'ภูมิธรรม' ยันทุกอย่างจบ หลังปลดล็อก
http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/812380
"ภูมิธรรม" ยัน ทุกอย่างจบ หลังปลดล็อก ย้ำ "เพื่อไทย" มีเอกภาพ
เมื่อวันที่ 6 ก.ย.61 ที่พรรคเพื่อไทย นาย
ภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีระยะเวลา 70 วัน ที่รัฐบาลเชื่อว่าสามารถดำเนินการหาเสียงและจัดทำนโยบายทัน ว่า รัฐบาลนี้ดำเนินการเมืองแบบรัฐราชการ และเคยชินกับการเป็นผู้สั่งการกำหนดชีวิตประชาชนมาโดยตลอด ดังนั้นสิ่งที่พรรคการเมืองอยากเสนอ คือการคืนกลับสู่ความเป็นประชาธิปไตยปกติ ให้ประชาชนเขาเลือกชีวิตของเขา ไม่ใช่ตัวเองเป็นผู้กำหนดทุกอย่าง คนในรัฐบาลอาจจะไม่เข้าใจจุดยืนของพี่น้องประชาชนจึงได้แต่สั่งการเพื่อให้คนอื่นปฏิบัติตามแต่สิ่งที่ตัวเองต้องการให้ทำ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผิดจากหัวใจของประชาธิปไตย ฉะนั้น สิ่งที่พล.อ.
ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ควรทำวันนี้คือยกเลิกสิ่งที่เป็นอุปสรรคต่อการเป็นประชาธิปไตยทั้งหมด คืนกลับสู่ความเป็นปกติ ถอนตัว ให้กองทัพกลับคืนสู่ระบบปกติ แล้วให้ประชาชนเข้ามาตัดสินอนาคตของตัวเอง
เมื่อถามว่าแนวคิดการห้ามใช้สื่อโซเชียลมีเดียในการหาเสียง นาย
ภูมิธรรม กล่าวว่า ถ้าทำจริงๆ จะทำให้ประเทศไทยตกต่ำลงไปมาก เพราะโลกทุกวันนี้เปิดหมดแล้ว แล้วทุกประเทศในโลกใช้การสื่อสารเป็นหัวใจสำคัญในการสื่อสารระหว่างรัฐบาลกับพี่น้องประชาชน การที่รัฐบาลจะควบคุมเรื่องนี้จะเป็นการปิดกั้นพี่น้องประชาชน และเป็นการประกาศให้โลกรู้ว่ารัฐบาลจะเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตของประชาชนในประเทศนี้ด้วยตัวรัฐบาลเอง เท่ากับจะพากันถอยหลังเข้าคลอง
เมื่อถามว่าความเป็นเอกภาพของพรรคเพื่อไทยหลังจากมีชื่อหัวหน้าพรรคเสนอผ่านสื่อจำนวนมาก นาย
ภูมิธรรม กล่าวว่า ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยวันนี้ยังมีเอกภาพดี การมีความเห็นที่อยากได้คนหลายๆคนมาเป็นผู้นำพรรคเป็นธรรมชาติของระบอบประชาธิปไตย เราสามารถเห็นความเป็นผู้นำของพรรคเราที่มีความโดดเด่นในแต่ละด้าน ถึงแม้ปัจจุบันเรามีคณะผู้นำหมู่รวมกันหลายๆคน แต่การเป็นหัวหน้าพรรคเป็นเพียงแค่การมารับผิดชอบในการเชื่อมประสานกับทุกฝ่ายให้ดำเนินการไป
ทั้งนี้ เรื่องนี้จะจบอย่างแน่นอนหากมีการปลดล็อก หรือคลายล็อกโดยเร็วแล้วให้พรรคดำเนินการประชุมกับสมาชิกเพื่อดำเนินการสรรหาผู้นำของเรา สิ่งที่พี่น้องประชาชน หรือสื่อมวลชนได้นำเสนอชื่อบุคคลต่างๆมา ทางพรรคต้องขอขอบพระคุณที่ทุกคนเอาใจใส่ที่จะช่วยเราในการพิจารณาหาผู้นำ
สจ.บัวใหญ่โต้เปล่าเก็บบัตร ปชช.แค่สำเนา 'แรมโบ้' ชี้ทำเป็นขบวนการ-วางหัวคะแนน-จัดตั้งฐานเสียง (คลิป)
