หาอีเมล์ที่ฝ่ายบุคคลส่งมาให้เมื่อตอนอยู่ญี่ปุ่นต่อ
เป็นข้อมูลส่วนตัวของกรนี่แหละ ตอนนั้นผมสารภาพว่าไม่ได้สนใจอ่านเท่าไหร่นัก
หลังจากเลื่อนหานานกว่าชั่วโมง และ....
ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จย่อมอยู่ที่นั่น
กรกันย์ ศรีวิกุล อายุ 21 (เด็กจบใหม่)
เกรดจบ 3.90 วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มอดัง เพราะเป็นโรงงานในเครือของบริษัทใหญ่
คัดแต่เด็กเกียรตินิยม ไม่ก็ต้องจากมอมีชื่อหน่อย
เรื่องนี้ผมไม่ใช่เจ้าของขอไม่แสดงความคิดเห็นแล้วกัน
ดูต่อ....
สูง 178 ความสามารถพิเศษลีลาศ อืมมม ผมอยากจะเห็นตอนเขาโยกย้ายซะแล้วสิ
ความสามารถด้านภาษา ญี่ปุ่น อังกฤษ จีน ไม่ธรรมแฮะ
...........................................................................
ช่วงไรต์พบปะรีด
เรื่องราวทั้งหมดเป็นเรื่องมโน ชื่อนามสกุลเรื่องราวต่างๆ ไม่มีอยู่จริงบนโลกใบนี้
อัพต่อลงไปในกระทู้เดียวนี้เลยเพื่อให้ง่ายต่อการติดตาม
มันเป็นแนววาย บอยเลิฟ ไม่เน้น 18+ ใส ๆ ฟิน ๆ เท่านั้น
บันทึกของกาจ ผู้จัดการฝ่ายไอที วัย 35 ที่ติดบ่วงความแมวน้อย
ชื่อ กร พนักงานใหม่วัย 21 แนววาย ใครชอบก็เข้ามา
ใครไม่วายเราวาย....
แมวที่ไม่ได้แปลว่าแมว (วาย, boylove)
สวัสดีครับทุกคน เรื่องราวที่ผมจะเล่า เป็นเรื่องของผม และ เจ้าแมวน้อยของผม
ผมอายุ 35 ปี ทำงานให้โรงงานแห่งหนึ่ง ในนิคมอุตสาหกรรมฝั่งตะวันออกของประเทศ
ที่นี่อากาศดีครับ มีทะเล แสงแดด สายลม ที่ดีกว่านั้นคือเงินเดือน และสวัสดิการต่างๆ
แม้ผมจะคิดว่าบางอย่างก็ไม่ควรมีหรอก เช่น พนักงานหยุดวันเกิดได้ หรือ ค่าเทอมลูกอะไรแบบนั้น
แต่ก็นะเรื่องแบบนี้ออกความเห็นไป ก็จะเป็นการอ้อนตรีนคนอื่นเปล่า ๆ
เงียบได้ก็เงียบเถอะครับ ที่ทำงานถึงผมจะรั้งตำแหน่งผู้จัดการ
แต่คนไม่ชอบและคอยจะหาเรื่องผมก็มีอยู่ เพราะอะไรเหรอไว้คุณอ่าน ๆ ไป ก็จะเริ่มเห็นภาพเองนั่นแหละ
แผนกผมมีลูกน้องแค่ 5 คน เริ่มที่ไอ่ดล อายุเยอะ 29 แต่ผมไม่ได้โม้นะ ผมหน้าเด็กกว่ามันอีก
ดลสูง 180 น่าจะได้ ล่ำ ดำ ดั้งหาย แต่ก็หุ่นดีมีกล้ามอยู่ มันมาทำงานก่อนผมไม่กี่ปี
