
รีวิวครั้งแรก ก็เลยอาจจะยืดเยื้อยืดยาวยังไง ทนอ่านกันหน่อยนะจ๊ะ แต่ของบอกเลย บางส่วนบางช่วงก็ไม่ได้สวยหรู ไม่ได้ปัง เหมือนเดินอยู่ทุ่งลาเวนเดอร์นะ ก็อย่างว่าไปภูเขาไฟอ่ะเนอะ รูปก็จะคนละโทนกันไปเพราะเอามาจากเพื่อนหลายคนที่ไปด้วยกัน มือใหม่นะค่ะฝากตัวด้วยจร้าาาา
ทริปนี้ เกิดขึ้นในวันแต่งงานของเพื่อนสาวคนหนึ่ง นางอยากไป ดูภูเขาไฟ Bromo เรากับเพื่อนอีกคนเลยจัดให้นางซะเลย เลือกวัน และประกาศข่าวรวบรวมพรรคพวก มาได้ 13 คน อลังการดาวล้านดวงมากๆ เห็นจำนวนคน ก็เริ่มปวดหัวแล้ว
อันดับแรกเลย ก็ต้องศึกษาเส้นทางเที่ยวบิน ว่าจะบินไปลงที่ไหนดี รูทเที่ยวจะไปไหนบางคร่าวๆ จะไปกี่วัน วันไหนบ้าง
จนได้บทสรุปว่า ไป 6 วัน ลูปเที่ยวคือ Bromo - Kawahijen - Bali วันที่ 21-26 สิงหาคม 2018
เมื่อได้ตามนี้ก็จัดการหาจังหวะตั๋วถูก ยากมากนะขอบอกกับจำนวนผู้ร่วมทริป 13 คน แต่ก็ได้ตั๋วราคาน่าพึ่งพอใจมาจนได้แบบล่วงหน้าหลายเดือนด้วยยยย
เที่ยวบินที่เราได้คือของ Airasia
ขาไป บินไปลง กัวลาลัมเปอร์ รอต่อเครื่อง 9 ชม เพื่อไป สุราบายา
ขากลับ บินตรงจากบาหลี กลับ ไทย
รวมราคา ตั๋วไปกลับ พร้อมน้ำหนักกระเป๋า 20 โล 9800 บาท
เมื่อได้ตั๋ว ก็ทำโปรแกรมการเที่ยว รายการของที่ต้องใช้ แจกแจงค่าใช้จ่าย ติดต่อไกด์
ไกด์ที่เราเลือกใช้ ชื่อ Tommy เมลตามนี้เลยจร้าา blueisland_024@yahoo.com
รูปรายละเอียดที่คุยกับไกด์

ทั้งหมดค่าใช้จ่าย รวม 21,000,000 รูเปียห์ หาร 13 คน
เมื่อติดต่อไกด์เรียบร้อยก็ต่อด้วยโปรแกรมเที่ยว
รูปโปรแกรมเที่ยว

แล้วตามด้วยรายละเอียดค่าใช้จ่ายและสิ่งของที่ต้องเตรียม ศึกษารายละเอียดจาก รีวิวต่างๆ
รูปรายละเอียดค่าใช้จ่ายและสิ่งของที่ต้องเตรียม

สุดท้ายคือ เตรียมความพร้อมร่างกาย ก่อน 3 เดือน ทั้ง วิ่ง เข้าฟิตเนต และ รอเวลา รอเวลาาาาาาาาาาาาา
แต่เรื่องที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นจนได้ เพื่อนสาวและแฟนที่อยากไป กลับไปไม่ได้ซะงั้น ติดภาระกิจที่บ้าน หายไป 2 คนเศร้าได้อีก แต่เรื่องไม่คาดคิดยังไม่หยุดอยู่แค่นี้สินะ เกิดแผ่นดินไหวที่ เกาะลมบก อินโดนีเซีย เมื่อข่าวรายงานชื่อประเทศว่า “อินโดนีเซีย” แค่นั้นแหละ บรรดาครอบครัวของผู้รวมทริปก็ดร่ามากันยกใหญ่ เป็นห่วงกันไปตามๆกัน สุดท้ายท้ายสุด ก็หายไปอีก 1 คน เหลือผู้ร่วมชะตากรรม 10 คนถ้วน
3 วันสุดท้ายก่อนการเดินทาง เช็คกระเป๋า เช็คของที่ต้องใช้ แลกเงิน ปริ้นเอกสารต่างๆ พร้อมออกเดินทางกันเลย