https://www.matichon.co.th/politics/news_1119592
ความคืบหน้ากรณีกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงพื้นที่ อ.บัวใหญ่ จ.ครราชสีมา ตรวจสอบพบนาย
กำจัด ศรีนอก อดีตผู้ใหญ่บ้านโนนนางาม ต.ดอนตะหนิน อ.บัวใหญ่ ได้เก็บสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนในหมู่บ้าน จำนวน 70 ราย เพื่อนำไปให้ป้านาง ผู้เป็นแม่ของนาย
พิเชฏฐ์ ชัยศรี สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) นครราชสีมา อ.บัวใหญ่ เขต 2 เพื่อใช้กระทำการบางอย่าง ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ขัดต่อคำสั่งของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ห้ามดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับการเมือง เจ้าหน้าที่จึงว่ากล่าวตักเตือน และให้นาย
กำจัดนำสำเนาบัตรประชาชนทั้งหมดไปคืนให้กับเจ้าของบัตร และรายงานพฤติกรรมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบตามขั้นตอนต่อไป
นาย
พิเชฏฐ์ กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 5 กันยายน นายกำจัดเป็นผู้สนับสนุนพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในพื้นที่ อ.บัวใหญ่ ได้ลงพื้นที่บอกกล่าวความตั้งใจของตนซึ่งเป็น ส.อบจ.เขต อ.บัวใหญ่ มาหลายสมัย ได้เสนอขอเป็นตัวแทนชาวบัวใหญ่ เพื่อทำความเจริญให้กับบ้านเกิดด้วยการลงสมัคร ส.ส.เขตพื้นที่ สังกัดพรรค ภท.ขณะนี้จำนวนสมาชิกยังมีไม่มากนัก จึงต้องขยันเดินหาสมาชิกตามหมู่บ้าน ตำบล หากประชาชนต้องการให้ตนเป็นผู้สมัคร ส.ส.และประสงค์เป็นสมาชิกพรรค ภท.นายกำจัดจะขอถ่ายรูปสำเนาบัตรประชาชน เพื่อยืนยันมิใช่การเก็บบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง และเจ้าของบัตรต้องยินยอมด้วย จากนั้นให้ลงลายมือชื่อยืนยันการสมัครเป็นสมาชิกพรรค ภท.ทั้งนี้ ถือเป็นขั้นตอนการเตรียมการหาสมาชิกพรรค ภท.หากไม่ทำเช่นนี้จะหาสมาชิกพรรคมาจากไหน ขั้นตอนทั้งหมดไม่ได้จ่ายเงินแม้นแต่บาทเดียว จึงขอความเป็นธรรมด้วย
นาย
สุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือ
แรมโบ้ อีสาน ในฐานะประธานกลุ่มรักแผ่นดินบ้านเกิด กล่าวว่า พฤติกรรมการเก็บบัตรประชาชน ให้ดูเจตนาของผู้สั่งการ และผู้กระทำ ที่ให้ค่าจ้างเป็นแรงจูงใจ และคำมั่นสัญญา จะให้ค่าตอบแทนภายหลังเมื่อได้บัตประชาชน กลุ่มผู้สนับสนุนจะกรอกเอกสาร และลงลายมือชื่อให้เองทั้งหมด ได้กระทำเป็นขบวนการ เพื่อวางระบบหัวคะแนน และจัดตั้งฐานเสียงตั้งแต่หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ อย่างเบ็ดเสร็จ เพื่อจัดตั้งสมัชชาพัฒนาโคราช วาดฝันจะบริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ขนาดใหญ่ และมีจำนวนที่นั่ง ส.ส.เขตพื้นที่ จ.นครราชสีมา มากที่สุด เพื่อยกมือให้ผู้สนับสนุนทุนได้เป็นรัฐมนตรี
