เป็นเรื่องราว "บ้านแสนสุข" บ้านหลักเล็กๆที่เราตั้งใจให้มันมากล้นด้วยความสุข เพราะกว่าที่จะตัดสินใจให้ได้มาต้องใช้เวลาหลายปีทีเดียวครับ เรื่องนี้ผมเคยโพสต์เอาไว้ที่เฟรชบุ๊คส่วนตัว และเห็นว่าถ้าแบ่งบันเรื่องราวนี้คงพอสร้างแรงบาดาลใจ ให้สำหรับชีวิตคู่ที่กำลังจะตัดสินใจมีบ้าน เพื่อเจ้าตัวเล็กในอนาคตสักหลังครับ
🌼😙🎎🍀📣🎄🎉
หลังจากที่มนุษย์เงินเดือนอย่างเราต้องอาศัยอยู่ในห้องเช่าเล็กๆ ด้วยกันนานเกือบ 8 ปี ในเดือน มิถุนายน 2554 เราตกลงกันเพื่อเริ่มลงเสาสร้างบ้านหลังแรก ด้วยงบจำกัดเท่าที่จะมีเครดิตหามาได้
เราถกกันเรื่องหนี้ก้อนใหญ่ในขณะที่เงินเดือนของเราสองคนรวมกันยังไม่ถึงสองหมื่นด้วยซ้ำ เรื่องลูกชายตัวเล็กอยู่บ้านที่ท่าลี่กับตาและยาย เรื่องงานของผมที่ภรรยาไม่สามารถย้ายไปตั้งรกรากกันที่บ้านเกิดเขาได้ เป็นเพราะผมจำเป็นต้องทำงานในตัวเมือง
🌼 ข้อตกลง🌼
สรุปเหตุผลสุดท้ายที่ลงเอยในข้อตกลงของเราก็คือ...
1. ตอนนี้เรามีลูกชายกันแล้ว โตขึ้นเขาจะดีร้ายอย่างไร ก็ขอให้เราคนเป็นคนเลี้ยงเขาอบรมสั่งสอนเขา
2. แล้วหากต้องพาเขามาอยู่ด้วย จะให้เขาเติบโต วิ่งไล่เล่นในพื้นที่ห้องเช่าแคบๆอย่างนั้นหรือ
3. หากเราไม่มีหนี้สินแล้วเมื่อไรเราจะมีบ้านที่เป็นของเราเอง
4. และผมให้คำมั่นกับภรรยาว่า จะเลิกเหล้า เลิกเที่ยว จะตั้งใจทำงานเก็บเงิน และเขียนโปรแกรมขายให้ได้เงินก้อนมาปิดหนี้ให้เร็วที่สุด

🌼 ขับรถวิ่งวน 🌼
จากเงินก้อนที่หามาได้ จะต้องแบ่งเพื่อที่ดินเปล่า และเหลือไว้สำหรับสร้างตัวบ้าน เราใช้เวลาขับรถมอเตอร์ไซค์ลัดเลาะหาที่ดินในราคาเหมาะสม บรรยากาศไม่อยู่ในเขตจำกัดของแหล่งชุมชน ที่สำคัญต้องไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยที่ผมทำงานอยู่
และแล้วเราก็หลงเข้ามาในซอยหนึ่ง เป็นเส้นทางไปอ่างน้ำพาว ด้านหน้ามีป้ายปักไว้ว่า "ขายบ้าน" เราตั้งใจมาดูบ้านหลังนั้น แต่พอรู้ราคาที่เราสู้ไม่ได้ จึงต้องถอยกลับออกมาจากนอกรั้ว

🌼 ยิ้มให้กัน 🌼
