วันนี้ผมขอนำเสนอรายละเอียดจากเวทีเสวนาที่น่าสนใจงานหนึ่งเลย เพราะเป็นเรื่องราวของการทำงานศิลปะที่ข้ามไปมาระหว่างการทำงานศิลปะแนวคอลลาจกับการออกแบบปกหนังสือ ซึ่งวิทยากรที่จะพูดคุยเรื่องราวอันน่าสนใจให้เราได้รับทราบคือคุณนักรบ มูลมานัส นักอักษรศาสตร์ผู้มีใจรักในงานศิลปะ และเป็นนักออกแบบปกหนังสือที่ผลงานกำลังมาแรงอยู่ในขณะนี้ เราลองมาทำความรู้จักกับตัวตนของศิลปินและร่วมยลโฉมผลงานของเขากันดีกว่า
สำหรับการเสวนาในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน ที่จัดขึ้นโดยสำนักหอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี หน่วยงานราชการที่เป็นแหล่ง “ขุมทรัพย์ทางปัญญา” ของคนทั้งประเทศ โดยหอสมุดแห่งชาติได้ดำเนินกิจกรรมที่ดีๆ แบบนี้ต่อเนื่องมาจนถึงครั้งนี้เป็นครั้งที่ 10 แล้ว
(สำหรับรายละเอียดของการพูดคุยในครั้งนี้ ผมขอนำเสนอโดยใช้น้ำเสียงของคุณนักรบ ในการเล่าเรื่องให้ท่านผู้อ่านได้รับทราบ เพื่อให้ง่ายต่อการเขียนเรียบเรียงของผมครับ)
-สำหรับภาพปกของงานในวันนี้ จริงๆ แล้วมันเป็นการรวมเอาผลงานของเรามานำนำตัวให้คนได้รู้จัก ว่าเราคือใคร? เราทำอะไร?
-สำหรับงานศิลปะแนวคอลลาจ จริงๆ แล้วมันคือศิลปะแนวตัดปะ ตัดแปะ ก็คือการที่เรานำเอาสิ่งที่มีอยู่แล้ว ดำรงอยู่แล้ว เอานำมาตัดแปะประกอบเป็นรูปขึ้นมาใหม่
-ส่วนสาเหตุที่เราทำงานแนวนี้ก็เพราะว่าคิดไปถึงตอนที่เป็นเด็กๆ ที่ทุกคนเริ่มจะทำงานศิลปะหรือในวิชาเรียนศิลปะที่คุณครูจะให้นักเรียนหานิตยสารมา หาหนังสือพิมพ์มา ฯลฯ แล้วนำมาตัดแปะทำเป็นรูปเป็นงานศิลปะ ซึ่งในตอนนั้นเราสนุกกับการทำสิ่งนั้นมากเลย
-พอโตขึ้นแล้วเราอยากทำงานศิลปะ อยากทำงานออกแบบ แต่เราไม่มีทักษะทางด้านการวาดรูปหรือการระบายสีต่างๆ ให้สวยเท่ากับงานของคนอื่น เราก็เลยนึกถึงงานศิลปะแนวคอลลาจขึ้นมา
-ในตอนที่เรียนมหาวิทยาลัย เราเรียนที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬา เอกวิชาภาษาไทย ทำให้เราได้ไปค้นดูหนังสือเก่าๆ เยอะ ทั้งหนังสือเก่าในสมัยรัชกาลที่ 6 หรือรัชกาลที่ 7 ซึ่งเราค้นพบว่ารูปภาพข้างในมันมีการออกแบบลวดลายที่สวยมากเลย แต่ว่าคนทั่วไปไม่ค่อยจะได้เห็น หรือถ้าได้เห็นก็ในเชิงบริบทของการเป็นหนังสือเก่า ของเก่า รูปภาพเก่า ฯลฯ เราเห็นว่าสิ่งเหล่านี้มันมีความสวยงาม เราจึงอยากจะหยิบจับมาให้คนรุ่นเดียวกับเรา คนที่เป็นเด็กรุ่นใหม่ ได้เห็นความงามของสิ่งเหล่านั้นด้วย
