3ชะนีดีเลย์ กับบาหลีครั้งแรก

กระทู้สนทนา
สวัสดีค่ะ
เป็นกระทู้รีวิวจริงจังเป็นครั้งแรกเลย
    เริ่มจากก่อนไปบาหลี เราได้เซิร์ทหาข้อมูลทั้งจากGoogle และPantip เยอะมากพอสมควร ก็เลยจะรวบรวมเอาข้อมูลทุกอย่างมารวมลงในนี้ไปเลย เผื่อใครกำลังหาข้อมูลอยู่ ก็น่าจะมีอะไรที่กำลังหาอยู่บ้าง เว้นแต่ว่าความชอบจะไม่เหมือนกัน
(รูปในกระทู้นี้ทุกรูปเราขออนุญาตเพื่อนก่อนมาลงแล้วทุกรูป)



รายละเอียดที่จะมีในกระทู้นี้
- ช่วงเดือนที่ควรไปเที่ยวบาหลี
- การนั่งเครื่องบินฝั่งไหนที่จะเห็นภูเขาไฟ
- การจองโรงแรม
- แนะนำไกด์
- การช็อปปิ้งที่ตลาด
- ใส่ชุดสีประมาณไหนถ่ายรูปให้ปัง (กับบางสถานที่)


เริ่ม!!
เราเดินทางกันวันที่20-24 สิงหาคม2561
....ว่ากันว่าช่วงเดือนที่อากาศดีที่สุดของบาหลี ไม่เจอฝน และอากาศเย็นสบาย คือ มิถุนายน-สิงหาคม......
หลังจากที่เซิร์ทเจอประโยคนี้ช่วงกลางเดือนกรกฎาคม เราก็รีบชวนเพื่อนไปทันทีเลยจ้าาาาา 55555
     สรุปคือ อากาศดีจริงๆ คือก็มีแดดแหละ แต่ลมบ้านเค้าเย็นสบาย เป็นลมที่พัดมาจากออสเตรีย ขนาดว่าออกไปเกาะ Nusa Penida แดดจ้าเชียว แต่กลับไม่รู้สึกแสบร้อนเหมือนบ้านเรา เพราะลมเค้าเย็น เจอฝนปรอยแบบเบามากๆอยู่ประมาณ 15นาที ตอนอยู่บนรถครั้งเดียว
     #สรุป มิ.ย-ส.ค ควรไป ไม่เจอฝน
ส.ค.คือช่วงHigh season ของบาหลี เราเลยได้ตั๋วของแอร์เอเชีย ราคาไปกลับอยู่ที่11,200บาท
(ค่อนข้างแพงหน่อยเพราะจองล่วงหน้าแค่ไม่ถึง 1เดือน)
      ช่วงที่จะเจอฝนเยอะๆคือ พ.ย-ก.พ เค้าบอกว่าฝนจะตกหนัก คิดว่าควรเลี่ยงนะ ไหนๆก็ไปเที่ยวทั้งที ต้องเอาให้คุ้ม ต้องพีค และต้องปัง😁



เค้าบอกว่าบนเครื่องบินจะเห็นภูเขาไฟ...
......จุดเริ่มต้นของทริปนี้.....
✨เค้าบอกว่า....ขาไปให้นั่งฝั่งขวา (ที่นั่งติดกระจกคือแถวF) จะไม่โดนแดด และเห็นภูเขาไฟ
Mission complete เรื่องที่หนื่ง
Omg!! มันสวยมากกกก แต่ถ่ายรูปออกมาแล้วไม่สวย ฝีมือไม่ดี เลยเอารูปทะเลมาฝากแทน
****แต่...... จุดพีคของภูเขาไฟอยู่ท้ายกระทู้ ไม่อยากพลาด อ่านให้จบน้าาาาา *******

