.
ถ้าอ่านแค่จั่วหัวกะทู้ ก็ยังไม่รู้หรอกว่า ไอ้ จขกท. วันนี้ มันจะเขียนด่าหรือชม เพราะรสนิยมมันไม่ค่อยเหมือนชาวบ้าน และเพื่อไม่เป็นการเสียเวลา ก็ประกาศตรงนี้เลยว่า วันนี้จะไม่ชมหรือด่าแต่อย่างใด แต่จะมาวิเคราะห์ความเป็นไปได้ ในสถานการที่หงส์เริ่มจะมีหลักประกัน จากการทำผลงานได้ดีต่อเนื่อง ถึงจะไม่ใช่ข้อได้เปรียบกว่าทีมอื่นมากมายอะไร แต่ก็เป็นหลักเปิดทางให้ลิเวอร์พูลมีโอกาสที่จะผิดพลาดได้เล็กน้อย ซึ่งในที่นี้ ใช้คำว่า”
เทค 2” ตามที่จั่วหัวกะทู้
ว่ากันถึงสองรายการ ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของทีม อย่าง พรีเมียร์ลีค และ UCL บอกตามตรงถึงแฟนหงส์จะอยากให้ทีมรักคว้าแชมป์ได้ใจแทบขาด แต่ก็คงไม่มีใครในทีมกล้าบังอาจวางเป้าหมายว่าต้องเป็นแชมป์ให้ได้สถานเดียว เพราะถึงตอนนี้จะฟอร์มดี แต่มันก็มีปัจจัยอีกมาก และยังเป็นเรื่องยากเกินไปที่ทีมที่มีศักยภาพด้านขุมกำลังและการเงินยังเป็นรอง เมื่อเทียบกับทีมระดับหัวแถวของอังกฤษและยุโรป สโมสรอย่างลิเวอร์พูลยังยืนต่อแถวคนอื่นอยู่ การที่จะประกาศตัวว่าพร้อมจะเป็นแชมป์ การวางเป้าหมายให้โอเวอร์เลิศหรู จึงไม่ใช่เรื่องสมเหตุสมผล
ดังนั้นเป้าหมายของลิเวอร์พูลก็ยังเป็นคำเดิมกับปีก่อนๆ ราวกับได้ถูกพร่ำสอนให้ เด็กท่องกันเป็นอาขยาย คือ
เป้าหมาย พรีเมียร์ ต้องติด Top 4 ส่วน UCLขอแค่ผ่านรอบแบ่งกลุ่มให้ได้ ที่เหลือเป็นกำไร ส่วนบอลถ้วยในประเทศแค่ไม่ตกรอบเร็วเกินไป ให้เด็กๆที่ยังสอดแทรกขึ้นชุดใหญ่ไม่ได้ ได้เล่นเก็บประสบการณ์หลายๆนัดก็โอเคแล้ว
และในสถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งพรีเมียร์และ UCL พลพรรคหงส์แดงทำผลงานได้ดี พรีเมียร์ชนะรวดอย่างที่รู้กัน ส่วน UCL นั้นความสำคัญที่มีมากกว่าที่ชนะ PSG ในบ้าน คือ อีกสองทีมร่วมกลุ่มดันได้ผลลัพธ์ “
เสมอ” วัดกันตรงๆตาม แฮนดี้แคป กับทุกทีมในกลุ่มโอกาสที่หงส์แดงน่าจะแบเบอร์เข้ารอบเป็นที่ 1 ในกลุ่มในตอนนี้จึงเป็นไปได้สูง หากไปยันเสมอ PSG ได้ตอนออกไปเยือน หรือต่อให้พลาดไปสักนัด ก็ยังมีโอกาสทำสำเร็จตามเป้าหมายอยู่ดี คือผ่านเข้ารอบต่อไป แม้เป็นที่ 2 ของกลุ่มก็ตาม นั้นคือ เทค 2 ของลิเวอร์พูลใน UCL
แต่เมื่อดูจากโปรแกรมการแข่งขันแล้ว