“ข้อแก้ตัวของว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตพื้นที่ อ้างยังไม่ได้เป็นสมาชิก และได้ฉันทานุมัติเป็นผู้สมัคร ส.ส.ไม่ใช่สาระสำคัญ ตนมีพยานเอกสารชัดเจน ยืนยันการขึ้นเวทีเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครแต่ละเขตให้ชาวโคราชรับทราบ การออกมาเปิดโปง ไม่ใช่ต้องการอยากดัง แต่ต้องการให้กรรมการบริหารพรรค ภท.ที่ตนเคารพนับถือ ออกมาป้องปรามการกระทำที่หมิ่นเหม่ข้อกฎหมาย และต้องช่วยกันสร้างสรรค์ให้พื้นที่ 14 เขตเลือกตั้งของโคราช เป็นโมเดลของการเลือกตั้งทั่วประเทศที่บริสุทธิ์ และเที่ยงธรรม ปลอดการซื้อขายเสียง” นาย
สุภรณ์ กล่าว
อภิสิทธิ์ เชื่อปลดล็อกไม่วุ่นวายแน่ ทุกพรรคต่างระวัง หวั่นเป็นข้ออ้างไปเลื่อนเลือกตั้งอีก
https://www.matichon.co.th/politics/news_1119549
“อภิสิทธิ์” จี้ กกต.ดูข้อเท็จจริง ปมเรียนร้องสนามอีสาน ผิดกม.พรรคหรือไม่ เชื่อปลดล็อกไม่วุ่นวาย เพราะทุกพรรคกลัวเป็นข้ออ้างเลื่อนลต.
เมื่อวันที่ 6 กันยายน นาย
อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเรื่องร้องเรียนการทำผิกฎหมายเลือกตั้งในพื้นที่อีสานว่า เป็นเรื่องที่สำคัญ ที่ผ่านมาอาจมองเรื่องการเลือกตั้งว่า เป็นช่วงที่ประกาศพระราชกฤษฎีกา แต่จริงๆในภาวะปกติหรือก่อนที่จะมีพระราชกฤษฎีกาก็มีเรื่องที่จะต้องตรวจสอบ กำกับดูแล ดังนั้น กรณีนี้คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ต้องไปดูข้อเท็จจริง เพราะ ฝ่ายหนึ่งกล่าวหาว่า มีการไปกระทำในลักษณะซื้อหรือให้เงินเพื่อจะเอารายชื่อ ขณะเดียวกันผู้ที่ถูกกพาดพิงก็บอกว่า จะฟ้องร้องกลับว่าไม่เป็นความจริง ถูกใส่ร้าย ก็คงต้องตรวจสอบกันไป ถ้าเป็นจริงอย่างที่กล่าวหา ก็คงจะผิดกฎหมายพรรคการเมืองด้วย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้การที่บอกว่าจะไม่ปลดล็อกค่อนข้างฝืนสภาพความเป็นจริงทางการเมือง เพราะถ้าปล่อยให้มีการดำเนินการตามปกติ ตนไม่ได้คิดว่า จะวุ่นวาย เพราะทุกพรรครู้อยู่แล้วว่า ถ้าวุ่นวายโอกาสที่จะต้องมีการเลื่อนการเลือกตั้งไปอีกก็มีสูง แต่พอล็อกแล้วก็เกิดเป็นปัญหาอีกเช่นกัน ก็เป็นแรงกดดันกับทุกพรรคว่า จะดำเนินการตามเงื่อนไขของกฎหมายได้มากน้อยแค่ไหน ทั้งพรรคใหม่ พรรคเก่า ก็มองว่า มีความเสียเปรียบได้เปรียบ เป็นบรรยากาศที่จะนำมาสู่ปัญหา และการร้องเรียนกันไปมาว่า เป็นการหลบเลี่ยงกฎหมายหรือไม่ เพราะจะอ้างว่ายังไม่ใช่ฤดูกาลหรือยังไม่ถึงเวลาของการหาเสีย ขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่งก็ต้องมานั่งตีความกันว่าอะไรเป็นกิจกรรมทางการเมืองที่ไม่ฝ่าฝืนคำสั่งของ คสช.