ถือเงินล้านค่ะ ก็จะดูรวยๆกันหน่อย แหมมมมมมม ตีเป็นเงินไทย แค่ 10000 บาท แค่นั้นแหละ

เมื่อของพร้อม เวลาเดินทางก็มาถึง
โฉมหน้าผู้ร่วมชะตากรรม ทั้ง 10 คน
แหมยิ้มแย้มแจ่มใสกันเชียววววว

เราออกเดินทางจากดอนเมืองกัน วันที่ 21 เวลา 21:30 ถึง สนามบิน กัวลาลัมเปอร์ เวลา 00:45 ของวันที่ 22 เพื่อบินต่อไป สุราบายา เวลา 9:00 เพราะฉะนั้น ต้องอยู่ สนามบินกัวลาลัมเปอร์ เกือบ 9 ชม ภาระกิจของวันนี้คือ หาที่นอน

ในที่สุดก็ได้ที่นอนที่ เหมาะสม ตามรูปเลยค่ะ ความลำบากแรกของทริปได้เริ่มขึ้นแล้ว

จริงๆมีคนนอนที่สนามบินเหมือนเราเยอะพอสมควรนะ ก็มีบางจุดที่เขาจัดไว้ให้นอนแหละ แต่ก็ไม่ได้มาก (หรือเราเดินหาไม่เจอก็ไม่รู้) เราไปถึงช้ามันเลยมีคนจับจองไปกันก่อน ที่นอนที่เราได้เลยตามพื้นสนามบินนั้นแหละ ตามสภาพก็พอนอนได้ ให้ผ่านพ้นวันไป

เช้าวันที่ 22 ตื่นมาก็ต้องหาอะไรกินกันหน่อย ง่ายๆต่างแดน ต้อง ไก่ทอด อาหารยอดคุณ ยังไม่กล้าออกจาก เซฟโซนกัน
เรื่องเงินที่ใช้ที่ กัวลาลัมเปอร์ จริงๆตอนแรกวางไว้ว่าจะใช้เงินดอลล่าในการใช้จ่าย แต่ ปรากฏว่า ต้องใช้เงิน ริงกิจ ในการซื้อของ ก็เลยต้องเอาเงินดอลล่าที่มีไปแลกเป็นริงกิจกันมา เคาท์เตอร์แลกเงินที่ กัวลาลัมเปอร์ จะมีบางจุดที่เปิด 24 ชม ลองเดินหาดูกันนะ

เมื่ออิ่มก็ไปรอขึ้นเครื่องกันเลยยยยย

สภาพก็จะหง่อมๆหน่อย
เย้!!! ได้เวลาเดินทางแล้วววว

ในที่สุดก็ถึง สนามบิน สุราบายา เสียที 12 ชม ที่ยาวนานของฉัน (รวมเวลาที่อยู่บนเครื่องด้วยจร้า)
เวลาที่สุราบายาเท่ากับบ้านเรา แต่ที่ กัวลาลัมเปอร์ จะเร็วกว่าเรา 1 ชม งงกันอยู่สักพักนึง
เมื่อเราจัดการกับกระเป๋า ผ่าน ตม ก็มาเจอกับพี่ไกด์ ที่ Tommy ส่งมาแทน ชื่อ Ewan เป็นชายร่างใหญ่ หน้าตาดุดัน เห็นตอนแรกก็มีอึ้งๆเหมือนกัน แต่จริงๆ เขาน่ารักมากกกกกกกกกก แต่แอบนินทานิดนึง พี่แกขับรถได้
เหวียดมากกกกกกกกกกกกกก ชนิดที่ว่าถ้ามาขับที่ไทยคงได้เห็นมวยสักฝุ่นแน่นอน สงสัยพี่แกคงมีชื่อจริงว่า อีวาน โทเรตโต้ แน่นอน