ใน UCL ลิเวอร์พูล ยังไม่ถึงเวลาถอนเท้าจากคันเร่ง เพราะนัดหน้าวันที่ 4 เดือนหน้ากับนาโปลีที่ต้องออกไปเยือน มีผลสำคัญ หากไปคว้า 3 แต้มได้ ก็แทบจะการันตรีการผ่านเข้ารอบต่อไปเกือบจะแน่นอน และถ้าอยากได้ผลเช่นนั้น ยังจำเป็นที่ต้องจัดฟูลทีม ใช้ชุดใหญ่ไปทำศึก แล้วค่อยไปเบาเครื่องใช้ฃุดบีตอนเจอกับ Crvena Zvezda ที่ดูเป็นรองเราอยู่ และเรายังได้เล่นในบ้านอีกด้วย
ส่วนในพรีเมียร์ ที่นัดต่อไปมีโปแกรมต้องรับมือกับการมาเยือนของเซาท์แธปตัน ที่ว่ากันตรงๆปีนี้ฟอร์มของทีมนักบุญตอนนี้ไม่ได้น่ากลัวเหมือนเดิมเมื่อเทียบกับ 2–3 ปีก่อน เกมส์รุกก็ดูขัดๆ เกมส์รับก็ดูหลวมๆ ไม่ว่าจะมาเปิดหน้าแลกเข้าใส่ ตามสไตล์เดิมของทีมนักบุญ หรือมาตั้งรับลึก อุดแน่นแล้วรอโต้
ทีมชุดสองของหงส์แดงตอนนี้ ก็น่าจะเอาอยู่ จะได้พักตัวหลักที่ปักหลักยืนระยะมา 5–6 นัดติดๆกันด้วย ยกเว้น 3 ตำแหน่งสำคัญ คือ อลิสซอน ฟานไดร์ โรเบิร์ตสัน ที่ตัวอะไหล่เหมือนจะยังทดแทนไม่ได้ ส่วนที่เหลือก็เลือกลงตามสบาย อะไหล่ทดแทน คุณภาพไม่แตกต่างกันมาก ถึงแนวรุกจะดูลดดีกรีไปนิด แต่หลังบ้านเซาท์ก็รั่วใช้ได้ น่าจะไม่มีปัญหาอะไร หากจะใช้ สเตอริจ ลัลลาน่า และซากีรี่ เป็นสามประสานแดนหน้า ใส่ชื่อบรรดาตัวหลักไว้เป็นสำรองไว้ลงกรณีฉุกเฉิน
อ๋อ ลืมพูดถึงอันตรายที่ทีมเซาท์แธปตันน่าจะมีไป คือตอนนี้มี”
เด็กเก่าหงส์” อย่าง แดนนี่ อิงค์ ที่อาจสร้างความวอดวายให้กับทีมเดิมเสมอ ตามธรรมเนียมของเด็กเก่า ในยามที่เจอกัน แค่นั้นแหละ อันตรายที่เห็นได้จากทีมนักบุญปีนี้
ถึง จขกท.จะเขียนให้อ่านดูแล้วเหมือน
เชียร์ให้ลิเวอร์พูลเบาเครื่องในบอลพรีเมียร์นัดหน้า แต่จริงๆแล้วไม่ใช่เลยทีเดียวนัก ถึงบอกให้พักตัวหลัก แต่ก็ยังคาดหวังกับการลงเล่นอย่างมุ่งมั่นของบรรดาตัวอะไหล่ และยังคาดหวังกับชัยชนะเหมือนเดิม ก็เหมือนกับการขับขี่รถยนต์ที่ไม่จำเป็นต้องลากเกียร์ 4 ไปยาวๆ บางจังหวะก็เปลี่ยนเกียร์บ้าง แม้อาจไม่เร็วแรงเท่าเดิม แต่ก็เชื่อว่าคงทำให้ไปได้ไกลขึ้น และ จขกท. ก็ยังไม่ต้องการให้ทีมรีบใช้ เทค 2 ที่สามารถสะดุดได้เล็กน้อยหากหวังจะทำให้ได้ตามเป้าหมายในตอนนี้ เก็บเอาไว้บดบี้กับทีมใหญ่ดีกว่า หากจะพลาดก็ขอให้เป็นตอนนั้น และชัยชนะในนัดที่ว่านี้ ก็เป็นการสร้าง”
โมเมนตั้ม”ชั้นดี ก่อนทำศึกหนักกับเซลซีในโปรแกรมพรีเมียร์นัดถัดไปอีกด้วย นัดนี้จึงต้องชนะให้ได้ แม้จะใช้ผู้เล่นชุดสองก็ตามที