JJNY : 4in1 'ภูมิธรรม' ยันทุกอย่างจบ หลังปลดล็อก/สจ.บัวใหญ่โต้แรมโบ้/ม๊ากเชื่อปลดล็อกไม่วุ่น/เตือน 7-10 ฝนตกหนัก
http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/812380
"ภูมิธรรม" ยัน ทุกอย่างจบ หลังปลดล็อก ย้ำ "เพื่อไทย" มีเอกภาพ
เมื่อวันที่ 6 ก.ย.61 ที่พรรคเพื่อไทย นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีระยะเวลา 70 วัน ที่รัฐบาลเชื่อว่าสามารถดำเนินการหาเสียงและจัดทำนโยบายทัน ว่า รัฐบาลนี้ดำเนินการเมืองแบบรัฐราชการ และเคยชินกับการเป็นผู้สั่งการกำหนดชีวิตประชาชนมาโดยตลอด ดังนั้นสิ่งที่พรรคการเมืองอยากเสนอ คือการคืนกลับสู่ความเป็นประชาธิปไตยปกติ ให้ประชาชนเขาเลือกชีวิตของเขา ไม่ใช่ตัวเองเป็นผู้กำหนดทุกอย่าง คนในรัฐบาลอาจจะไม่เข้าใจจุดยืนของพี่น้องประชาชนจึงได้แต่สั่งการเพื่อให้คนอื่นปฏิบัติตามแต่สิ่งที่ตัวเองต้องการให้ทำ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผิดจากหัวใจของประชาธิปไตย ฉะนั้น สิ่งที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ควรทำวันนี้คือยกเลิกสิ่งที่เป็นอุปสรรคต่อการเป็นประชาธิปไตยทั้งหมด คืนกลับสู่ความเป็นปกติ ถอนตัว ให้กองทัพกลับคืนสู่ระบบปกติ แล้วให้ประชาชนเข้ามาตัดสินอนาคตของตัวเอง
เมื่อถามว่าแนวคิดการห้ามใช้สื่อโซเชียลมีเดียในการหาเสียง นายภูมิธรรม กล่าวว่า ถ้าทำจริงๆ จะทำให้ประเทศไทยตกต่ำลงไปมาก เพราะโลกทุกวันนี้เปิดหมดแล้ว แล้วทุกประเทศในโลกใช้การสื่อสารเป็นหัวใจสำคัญในการสื่อสารระหว่างรัฐบาลกับพี่น้องประชาชน การที่รัฐบาลจะควบคุมเรื่องนี้จะเป็นการปิดกั้นพี่น้องประชาชน และเป็นการประกาศให้โลกรู้ว่ารัฐบาลจะเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตของประชาชนในประเทศนี้ด้วยตัวรัฐบาลเอง เท่ากับจะพากันถอยหลังเข้าคลอง
เมื่อถามว่าความเป็นเอกภาพของพรรคเพื่อไทยหลังจากมีชื่อหัวหน้าพรรคเสนอผ่านสื่อจำนวนมาก นายภูมิธรรม กล่าวว่า ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยวันนี้ยังมีเอกภาพดี การมีความเห็นที่อยากได้คนหลายๆคนมาเป็นผู้นำพรรคเป็นธรรมชาติของระบอบประชาธิปไตย เราสามารถเห็นความเป็นผู้นำของพรรคเราที่มีความโดดเด่นในแต่ละด้าน ถึงแม้ปัจจุบันเรามีคณะผู้นำหมู่รวมกันหลายๆคน แต่การเป็นหัวหน้าพรรคเป็นเพียงแค่การมารับผิดชอบในการเชื่อมประสานกับทุกฝ่ายให้ดำเนินการไป
ทั้งนี้ เรื่องนี้จะจบอย่างแน่นอนหากมีการปลดล็อก หรือคลายล็อกโดยเร็วแล้วให้พรรคดำเนินการประชุมกับสมาชิกเพื่อดำเนินการสรรหาผู้นำของเรา สิ่งที่พี่น้องประชาชน หรือสื่อมวลชนได้นำเสนอชื่อบุคคลต่างๆมา ทางพรรคต้องขอขอบพระคุณที่ทุกคนเอาใจใส่ที่จะช่วยเราในการพิจารณาหาผู้นำ