ในขณะที่กำลังขึ้นรถ สายตาก็มองเห็นที่ดินเปล่าที่รกไปด้วยหญ้าหนามและต้นก้ามปูทั้งเล็กและใหญ่ ใช่ครับ "ที่ดินมันยิ้มให้แล้ว" จากนั้นก็สืบหาเจ้าของที่ดิน ในเวลาไม่นานเราก็ต่อรองราคาแล้วเป็นเจ้าของมาได้
หลังจากตัดต้นไม้และถมที่เสร็จมันเป็นที่ดินที่สวยมาก บรรยายกาศสงบ ด้านหลังเป็นนาข้าว ถัดไปเป็นอ่างน้ำ ไม่ไกลนักมองเห็นตึกสูงใหญ่ของมหาวิทยาลัย ทางเข้าจากปากซอยขนาดกว้างถึง 6 เมตรตลอดสาย

🌼 เสาหลักปักลงพื้น 🌼
เราไม่ได้จ้างเหมาสร้างบ้าน เพราะจะได้บ้านหลังเล็กเกินไปกับเงินที่เหลืออยู่ เราโชคดีมากที่ได้ช่างคนเดียวที่เคยเป็นถึง "โฟร์แมนก่อสร้าง" ที่เคยรับงานมาทั้งประเทศ และมีความฝันจะกลับมาอยู่กับลูกๆที่จังหวัดเลย
การจ้างช่างเป็นการจ่างเหมาไปทีละส่วนของบ้านแล้วตกลงราคากัน แต่สำหรับงานไม้ทั้งหมดของบ้านเป็นผลงานของพ่อตา ช่างไม้มือหนึ่งที่สร้างสรรค์งานไม้ได้ทุกรูปแบบ...เราให้ช่างกินอยู่กับเรา สำหรับอุปกรณ์ของช่างบางส่วนที่จำเป็นแต่ช่างยังไม่มี เราก็จัดซื้อให้

🌼 กล่อมทำนองกลางแสงแดด 🌼
ช่างคนนี้แตกต่างจากที่เคยพบมา ในระหว่างทำงานกลางแสงแดดจะร้อนยังไง ช่างคนนี้ก็จะร้องเพลงได้ตลอด ทำงานไปด้วยคุยไปด้วย หัวเราะกับทุกมุกตลกพื้นๆที่ได้ยิน ไม่เคยบ่นให้กับงาน ไม่เคยบ่นให้กับชีวิต มีสายตาที่เป็นมิตรตลอดระยะเวลาที่ทำงาน ที่สำคัญขั้นตอนการก่อนสร้างบ้านจะไม่ตามใจเจ้าของบ้าน เขาพยายามให้คำแนะนำ ทำแบบนี้ดียังไง ทำแบบนี้แล้วไม่สวยยังไงด้วยเหตุผลที่เรารับฟังได้
"พ่อเจแดดร้อนขนาดนี้ทำไมร้องเพลงได้"....คำพูดของช่างเรียนจบเพียง ม.3 ทำให้เราต้องกลับมามองใบปริญญาของตัวเอง "ผมมีความสุขที่ได้กลับบ้านพาเมียมาอยู่กับลูก....ผมดีใจที่ได้มีงานเป็นของตัวเองไม่เป็นลูกจ้างเขาแล้ว"


🌼 บ้านถ้าไม่มาอยู่จะเป็นบ้านได้อย่างไรเล่า🌼
เราสร้างโรงรถก่อนเป็นอันดับแรกเพื่อให้ช่างพัก จากนั้นจึงสร้างหลังครัวเพื่อให้เราสองคนย้ายมาอยู่เป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในการเช่าห้องแต่ละเดือนได้อีกทาง ที่สำคัญคือหากได้มาอยู่ในเวลาเช้าและเย็น อย่างน้อยก็ได้เก็บกวาดช่วยงานก่อสร้างไปด้วย มีเวลาก็ปลุกต้นไม้ ปลูกพืชสวนครัวที่เราอยากกินในอนาคต