ส่วนบอลคั่นเวลาอย่างลีคคัพกับเซลซีนั้น ก็ใช้ชุดสองนั้นแหละเป็นตัวหลักที่จะลงนัดนี้ บดต่อเนื่องสองนัดติดต่อจากนัดที่เล่นกับเซาท์ไปเลย พวกตัวสำรองนั่งรอโอกาสมานานแล้ว จะแซมด้วยตัวจริงที่สภาพร่างกายดีบ้างบางตำแหน่งก็ได้ เพราะงานก็ไม่น่าจะหนักมาก ด้วยเหตุที่เซลซีก็คงพักตัวหลักเหมือนกัน
ในสองนัดที่ว่ามานี้ อาจเป็นโอกาสที่ดีในการทดสอบทีมชุดสองอย่างจริงจัง และเปิดโอกาสให้ตัวหลักได้พักเพื่อถนอมร่างกายไว้กรำศึกที่ยังมีเส้นทางอีกยาวไกลนัก
คนที่เข้ามาอ่านล่ะครับ คิดว่าไง จะให้เหยียบคันเร่งยาวไปไหม ชอบเร็วแรงแบบสะใจ วัดดวงว่าจะถึงเส้นชัยเป็นคนแรกก่อน แล้วลุ้นว่าเครื่องจะพังหรือไม่ หรืออยากไปถึงที่หมายแน่ๆ ไม่แคร์ว่าจะต้องเป็นที่หนึ่งหรือเปล่า ส่วนผมนั้นแค่เป้าหมาย Top4 ก็ยังคิดว่าตอนนี้ เป็นเวลาที่ดี ที่จะผ่อนหนักผ่อนเบา ลดความร้อนแรงของเครื่องลงสักนิด เพราะต่อให้พลาดเกิดสะดุดนัดใดนัดหนึ่งหรือทั้งหมด ความหวังจะทำให้ได้ตามเป้าก็ยังไม่ล้มละลาย ไปเสียทีเดียว ดังนั้น ถนอมร่างกาย ออมแรงไว้บ้าง เพื่อไปให้สุดทางดีกว่าครับ
ลิเวอร์พูล ถึงเวลาผ่อนเครื่องถอนเท้าจากคันเร่งไหม เมื่อมีเทค 2 อยู่
.
ถ้าอ่านแค่จั่วหัวกะทู้ ก็ยังไม่รู้หรอกว่า ไอ้ จขกท. วันนี้ มันจะเขียนด่าหรือชม เพราะรสนิยมมันไม่ค่อยเหมือนชาวบ้าน และเพื่อไม่เป็นการเสียเวลา ก็ประกาศตรงนี้เลยว่า วันนี้จะไม่ชมหรือด่าแต่อย่างใด แต่จะมาวิเคราะห์ความเป็นไปได้ ในสถานการที่หงส์เริ่มจะมีหลักประกัน จากการทำผลงานได้ดีต่อเนื่อง ถึงจะไม่ใช่ข้อได้เปรียบกว่าทีมอื่นมากมายอะไร แต่ก็เป็นหลักเปิดทางให้ลิเวอร์พูลมีโอกาสที่จะผิดพลาดได้เล็กน้อย ซึ่งในที่นี้ ใช้คำว่า”เทค 2” ตามที่จั่วหัวกะทู้
ว่ากันถึงสองรายการ ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญของทีม อย่าง พรีเมียร์ลีค และ UCL บอกตามตรงถึงแฟนหงส์จะอยากให้ทีมรักคว้าแชมป์ได้ใจแทบขาด แต่ก็คงไม่มีใครในทีมกล้าบังอาจวางเป้าหมายว่าต้องเป็นแชมป์ให้ได้สถานเดียว เพราะถึงตอนนี้จะฟอร์มดี แต่มันก็มีปัจจัยอีกมาก และยังเป็นเรื่องยากเกินไปที่ทีมที่มีศักยภาพด้านขุมกำลังและการเงินยังเป็นรอง เมื่อเทียบกับทีมระดับหัวแถวของอังกฤษและยุโรป สโมสรอย่างลิเวอร์พูลยังยืนต่อแถวคนอื่นอยู่ การที่จะประกาศตัวว่าพร้อมจะเป็นแชมป์ การวางเป้าหมายให้โอเวอร์เลิศหรู จึงไม่ใช่เรื่องสมเหตุสมผล