สจ.บัวใหญ่โต้เปล่าเก็บบัตร ปชช.แค่สำเนา 'แรมโบ้' ชี้ทำเป็นขบวนการ-วางหัวคะแนน-จัดตั้งฐานเสียง (คลิป)
https://www.matichon.co.th/politics/news_1119592
ความคืบหน้ากรณีกำลังเจ้าหน้าที่หน่วยงานความมั่นคงพื้นที่ อ.บัวใหญ่ จ.ครราชสีมา ตรวจสอบพบนายกำจัด ศรีนอก อดีตผู้ใหญ่บ้านโนนนางาม ต.ดอนตะหนิน อ.บัวใหญ่ ได้เก็บสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนในหมู่บ้าน จำนวน 70 ราย เพื่อนำไปให้ป้านาง ผู้เป็นแม่ของนายพิเชฏฐ์ ชัยศรี สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) นครราชสีมา อ.บัวใหญ่ เขต 2 เพื่อใช้กระทำการบางอย่าง ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ขัดต่อคำสั่งของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ห้ามดำเนินกิจกรรมเกี่ยวกับการเมือง เจ้าหน้าที่จึงว่ากล่าวตักเตือน และให้นายกำจัดนำสำเนาบัตรประชาชนทั้งหมดไปคืนให้กับเจ้าของบัตร และรายงานพฤติกรรมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบตามขั้นตอนต่อไป
นายพิเชฏฐ์ กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 5 กันยายน นายกำจัดเป็นผู้สนับสนุนพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในพื้นที่ อ.บัวใหญ่ ได้ลงพื้นที่บอกกล่าวความตั้งใจของตนซึ่งเป็น ส.อบจ.เขต อ.บัวใหญ่ มาหลายสมัย ได้เสนอขอเป็นตัวแทนชาวบัวใหญ่ เพื่อทำความเจริญให้กับบ้านเกิดด้วยการลงสมัคร ส.ส.เขตพื้นที่ สังกัดพรรค ภท.ขณะนี้จำนวนสมาชิกยังมีไม่มากนัก จึงต้องขยันเดินหาสมาชิกตามหมู่บ้าน ตำบล หากประชาชนต้องการให้ตนเป็นผู้สมัคร ส.ส.และประสงค์เป็นสมาชิกพรรค ภท.นายกำจัดจะขอถ่ายรูปสำเนาบัตรประชาชน เพื่อยืนยันมิใช่การเก็บบัตรประจำตัวประชาชนตัวจริง และเจ้าของบัตรต้องยินยอมด้วย จากนั้นให้ลงลายมือชื่อยืนยันการสมัครเป็นสมาชิกพรรค ภท.ทั้งนี้ ถือเป็นขั้นตอนการเตรียมการหาสมาชิกพรรค ภท.หากไม่ทำเช่นนี้จะหาสมาชิกพรรคมาจากไหน ขั้นตอนทั้งหมดไม่ได้จ่ายเงินแม้นแต่บาทเดียว จึงขอความเป็นธรรมด้วย
นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือ แรมโบ้ อีสาน ในฐานะประธานกลุ่มรักแผ่นดินบ้านเกิด กล่าวว่า พฤติกรรมการเก็บบัตรประชาชน ให้ดูเจตนาของผู้สั่งการ และผู้กระทำ ที่ให้ค่าจ้างเป็นแรงจูงใจ และคำมั่นสัญญา จะให้ค่าตอบแทนภายหลังเมื่อได้บัตประชาชน กลุ่มผู้สนับสนุนจะกรอกเอกสาร และลงลายมือชื่อให้เองทั้งหมด ได้กระทำเป็นขบวนการ เพื่อวางระบบหัวคะแนน และจัดตั้งฐานเสียงตั้งแต่หมู่บ้าน ตำบล อำเภอ อย่างเบ็ดเสร็จ เพื่อจัดตั้งสมัชชาพัฒนาโคราช วาดฝันจะบริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ขนาดใหญ่ และมีจำนวนที่นั่ง ส.ส.เขตพื้นที่ จ.นครราชสีมา มากที่สุด เพื่อยกมือให้ผู้สนับสนุนทุนได้เป็นรัฐมนตรี
