ข่าวเก่าเล่าใหม่เพราะอ่านแล้วสะเทือนใจ
ข่าวที่ผมจะนำมาเล่าใหม่ในวันนี้
มาจากสำนักข่าว มติชน
เป็นข่าวเก่าที่เคยเผยแพร่แล้วเมื่อ เสาร์ที่ 30 มกราคม 2559
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้https://www.dailynews.co.th/article/376241
โดยเนื้อหาในข่าวเขียนว่า
--
จากที่กระผมได้เขียนขอให้บัญญัติศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับที่กำลังร่างเมื่อต้นปีใหม่นี้
บัดนี้ท่านผู้ใช้นามว่า “ศรีปุญญา” ได้อีเมลส่งความเห็นมาดังนี้ครับ
จากการที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ได้ประกาศออกมาก่อนหน้านี้สักพักว่า จะไม่บัญญัติให้พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ ด้วยเหตุผลที่ชาวพุทธฟังแล้วช็อก? คือ จะเป็นอันตรายต่อประเทศชาติในระยะยาว...จากเหตุผลที่ไม่มีคำอธิบายใด ๆ เพิ่มเติมจากกรธ. ที่ว่าเป็นอันตรายระยะยาวนั้นเพราะอะไร เรื่องใด และอย่างไร ทำให้พระสงฆ์กลุ่มหนึ่งกล่าวหากรธ.ว่าให้ร้ายดูหมิ่นกล่าวโทษพระพุทธศาสนา ทั้ง ๆ ที่พระพุทธศาสนาอยู่บนพื้นแผ่นดินไทยนี้นมนานกว่า 2,000 ปีแล้ว ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุขทุกถ้วนหน้า ก็เพราะมีพระพุทธศาสนาหล่อหลอมจิตใจให้ จนเมืองไทยได้รับการจัดอันดับโลกว่าเป็นประเทศที่มีความสุขมวลรวมอันดับหนึ่งของโลกในปีนี้เอง
หลายคนคงคิดว่า ทำไม? เมื่อมีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทีไร ก็จะมีชาวพุทธออกมาเรียกร้องเรื่องนี้ทุกครั้งไป และก็ไม่ได้รับความสนใจจากคณะผู้ร่างเลยสักครั้งไปเช่นเดียวกัน การที่ชาวพุทธออกมาเรียกร้องเรื่องนี้ด้วยเหตุผลดังนี้
1. มีกฎหมายหลายอย่างที่ทยอยออกมาจากรัฐ และดูเหมือนว่าจะจำกัดสิทธิของชาวพุทธลงเรื่อย ๆ ในขณะเดียวกันกลับส่งเสริมและอุดหนุนศาสนาอื่นด้วยงบประมาณมหาศาล ชาวพุทธเองจึงมองว่ากฎหมายกับการเมือง คือ อันตรายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ถ้าไม่มีกฎหมายคุ้มครองพระพุทธศาสนา ศาสนาพุทธอาจอยู่ในประเทศนี้ได้อีกไม่นานแน่นอน แล้วลูกหลานในอนาคตคงต้องหันไปนับถือศาสนาอื่นแทนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
2. สถาบันหลักของชาติ มี 3 สถาบัน คือ (1) ชาติ (2) ศาสนา และ (3) พระมหากษัตริย์ ซึ่งชาติและพระมหากษัตริย์นั้นได้รับการบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญทุกฉบับขาดแต่ศาสนาอย่างเดียวที่ยังไม่ได้บรรจุ และก็หมายถึงศาสนาพุทธเท่านั้น ไม่ใช่ศาสนาอื่นเลย