แต่ผมอายุเยอะกว่า และ จัดการปัญหาได้ดีกว่า ก็เลยได้เป็นผู้จัดการแซงหน้ามัน
แน่นอนว่ามันไม่ค่อยชอบผมหรอก เวลาคุยกัน รังสีความไม่จริงใจมันปิดไม่มิด
ยิ่งเวลามันพูดอะไรอวยผมนะ คุณเอ้ยย อยากจะบอกมันตรงๆเหมือนกันว่า ฝืนใจก็ไม่ต้องพูดก้ได้
ผมไม่ชอบคนประจบครับ ข้อนี้มันอาจยังไม่รู้ก็เป็นได้
คนต่อไป น้องแพร อายุ 24 สูง 170 ขาวหุ่นดีแต่ไม่มีโนม ผู้หญิงคนเดียวในแผนก เรียนเก่ง
แต่ทำงานจริงไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่ น้องแพรก็น่ารักดีครับ คิขุแบ๊วๆ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ผมไม่ได้รับแพรมา เพื่อหวังผลงานอะไรมากมาย แต่ผมคิดว่า
แผนกผมมีแต่ผู้ชายบรรยากาศการทำงานจะตึงเครียดเกินไป มีน้องผู้หญิงมาเบรคความเถื่อนบ้างก็ดี
เป็นการปรับฮวงจุ้ยในที่ทำงานไงครับ หยิน-หยาง อะไรแบบนั้น
คนที่สาม ไอ่กุ้ง หนุ่มเหนือคนเดียวในแผนก และขาวกว่าน้องแพรอีก สูง 175 ในประวัติมันบอกแบบนั้น
คิ้วหนาตาคม สมเป็นขวัญใจสาวน้อยสาวใหญ่ในโรงงาน มันอายุ 27 แต่ชอบทำตัวเหมือนคนอายุ 50
ใช้งานนิดหน่อยก็บ่น อิดออด ผมเห็นมันนั่งหอบ เหงื่อแตกทีไรอยากจะไล่มันไปวิ่งรอบโรงงานสักสามรอบ
ยังหนุ่มยังแน่นจะอ่อนเปลี้ยเพลียแรงอะไรขนาดนี้ ดีว่ามันเป็นไม้กันหมารับแรงปะทะกับสาว ๆ แผนกอื่นได้เท่านั้น
ส่วนผม คุณเรียกผมว่ากาจก็ได้ ผมสูง 190 ใครๆ ก็ว่าผมหน้าคม แม้ผมจะขาวมากก็ตาม
ขาวกว่าไอ่กุ้งอีกนะ แต่เห็นอย่างนี้ไม่ค่อยมีใครกล้ามาวอแวผมนักหรอก อาจจะเพราะหน้าปรกติผมไม่รับแขก
ติดจะไปทางดุด้วยซ้ำ ผมไม่ได้อะไรนะ หน้ามันเป็นอย่างนี้เอง จริงจิ๊งง
ส่วนหุ่นที่ใคร ๆ อิจฉา กล้ามท้อง และไขมันส่วนเกินที่หาได้ยากจากผม อยากจะบอกว่า
มันไม่ง่ายเลยนะที่จะได้หุ่นแบบนี้มาครอบครอง ต้องออกกำลังกายและควบคุมอาหารมาหลายปี
อะไรที่เขาว่าอร่อย ผมไม่เคยรู้ด้วยซ้ำว่ามันอร่อยยังไง เพราะลิ้นผมมีโอกาสชิมแค่อาหารคลีน แต่..ข้ามเรื่องนี้ไปเถอะ
ลูกน้องคนสุดท้าย ผมยังแนะนำให้คุณรู้จักไม่ได้ เพราะผมก็กำลังจะเจอมันวันนี้เป็นวันแรกเหมือนกัน
ก่อนหน้านี้ผมไปดูงานที่ญี่ปุ่น ตอนแรกจะไปแค่เดือนเดียว แต่บริษัทคงเห็นอะไรดีในตัวผมมั้ง