“ข้อแก้ตัวของว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขตพื้นที่ อ้างยังไม่ได้เป็นสมาชิก และได้ฉันทานุมัติเป็นผู้สมัคร ส.ส.ไม่ใช่สาระสำคัญ ตนมีพยานเอกสารชัดเจน ยืนยันการขึ้นเวทีเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครแต่ละเขตให้ชาวโคราชรับทราบ การออกมาเปิดโปง ไม่ใช่ต้องการอยากดัง แต่ต้องการให้กรรมการบริหารพรรค ภท.ที่ตนเคารพนับถือ ออกมาป้องปรามการกระทำที่หมิ่นเหม่ข้อกฎหมาย และต้องช่วยกันสร้างสรรค์ให้พื้นที่ 14 เขตเลือกตั้งของโคราช เป็นโมเดลของการเลือกตั้งทั่วประเทศที่บริสุทธิ์ และเที่ยงธรรม ปลอดการซื้อขายเสียง” นายสุภรณ์ กล่าว
อภิสิทธิ์ เชื่อปลดล็อกไม่วุ่นวายแน่ ทุกพรรคต่างระวัง หวั่นเป็นข้ออ้างไปเลื่อนเลือกตั้งอีก
https://www.matichon.co.th/politics/news_1119549
“อภิสิทธิ์” จี้ กกต.ดูข้อเท็จจริง ปมเรียนร้องสนามอีสาน ผิดกม.พรรคหรือไม่ เชื่อปลดล็อกไม่วุ่นวาย เพราะทุกพรรคกลัวเป็นข้ออ้างเลื่อนลต.
เมื่อวันที่ 6 กันยายน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงเรื่องร้องเรียนการทำผิกฎหมายเลือกตั้งในพื้นที่อีสานว่า เป็นเรื่องที่สำคัญ ที่ผ่านมาอาจมองเรื่องการเลือกตั้งว่า เป็นช่วงที่ประกาศพระราชกฤษฎีกา แต่จริงๆในภาวะปกติหรือก่อนที่จะมีพระราชกฤษฎีกาก็มีเรื่องที่จะต้องตรวจสอบ กำกับดูแล ดังนั้น กรณีนี้คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ต้องไปดูข้อเท็จจริง เพราะ ฝ่ายหนึ่งกล่าวหาว่า มีการไปกระทำในลักษณะซื้อหรือให้เงินเพื่อจะเอารายชื่อ ขณะเดียวกันผู้ที่ถูกกพาดพิงก็บอกว่า จะฟ้องร้องกลับว่าไม่เป็นความจริง ถูกใส่ร้าย ก็คงต้องตรวจสอบกันไป ถ้าเป็นจริงอย่างที่กล่าวหา ก็คงจะผิดกฎหมายพรรคการเมืองด้วย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้การที่บอกว่าจะไม่ปลดล็อกค่อนข้างฝืนสภาพความเป็นจริงทางการเมือง เพราะถ้าปล่อยให้มีการดำเนินการตามปกติ ตนไม่ได้คิดว่า จะวุ่นวาย เพราะทุกพรรครู้อยู่แล้วว่า ถ้าวุ่นวายโอกาสที่จะต้องมีการเลื่อนการเลือกตั้งไปอีกก็มีสูง แต่พอล็อกแล้วก็เกิดเป็นปัญหาอีกเช่นกัน ก็เป็นแรงกดดันกับทุกพรรคว่า จะดำเนินการตามเงื่อนไขของกฎหมายได้มากน้อยแค่ไหน ทั้งพรรคใหม่ พรรคเก่า ก็มองว่า มีความเสียเปรียบได้เปรียบ เป็นบรรยากาศที่จะนำมาสู่ปัญหา และการร้องเรียนกันไปมาว่า เป็นการหลบเลี่ยงกฎหมายหรือไม่ เพราะจะอ้างว่ายังไม่ใช่ฤดูกาลหรือยังไม่ถึงเวลาของการหาเสีย ขณะเดียวกันอีกด้านหนึ่งก็ต้องมานั่งตีความกันว่าอะไรเป็นกิจกรรมทางการเมืองที่ไม่ฝ่าฝืนคำสั่งของ คสช.