3. คำว่าศาสนาประจำชาติ เป็นคำที่คนไทยทุกคนเรียกกันติดปากมาแต่ไหนแต่ไรแล้วว่า ประเทศไทยมีศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ และก็มีพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตรัสในที่ต่าง ๆ ก็ยืนยันเป็นเช่นนั้น เช่น ที่ตรัสกับยุวพุทธว่า “ข้าพเจ้าขอแสดงความชื่นชมยินดีด้วย ที่สภายุวพุทธิกสมาคมแห่งชาติจัดให้มีการประชุมยุวพุทธิกสมาคมทั่วประเทศขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เพื่อปรึกษาและเปลี่ยนความคิดความเห็นกัน โดยยกเอาเรื่องการปลุกจิตสำนึกของชาวพุทธเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นศาสนาประจำชาติของเรา ขึ้นเป็นหัวข้อการประชุม........จึงเป็นโชคดีอย่างยิ่ง ที่ประเทศไทยเรามีพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ ทำให้คนไทยทุกเชื้อชาติศาสนาอยู่ร่วมกันด้วยความสุข...และที่ตรัสกับพระสันตะปาปาจอห์นปอลที่ 2 ซึ่งเคยเสด็จเยือนประเทศไทยเมื่อปี 2527 ก็ทรงยืนยันว่า ประเทศไทยมีศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ
4. ศาสนาพุทธถือว่า เป็นทรัพย์สมบัติทางนามธรรมที่ล้ำค่าที่สุดของประเทศไทย มีค่ามากกว่าทรัพยากรทางวัตถุทุกรายการ ดังจะเห็นได้ว่ารายได้หลักของประเทศไทยมาจากการท่องเที่ยว และสถานที่เที่ยวหลักของไทย คือ วัดวาอารามในพระพุทธศาสนา เช่น วัดพระแก้วมีคนมาเที่ยวเป็นอันดับสองของโลก ปีละกว่า 13 ล้านคน อารยธรรมเหล่านี้ เป็นเหมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงคนไทยมาจนทุกวันนี้ และทำให้คนไทยยิ้มง่ายเป็นสยามเมืองยิ้ม โอบอ้อมอารี เป็นมิตรกับทุกคน มีความสงบร่มเย็น การบัญญัติให้พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติไว้ในรัฐธรรมนูญ ยิ่งจะเสริมสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวมากขึ้น และมั่นคงต่อประเทศไทยมากกว่าที่จะเป็นอันตรายในระยะยาวตามที่ กรธ.กล่าว
5. ชื่อเสียงของประเทศ มีความสำคัญกับยี่ห้อของสินค้า การที่มีพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติในรัฐธรรมนูญ จะเป็นเหมือนยี่ห้อของประเทศไทยว่า นี่คือประเทศแห่งความสงบ สวยงามด้วยอารยธรรม เพราะเรามีอย่างนี้ ประเทศไทยจึงโดดเด่นในแทบทุกเวทีโลกเลยทีเดียว เช่น เมื่อเร็ว ๆ นี้ ประเทศไทยได้รับการโหวตให้เป็นประธานกลุ่ม G77 นี้เพราะชื่อเสียงของประเทศ ถ้าอารยธรรมเหล่านี้สูญเสียไป ต่อไปลูกหลานไทยก็ไม่ต่างไปจากประเทศอัฟกานิสถาน ปากีสถาน อินเดีย หรือ อินโดนีเซีย ในปัจจุบัน เพราะประเทศเหล่านี้ล้วนเคยเป็นดินแดนที่สงบเพราะพระพุทธศาสนามาก่อนทั้งสิ้น แต่ตอนนี้เต็มไปด้วยความรุนแรง มีกลุ่มก่อการร้ายติดอาวุธจนนับไม่ถ้วน ดังนั้นพระพุทธศาสนาอาจช่วยป้องกันหายนะเหล่านี้ให้กับประเทศไทยได้ส่วนหนึ่ง
6. ตำแหน่งที่ว่าง ย่อมเป็นที่แย่งชิงของหลาย ๆ คน แต่ถ้ามีผู้ได้ไปแล้วการแย่งชิงก็ยุติลง การเป็นศาสนาประจำชาติก็ไม่ต่างกัน ประเทศมาเลเซียใกล้ ๆ บ้านเรานี้ ประกาศให้อิสลามเป็นศาสนาประจำชาติ การแย่งชิงจากศาสนาอื่น ๆ ก็ไม่มี การปล่อยให้ชาติว่างจากศาสนาประจำชาตินั่นต่างหากจะกลายมาเป็นความขัดแย้งในชาติบ้านเมืองขึ้นได้ การบัญญัติให้ศาสนาของคนส่วนใหญ่นับถือเป็นศาสนาประจำชาติ จะทำให้ความขัดแย้งทางศาสนายุติลง และไม่ใช่การสร้างความเหลื่อมล้ำ แต่ถือประโยชน์ของคนจำนวนมากเป็นหลัก เหมือนประชาธิปไตย หรือการตัดสินของศาล
