จะนำเข้ารถยนต์มือสองจากประเทศสิงคโปร 1 คัน(ได้มาฟรี)ต้องทำยังไงบ้าง

จะนำเข้ารถยนต์มือสองจากประเทศสิงคโปร 1 คัน(ได้มาฟรี รถยนต์เก๋งเพื่อการใช้งาน) ต้องทำยังไงบ้าง
ขอผู้รู้ช่วยตอบคำถามเรื่องขั้นตอนต่างๆ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการนำเข้าด้วย ขอบคุณครับ

คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 2
ระเบียบและหลักเกณฑ์การนำเข้า
    ในหลักการไม่อนุญาตให้นำเข้ารถยนต์ใช้แล้วทุกชนิด เว้นแต่กรณีที่มีระเบียบกระทรวงพาณิชย์กำหนดไว้ให้นำเข้าได้ ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดดังต่อไปนี้
    1. การนำเข้ารถยนต์นั่งที่ใช้แล้วเพื่อใช้เฉพาะตัว ตามพิกัด 8703
         1.1 กรณีคนไทยที่นำเข้าเพื่อใช้เฉพาะตัว
               1) นำเข้าได้คนละ 1 คัน
               2) ต้องไปอยู่ในต่างประเทศติดต่อกันเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี 6 เดือน แล้วเดินทางกลับเข้ามาอยู่ในประเทศไทย
               3) ต้องถือกรรมสิทธิ์หรือครอบครองรถระหว่างอยู่ในต่างประเทศ ไม่น้อยกว่า 1 ปี 6 เดือน
               4) ต้องมีใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ของประเทศที่ใช้รถหรือใบอนุญาตขับขี่รถยนต์นานาชาติที่แสดงว่าได้ใช้รถยนต์ ในขณะที่ถือกรรมสิทธิ์หรือครอบครองรถยนต์
               5) ห้ามมิให้จำหน่าย จ่าย โอน รถยนต์ที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าดังกล่าวไปให้ผู้อื่นภายในระยะเวลา 3 ปี นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต เว้นแต่ในกรณีตกทอดทางมรดกตามกฎหมาย
        1.2 กรณีชาวต่างประเทศนำเข้ามาเพื่อใช้เฉพาะตัว
              1) นำเข้าได้คนละ 1 คัน
              2) ต้องได้รับอนุญาตจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้เข้ามาอยู่ในประเทศไทย ไม่น้อยกว่า 1 ปี และต้องได้รับอนุญาตให้ทำงานในประเทศไทยจาก กระทรวงแรงงาน หรือส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานอื่นของรัฐที่เกี่ยวข้อง
              3) หรือชาวต่างประเทศที่เกษียณอายุการทำงานแล้วมีความประสงค์มาอยู่ประเทศไทย
              4) หรือชาวต่างประเทศที่มีคู่สมรสเป็นคนไทยและประสงค์จะเข้ามาอยู่ในประเทศไทย
              5) ต้องถือกรรมสิทธิ์ หรือครอบครองรถไม่น้อยกว่า 1 ปี 6 เดือน
              6) ต้องมีใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ของประเทศที่ใช้รถหรือใบอนุญาตขับขี่รถยนต์นานาชาติแสดงว่าได้ใช้รถยนต์ในขณะที่ถือกรรมสิทธิ์หรือครอบครองรถยนต์
              7) ห้ามมิให้จำหน่าย จ่าย โอน รถยนต์ที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าดังกล่าวไปให้ผู้อื่นภายในระยะเวลา 3 ปี นับแต่วันที่ได้รับอนุญาต เว้นแต่ในกรณีตกทอดทางมรดกตามกฎหมาย
2. การนำเข้ารถยนต์ลักษณะพิเศษที่ใช้แล้วเพื่อใช้ในกิจการของตนเอง ตามพิกัด 8701 (เฉพาะรถหัวลาก) 8704 (เฉพาะรถหุ้มเกราะที่ใช้ขนเงิน รถบรรทุกวัสดุอันตราย) 8705 ทุกชนิด