ไม่ก็งบเหลือ เขาเลยให้ผมยิงยาวสามเดือน กว่าจะได้กลับบ้านผมกินปลาดิบจนจะกลายเป็นปอบอยู่แล้ว
หุ่นที่ปั้นมาก็เริ่มจะเสีย ออกกำลังกายก็ไม่ได้เต็มที่ แล้วที่ต้องไปเมากันตอนเลิกงาน ผมไม่ค่อยชอบนักหรอกแต่ต้องไป
เพราะถ้าไม่เอาเพื่อนฝูงบ้าง คนญี่ปุ่นเขาไม่โอเค
สำหรับผมไปอยู่ที่โน้นก็เครียดอยู่นะครับ แต่แลกกับประสบการณ์และความรู้ มันก็คุ้ม (มั้ง)
ระหว่างที่ผมไปที่โน้น ไอ่ดลรองหัวหน้าก็ได้รับน้องใหม่คนที่ว่านั่นแหละเข้ามาช่วยงาน
เห็นว่าจะผ่านโปรวันนี้ด้วย แผนกผมมีธรรมเนียมเลี้ยงรับตอนผ่านโปรครับ
เพื่อเป็นการลดรายจ่ายของผมเอง (เพราะผมเป็นคนเลี้ยง) ลืมเล่าไปอย่างหนึ่งฝ่ายบุคคลเตือนผมก่อนจะไปญี่ปุ่นว่า
การที่เด็กใหม่ลาออกและไม่ผ่านโปรบ่อย ๆ จะทำให้พวกผมไม่ผ่าน KPI เรื่อง...อะไรสักอย่างซึ่งผมจำไม่ได้แล้ว
มันต้องเป็นปัญหาใหญ่เลยเหรอ ผมไม่เข้าใจ เด็กมันทำงานไม่ไหว เข้ากับเพื่อนร่วมงานไม่ได้
และมันออกไปเอง ตั้งแต่ต้นปีรวมเดือนนี้ก็7 เดือน ออกไปแค่ 9 คนเองนะ
งานที่แผนกผมจับฉ่ายครับ ชื่อแผนกไอที แต่เรียกใช้ตั้งแต่วางระบบ ยันซ่อมตู้เย็น
คือพวกเราจบเราจบวิศวะคอม เราซ่อมเป็นแต่คอม ตู้เย็นเราซ่อมไม่เป็นครับ
เลิกบ่นเรื่องสะระตะเถอะ นี่ได้เวลาผมออกรถแล้วล่ะ
เห็นข่าวเรื่องพายุมังคุดมาแว๊บ ๆ ตอนไปซื้ออกไก่ที่ตลาด แม่ค้าเค้าเปิดดูกัน ไม่คิดเลยว่าผมจะได้รับผลกระทบไปด้วย
เป็นการต้อนรับกลับประเทศไทยที่อบอุ่นมากสำหรับผม
เสียงโทรศัพท์ภายในดังขึ้นทันทีที่ได้เวลาทำงาน
“ไอทีคะฝ่ายบัญชีเข้าระบบไม่ได้ค่ะ”
ผมตอบไปว่ากำลังเปิดเครื่องจะรีบดูให้ ถ้าอีกหนึ่งชั่วโมงยังเข้าไม่ได้ ก็โทรกลับมาอีกครั้ง
“ไอทีรึป่าวคะ รบกวนตามเรื่องระบบของฝ่ายการตลาดหน่อยค่ะ ส่วนที่กรอกชื่อลูกค้ามันมีปัญหาตามที่แจ้งคุณดลไปเมื่อสองเดือนก่อน
ยังไม่มีการแก้ไข เลยโทรมารบกวนอีกครั้งค่ะ”
(สายที่สองน้ำเสียงเย็นๆ แต่ผมสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่ออกมาตามสาย เมื่อคนตามเรื่องรู้ว่าเป็นผม เขาก็ลดไอเย็นลงไปบ้าง)
“พี่กาจกลับมาแล้วเหรอพี่ วิอยากได้รหัสผ่านของน้องเก๋ที่มาใหม่ ขอไปสามเดือนจนน้องผ่านโปรแล้วยังไม่ได้เลย”