เอ้าเมื่อเจรจาพาทีกับไกด์เรื่องเปลี่ยนเอาน้ำตก Madakaripura มาเป็นวันนี้ก่อน จากเดิมที่ต้องไปหลังจากขึ้นโบรโม่ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไกด์ก็พาเรามาขึ้นรถ เป็นรถตู้ 18 ที่นั่ง เปิดได้ 2 ประตู ไม่รวมข้างคนขับนะจ๊ะ เพิ่งจะเคยเห็นรถตู้แบบนี้เป็นครั้งแรก เป็นรถที่ยาววววว มากกกก ก.ไก่ ล้านตัว เมื่อทึ่งกับรถเสร็จ ก็จัดการเอากระเป๋าขึ้นรถ พร้อมออกเดินทางกันเลยยยย

อันนี้รูปรถที่ tommy ส่งมา ที่เราได้ไม่ต่างกันแค่ เปลี่ยนจากสีเหลือง เป็น สีฟ้าดำ

เมื่อเริ่มออกเดินทางก็จัดการรวบรวมเงินค่าทริป เพื่อให้พี่ไกด์ รู้สึกดี ได้ถือเงิน 21,000,000 ล้าน แต่ไม่ใช่เงินบาทไง เงินรูเปียห์นะเธอ มันก็จะหนาหน่อยๆ

จะว่าไปคนอินโดก็ขับรถกันหวาดเสียวใช่ได้เลยนะ น้องๆพี่เวียดนามกันเลยที่เดียว แซงกันแบบหวุดหวิดมากกกกกกกก แต่ก็ไม่เห็นจะมีเรื่องกัน ลองเป็นคนไทยสิ สงสัยคงได้ดูมวยหลายคู่กันแน่นอน

ก่อนถึงน้ำตก Ewan พาเราแวะกินข้าว ก่อน ไม่รอช้า เมื่อโปรแกรมเปลี่ยน ชุดก็ต้องเปลี่ยนตาม จะรออะไร ลานจอดรถก็จัดการเปลี่ยนชุดได้เช่นกัน

เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ ก็มาจัดการกับอาหารกลางวันต่อ

ที่กินคือ ข้าวผัดพร้อมไก่ทอดที่เหลือจากสนามบิน กับ ไก่บาบีคิว ความโง่ของวันนี้คือ เมื่อได้ยินว่าไก่บาบีคิว ก็พากันมโนไปเองว่า มันคือไก่สะเต๊ะ แน่นอน ทุกคนเลยจัดกันคนละ 1 ที่ พร้อม อาหารอีก 1 อย่าง เป็นไงหละค่ะ มาเป็นจานเลยค่ะ จุกกันไป พูดถึงรสชาติ ก็ข้าวผัดเด็ก ส่วนไก่ก็เผ็ดๆอร่อยพอได้ แต่ที่เห็นจะถูกปากคงเป็นไอ้น้ำพริกที่ให้มาพร้อมกับไก่บาบีคิวนั้นแหละ ถูกปากคนไทยแน่นอน
เมื่ออิ่มหนำสำราญก็เริ่มออกเดินทาง สู่ น้ำตก Madakaripura
หลังจาก ผ่านไปเกือบ 4 ชม จากสนามบิน สู่ น้ำตก เราก็มาถึงกันเสียที รถตู้จะพาเรามาจอด ณ จุดหนึ่งเราต้องนั่งรถมอเตอร์ไซด์ที่ Ewan เตรียมไว้ให้ (รวมอยู่ในค่าทริป) พร้อมพบเจอกับไกด์ท้องถิ่น 2 คน เพื่อไปทางเดินเข้าสู่น้ำตก ทางก็จะมีชันบ้าง ขรุขระบ้าง ตกหลุมบ้าง เพื่อนบางคนบอกเจ็บตูดดีแท้