ดังนั้นเป้าหมายของลิเวอร์พูลก็ยังเป็นคำเดิมกับปีก่อนๆ ราวกับได้ถูกพร่ำสอนให้ เด็กท่องกันเป็นอาขยาย คือ เป้าหมาย พรีเมียร์ ต้องติด Top 4 ส่วน UCLขอแค่ผ่านรอบแบ่งกลุ่มให้ได้ ที่เหลือเป็นกำไร ส่วนบอลถ้วยในประเทศแค่ไม่ตกรอบเร็วเกินไป ให้เด็กๆที่ยังสอดแทรกขึ้นชุดใหญ่ไม่ได้ ได้เล่นเก็บประสบการณ์หลายๆนัดก็โอเคแล้ว
และในสถานการณ์ปัจจุบัน ทั้งพรีเมียร์และ UCL พลพรรคหงส์แดงทำผลงานได้ดี พรีเมียร์ชนะรวดอย่างที่รู้กัน ส่วน UCL นั้นความสำคัญที่มีมากกว่าที่ชนะ PSG ในบ้าน คือ อีกสองทีมร่วมกลุ่มดันได้ผลลัพธ์ “เสมอ” วัดกันตรงๆตาม แฮนดี้แคป กับทุกทีมในกลุ่มโอกาสที่หงส์แดงน่าจะแบเบอร์เข้ารอบเป็นที่ 1 ในกลุ่มในตอนนี้จึงเป็นไปได้สูง หากไปยันเสมอ PSG ได้ตอนออกไปเยือน หรือต่อให้พลาดไปสักนัด ก็ยังมีโอกาสทำสำเร็จตามเป้าหมายอยู่ดี คือผ่านเข้ารอบต่อไป แม้เป็นที่ 2 ของกลุ่มก็ตาม นั้นคือ เทค 2 ของลิเวอร์พูลใน UCL
แต่เมื่อดูจากโปรแกรมการแข่งขันแล้ว ใน UCL ลิเวอร์พูล ยังไม่ถึงเวลาถอนเท้าจากคันเร่ง เพราะนัดหน้าวันที่ 4 เดือนหน้ากับนาโปลีที่ต้องออกไปเยือน มีผลสำคัญ หากไปคว้า 3 แต้มได้ ก็แทบจะการันตรีการผ่านเข้ารอบต่อไปเกือบจะแน่นอน และถ้าอยากได้ผลเช่นนั้น ยังจำเป็นที่ต้องจัดฟูลทีม ใช้ชุดใหญ่ไปทำศึก แล้วค่อยไปเบาเครื่องใช้ฃุดบีตอนเจอกับ Crvena Zvezda ที่ดูเป็นรองเราอยู่ และเรายังได้เล่นในบ้านอีกด้วย
ส่วนในพรีเมียร์ ที่นัดต่อไปมีโปแกรมต้องรับมือกับการมาเยือนของเซาท์แธปตัน ที่ว่ากันตรงๆปีนี้ฟอร์มของทีมนักบุญตอนนี้ไม่ได้น่ากลัวเหมือนเดิมเมื่อเทียบกับ 2–3 ปีก่อน เกมส์รุกก็ดูขัดๆ เกมส์รับก็ดูหลวมๆ ไม่ว่าจะมาเปิดหน้าแลกเข้าใส่ ตามสไตล์เดิมของทีมนักบุญ หรือมาตั้งรับลึก อุดแน่นแล้วรอโต้ ทีมชุดสองของหงส์แดงตอนนี้ ก็น่าจะเอาอยู่ จะได้พักตัวหลักที่ปักหลักยืนระยะมา 5–6 นัดติดๆกันด้วย ยกเว้น 3 ตำแหน่งสำคัญ คือ อลิสซอน ฟานไดร์ โรเบิร์ตสัน ที่ตัวอะไหล่เหมือนจะยังทดแทนไม่ได้ ส่วนที่เหลือก็เลือกลงตามสบาย อะไหล่ทดแทน คุณภาพไม่แตกต่างกันมาก ถึงแนวรุกจะดูลดดีกรีไปนิด แต่หลังบ้านเซาท์ก็รั่วใช้ได้ น่าจะไม่มีปัญหาอะไร หากจะใช้ สเตอริจ ลัลลาน่า และซากีรี่ เป็นสามประสานแดนหน้า ใส่ชื่อบรรดาตัวหลักไว้เป็นสำรองไว้ลงกรณีฉุกเฉิน