-ดังนั้นจึงคิดว่าการที่เราจะหยิบจับเอามาเฉยๆ มันก็คงจะไม่พ้นบริบทเดิมแน่ๆ (ความเป็นหนังสือเก่า) เราจึงพยายามจับเอาความเป็นตะวันตก ความเป็นตะวันออก ความเป็นป๊อปคัลเจอร์ต่างๆ ซึ่งเอามาใส่ไว้ในรูปแบบของงานด้วย เพื่อให้งานมันเข้าถึงคนได้มากขึ้นด้วย
-มันจึงออกมาเป็นงานประมาณนี้ เป็นภาพที่มีความเป็นตะวันตกเจอกับความเป็นตะวันออก ภาพปัจจุบันมาเจอกับภาพอดีต ซึ่งมันสะท้อนเรื่องราวของวัฒนธรรมของปัจจุบัน ว่าความเป็นจริงแล้วโลกในยุคปัจจุบันของเราที่เราดำรงอยู่ตรงนี้ มันมีส่วนประกอบของอดีต ปัจจุบันและอนาคต เราทำให้มันผสมผสานอยู่ในรูป(ผลงาน)ของเรา ทั้งหมดนี้จึงเป็นที่มาที่ไปของการทำงานของเรา
-ตอนที่เรียนคณะอักษรศาสตร์ คนจะคิดแค่ว่า “เฮ้ย ... เรียนอะไร เรียนอ่านหนังสือเหรอ?” แต่จริงๆ แล้วมันไปไกลมากกว่านั้น มันคือการเรียนเรื่องอารยธรรม เรียนเรื่องประวัติศาสตร์ เรียนเรื่องปรัชญา ฯลฯ ซึ่งสิ่งหนึ่งที่เราชอบตอนที่ได้เรียนที่คณะอักษรและได้ไปเรียนที่คณะอื่นๆ ก็คือ เราได้เรียนเรื่องประวัติศาสตร์ศิลปะด้วย
-คือเรียนว่าในอดีตที่ผ่านมามีมนุษย์สร้างภาพเขียนอะไรอย่างไรบ้าง? แล้วภาพเขียนหรือศิลปะต่างๆ มันสะท้อนสังคมอย่างไร? ภาพเขียนมันพูดถึงเรื่องอะไร? มันเป็นสิ่งที่เราสนใจและเรามักจะหยิบจับ เอาภาพเขียนดังๆ หรือสัญลักษณ์ดังๆ ภาพโมนาลิซ่า ภาพวีนัส ฯลฯ เอามาใช้ในงานของเรา ในงานไทย ให้มันเกิดความแตกต่าง แล้วก็พูดถึงสิ่งต่างๆ ด้วย
นักรบ : ผู้ออกแบบปกหนังสือด้วยการสร้างสรรค์งานศิลปะแนวคอลลาจ
วันนี้ผมขอนำเสนอรายละเอียดจากเวทีเสวนาที่น่าสนใจงานหนึ่งเลย เพราะเป็นเรื่องราวของการทำงานศิลปะที่ข้ามไปมาระหว่างการทำงานศิลปะแนวคอลลาจกับการออกแบบปกหนังสือ ซึ่งวิทยากรที่จะพูดคุยเรื่องราวอันน่าสนใจให้เราได้รับทราบคือคุณนักรบ มูลมานัส นักอักษรศาสตร์ผู้มีใจรักในงานศิลปะ และเป็นนักออกแบบปกหนังสือที่ผลงานกำลังมาแรงอยู่ในขณะนี้ เราลองมาทำความรู้จักกับตัวตนของศิลปินและร่วมยลโฉมผลงานของเขากันดีกว่า
สำหรับการเสวนาในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน ที่จัดขึ้นโดยสำนักหอสมุดแห่งชาติ ท่าวาสุกรี หน่วยงานราชการที่เป็นแหล่ง “ขุมทรัพย์ทางปัญญา” ของคนทั้งประเทศ โดยหอสมุดแห่งชาติได้ดำเนินกิจกรรมที่ดีๆ แบบนี้ต่อเนื่องมาจนถึงครั้งนี้เป็นครั้งที่ 10 แล้ว
(สำหรับรายละเอียดของการพูดคุยในครั้งนี้ ผมขอนำเสนอโดยใช้น้ำเสียงของคุณนักรบ ในการเล่าเรื่องให้ท่านผู้อ่านได้รับทราบ เพื่อให้ง่ายต่อการเขียนเรียบเรียงของผมครับ)
-สำหรับภาพปกของงานในวันนี้ จริงๆ แล้วมันเป็นการรวมเอาผลงานของเรามานำนำตัวให้คนได้รู้จัก ว่าเราคือใคร? เราทำอะไร?