ระยะทางที่นั่งมอเตอร์ไซด์ ประมาณ 15 นาที เราก็มาถึงปากทางที่เราจะเดินไปสู่ น้ำตกกัน ระยะทางการเดิน ประมาณ 30-45 นาที แล้วแต่ สปี๊ด กำลังขาและสปี๊ดการแวะถ่ายรูปของแต่ละคน แต่บอกเลย ตลอดระยะทางที่เดินไป สวยมาก บรรยากาศดีสุดๆ
ก่อนเดินเข้าก็ทำการเตรียมเสื้อกันฝนให้พร้อมกันก่อน

เมื่อพร้อมก็เริ่มเดินกันเลยจร้าาาาา

ระหว่างที่เราเดินไป ยังไม่ค่อยเปียกสักเท่าไหร่ แต่พอถึงจุดเริ่มของน้ำตกแค่นั้นแหละ ตามภาพเลยค่ะ

มันก็จะเปียกหนักๆกันหน่อยตรงระหว่างทางก่อนถึงน้ำตก แนะนำเลยว่า เสื้อกันฝน จะ เสื้อกันฝนพลาสติก หรือ เสื้อแจ็คเก็จกันฝน (เราใช้ ของ northface ซื้อมาตอนไปเวียดนาม ดีงามพระราม8 มาก เสื้อข้างในไม่เปียกเลยจร้าาา) กระเป๋ากันน้ำ
เคสมือถือกันน้ำเตรียมมาให้พร้อมนะค่ะ ถ้าจะเอาของเข้าไปด้วย