ดังนั้น ถ้าหากจะมองหาข้อดีข้อเสียของการมีศาสนาประจำชาติแล้ว ข้อดีคือประเทศนั้นมีอารยธรรมประจำชาติ บ่งบอกถึงนิสัยจิตใจของคนในชาติได้ เป็นทรัพย์สินทางธรรมที่ไม่มีวันใช้หมด สร้างชื่อเสียงให้ประเทศชาติได้โดยไม่ต้องโฆษณา ยุติการแย่งชิงเรื่องศาสนาของชาติได้
ข้อเสีย คือ อาจถูกดึงเข้าไปกล่าวหาว่าเป็นรัฐศาสนาที่นำไปสู่ความรุนแรงได้ แต่นั่นเป็นการเอาแบบอย่างมาจากศาสนาอื่นซึ่งไม่ใช่ลักษณะของชาวพุทธ เหมือนการอ้างว่าถ้าให้ทหารตำรวจถืออาวุธก็จะกลายเป็นโจรไป เพราะไปเอารูปแบบของโจรมาเป็นข้อเปรียบเทียบ ซึ่งเป็นอุปมาที่ไม่ถูกต้องเช่นเดียวกัน
การที่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญไม่บัญญัติในสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ชาติบ้านเมือง แถมยังให้เหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นเช่นนั้น ไม่มีทางอื่นที่จะให้คนส่วนใหญ่คิดคือ มีอะไรอยู่เบื้องหลังหรือเปล่า?...ศรีปุญญา.
พิสิษฐ์ พลรักษ์เขตต์...
แหล่งที่มาของข่าว :
https://www.dailynews.co.th/article/376241

จากภาพนี้ แม้เป็นคนต่างชาติเขาก็รู้ว่าเป็นเมืองไทย เป็นประเทศไทย
ถ้าไม่บัญญัติให้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติในวันนี้
แล้วจะรอให้ศาสนาใดเขามาเป็นศาสนาประจำชาติ
ปล. โปรดเลือกให้ดีนะครับท่านผู้มีอำนาจ สงสารลูกหลานไม่อยากให้พวกเขาอยู่ในภาวะเหมือนประเทศในตะวันออกกลาง
ทำไมถึงมองว่า "หากศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติจะเป็นอันตราย"
ข่าวที่ผมจะนำมาเล่าใหม่ในวันนี้
มาจากสำนักข่าว มติชน
เป็นข่าวเก่าที่เคยเผยแพร่แล้วเมื่อ เสาร์ที่ 30 มกราคม 2559
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
โดยเนื้อหาในข่าวเขียนว่า
--
จากที่กระผมได้เขียนขอให้บัญญัติศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับที่กำลังร่างเมื่อต้นปีใหม่นี้
บัดนี้ท่านผู้ใช้นามว่า “ศรีปุญญา” ได้อีเมลส่งความเห็นมาดังนี้ครับ
จากการที่คณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) ได้ประกาศออกมาก่อนหน้านี้สักพักว่า จะไม่บัญญัติให้พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ ด้วยเหตุผลที่ชาวพุทธฟังแล้วช็อก? คือ จะเป็นอันตรายต่อประเทศชาติในระยะยาว...จากเหตุผลที่ไม่มีคำอธิบายใด ๆ เพิ่มเติมจากกรธ. ที่ว่าเป็นอันตรายระยะยาวนั้นเพราะอะไร เรื่องใด และอย่างไร ทำให้พระสงฆ์กลุ่มหนึ่งกล่าวหากรธ.ว่าให้ร้ายดูหมิ่นกล่าวโทษพระพุทธศาสนา ทั้ง ๆ ที่พระพุทธศาสนาอยู่บนพื้นแผ่นดินไทยนี้นมนานกว่า 2,000 ปีแล้ว ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุขทุกถ้วนหน้า ก็เพราะมีพระพุทธศาสนาหล่อหลอมจิตใจให้ จนเมืองไทยได้รับการจัดอันดับโลกว่าเป็นประเทศที่มีความสุขมวลรวมอันดับหนึ่งของโลกในปีนี้เอง