สิ่งที่ฝันพอได้มาแล้วบางทีเราก็ยังฉงนว่า "นี้คือความฝันหรือความจริง" ความรู้สึกมีบ้านเหมือนได้ลูกชายคนแรก "นี้เรามี เราเป็นกับเขาแล้วหรือ"

🌼 ทำบ้านให้แสนสุข 🌼
ผ่านไปหลายเดือน การเก็บงานเริ่มเรียบร้อย บ้านหลักน้อยก็สร้างเสร็จ มีบริเวณที่ให้ลูกชายจอมซนวิ่งเล่น ของแถมที่ขอมาอยู่ด้วยจากสวรรค์มาเข้าฝันพ่อตา ก็คือ "ภรรยาผมท้องลูกสาว" ลูกคนที่สองของเรา
บ้านที่มีชีวิต คือ บ้านที่สร้างไม่มีวันเสร็จ พื่นหญ้าทุกยอด ดอกไม้ทุกดอก ต้นไม้ทุกต้น และสิ่งต่างๆมากมายผมและภรรยาพยายามที่สร้างมันขึ้น ดูแลด้วยความรัก และมองเห็นความลำบากกว่าจะได้มันมา
🌼 บทฝากถึง 🌼
เรื่องนี้ถึงจะยาว แต่ก็ยังยาวได้อีก ท่านผู้อ่านอาจสงสัยว่าทำไมผมต้องเขียนยาวด้วย ในเมือยุคนี้ คนส่วนมาก ชอบดู และชอบฟัง มากกว่าที่จะมาอ่านอะไรแบบนี้ ผมมีเหตุผลเพียง 2 ข้อครับ
1. หากผมมีอายุมากไปกว่านี้ผมจะจำมันได้ไหมหนอ หากสมองผมทำงานช้าลง แล้วจะจำเรื่องราวประทับใจได้อีกหรือเปล่า
2. จริงๆแล้วเรื่องราวนี้ผมตั้งใจ "ทิ้งไว้" ให้ลูกชายและลูกสาวหากในอนาคตวันใดที่เขาพร้อมได้เข้ามาอ่าน ให้เขารับรู้ว่า พ่อและแม่ นั้น รักเขามาก ทำเพื่อเขาได้ขนาดไหน

ขอบคุณช่างพ่อเจ ตอนนี้เป็นเหมือนญาติที่เราเคารพคนหนึ่ง
ขอบคุณพ่อตาที่มาอยู่คอยควบคุมออกแบบบ้านหลังนี้ให้
ขอบคุณ ภรรยา ลูกชาย ลูกสาว ที่เป็นแรงใจให้เสมอมา
"บ้านแสนสุข" ประสบการณ์ตัดสินใจสร้างบ้านหลังแรก
🌼😙🎎🍀📣🎄🎉
หลังจากที่มนุษย์เงินเดือนอย่างเราต้องอาศัยอยู่ในห้องเช่าเล็กๆ ด้วยกันนานเกือบ 8 ปี ในเดือน มิถุนายน 2554 เราตกลงกันเพื่อเริ่มลงเสาสร้างบ้านหลังแรก ด้วยงบจำกัดเท่าที่จะมีเครดิตหามาได้
เราถกกันเรื่องหนี้ก้อนใหญ่ในขณะที่เงินเดือนของเราสองคนรวมกันยังไม่ถึงสองหมื่นด้วยซ้ำ เรื่องลูกชายตัวเล็กอยู่บ้านที่ท่าลี่กับตาและยาย เรื่องงานของผมที่ภรรยาไม่สามารถย้ายไปตั้งรกรากกันที่บ้านเกิดเขาได้ เป็นเพราะผมจำเป็นต้องทำงานในตัวเมือง
🌼 ข้อตกลง🌼
สรุปเหตุผลสุดท้ายที่ลงเอยในข้อตกลงของเราก็คือ...