ระหว่างทางที่เดินไปยังจุดของน้ำตก มันก็จะต้องเดินไปตามหิน ลื่นบ้าง ชันบ้าง โคลนบ้าง แต่ไม่ทำให้ สปี๊ดการถ่ายรูป ลดลงเลยจริงๆ
[CR] Bromo-Kawahijen-bali อินโดโอโฮ้อะโลฮ่า มาร่างแตกไปพร้อมๆกัน
รีวิวครั้งแรก ก็เลยอาจจะยืดเยื้อยืดยาวยังไง ทนอ่านกันหน่อยนะจ๊ะ แต่ของบอกเลย บางส่วนบางช่วงก็ไม่ได้สวยหรู ไม่ได้ปัง เหมือนเดินอยู่ทุ่งลาเวนเดอร์นะ ก็อย่างว่าไปภูเขาไฟอ่ะเนอะ รูปก็จะคนละโทนกันไปเพราะเอามาจากเพื่อนหลายคนที่ไปด้วยกัน มือใหม่นะค่ะฝากตัวด้วยจร้าาาา
ทริปนี้ เกิดขึ้นในวันแต่งงานของเพื่อนสาวคนหนึ่ง นางอยากไป ดูภูเขาไฟ Bromo เรากับเพื่อนอีกคนเลยจัดให้นางซะเลย เลือกวัน และประกาศข่าวรวบรวมพรรคพวก มาได้ 13 คน อลังการดาวล้านดวงมากๆ เห็นจำนวนคน ก็เริ่มปวดหัวแล้ว
อันดับแรกเลย ก็ต้องศึกษาเส้นทางเที่ยวบิน ว่าจะบินไปลงที่ไหนดี รูทเที่ยวจะไปไหนบางคร่าวๆ จะไปกี่วัน วันไหนบ้าง
จนได้บทสรุปว่า ไป 6 วัน ลูปเที่ยวคือ Bromo - Kawahijen - Bali วันที่ 21-26 สิงหาคม 2018
เมื่อได้ตามนี้ก็จัดการหาจังหวะตั๋วถูก ยากมากนะขอบอกกับจำนวนผู้ร่วมทริป 13 คน แต่ก็ได้ตั๋วราคาน่าพึ่งพอใจมาจนได้แบบล่วงหน้าหลายเดือนด้วยยยย
เที่ยวบินที่เราได้คือของ Airasia
ขาไป บินไปลง กัวลาลัมเปอร์ รอต่อเครื่อง 9 ชม เพื่อไป สุราบายา
ขากลับ บินตรงจากบาหลี กลับ ไทย
รวมราคา ตั๋วไปกลับ พร้อมน้ำหนักกระเป๋า 20 โล 9800 บาท
เมื่อได้ตั๋ว ก็ทำโปรแกรมการเที่ยว รายการของที่ต้องใช้ แจกแจงค่าใช้จ่าย ติดต่อไกด์
ไกด์ที่เราเลือกใช้ ชื่อ Tommy เมลตามนี้เลยจร้าา blueisland_024@yahoo.com
รูปรายละเอียดที่คุยกับไกด์
ทั้งหมดค่าใช้จ่าย รวม 21,000,000 รูเปียห์ หาร 13 คน
เมื่อติดต่อไกด์เรียบร้อยก็ต่อด้วยโปรแกรมเที่ยว
รูปโปรแกรมเที่ยว
แล้วตามด้วยรายละเอียดค่าใช้จ่ายและสิ่งของที่ต้องเตรียม ศึกษารายละเอียดจาก รีวิวต่างๆ
รูปรายละเอียดค่าใช้จ่ายและสิ่งของที่ต้องเตรียม
สุดท้ายคือ เตรียมความพร้อมร่างกาย ก่อน 3 เดือน ทั้ง วิ่ง เข้าฟิตเนต และ รอเวลา รอเวลาาาาาาาาาาาาา
แต่เรื่องที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นจนได้ เพื่อนสาวและแฟนที่อยากไป กลับไปไม่ได้ซะงั้น ติดภาระกิจที่บ้าน หายไป 2 คนเศร้าได้อีก แต่เรื่องไม่คาดคิดยังไม่หยุดอยู่แค่นี้สินะ เกิดแผ่นดินไหวที่ เกาะลมบก อินโดนีเซีย เมื่อข่าวรายงานชื่อประเทศว่า “อินโดนีเซีย” แค่นั้นแหละ บรรดาครอบครัวของผู้รวมทริปก็ดร่ามากันยกใหญ่ เป็นห่วงกันไปตามๆกัน สุดท้ายท้ายสุด ก็หายไปอีก 1 คน เหลือผู้ร่วมชะตากรรม 10 คนถ้วน