        2.1 อนุญาตให้นำเข้ามาเพื่อใช้ในกิจการของตนเอง
        2.2 อนุญาตให้นำเข้าในปริมาณเท่าที่จำเป็น
3. การนำเข้ารถยนต์ที่ใช้แล้วทุกชนิดที่ได้รับยกเว้น หรือชดเชยภาษี
       3.1 อนุญาตให้นำเข้าตามปริมาณที่กรมวิเทศสหการ (ปัจจุบันคือสำนักความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ)   หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับรองว่าได้รับการยกเว้นหรือชดเชยภาษี
       3.2 ผู้นำเข้าต้องเป็นหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ สถาบันเอกชนต่างประเทศ สำนักงานบริหารโครงการช่วยเหลือจากต่างประเทศ หรือผู้เชี่ยวชาญ หรือเจ้าหน้าที่ชาวต่างประเทศ
       3.3 มีหนังสือรับรองจากกรมวิเทศสหการ (ปัจจุบันคือสำนักงานความร่วมมือเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศ) หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าได้รับการยกเว้น หรือชดเชยภาษี
4. การนำเข้ารถยนต์ที่ใช้แล้วทุกชนิด ของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์การ สาธารณกุศล
       4.1 อนุญาตให้นำเข้าในปริมาณที่จำเป็น
       4.2 ต้องเป็นส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์การสาธารณกุศล
       4.3 นำเข้ามาเพื่อใช้ในหน่วยงานของตนเอง หรือวัตถุประสงค์อื่นที่กระทรวงพาณิชย์เห็นสมควร
5. การนำเข้ารถยนต์ที่ใช้แล้วทุกชนิดเป็นการชั่วคราว
       5.1 อนุญาตให้นำเข้ามาในปริมาณเท่าที่จำเป็น
       5.2 ให้นำเข้าได้ไม่เกิน 1 ปี เว้นแต่กรณีจำเป็นผ่อนผันให้ขยายระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี
       5.3 ต้องทำหนังสือสัญญาประกันการส่งกลับ และจัดให้ธนาคารพาณิชย์ทำหนังสือสัญญาค้ำประกันในวงเงิน 4 เท่า ของราคา ซี.ไอ.เอฟ. (C.I.F.) กรุงเทพฯ
       5.4 รายงานพร้อมแสดงหลักฐานการส่งรถยนต์กลับออกไปนอกราชอาณาจักรให้กรมการค้าต่างประเทศภายใน 45 วัน นับแต่วันส่งรถกลับ
       5.5 กรณีส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจรับรองจะอนุญาตให้นำเข้าในปริมาณและระยะเวลาที่สอดคล้องกับความจำเป็นใช้งานตามที่ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจให้การรับรองโดยไม่ต้องทำสัญญาประกันการส่งรถกลับ และไม่ต้องให้ธนาคารพาณิชย์ค้ำประกัน แต่ให้ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจมีหนังสือรับรองว่าจะควบคุมดูแลให้ส่งรถกลับออกไปภายในระยะเวลาที่กำหนด และรายงานข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสภาพรถยนต์ให้กรมการค้าต่างประเทศทราบทุกปี รวมทั้งมีหนังสือยืนยันการส่งรถยนต์กลับให้กรมการค้าต่างประเทศทราบด้วย
6. การนำเข้ารถยนต์ที่ใช้แล้วทุกชนิดเพื่อเป็นต้นแบบในการผลิตหรือการศึกษาวิจัย
       6.1 อนุญาตให้นำเข้าเฉพาะที่กระทรวงอุตสาหกรรมหรือส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐที่เกี่ยวข้องเห็นสมควรให้นำเข้า