หลายคนคงคิดว่า ทำไม? เมื่อมีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทีไร ก็จะมีชาวพุทธออกมาเรียกร้องเรื่องนี้ทุกครั้งไป และก็ไม่ได้รับความสนใจจากคณะผู้ร่างเลยสักครั้งไปเช่นเดียวกัน การที่ชาวพุทธออกมาเรียกร้องเรื่องนี้ด้วยเหตุผลดังนี้
1. มีกฎหมายหลายอย่างที่ทยอยออกมาจากรัฐ และดูเหมือนว่าจะจำกัดสิทธิของชาวพุทธลงเรื่อย ๆ ในขณะเดียวกันกลับส่งเสริมและอุดหนุนศาสนาอื่นด้วยงบประมาณมหาศาล ชาวพุทธเองจึงมองว่ากฎหมายกับการเมือง คือ อันตรายที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ ถ้าไม่มีกฎหมายคุ้มครองพระพุทธศาสนา ศาสนาพุทธอาจอยู่ในประเทศนี้ได้อีกไม่นานแน่นอน แล้วลูกหลานในอนาคตคงต้องหันไปนับถือศาสนาอื่นแทนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
2. สถาบันหลักของชาติ มี 3 สถาบัน คือ (1) ชาติ (2) ศาสนา และ (3) พระมหากษัตริย์ ซึ่งชาติและพระมหากษัตริย์นั้นได้รับการบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญทุกฉบับขาดแต่ศาสนาอย่างเดียวที่ยังไม่ได้บรรจุ และก็หมายถึงศาสนาพุทธเท่านั้น ไม่ใช่ศาสนาอื่นเลย
3. คำว่าศาสนาประจำชาติ เป็นคำที่คนไทยทุกคนเรียกกันติดปากมาแต่ไหนแต่ไรแล้วว่า ประเทศไทยมีศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ และก็มีพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตรัสในที่ต่าง ๆ ก็ยืนยันเป็นเช่นนั้น เช่น ที่ตรัสกับยุวพุทธว่า “ข้าพเจ้าขอแสดงความชื่นชมยินดีด้วย ที่สภายุวพุทธิกสมาคมแห่งชาติจัดให้มีการประชุมยุวพุทธิกสมาคมทั่วประเทศขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เพื่อปรึกษาและเปลี่ยนความคิดความเห็นกัน โดยยกเอาเรื่องการปลุกจิตสำนึกของชาวพุทธเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ซึ่งเป็นศาสนาประจำชาติของเรา ขึ้นเป็นหัวข้อการประชุม........จึงเป็นโชคดีอย่างยิ่ง ที่ประเทศไทยเรามีพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ ทำให้คนไทยทุกเชื้อชาติศาสนาอยู่ร่วมกันด้วยความสุข...และที่ตรัสกับพระสันตะปาปาจอห์นปอลที่ 2 ซึ่งเคยเสด็จเยือนประเทศไทยเมื่อปี 2527 ก็ทรงยืนยันว่า ประเทศไทยมีศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติ
4. ศาสนาพุทธถือว่า เป็นทรัพย์สมบัติทางนามธรรมที่ล้ำค่าที่สุดของประเทศไทย มีค่ามากกว่าทรัพยากรทางวัตถุทุกรายการ ดังจะเห็นได้ว่ารายได้หลักของประเทศไทยมาจากการท่องเที่ยว และสถานที่เที่ยวหลักของไทย คือ วัดวาอารามในพระพุทธศาสนา เช่น วัดพระแก้วมีคนมาเที่ยวเป็นอันดับสองของโลก ปีละกว่า 13 ล้านคน อารยธรรมเหล่านี้ เป็นเหมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงคนไทยมาจนทุกวันนี้ และทำให้คนไทยยิ้มง่ายเป็นสยามเมืองยิ้ม โอบอ้อมอารี เป็นมิตรกับทุกคน มีความสงบร่มเย็น การบัญญัติให้พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติไว้ในรัฐธรรมนูญ ยิ่งจะเสริมสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวมากขึ้น และมั่นคงต่อประเทศไทยมากกว่าที่จะเป็นอันตรายในระยะยาวตามที่ กรธ.กล่าว