3 วันสุดท้ายก่อนการเดินทาง เช็คกระเป๋า เช็คของที่ต้องใช้ แลกเงิน ปริ้นเอกสารต่างๆ พร้อมออกเดินทางกันเลย
ถือเงินล้านค่ะ ก็จะดูรวยๆกันหน่อย แหมมมมมมม ตีเป็นเงินไทย แค่ 10000 บาท แค่นั้นแหละ
เมื่อของพร้อม เวลาเดินทางก็มาถึง
โฉมหน้าผู้ร่วมชะตากรรม ทั้ง 10 คน
แหมยิ้มแย้มแจ่มใสกันเชียววววว
เราออกเดินทางจากดอนเมืองกัน วันที่ 21 เวลา 21:30 ถึง สนามบิน กัวลาลัมเปอร์ เวลา 00:45 ของวันที่ 22 เพื่อบินต่อไป สุราบายา เวลา 9:00 เพราะฉะนั้น ต้องอยู่ สนามบินกัวลาลัมเปอร์ เกือบ 9 ชม ภาระกิจของวันนี้คือ หาที่นอน
ในที่สุดก็ได้ที่นอนที่ เหมาะสม ตามรูปเลยค่ะ ความลำบากแรกของทริปได้เริ่มขึ้นแล้ว
จริงๆมีคนนอนที่สนามบินเหมือนเราเยอะพอสมควรนะ ก็มีบางจุดที่เขาจัดไว้ให้นอนแหละ แต่ก็ไม่ได้มาก (หรือเราเดินหาไม่เจอก็ไม่รู้) เราไปถึงช้ามันเลยมีคนจับจองไปกันก่อน ที่นอนที่เราได้เลยตามพื้นสนามบินนั้นแหละ ตามสภาพก็พอนอนได้ ให้ผ่านพ้นวันไป
เช้าวันที่ 22 ตื่นมาก็ต้องหาอะไรกินกันหน่อย ง่ายๆต่างแดน ต้อง ไก่ทอด อาหารยอดคุณ ยังไม่กล้าออกจาก เซฟโซนกัน
เรื่องเงินที่ใช้ที่ กัวลาลัมเปอร์ จริงๆตอนแรกวางไว้ว่าจะใช้เงินดอลล่าในการใช้จ่าย แต่ ปรากฏว่า ต้องใช้เงิน ริงกิจ ในการซื้อของ ก็เลยต้องเอาเงินดอลล่าที่มีไปแลกเป็นริงกิจกันมา เคาท์เตอร์แลกเงินที่ กัวลาลัมเปอร์ จะมีบางจุดที่เปิด 24 ชม ลองเดินหาดูกันนะ
เมื่ออิ่มก็ไปรอขึ้นเครื่องกันเลยยยยย
เย้!!! ได้เวลาเดินทางแล้วววว
ในที่สุดก็ถึง สนามบิน สุราบายา เสียที 12 ชม ที่ยาวนานของฉัน (รวมเวลาที่อยู่บนเครื่องด้วยจร้า)
เวลาที่สุราบายาเท่ากับบ้านเรา แต่ที่ กัวลาลัมเปอร์ จะเร็วกว่าเรา 1 ชม งงกันอยู่สักพักนึง
เมื่อเราจัดการกับกระเป๋า ผ่าน ตม ก็มาเจอกับพี่ไกด์ ที่ Tommy ส่งมาแทน ชื่อ Ewan เป็นชายร่างใหญ่ หน้าตาดุดัน เห็นตอนแรกก็มีอึ้งๆเหมือนกัน แต่จริงๆ เขาน่ารักมากกกกกกกกกก แต่แอบนินทานิดนึง พี่แกขับรถได้
เหวียดมากกกกกกกกกกกกกก ชนิดที่ว่าถ้ามาขับที่ไทยคงได้เห็นมวยสักฝุ่นแน่นอน สงสัยพี่แกคงมีชื่อจริงว่า อีวาน โทเรตโต้ แน่นอน
เอ้าเมื่อเจรจาพาทีกับไกด์เรื่องเปลี่ยนเอาน้ำตก Madakaripura มาเป็นวันนี้ก่อน จากเดิมที่ต้องไปหลังจากขึ้นโบรโม่ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไกด์ก็พาเรามาขึ้นรถ เป็นรถตู้ 18 ที่นั่ง เปิดได้ 2 ประตู ไม่รวมข้างคนขับนะจ๊ะ เพิ่งจะเคยเห็นรถตู้แบบนี้เป็นครั้งแรก เป็นรถที่ยาววววว มากกกก ก.ไก่ ล้านตัว เมื่อทึ่งกับรถเสร็จ ก็จัดการเอากระเป๋าขึ้นรถ พร้อมออกเดินทางกันเลยยยย
อันนี้รูปรถที่ tommy ส่งมา ที่เราได้ไม่ต่างกันแค่ เปลี่ยนจากสีเหลือง เป็น สีฟ้าดำ