       6.2 ให้นำเข้าได้แบบละไม่เกิน 1 คัน หรือตามที่กระทรวงอุตสาหกรรมหรือส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐที่เกี่ยวข้องเห็นสมควร
7. การนำเข้ารถยนต์ที่ใช้แล้วทุกชนิดเพื่อปรับสภาพแล้วส่งออก
       7.1 ต้องขึ้นบัญชีเป็นผู้ประกอบอุตสาหกรรมปรับสภาพรถยนต์ไว้กับกรมการค้าต่างประเทศ
       7.2 ต้องเป็นนิติบุคคลได้รับอนุญาตให้ประกอบอุตสาหกรรมในเขตอุตสาหกรรมส่งออกจากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือเขตปลอดอากรกรมศุลกากร
       7.3 ต้องทำการปรับสภาพรถยนต์ในเขตอุตสาหกรรมส่งออกของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือในเขตปลอดอากรของกรมศุลกากรเท่านั้น
       7.4 ต้องมีหนังสือสัญญาค้ำประกันของธนาคารพาณิชย์ในวงเงิน 1,000,000 บาท
       7.5 ต้องปรับสภาพรถยนต์ที่ขออนุญาตนำเข้าและส่งออกภายในระยะเวลา 1 ปี กรณีมีเหตุผลความจำเป็นไม่สามารถส่งออกได้ภายใน 1 ปี อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ มีอำนาจขยายระยะเวลาส่งออกได้ไม่เกิน 6 เดือน
       7.6 ต้องทำสัญญาค้ำประกันไว้กับกรมการค้าต่างประเทศว่าจะนำรถยนต์
ที่ใช้แล้วที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าไปปรับสภาพในสถานที่ที่กำหนดและส่งออกภายในระยะเวลาที่กำหนด หากไม่ส่งออกจะต้องชำระค่าปรับในอัตราคันละ 4 เท่า ของมูลค่า ซี.ไอ.เอฟ. (C.I.F.) แต่ต้องไม่ต่ำกว่า 100,000 บาทต่อคัน และให้ถือว่าเป็นผู้กระทำการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามระเบียบจนกว่าจะส่งออกรถยนต์ไปนอกราชอาณาจักร
       7.7 รถยนต์ที่ได้รับอนุญาตให้นำเข้าจะโอนรถยนต์ให้ผู้อื่นดำเนินการ
ปรับสภาพแทนมิได้ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากกรมการค้าต่างประเทศ  กรณีการยื่นขอโอนรถยนต์จะต้องยื่นขอโอนก่อนครบกำหนดส่งออก
ไม่น้อยกว่า 90 วัน และต้องส่งออกภายในระยะเวลาที่เหลือ
       7.8 รถยนต์ใช้แล้วที่นำเข้ามาปรับสภาพและส่งออกไปนอกราชอาณาจักรแล้ว จะไม่อนุญาตให้นำเข้าอีก เว้นแต่กรณีที่มีเหตุผลความจำเป็น
       7.9 ต้องรายงานการนำเข้า-ส่งออกให้กรมการค้าต่างประเทศตามแบบฟอร์ม ที่กำหนดภายใน 30 วัน นับแต่วันนำเข้าและส่งออก
       7.10 ผู้ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามระเบียบฯ กรมการค้าต่างประเทศจะพิจารณาระงับการออกใบอนุญาตนำเข้าในครั้งต่อๆ ไป จนกว่าผู้นำเข้าจะดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบฯ
       7.11 ผู้นำเข้ารายใดไม่ส่งออกรถยนต์ที่ทำการปรับสภาพไปนอกราชอาณาจักรภายในกำหนดระยะเวลาตั้งแต่ 2 ครั้งขึ้นไป หรือกระทำการที่อาจก่อให้เกิดผลเสียหายต่ออุตสาหกรรมปรับสภาพรถยนต์ กรมการค้าต่างประเทศจะสั่งพักยกเลิกหรือเพิกถอนการขึ้นบัญชีเป็นผู้ประกอบอุตสาหกรรมปรับสภาพรถยนต์

http://www.dft.go.th/th-th/DFT-Service/Data-Service-Information/ProductMeasure-Import-Export/Detail-ProductMeasure-Import-Export/ArticleId/1981/2555-1
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่