✨เค้าบอกว่า...แถว8 คือแถวที่กระจกเครื่องบินอยู่ตรงกับที่นั่งมากที่สุด (ได้ความรู้มาจากPantipนี่แหละ😁)
mission complete เรื่องที่สอง
เพราะตรงจริง ตรงมาก แต่ถ่ายรูปแล้วยังแอบติดปีกกับใบพัดเครื่องบินมาอยู่นิดๆ พอเบี่ยงตัวหลบได้บ้าง แต่ยังขัดใจนิดหน่อย
✨เค้าบอกว่า....ที่นั่งแถว F23-25 ถ่ายรูปออกมาสวยที่สุด เพราะเห็นวิวมุมกว้าง ไม่ติดปีกเครื่องบิน
#ทริปนี้อยากได้ที่นั่งตามที่ต้องการ เลยโทรไปซื้อแบบระบุที่นั่ง หลังจากจองตั๋วในแอพพิเคชั่นเสร็จแล้ว สามารถโทรไปคอลเซนเตอร์ ของAir Asia เพื่อซื้อตำแหน่งที่นั่ง ที่เราต้องการได้เลย ทริปนี้ขาไปจอง 8D-F (เสียเงินเพิ่มนะคะ)
✈️การเดินทางทั้งหมดใช้เวลา 4 ชม. และเวลาที่บาหลีเร็วกว่าไทย 1 ชม.

    ขาไปบินไฟล์เช้าสุด BKK 06.15 - DPS 11.30น. (เวลาบาหลี)
สนามบินที่บาหลีชื่อ ท่าอากาศยานนานาชาติเด็นปาซาร์
หรืออีกชื่อคือ ท่าอากาศยานนานาชาติงูระฮ์ ไร ซึ่งตั้งตามชื่อวีรบุรุษของบาหลีในอดีต ที่มีชื่อว่า
I Gusti Ngurah Rai (ขับรถออกมาด้านหน้า จะเจอรูปปั้นของท่าน คนขับเลยเลยเล่าให้ฟัง)
    พอลงจากเครื่องปุ๊บ เดี๋ยวนี้การเข้าบาหลีไม่ต้องกรอกใบ ตม.แล้ว เราจะใช้แค่ใบผ่านศุลกากรใบเดียวเท่านั้น
เดินตามป้าย Immigration เรื่อยๆ จะมีช่อง VISA on arrival ช่องนั่นสำหรับฝรั่งค่ะ
คนไทยสวยๆอย่างเราเดินผ่านไปเลย หาช่อง  Immigration ให้เจอ แล้วก็ไปต่อแถวกับเค้า
หลังจากนั้น ก็เดินไปสายพานรับกระเป๋าได้เลย จะมีพนักงานคอยช่วยยกกระเป๋า แต่เราต้องเสียตังให้เค้าด้วยนะค่ายก  ถ้าไม่อยากเสียตัง ต้องไม่ให้เค้าช่วยนะ
     หลังจากรับกระเป๋า ก็จะเข้าถึงด่านศุลกากร
ด่านนี้จะมีช่องสีเขียว กับสีแดง ถ้าเราไม่ได้นำของที่ต้องสำแดงให้ศุลกากรตรวจสอบ หรือไม่ได้เอาของเข้าในปริมาณมากๆ ก็เดินเข้าช่องเขียวไปเลย
     แต่ตอนขาที่เราไป เราเดินเข้าช่องเขียวนะ พนักงานก็ตรวจสอบใบศุลกากร จำนวนกระเป๋า เสร็จปุ๊บ พอผ่านด่านไป โดนพนักงานศุลกากรตรวจสอบ ให้เอากระเป๋าเข้าเครื่องแสกน สงสัยหน้าตาไม่น่าไว้ใจ 555555 ก็แสกนไป ไม่มีอะไรค่ะ เสร็จแล้วเค้าก็ปล่อยเราสู่โลกกว้าง
    จบขั้นตอนการเข้าประเทศ