“กาจคุณช่วยสรุปเรื่องระบบใหม่ที่สาขาใหญ่เค้าใช้ ให้ผมดูคร่าวๆหน่อย
ผมจะให้ที่ประชุมบอร์ดผู้บริหารดูพรุ่งนี้บ่าย รบกวนหน่อยนะมันด่วนจริงๆ”
(ดีที่ผมทำไว้เป็นระยะตอนอยู่ที่โน้นแล้ว ช่วงบ่ายคงส่งให้นายท่านได้ไม่น่าห่วง)
หลังจากนั้นก็สายจากพวกลูกน้องของผม
“พี่กาจเหรอครับ..ผมขอเข้าสายนะครับ ติดฝนอยู่เลย”
“พี่กาจมาแล้วเหรอคะ แพรขอลานะคะ ฝนตกน้ำท่วมซอยออกไปไม่ได้”
“ลืมไปเลยว่าพี่กลับมาวันนี้ คือผมเข้าช้าหน่อยนะพี่ ตื่นสายไม่ทันรถบริษัทอ่ะ ฝนก็ตกรอรถนานมากเลยไม่มีสักคัน”
(ไอ้ดลเสียงงัวเงียเหมือนเพิ่งตื่น มากกว่าจะกำลังรอรถอย่างที่มันบอก)
นั่นคือแค่ครึ่งชั่วโมงแรกหลังจากผมวางกระเป๋า สายก็เข้ามาไม่หยุดไม่หย่อน
แผนกเราอยู่กันง่าย ๆ ครับ เป็นแผนกเล็ก ๆ ผมก็นั่งทำงานรวมกับลูกน้องนั่นแหละ
ไม่มีโต๊ะผู้จัดการอะไรเว่อร์วังหรอก ดังนั้นเมื่อน้อง ๆ ผมไม่อยู่ ผมก็ต้องวิ่งวุ่นรับสายแทนแบบนี้แหละ
“เอ่ออ..สวัสดีครับพี่กาจ”
ระหว่างที่ผมกำลังก้มหน้าก้มตาดูว่าทำไมฝ่ายบัญชีเข้าระบบไม่ได้ ก็มีเด็กหนุ่มหน้าตา
น่ารัก แก้มป่อง ผิวขาวอมชมพู เหมือนพวกที่ขายครีมตัวขาวในเน็ต ทักทายเหมือนรู้จักผม
มันเดินมาวางกระเป๋าลงที่โต๊ะเด็กใหม่ ..คงเป็นกร เด็กใหม่ที่เพิ่งรับเข้ามา
ป่านนี้ไม่รู้ไอ่ดลจะแนะนำผมกับเด็กนี่ว่าไงไปแล้วบ้าง
“กรสินะเราอ่ะ” ผมกลับมาจ้องหน้าจอต่อ
“ครับ พี่มีอะไรให้ผมช่วยไหมครับ”
“ทำรหัสผ่านน้องเก๋ที่มาใหม่ แล้วรีบส่งให้ฝ่ายบุคคล เสร็จโทรบอกพี่วิฝ่ายผลิตว่าเรียบร้อยแล้วไปรับที่ฝ่ายบุคคลได้ ทำเป็นไหมเราหนะ”
สั่งเสร็จก็ไม่วายต้องถามว่ามันทำเป็นรึป่าว ดูหน้าซื่อตาใส กลัวยังทำอะไรไม่เป็น แต่ทว่ามันทำให้ผมต้องเงยหน้ามองมันอีกครั้งแบบทึ่ง ๆ
“ผมแวะบอกพี่วิก่อนเข้ามาเมื่อกี๊เรียบร้อยครับ พอดีช่วงก่อนระบบเราล่มเลยทำให้ไม่ได้
ส่วนเรื่องรายชื่อของลูกค้าที่ฝ่ายการตลาดเขาบอกว่ามันใส่ชื่อได้ไม่พอ วันก่อนผมแก้ไขให้แล้ว
แต่มันแก้อันเก่าที่เขาบันทึกก่อนหน้านี้ไม่ได้ แต่พี่ ผมอธิบายไม่เป็นอะ พูดไปพี่เค้าไม่เข้าใจ
หาว่าผมไม่ทำให้ ผมควรจะทำไงดี”
สรุปว่า...เด็กมันดูโปรอยู่นะครับ ดูจากการทำงานและที่มันกล้าถามผม..ผมชอบนะ..
