หรือว่าคนจะให้สติไปถึง แต่บท เทวทูต!

กระทู้คำถาม
๚ ธรรมะปกิณกะ เวลา 9.53 น.
“อุสฺสาวพินฺทู สุริเยว อุคฺคเต.”
หยาดน้ำค้างเมื่อเช้าแห้งระเหิดไป เพราะแสงร้อนจากอาทิตย์เผาผลาญ
อ้าง. ปาลี เล่ม ๒๓ หน้า ๑๓๘ ข้อ ๗๑,

เทียบบท

“ถ้าพูดอย่างซื่อสัตย์ ก็ย่อมให้ เห็นว่า, จะให้คนถามอะไรได้นั้น เราจะต้องถอยไปในอาการมองและสังเกตครรภ์ เป็นต้น ของคนท้อง, คำถามเขานั้นจึงจะดี และสำคัญได้ และไม่น่ารังเกียจ และน่ารู้, เปรียบว่า ในท้องนั้น เด็กเป็นอย่างไร? เด็กเพศอะไร? ความมีชีวิต?, เมื่อต้องสังเกต คนเราก็จึงอาจพากันสงสัยไปในความน่ารู้ “เพราะเทวทูต” ชื่อว่า เทวะพิสุทธิ์ ย่อมมีพลังซึ่งการจะกระเทือนไปถึงบทธรรมสังเวช ตามปรกติธรรมดาของคนทุกราย,

ไม่เหมือนกับการ หาสาดคำถาม หรือวางข้อสงสัยแบบชุ่ย ๆ ไกลจากบทวินิจฉัยซึ่งธรรมทูต ของเหล่ามนุษย์และเทวะ คำถามแค่นั้นก็จึงเป็นแค่โลกฉาบทา เช่นว่าใส่ตุ้มหูอะไร ผูกโบว์สีอะไร ประการที่ไม่ประมาณ!, คำถามตอบประเภทนั้น จึงให้เห็นว่า จะขาดความเด็ดเดี่ยว และมีมาก ที่จะนำพาให้ผู้คนไปสู่ความเหลวไหล ก็ได้, ฉะนั้น การที่ใครจะโปรยคำถามน้อยลง จะไม่ให้เสีย จึงจะดีกว่า เพราะได้กระทำตามความหวังของใจ ดั่งการ ที่คน พบเห็นบทเทวทูตมานั้น เป็นต้น เช่นนั้นนำมา, พวกเราจึงจะได้คำถามคำตอบ ที่ควร และที่ทรงพลานุภาพกระทบจิตใจคุณธรรม ให้ได้ตอบไปถึงบท แก่ธรรมสังเวช ในของแต่ละคน ของแต่ละราย ที่จะเป็นอุปนิสัย แก่หนทาง ไปสู่สัมปรายภพ

ซึ่งเป็นการควบคุมตนเอง และเป็นการให้ความช่วยเหลือ ให้คนได้ไปสู่คุณธรรมแท้จริง, ถ้าการถามตอบนั้น มาจากเรื่องเทวทูต หรือให้พบว่ามาจาก การจะให้คนมีสติไปถึง ธรรมะ แก่บท เทวทูต!”

#ความคิดเห็นที่ ๑, #พระธรรม, #พระพุทธเจ้า
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่