ซิม!!
    พอเดินเข้าสนามบิน เราสามารถต่อ Free Wifi ของสนามบินได้เลย ที่นั่นไม่ต้องใส่พาสเวิร์ด เชื่อมต่อได้เลย จะได้ติดต่อกับDriver ของเราได้ หลังจากนั้น
    แนะนำว่า ให้ไปซื้อซิมของบาหลีเลย บอกDriver ว่าจะขอแวะซื้อซิม เดี๋ยวเค้าพาแวะซื้อ
    **แต่อย่าลืมลงทะเบียนLine ด้วยEmil ให้เรียบร้อยก่อนเปลี่ยนซิมนะคะ Line จะได้ไม่หลุด
    วันนั้นมาซื้อนอกสนามบิน เลยไม่รู้ว่าราคาในสนามบิน กับนอกสนามบินต่างกันเยอะรึป่าว แต่เนตดี เนตแรงใช้ได้ ยกเว้นบนเกาะ Nusa Penida บนนั้นแทบไม่มีสัญญาณเลย แต่ก็คงเหมือนบ้านเราแหละ พอออกไปนอกๆหน่อยสัญญาณก็จะหาย
เราใช้ของค่ายนี้ ไม่รู้เรียกว่าอะไร แต่สัญญาณดีกว่าเนตบางค่ายที่บ้านเราอ่ะ Oop!!!

     จริงๆวันที่ไป เราเช่า Pocket wifi ไปด้วย แต่สรุปคือใช้ซิมบาหลีเนตแรง เร็ว และดีกว่า ส่วน Pocket wifi หมุนๆๆอย่างเดียว เปิดอะไรดูไม่ได้เลย ให้0คะแนน สำหรับ Pocket wifi ไม่เริสเลย

ค่าเสียหายสำหรับinternet
— Pocket wifi เช่าไป 4วัน
1,120+ค่าประกัน 200 = 1,320 บาท
— ค่าซิม 8 GB ราคา 110,000IDR หรือประมาณ 253บาท
(อายุซิม น่าจะแล้วแต่ค่าย ดูดีๆเอาให้มีอายุถึงวันกลับของเรานะคะ  พอใส่ปุ๊บ เนตก็ใช้ได้เลย ไม่ต้องรอเวลา)

     กว่าชะนี3คนจะผ่านคณะฝูงชนหัวทอง ตัวสูง ที่มองเราแทบทุกคนที่เราเดินผ่าน จนผ่านออกมาถึงด้านนอกก็ปาไป 13.00น. (เวลาบาหลี)แล้ว
     
20 august. .....Day1.....
- 11.30am airport pick up ก็กลายเป็น            
   13.00 pick up แทน
- malioboro lunch (ชื่อร้านอาหาร มื้อเที่ยง)
- melasti beach
- balangan beach ( ไปไม่ทัน)
- uluwatu temple
- single fin bar
- check in hotel

      - เริ่มมื้อเที่ยงของวันที่ร้านอาหาร Malioboro ตอน13.30น.
ที่นี่เป็นร้านอาหารอินโดที่แท้ทรู รสชาติดี ราคากลางกลางๆ
(ไม่ได้จำชื่ออาหารเลยอ่ะ จำไม่ได้เลยซักรายการ)
    **แนะนำ สำหรับคนที่ทานมังสวิรัติ มาบาหลีไม่ต้องกลัวเลย เจ้าของกระทู้ก็เป็นมังสวิรัติ สามารถทานได้ทุกร้าน ทุกโรงแรมที่ไปเลย แถมบางรายการในเมนูเค้า มันคือมังสวิรัติอยู่แล้วด้วย อีกอย่าง ที่นี่ไม่ค่อยมีเนื้อ 2 สาวเค้าอยากทาน ส่วนใหญ่ก็เจอแต่ไก่ กับปลา
    รูปแรกเป็นอาหารมังสวิรัติ ที่มีอยู่ในเมนูอร่อยดี ส่วนรูป2 คือไก่ แต่จำชื่อไม่ได้ เพื่อนบอกว่ารสชาติดี



      - ไปต่ออย่างรวดเร็วที่ Melasti beach
หาดทรายสีขาว ทะเล และริมผา ที่นี่เป็นถนนเส้นที่สวยมากกกกกกกกก ถึงมากที่สุดที่นึง เสียดาย ทำเมมโมรี่หาย ในนั้นอุตส่าถ่ายvdo ตอนรถวิ่งไว้ด้วย เสียใจหนักมาก มันสวยมากจริงๆ
  
