4 (ไม่) พบกันคนละครึ่งทาง เพื่อความสัมพันธ์ที่ยืนยาว

"พบกันคนละครึ่งทาง" มักเป็นคำที่ได้ยินบ่อยเสมอจากการเริ่มต้นเข้าสู่สังคมใหม่ที่ไม่คุ้นเคย บางครั้งตัวเราเองก็แอบสงสัยว่าความหมายที่แท้จริงของคำนี้คืออะไร? แต่ที่รู้สึกจริงๆ คือคำๆนี้ เป็นสิ่งที่จะช่วยรักษาความสัมพันธ์ให้ยืนยาวนานได้ ซึ่งความหมายของคำๆนี้ก็เหมือนกับการที่เราต้องหันหน้าเข้าหาคนแปลกหน้าที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน แล้วทำการศึกษาเรียนรู้ซึ่งกันและกันทั้งสองฝ่าย ก็คือการปรับตัวเข้าหากันและถ้าทั้งสองฝ่ายต่างปรับตัวก็จะทำให้ความสัมพันธ์นั้นยืนยาวนาน
               แต่...บางครั้งสังคมในโลกของเราก็เป็นสิ่งที่เข้าใจยาก ผู้คนมาจากร้อยพ่อพันแม่นิสัยต่างกันมากมาย ดังนั้นไม่ใช่ว่า คำว่า "พบกันคนละครึ่งทาง" จะใช้ในความเป็นจริงเสมอ เพราะมันจะมีทั้งคนที่ปรับตัวเข้ามาและคนที่ไม่ยอมปรับตัวแต่ชอบให้คนอื่นปรับตัวเข้าหาตัวเอง และสิ่งที่ตามมาคือความปัญหาและความอึดอัดทางจิตใจ ที่ไม่รู้ว่าจะเอาไประบายไว้ที่ไหน ดังนั้นในเมื่อมัน (ปรับ) ไม่ได้ ก็ต้องแก้ที่ตัวเอง แต่เราจะไม่บอกให้คุณต้องปรับตัวเข้าหาใครนะ วิธีที่เราจะบอกกับคุณ คือสิ่งที่จะทำให้คุณไม่ต้องอึดอัดใจในการอยู่ร่วมกันกับคนอื่น นั่นก็คือ 4 (ไม่) สิ่งที่ตัวคุณไม่ควรจะทำ

              1. (ไม่) เอาตัวเองเป็นที่ตั้ง : แน่นอนว่าข้อนี้คือนิสัยของคนที่เห็นแก่ตัว การพยายามเอาตัวเองเป็นศูนย์กลางแห่งจักรวาลด้วยการวางอำนาจ บังคับคนอื่นให้จำนงแต่โดยดีนั้น มันไม่ใช่สิ่งที่ดีเท่าไหร่สำหรับตัวคุณและคนอื่นๆ ถึงแม้ว่าตัวคุณจะถูกได้รับการยอมรับจากคนอื่นๆ แต่คนอื่นที่อยู่กับคุณเขาเองก็คงจะไม่สบายใจนัก มันจะดีกว่ามั้ยถ้าจะรู้จักรับฟังเสียงของคนอื่นบ้าง เพื่อตัวคุณเองและคนที่อยู่รอบๆตัวคุณ

              2. (ไม่) พูดจาทำร้ายจิตใจกัน : การเป็นเพื่อนกันจะพูดจาหยาบคายบ้างก็เป็นสิ่งที่ดีนะ ถือว่าเป็นการสร้างสีสัน แต่ถ้าพูดแรงเกินไปมักก็ชักจะไม่ตลกแล้วสิ การใช้คำพูดถือเป็นเรื่องที่มีอิทธิพลต่อจิตใจมาก คุณเคยรู้ไม่ว่า คำพูดร้ายๆที่สาดใส่กันสามรถ (ฆ่า) คนตายได้ เพื่อนของคุณเองคุณจะแน่ใจได้ยังว่าคุณรู้จักเขาดีมากแค่ไหน มนุษย์ทุกคนร้อยทั้งร้อยแต่ให้สนิทใจกับใครมากที่สุดแต่ก็จะไม่แสดงออกถึงความเป็นตัวตนที่แท้จริงของตัวเองมา ทุกคนจะมีพื้นที่สำหรับตัวเองเท่านั้น เพื่อพักผ่อน เพื่อสำหรับคิดทบทวน คุณอาจเห็นเพื่อนของคุณเป็นคนเฮฮา เฟรนลี่ ไม่อะไรมากมาย จะพูดอะไรออกไปก็ได้นะเขาคงไม่คิดอะไร นั่นคือสิ่งที่คุณคิดและคุณก็มักจะพูดจากทำร้ายจิตใจเขาลงไปจากการเล่นหยอกๆของตัวเอง และอาจทำให้กระทบจิตใจผู้ฟังโดยไม่รู้ตัว

             3. (ไม่) เจ้าอารมณ์ : ข้อที่ 3 นี้จะคล้ายๆกับข้อแรก แต่ในข้อนี่จะหมายถึงคุณไม่ควรใช้อารมณ์กับใคร ไม่ว่าจะเป็นเพื่อน หรือคนรักของคุณ เรื่องอารมณ์ร้อนถือเป็นสิ่งที่เป็นปัญหาต่อคนอื่นๆมาก เพราะมันจะทำให้ภาพลักษณ์ของคุณเสียหายได้ในทันที คุณอาจจะไม่แคร์ในบางครั้งคุณก็มองว่าคุณเป็นคนตรงๆ แต่บางทีก็ต้องแยกแยะว่าระหว่างเป็นคนตรงๆกับคนที่ไร้มารยาท มันต่างกันยังไง และถ้าเป็นตัวคุณหากเจอสถานการณ์ที่มีคนหัวร้อนใส่คุณเองก็อาจไม่ชอบได้เหมือนกัน

             4. (ไม่) ใจดีจนเกินไป : จาก 3 ข้อข้างบน ในข้อนี้เราจะบอกว่าหากคุณไม่ใช่คนที่กล่าวมาใน 3 ข้อนั้น แสดงว่าคุณคือคนที่อยู่ได้ แต่ไม่ใช่อยู่เป็น การที่คนอยากจะเป็นคนดีมีเมตตานั้นถือเป็นเรื่องที่น่ายกยกย่อง แต่การทำความดีมันก็เหมือนกับการให้โอกาสนั่นแหละ ถ้าคุณให้โอกาสคนผิด คุณจะต้องคิดจนตัวได้ ในข้อนี้จะบอกว่าคุณคือคนที่ดีคนหนึ่ง แต่คนดีไม่จำเป็นต้องเป็นเบ๊ใครจงจำไว้ เป็นคนดีได้แต่ต้องไม่อ่อนแอ ถ้าเขาสั่งให้คุณทำทุกอย่างคุณต้องพิจารณาเลือกที่จะทำเพียงบางอย่าง แต่ไม่ควรทำให้เขาทั้งหมดเพราะบนโลกใบนี้มันมีคนที่ดีและเห็นใจคุณ กับคนที่ไม่ดีที่คิดจะเอาเปรียบคุณ ดังนั้นควรอยู่ให้เป็น ปฎิเสธไปบ้างบางทีอย่าถือไว้หมด ไม่งั้นจะต้องแบกตลอดไปนะจ๊ะ

                                                                                                                        
K.krat
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่