-สำหรับงานศิลปะแนวคอลลาจ จริงๆ แล้วมันคือศิลปะแนวตัดปะ ตัดแปะ ก็คือการที่เรานำเอาสิ่งที่มีอยู่แล้ว ดำรงอยู่แล้ว เอานำมาตัดแปะประกอบเป็นรูปขึ้นมาใหม่
-ส่วนสาเหตุที่เราทำงานแนวนี้ก็เพราะว่าคิดไปถึงตอนที่เป็นเด็กๆ ที่ทุกคนเริ่มจะทำงานศิลปะหรือในวิชาเรียนศิลปะที่คุณครูจะให้นักเรียนหานิตยสารมา หาหนังสือพิมพ์มา ฯลฯ แล้วนำมาตัดแปะทำเป็นรูปเป็นงานศิลปะ ซึ่งในตอนนั้นเราสนุกกับการทำสิ่งนั้นมากเลย
-พอโตขึ้นแล้วเราอยากทำงานศิลปะ อยากทำงานออกแบบ แต่เราไม่มีทักษะทางด้านการวาดรูปหรือการระบายสีต่างๆ ให้สวยเท่ากับงานของคนอื่น เราก็เลยนึกถึงงานศิลปะแนวคอลลาจขึ้นมา
-ในตอนที่เรียนมหาวิทยาลัย เราเรียนที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬา เอกวิชาภาษาไทย ทำให้เราได้ไปค้นดูหนังสือเก่าๆ เยอะ ทั้งหนังสือเก่าในสมัยรัชกาลที่ 6 หรือรัชกาลที่ 7 ซึ่งเราค้นพบว่ารูปภาพข้างในมันมีการออกแบบลวดลายที่สวยมากเลย แต่ว่าคนทั่วไปไม่ค่อยจะได้เห็น หรือถ้าได้เห็นก็ในเชิงบริบทของการเป็นหนังสือเก่า ของเก่า รูปภาพเก่า ฯลฯ เราเห็นว่าสิ่งเหล่านี้มันมีความสวยงาม เราจึงอยากจะหยิบจับมาให้คนรุ่นเดียวกับเรา คนที่เป็นเด็กรุ่นใหม่ ได้เห็นความงามของสิ่งเหล่านั้นด้วย
-ดังนั้นจึงคิดว่าการที่เราจะหยิบจับเอามาเฉยๆ มันก็คงจะไม่พ้นบริบทเดิมแน่ๆ (ความเป็นหนังสือเก่า) เราจึงพยายามจับเอาความเป็นตะวันตก ความเป็นตะวันออก ความเป็นป๊อปคัลเจอร์ต่างๆ ซึ่งเอามาใส่ไว้ในรูปแบบของงานด้วย เพื่อให้งานมันเข้าถึงคนได้มากขึ้นด้วย
-มันจึงออกมาเป็นงานประมาณนี้ เป็นภาพที่มีความเป็นตะวันตกเจอกับความเป็นตะวันออก ภาพปัจจุบันมาเจอกับภาพอดีต ซึ่งมันสะท้อนเรื่องราวของวัฒนธรรมของปัจจุบัน ว่าความเป็นจริงแล้วโลกในยุคปัจจุบันของเราที่เราดำรงอยู่ตรงนี้ มันมีส่วนประกอบของอดีต ปัจจุบันและอนาคต เราทำให้มันผสมผสานอยู่ในรูป(ผลงาน)ของเรา ทั้งหมดนี้จึงเป็นที่มาที่ไปของการทำงานของเรา
-ตอนที่เรียนคณะอักษรศาสตร์ คนจะคิดแค่ว่า “เฮ้ย ... เรียนอะไร เรียนอ่านหนังสือเหรอ?” แต่จริงๆ แล้วมันไปไกลมากกว่านั้น มันคือการเรียนเรื่องอารยธรรม เรียนเรื่องประวัติศาสตร์ เรียนเรื่องปรัชญา ฯลฯ ซึ่งสิ่งหนึ่งที่เราชอบตอนที่ได้เรียนที่คณะอักษรและได้ไปเรียนที่คณะอื่นๆ ก็คือ เราได้เรียนเรื่องประวัติศาสตร์ศิลปะด้วย
-คือเรียนว่าในอดีตที่ผ่านมามีมนุษย์สร้างภาพเขียนอะไรอย่างไรบ้าง? แล้วภาพเขียนหรือศิลปะต่างๆ มันสะท้อนสังคมอย่างไร? ภาพเขียนมันพูดถึงเรื่องอะไร? มันเป็นสิ่งที่เราสนใจและเรามักจะหยิบจับ เอาภาพเขียนดังๆ หรือสัญลักษณ์ดังๆ ภาพโมนาลิซ่า ภาพวีนัส ฯลฯ เอามาใช้ในงานของเรา ในงานไทย ให้มันเกิดความแตกต่าง แล้วก็พูดถึงสิ่งต่างๆ ด้วย