5. ชื่อเสียงของประเทศ มีความสำคัญกับยี่ห้อของสินค้า การที่มีพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติในรัฐธรรมนูญ จะเป็นเหมือนยี่ห้อของประเทศไทยว่า นี่คือประเทศแห่งความสงบ สวยงามด้วยอารยธรรม เพราะเรามีอย่างนี้ ประเทศไทยจึงโดดเด่นในแทบทุกเวทีโลกเลยทีเดียว เช่น เมื่อเร็ว ๆ นี้ ประเทศไทยได้รับการโหวตให้เป็นประธานกลุ่ม G77 นี้เพราะชื่อเสียงของประเทศ ถ้าอารยธรรมเหล่านี้สูญเสียไป ต่อไปลูกหลานไทยก็ไม่ต่างไปจากประเทศอัฟกานิสถาน ปากีสถาน อินเดีย หรือ อินโดนีเซีย ในปัจจุบัน เพราะประเทศเหล่านี้ล้วนเคยเป็นดินแดนที่สงบเพราะพระพุทธศาสนามาก่อนทั้งสิ้น แต่ตอนนี้เต็มไปด้วยความรุนแรง มีกลุ่มก่อการร้ายติดอาวุธจนนับไม่ถ้วน ดังนั้นพระพุทธศาสนาอาจช่วยป้องกันหายนะเหล่านี้ให้กับประเทศไทยได้ส่วนหนึ่ง
6. ตำแหน่งที่ว่าง ย่อมเป็นที่แย่งชิงของหลาย ๆ คน แต่ถ้ามีผู้ได้ไปแล้วการแย่งชิงก็ยุติลง การเป็นศาสนาประจำชาติก็ไม่ต่างกัน ประเทศมาเลเซียใกล้ ๆ บ้านเรานี้ ประกาศให้อิสลามเป็นศาสนาประจำชาติ การแย่งชิงจากศาสนาอื่น ๆ ก็ไม่มี การปล่อยให้ชาติว่างจากศาสนาประจำชาตินั่นต่างหากจะกลายมาเป็นความขัดแย้งในชาติบ้านเมืองขึ้นได้ การบัญญัติให้ศาสนาของคนส่วนใหญ่นับถือเป็นศาสนาประจำชาติ จะทำให้ความขัดแย้งทางศาสนายุติลง และไม่ใช่การสร้างความเหลื่อมล้ำ แต่ถือประโยชน์ของคนจำนวนมากเป็นหลัก เหมือนประชาธิปไตย หรือการตัดสินของศาล
ดังนั้น ถ้าหากจะมองหาข้อดีข้อเสียของการมีศาสนาประจำชาติแล้ว ข้อดีคือประเทศนั้นมีอารยธรรมประจำชาติ บ่งบอกถึงนิสัยจิตใจของคนในชาติได้ เป็นทรัพย์สินทางธรรมที่ไม่มีวันใช้หมด สร้างชื่อเสียงให้ประเทศชาติได้โดยไม่ต้องโฆษณา ยุติการแย่งชิงเรื่องศาสนาของชาติได้
ข้อเสีย คือ อาจถูกดึงเข้าไปกล่าวหาว่าเป็นรัฐศาสนาที่นำไปสู่ความรุนแรงได้ แต่นั่นเป็นการเอาแบบอย่างมาจากศาสนาอื่นซึ่งไม่ใช่ลักษณะของชาวพุทธ เหมือนการอ้างว่าถ้าให้ทหารตำรวจถืออาวุธก็จะกลายเป็นโจรไป เพราะไปเอารูปแบบของโจรมาเป็นข้อเปรียบเทียบ ซึ่งเป็นอุปมาที่ไม่ถูกต้องเช่นเดียวกัน
การที่กรรมการร่างรัฐธรรมนูญไม่บัญญัติในสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ชาติบ้านเมือง แถมยังให้เหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นเช่นนั้น ไม่มีทางอื่นที่จะให้คนส่วนใหญ่คิดคือ มีอะไรอยู่เบื้องหลังหรือเปล่า?...ศรีปุญญา.
พิสิษฐ์ พลรักษ์เขตต์...
แหล่งที่มาของข่าว : https://www.dailynews.co.th/article/376241
จากภาพนี้ แม้เป็นคนต่างชาติเขาก็รู้ว่าเป็นเมืองไทย เป็นประเทศไทย
ถ้าไม่บัญญัติให้ศาสนาพุทธเป็นศาสนาประจำชาติในวันนี้
แล้วจะรอให้ศาสนาใดเขามาเป็นศาสนาประจำชาติ
ปล. โปรดเลือกให้ดีนะครับท่านผู้มีอำนาจ สงสารลูกหลานไม่อยากให้พวกเขาอยู่ในภาวะเหมือนประเทศในตะวันออกกลาง