https://www.instagram.com/s/aGlnaGxpZ2h0OjE3ODU0NDM3OTM3MzA0MDY2/






      - Uluwatu temple เป็นวัดที่อยู่ริมหน้าผา และ....ลิงดุมาก!!!! และขี้ขโมย ลิงมันร้ายมากจริงๆ
**คำเตือนในการเข้าวัดนี้คือ
- ห้ามถือโทรศัพท์มือถือ
- ห้ามใส่แว่น หรือห้อยไว้ที่เสื้อ ลิงจะแย่งไปแล้วหักทิ้งทันที ไม่ว่าแว่นของคุณจะแพงขนาดไหน เดี๋ยวพอเดินเข้าไปเราก็จะได้ยินเสียงคนกรี้ดเพราะโดนแย่งของเป็นระยะๆ ให้เห็นจะจะคาตา
- ของกินต่างๆ ภาพที่เห็นคือ ลิงแย่งน้ำจากมือนทท. แล้วยืนเทน้ำทิ้งอย่าช้าๆแบบเยาะเย้ย
ส่วนวิวต่างๆสวยมาก สมคำร่ำลือ
     คนที่นี่นับถือศาสนาฮินดู วัดต่างๆรูปทรงจะคล้ายๆกัน มีวัดเล็กๆหลายๆวัดที่อยู่รวมในอนาเขตเดียวกันอยู่หลายๆที่
     ก่อนเข้าวัดไม่ว่าเราจะใส่กางเกงขายาว กระโปรงยาวเรียบร้อยขนาดไหน เราก็จะต้องใส่โสร่งที่เค้าเตรียมไว้ให้ทุกครั้ง
     วัดนี้แจกโสร่งฟรี เป็นโสร่งสีม่วง ผ้าคาดเอวสีส้ม และมีกล่องให้ทำบุญตามศรัทธา








Dinner  sunset กับ Top view ในฝัน....
กับ  single fin bar
    ฝัน...จริงๆ คือมันสวยจริงๆอ่ะ บรรยากาศดีมากกกกกก และก็คนเยอะมากกกกกกกก จนไม่มีโต๊ะนั่ง 3ชะนีก็ได้แต่วนรอบร้าน ทั้งขึ้นชั้นบน ลงชั้นล่างอย่างไม่ยอมย่อท้อ สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้คกตกกลับออกมา ไม่ได้แม้แต่จะถ่ายรูปซักรูป😭
    ร้านนี้ถ้าไปช่วงเย็นน่าจะหาที่นั่งยาก เพราะทุกคนมารอพระอาทิตย์ตกดิน ถ้ามีเวลาเเนะนำว่าให้ไปยึดที่ตั้งแต่ช่วงบ่ายๆเลย ฟิลดีมากจริงๆ
   แต่มีสิ่งนึงที่โลกจะต้องรู้....คือ......!!!!
ฝรั่งที่นี่หล่อมากกกกก แบบ มว๊ากกกกกกกก!! เป็นศูนย์รวม ฝ หน้าตาดี บอดี้เริสสสส เค้าเป็นนักเซิฟกันอ่ะเนาะ ผู้หญิงก็โค-ตะ-ระ สวย ผู้ชายคือ โค-ตะ-ระ ดีย์ยยยยยย
   แม้เเต่จีน ก็ยังสวยดูดี ไม่โฉ่งฉ่าง ดูสากล เอ๊ะ ต่างชาติเค้าจะมองพวกเราแบบนั้นบ้างมั้ยนะ(มโนแป๊บ) แต่ที่แน่ๆเดินผ่านร้านอาหาร พนักงานทักทันที ....หนีห่าว!! 😆


     สรุปเลยไม่ได้Dinner ร้านนี้ ได้เข้าไปดูสบายใจละ เลยบอกคนขับว่า ไปร้านไหนก็ได้ ขอให้มีข้าวกิน เพราะชะนี หิวววววววว 😂
     ภาพวันแรกหน้าตาจะเจื่อนๆกันหน่อย เพราะเครื่องยังไม่ติด แอบเหนื่อย ขอนอนก่อนคืนนึง เดี๋ยววันที่2รู้กัน😆
     ปล.โรงแรมคืนแรกคือดีมากกก จนต้องขอแยกไปรีวิวอีกโพสนึง ตามลิ้งนี้ไปเลย👉🏻 https://pantip.com/topic/38010806
มันดีจริงๆอยากให้ทุกคนได้ลอง

เดี๋ยวมาต่อเรื่องการจองโรงแรม
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่