อ๋อ ลืมพูดถึงอันตรายที่ทีมเซาท์แธปตันน่าจะมีไป คือตอนนี้มี”เด็กเก่าหงส์” อย่าง แดนนี่ อิงค์ ที่อาจสร้างความวอดวายให้กับทีมเดิมเสมอ ตามธรรมเนียมของเด็กเก่า ในยามที่เจอกัน แค่นั้นแหละ อันตรายที่เห็นได้จากทีมนักบุญปีนี้
ถึง จขกท.จะเขียนให้อ่านดูแล้วเหมือน เชียร์ให้ลิเวอร์พูลเบาเครื่องในบอลพรีเมียร์นัดหน้า แต่จริงๆแล้วไม่ใช่เลยทีเดียวนัก ถึงบอกให้พักตัวหลัก แต่ก็ยังคาดหวังกับการลงเล่นอย่างมุ่งมั่นของบรรดาตัวอะไหล่ และยังคาดหวังกับชัยชนะเหมือนเดิม ก็เหมือนกับการขับขี่รถยนต์ที่ไม่จำเป็นต้องลากเกียร์ 4 ไปยาวๆ บางจังหวะก็เปลี่ยนเกียร์บ้าง แม้อาจไม่เร็วแรงเท่าเดิม แต่ก็เชื่อว่าคงทำให้ไปได้ไกลขึ้น และ จขกท. ก็ยังไม่ต้องการให้ทีมรีบใช้ เทค 2 ที่สามารถสะดุดได้เล็กน้อยหากหวังจะทำให้ได้ตามเป้าหมายในตอนนี้ เก็บเอาไว้บดบี้กับทีมใหญ่ดีกว่า หากจะพลาดก็ขอให้เป็นตอนนั้น และชัยชนะในนัดที่ว่านี้ ก็เป็นการสร้าง”โมเมนตั้ม”ชั้นดี ก่อนทำศึกหนักกับเซลซีในโปรแกรมพรีเมียร์นัดถัดไปอีกด้วย นัดนี้จึงต้องชนะให้ได้ แม้จะใช้ผู้เล่นชุดสองก็ตามที
ส่วนบอลคั่นเวลาอย่างลีคคัพกับเซลซีนั้น ก็ใช้ชุดสองนั้นแหละเป็นตัวหลักที่จะลงนัดนี้ บดต่อเนื่องสองนัดติดต่อจากนัดที่เล่นกับเซาท์ไปเลย พวกตัวสำรองนั่งรอโอกาสมานานแล้ว จะแซมด้วยตัวจริงที่สภาพร่างกายดีบ้างบางตำแหน่งก็ได้ เพราะงานก็ไม่น่าจะหนักมาก ด้วยเหตุที่เซลซีก็คงพักตัวหลักเหมือนกัน
ในสองนัดที่ว่ามานี้ อาจเป็นโอกาสที่ดีในการทดสอบทีมชุดสองอย่างจริงจัง และเปิดโอกาสให้ตัวหลักได้พักเพื่อถนอมร่างกายไว้กรำศึกที่ยังมีเส้นทางอีกยาวไกลนัก
คนที่เข้ามาอ่านล่ะครับ คิดว่าไง จะให้เหยียบคันเร่งยาวไปไหม ชอบเร็วแรงแบบสะใจ วัดดวงว่าจะถึงเส้นชัยเป็นคนแรกก่อน แล้วลุ้นว่าเครื่องจะพังหรือไม่ หรืออยากไปถึงที่หมายแน่ๆ ไม่แคร์ว่าจะต้องเป็นที่หนึ่งหรือเปล่า ส่วนผมนั้นแค่เป้าหมาย Top4 ก็ยังคิดว่าตอนนี้ เป็นเวลาที่ดี ที่จะผ่อนหนักผ่อนเบา ลดความร้อนแรงของเครื่องลงสักนิด เพราะต่อให้พลาดเกิดสะดุดนัดใดนัดหนึ่งหรือทั้งหมด ความหวังจะทำให้ได้ตามเป้าก็ยังไม่ล้มละลาย ไปเสียทีเดียว ดังนั้น ถนอมร่างกาย ออมแรงไว้บ้าง เพื่อไปให้สุดทางดีกว่าครับ