1. ตอนนี้เรามีลูกชายกันแล้ว โตขึ้นเขาจะดีร้ายอย่างไร ก็ขอให้เราคนเป็นคนเลี้ยงเขาอบรมสั่งสอนเขา
2. แล้วหากต้องพาเขามาอยู่ด้วย จะให้เขาเติบโต วิ่งไล่เล่นในพื้นที่ห้องเช่าแคบๆอย่างนั้นหรือ
3. หากเราไม่มีหนี้สินแล้วเมื่อไรเราจะมีบ้านที่เป็นของเราเอง
4. และผมให้คำมั่นกับภรรยาว่า จะเลิกเหล้า เลิกเที่ยว จะตั้งใจทำงานเก็บเงิน และเขียนโปรแกรมขายให้ได้เงินก้อนมาปิดหนี้ให้เร็วที่สุด
🌼 ขับรถวิ่งวน 🌼
จากเงินก้อนที่หามาได้ จะต้องแบ่งเพื่อที่ดินเปล่า และเหลือไว้สำหรับสร้างตัวบ้าน เราใช้เวลาขับรถมอเตอร์ไซค์ลัดเลาะหาที่ดินในราคาเหมาะสม บรรยากาศไม่อยู่ในเขตจำกัดของแหล่งชุมชน ที่สำคัญต้องไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยที่ผมทำงานอยู่
และแล้วเราก็หลงเข้ามาในซอยหนึ่ง เป็นเส้นทางไปอ่างน้ำพาว ด้านหน้ามีป้ายปักไว้ว่า "ขายบ้าน" เราตั้งใจมาดูบ้านหลังนั้น แต่พอรู้ราคาที่เราสู้ไม่ได้ จึงต้องถอยกลับออกมาจากนอกรั้ว
🌼 ยิ้มให้กัน 🌼
ในขณะที่กำลังขึ้นรถ สายตาก็มองเห็นที่ดินเปล่าที่รกไปด้วยหญ้าหนามและต้นก้ามปูทั้งเล็กและใหญ่ ใช่ครับ "ที่ดินมันยิ้มให้แล้ว" จากนั้นก็สืบหาเจ้าของที่ดิน ในเวลาไม่นานเราก็ต่อรองราคาแล้วเป็นเจ้าของมาได้
หลังจากตัดต้นไม้และถมที่เสร็จมันเป็นที่ดินที่สวยมาก บรรยายกาศสงบ ด้านหลังเป็นนาข้าว ถัดไปเป็นอ่างน้ำ ไม่ไกลนักมองเห็นตึกสูงใหญ่ของมหาวิทยาลัย ทางเข้าจากปากซอยขนาดกว้างถึง 6 เมตรตลอดสาย
🌼 เสาหลักปักลงพื้น 🌼
เราไม่ได้จ้างเหมาสร้างบ้าน เพราะจะได้บ้านหลังเล็กเกินไปกับเงินที่เหลืออยู่ เราโชคดีมากที่ได้ช่างคนเดียวที่เคยเป็นถึง "โฟร์แมนก่อสร้าง" ที่เคยรับงานมาทั้งประเทศ และมีความฝันจะกลับมาอยู่กับลูกๆที่จังหวัดเลย
การจ้างช่างเป็นการจ่างเหมาไปทีละส่วนของบ้านแล้วตกลงราคากัน แต่สำหรับงานไม้ทั้งหมดของบ้านเป็นผลงานของพ่อตา ช่างไม้มือหนึ่งที่สร้างสรรค์งานไม้ได้ทุกรูปแบบ...เราให้ช่างกินอยู่กับเรา สำหรับอุปกรณ์ของช่างบางส่วนที่จำเป็นแต่ช่างยังไม่มี เราก็จัดซื้อให้
🌼 กล่อมทำนองกลางแสงแดด 🌼