“เดี๋ยวพี่คุยให้ ตอนนี้ช่วยดูให้หน่อยว่าทำไมฝ่ายบัญชีเข้าระบบไม่ได้ เดี๋ยวพี่รีบทำรายงานส่งนายก่อน เสร็จแล้วเราค่อยคุยกันเรื่องผ่านโปร”
“ครับพี่”
ไหน ๆ ก็เก่งแล้วก็โยนงานให้มันไปเลยแล้วกัน เปล่านะผมไม่ได้แกล้งน้องอะไรเลย
ผมต้องไปทำงานด่วนของผมก่อนอ่ะ
ไม่ถึงสิบนาทีผมได้ยินเสียงของกรโทรถามฝ่ายบัญชีว่าเข้าระบบได้รึยัง
“จากไอทีครับ ระบบปรกติ ผมก็เข้าได้ บัญชีเข้าไม่ได้ทุกเครื่องเลยเหรอครับ”
“เอ่อออ งั้นลองดูว่ากดแคปล็อคค้างอยู่รึป่าว...........ได้นะครับ โอเคครับ”
ผมยิ้มกับแป้นพิมพ์ของผม แบบอยากขำนะ แต่ต้องเก๊กขรึมไว้ก่อน
น้องมันก็หัวไวดีนะครับ ผมต้องบอกอีกครั้งไหมว่า....ผมชอบ...
หลังจากปั่นรายงานที่ความจริงก็แค่ ตรวจคำผิดเท่านั้น ส่งเมล์ให้เจ้านายเรียบร้อย
ตอนนี้ปาเข้าไปเกือบเที่ยงแล้ว ถ้าผมไม่ได้ทำไว้ก่อนมีหวังตอนนี้โดนงานร้อนเผาไหม้ไปล่ะ
หันไปดูน้องกร มันก็ตั้งใจทำอะไรหน้าคอมของมันสักอย่าง ผมไม่อยากยุ่งกับงานน้องมาก
เดี๋ยวจะดูกดดันเด็กเกินไป
“ถ้าไม่ยุ่งมาหาพี่หน่อยกร” ผมวางหน้านิ่งเรียกเด็กใหม่
น้องมันก็ไม่ว่าอะไรลุกมาหาผมทันที ท่าทางว่านอนสอนง่าย
สายตามันดูไม่กลัว ไม่ตื่นเต้น ไม่เกร็ง ต่างจากเด็กใหม่คนก่อน ๆ
“พี่คนอื่นไปไหนกันเหรอพี่” ผมยังไม่ทันถามอะไรน้องกรก็ถามผมแทน
“มันว่าฝนตก น้ำท่วม รถไม่มี แพรลา อีกสองคนช่างเถอะ คงจะเนียนขาดแล้วมั้ง”
ท่าทางสบายของผมอาจจะทำให้น้องรู้สึกสนิทด้วยง่ายมั้ง แต่มันสนิทเร็วไปไหมครับน้อง
ผมดูไม่อะไรก็จริงแต่ ทุกคนในโรงงาน รวมถึงเด็กในแผนกก็ตาม ไม่มีใครทำท่าแบบนั้นเวลาอยู่กับผมเลยสักคน ไม่เคยมี
เด็กกรนั่งเอนหลังพิงพนัก อีกนิดจะนอนได้แล้ว สายตาน้องกวาดไปทั่วไร้ทิศทาง เหมือนกำลังเบื่อ
เมื่อกี๊ที่ผมว่ามันดูว่านอนสอนง่ายเอาคืนได้ไหม มันดูเอาเรื่องอยู่นะ
“เป็นไงบ้างทำงานสามเดือนแล้ว” ผมเริ่มคุยเป็นทางการ