เมื่อเริ่มออกเดินทางก็จัดการรวบรวมเงินค่าทริป เพื่อให้พี่ไกด์ รู้สึกดี ได้ถือเงิน 21,000,000 ล้าน แต่ไม่ใช่เงินบาทไง เงินรูเปียห์นะเธอ มันก็จะหนาหน่อยๆ
จะว่าไปคนอินโดก็ขับรถกันหวาดเสียวใช่ได้เลยนะ น้องๆพี่เวียดนามกันเลยที่เดียว แซงกันแบบหวุดหวิดมากกกกกกกก แต่ก็ไม่เห็นจะมีเรื่องกัน ลองเป็นคนไทยสิ สงสัยคงได้ดูมวยหลายคู่กันแน่นอน
ก่อนถึงน้ำตก Ewan พาเราแวะกินข้าว ก่อน ไม่รอช้า เมื่อโปรแกรมเปลี่ยน ชุดก็ต้องเปลี่ยนตาม จะรออะไร ลานจอดรถก็จัดการเปลี่ยนชุดได้เช่นกัน
เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ ก็มาจัดการกับอาหารกลางวันต่อ
ที่กินคือ ข้าวผัดพร้อมไก่ทอดที่เหลือจากสนามบิน กับ ไก่บาบีคิว ความโง่ของวันนี้คือ เมื่อได้ยินว่าไก่บาบีคิว ก็พากันมโนไปเองว่า มันคือไก่สะเต๊ะ แน่นอน ทุกคนเลยจัดกันคนละ 1 ที่ พร้อม อาหารอีก 1 อย่าง เป็นไงหละค่ะ มาเป็นจานเลยค่ะ จุกกันไป พูดถึงรสชาติ ก็ข้าวผัดเด็ก ส่วนไก่ก็เผ็ดๆอร่อยพอได้ แต่ที่เห็นจะถูกปากคงเป็นไอ้น้ำพริกที่ให้มาพร้อมกับไก่บาบีคิวนั้นแหละ ถูกปากคนไทยแน่นอน
เมื่ออิ่มหนำสำราญก็เริ่มออกเดินทาง สู่ น้ำตก Madakaripura
หลังจาก ผ่านไปเกือบ 4 ชม จากสนามบิน สู่ น้ำตก เราก็มาถึงกันเสียที รถตู้จะพาเรามาจอด ณ จุดหนึ่งเราต้องนั่งรถมอเตอร์ไซด์ที่ Ewan เตรียมไว้ให้ (รวมอยู่ในค่าทริป) พร้อมพบเจอกับไกด์ท้องถิ่น 2 คน เพื่อไปทางเดินเข้าสู่น้ำตก ทางก็จะมีชันบ้าง ขรุขระบ้าง ตกหลุมบ้าง เพื่อนบางคนบอกเจ็บตูดดีแท้
ระยะทางที่นั่งมอเตอร์ไซด์ ประมาณ 15 นาที เราก็มาถึงปากทางที่เราจะเดินไปสู่ น้ำตกกัน ระยะทางการเดิน ประมาณ 30-45 นาที แล้วแต่ สปี๊ด กำลังขาและสปี๊ดการแวะถ่ายรูปของแต่ละคน แต่บอกเลย ตลอดระยะทางที่เดินไป สวยมาก บรรยากาศดีสุดๆ
ก่อนเดินเข้าก็ทำการเตรียมเสื้อกันฝนให้พร้อมกันก่อน
เมื่อพร้อมก็เริ่มเดินกันเลยจร้าาาาา
ระหว่างที่เราเดินไป ยังไม่ค่อยเปียกสักเท่าไหร่ แต่พอถึงจุดเริ่มของน้ำตกแค่นั้นแหละ ตามภาพเลยค่ะ
มันก็จะเปียกหนักๆกันหน่อยตรงระหว่างทางก่อนถึงน้ำตก แนะนำเลยว่า เสื้อกันฝน จะ เสื้อกันฝนพลาสติก หรือ เสื้อแจ็คเก็จกันฝน (เราใช้ ของ northface ซื้อมาตอนไปเวียดนาม ดีงามพระราม8 มาก เสื้อข้างในไม่เปียกเลยจร้าาา) กระเป๋ากันน้ำ
เคสมือถือกันน้ำเตรียมมาให้พร้อมนะค่ะ ถ้าจะเอาของเข้าไปด้วย
ระหว่างทางที่เดินไปยังจุดของน้ำตก มันก็จะต้องเดินไปตามหิน ลื่นบ้าง ชันบ้าง โคลนบ้าง แต่ไม่ทำให้ สปี๊ดการถ่ายรูป ลดลงเลยจริงๆ
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้
ดูแผนที่ขนาดใหญ่ขึ้น