ช่างคนนี้แตกต่างจากที่เคยพบมา ในระหว่างทำงานกลางแสงแดดจะร้อนยังไง ช่างคนนี้ก็จะร้องเพลงได้ตลอด ทำงานไปด้วยคุยไปด้วย หัวเราะกับทุกมุกตลกพื้นๆที่ได้ยิน ไม่เคยบ่นให้กับงาน ไม่เคยบ่นให้กับชีวิต มีสายตาที่เป็นมิตรตลอดระยะเวลาที่ทำงาน ที่สำคัญขั้นตอนการก่อนสร้างบ้านจะไม่ตามใจเจ้าของบ้าน เขาพยายามให้คำแนะนำ ทำแบบนี้ดียังไง ทำแบบนี้แล้วไม่สวยยังไงด้วยเหตุผลที่เรารับฟังได้
"พ่อเจแดดร้อนขนาดนี้ทำไมร้องเพลงได้"....คำพูดของช่างเรียนจบเพียง ม.3 ทำให้เราต้องกลับมามองใบปริญญาของตัวเอง "ผมมีความสุขที่ได้กลับบ้านพาเมียมาอยู่กับลูก....ผมดีใจที่ได้มีงานเป็นของตัวเองไม่เป็นลูกจ้างเขาแล้ว"
เราสร้างโรงรถก่อนเป็นอันดับแรกเพื่อให้ช่างพัก จากนั้นจึงสร้างหลังครัวเพื่อให้เราสองคนย้ายมาอยู่เป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในการเช่าห้องแต่ละเดือนได้อีกทาง ที่สำคัญคือหากได้มาอยู่ในเวลาเช้าและเย็น อย่างน้อยก็ได้เก็บกวาดช่วยงานก่อสร้างไปด้วย มีเวลาก็ปลุกต้นไม้ ปลูกพืชสวนครัวที่เราอยากกินในอนาคต
สิ่งที่ฝันพอได้มาแล้วบางทีเราก็ยังฉงนว่า "นี้คือความฝันหรือความจริง" ความรู้สึกมีบ้านเหมือนได้ลูกชายคนแรก "นี้เรามี เราเป็นกับเขาแล้วหรือ"
🌼 ทำบ้านให้แสนสุข 🌼
ผ่านไปหลายเดือน การเก็บงานเริ่มเรียบร้อย บ้านหลักน้อยก็สร้างเสร็จ มีบริเวณที่ให้ลูกชายจอมซนวิ่งเล่น ของแถมที่ขอมาอยู่ด้วยจากสวรรค์มาเข้าฝันพ่อตา ก็คือ "ภรรยาผมท้องลูกสาว" ลูกคนที่สองของเรา
บ้านที่มีชีวิต คือ บ้านที่สร้างไม่มีวันเสร็จ พื่นหญ้าทุกยอด ดอกไม้ทุกดอก ต้นไม้ทุกต้น และสิ่งต่างๆมากมายผมและภรรยาพยายามที่สร้างมันขึ้น ดูแลด้วยความรัก และมองเห็นความลำบากกว่าจะได้มันมา
🌼 บทฝากถึง 🌼
เรื่องนี้ถึงจะยาว แต่ก็ยังยาวได้อีก ท่านผู้อ่านอาจสงสัยว่าทำไมผมต้องเขียนยาวด้วย ในเมือยุคนี้ คนส่วนมาก ชอบดู และชอบฟัง มากกว่าที่จะมาอ่านอะไรแบบนี้ ผมมีเหตุผลเพียง 2 ข้อครับ
1. หากผมมีอายุมากไปกว่านี้ผมจะจำมันได้ไหมหนอ หากสมองผมทำงานช้าลง แล้วจะจำเรื่องราวประทับใจได้อีกหรือเปล่า
2. จริงๆแล้วเรื่องราวนี้ผมตั้งใจ "ทิ้งไว้" ให้ลูกชายและลูกสาวหากในอนาคตวันใดที่เขาพร้อมได้เข้ามาอ่าน ให้เขารับรู้ว่า พ่อและแม่ นั้น รักเขามาก ทำเพื่อเขาได้ขนาดไหน
ขอบคุณช่างพ่อเจ ตอนนี้เป็นเหมือนญาติที่เราเคารพคนหนึ่ง
ขอบคุณพ่อตาที่มาอยู่คอยควบคุมออกแบบบ้านหลังนี้ให้
ขอบคุณ ภรรยา ลูกชาย ลูกสาว ที่เป็นแรงใจให้เสมอมา