น้องยืดตัวตรงวางมือที่ประสานกันบนโต๊ะทำงานจ้องหน้าผมก่อนจะตอบ
คือถ้าคนอื่นเห็น อาจจะคิดว่ามันดูเป็นเด็กที่ก้าวร้าว แต่ผมว่าเวลาที่อีกคนจ้องตาเรา ก่อนจะตอบคำถาม
มันดูจริงใจ และไม่ค่อยมีใครกล้าทำ โดยเฉพาะถ้าคนนั้นเป็นลูกน้องเรา
กรใช้น้ำเสียงอ่อนลงนิดหน่อย เขาว่าชอบงานที่แผนกผม ทุกคนเป็นกันเอง
แม้จะชอบโยนงานมาให้เขาทำเยอะหน่อย แต่เขาก็เข้าใจและรับได้
(ผมนี่สะดุ้งเลยนี่
“พี่ผมรับได้จริ๊ง งานเยอะผมก็เรียนรู้อะไรได้เร็วขึ้นไง ไม่ซีครับ” น้องรีบอธิบายคงเห็นผมนิ่งใส่
คุยกันพอรู้จักผมก็ต้องปล่อยให้มันไปเคลียร์งานอะไรของมัน
ส่วนผมเหรอ ต่อสิครับ หาอีเมล์ที่ฝ่ายบุคคลส่งมาให้เมื่อตอนอยู่ญี่ปุ่นต่อ
เป็นข้อมูลส่วนตัวของกรนี่แหละ ตอนนั้นผมสารภาพว่าไม่ได้สนใจอ่านเท่าไหร่นัก
หลังจากเลื่อนหานานกว่าชั่วโมง และ....
ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จย่อมอยู่ที่นั่น
กรกันย์ ศรีวิกุล อายุ 21 (เด็กจบใหม่)
เกรดจบ 3.90 วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ มอดัง เพราะเป็นโรงงานในเครือของบริษัทใหญ่
คัดแต่เด็กเกียรตินิยม ไม่ก็ต้องจากมอมีชื่อหน่อย
เรื่องนี้ผมไม่ใช่เจ้าของขอไม่แสดงความคิดเห็นแล้วกัน
ดูต่อ....
สูง 178 ความสามารถพิเศษลีลาศ อืมมม ผมอยากจะเห็นตอนเขาโยกย้ายซะแล้วสิ
ความสามารถด้านภาษา ญี่ปุ่น อังกฤษ จีน ไม่ธรรมแฮะ
...........................................................................
ช่วงไรต์พบปะรีด
เรื่องราวทั้งหมดเป็นเรื่องมโน ชื่อนามสกุลเรื่องราวต่างๆ ไม่มีอยู่จริงบนโลกใบนี้
อัพต่อลงไปในกระทู้เดียวนี้เลยเพื่อให้ง่ายต่อการติดตาม
มันเป็นแนววาย บอยเลิฟ ไม่เน้น 18+ ใส ๆ ฟิน ๆ เท่านั้น
บันทึกของกาจ ผู้จัดการฝ่ายไอที วัย 35 ที่ติดบ่วงความแมวน้อย
ชื่อ กร พนักงานใหม่วัย 21 แนววาย ใครชอบก็เข้ามา
ใครไม่วายเราวาย....