เลขาอีอีซีเคลียร์ปมวิพากษ์โครงการเอื้อต่างชาติ

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะวันก่อนนักวิชาการและอดีตนักการเมือง นำโดยนายโสภณ พรโชคชัย ประธานศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินอสังหาริมทรัพย์ไทย นายบุญเทียม เขมาภิรัตน์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และนายชวพงศ์ ชำนิประศาสตร์ อดีตนายกสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี กันหรือเปล่า

เมื่อวานนี้ (4 ก.ย. 2561) เลขาธิการอีอีซี ดร.คณิศ แสงสุพรรณ เลยจูงมือ รองเลขาธิการสายงานปฏิบัติการเชิงพื้นที่ คุณทัศนีย์ เกียรติภัทราภรณ์ ออกมาไลฟ์สด เล่าแจ้งแถลงไขให้หายข้องใจกันซะเลย ผ่านเฟซบุ๊กของเพจโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก – EEC [Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้


เราได้แยกข้อข้องใจของสังคม และคำตอบของฝ่ายอีอีซี เป็นประเด็น ๆ ตามรายละเอียดต่อไปนี้

• โครงการอีอีซีไม่มีผังเมืองที่ชัดเจน ขัดกับหลักเกณฑ์สากล


ประเทศไทยเพิ่งมีการประกาศผังเมืองใช้ครบทุกจังหวัด เมื่อต้นปี 2561 นี้เอง ซึ่งการพัฒนาพื้นที่ต่าง ๆ จะต้องอิงกับผังเมือง ดำเนินการโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง ในส่วนของอีอีซี ตามพ.ร.บ.มาตรา 29 ได้เขียนไว้ชัดเจนว่า จะต้องจัดทำแผนภาพรวมก่อน ซึ่งทางคณะกรรมการนโยบายฯ เพิ่งจะอนุมัติแผนภาพรวมไปเมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา นั่นหมายถึงการเข้าสู่กระบวนการตามมาตรา 30 คือ ภายใน 1 ปี กรมโยธาฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องไปจัดทำผังเมืองรวมจังหวัดอีอีซีขึ้นมาใหม่

ขณะนี้จึงยังคงใช้ผังเมืองเดิมที่มีอยู่ก่อน ส่วนการจัดทำผังเมือง 3 จังหวัดอีอีซี ในเรื่องของการใช้ประโยชน์ที่ดิน จะเสร็จไม่เกิน 1 ปี แต่ตั้งใจให้เสร็จภายใน 6 เดือน ดังนั้น เมื่อวางโครงสร้างพื้นฐานใหม่ที่ครอบคลุมทั้ง 3 จังหวัด พื้นที่การใช้ประโยชน์จึงต้องเปลี่ยนไปบ้าง โดยกรมโยธาฯ จะเข้ามาช่วยดูให้ตามหลักวิชาการ ไม่ได้หมายความว่าอีอีซีทำอะไรในผังเมืองได้เอง

(สรุป: เรื่องของผังเมือง ก็ต้องให้กรมโยธาธิการและผังเมืองรับผิดชอบดำเนินการ ไม่ใช่หน้าที่ของอีอีซี จึงไม่สามารถก้าวก่ายงานกันได้)


• การอนุญาตให้นักลงทุนต่างชาติเช่าที่ดินนานถึง 99 ปี ซึ่งนานเกินไป เสมือนไทยกลายเป็นอาณานิคม


พ.ร.บ.อีอีซีไม่ได้อนุมัติให้ต่างชาติเข้ามาถือครองที่ดิน แต่พ.ร.บ.อื่นจะมีอยู่ เช่น พ.ร.บ.ของการนิคมอุตสาหกรรม หรือพ.ร.บ.การส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เมื่อนักลงทุนต่างชาติเข้ามาก็จะไปขอส่งเสริมการลงทุนที่บีโอไอ ไม่ได้มาขอที่อีอีซี เพราะอีอีซีไม่ได้เปิดโอกาสให้ทำอย่างนั้น ดังนั้นจึงจะไม่มีต่างชาติเข้ามาถือครองที่ดินเป็นหมู่บ้านอย่างที่เกิดในประเทศอื่น เพราะฉะนั้นขอความกรุณาอย่าพูดเรื่องแบบนี้อีก

ส่วนคอนโดมิเนียมหรืออาคารชุดเพื่ออยู่อาศัย ตามกฎหมายอาคารชุดจะให้ต่างชาติถือครองได้ไม่เกิน 49% แต่สำหรับในพื้นที่อีอีซี กระบวนการพัฒนาอาคารชุดหรืออาคารสูงมีโอกาสที่จะเอามาประกอบอุตสาหกรรมได้ด้วย เพราะเป็นอุตสาหกรรมในเชิงดิจิทัล นวัตกรรม ซึ่งไม่จำเป็นต้องพัฒนาในแนวราบ ดังนั้น ในพ.ร.บ.อีอีซีจึงเปิดโอกาสให้ต่างชาติที่เป็นนิติบุคคล ถือครองอาคารชุดเพื่อรองรับการประกอบกิจการหรืออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมหรือดิจิทัล และรองรับการอยู่อาศัยได้ด้วย

การที่เปิดไว้เพราะว่าเป็นการช่วยเหลือคนที่อยู่ในพื้นที่จำกัด เฉพาะอุตสาหกรรมเป้าหมาย การจะสร้างออฟฟิศคอนโด แล้วให้คนต่างชาติหรือนิติบุคคลถือครองได้แค่ 49% โครงการก็จะเกิดไม่ได้ การขยายให้ถือครองได้ 100% หรือเกิน 49% ก็จะช่วยให้โครงการเกิดได้ แต่จะเป็นโครงการเฉพาะในบางจุดเท่านั้น ไม่ใช่ทั่วไป เช่น EECi ที่จะมีผู้เชี่ยวชาญไปอยู่เยอะ

ขณะที่การเช่าที่ดิน 99 ปี ไม่ได้มีกำหนดไว้ในพ.ร.บ.อีอีซี ที่กำหนดไว้คือ ให้เช่าที่ดินได้แค่ 50 ปี และอาจจะต่ออายุได้อีกไม่เกิน 49 ปี ซึ่งการจะต่อหรือไม่ก็ต้องมาพิจารณากันอีกที มาจากกฎหมายเช่าที่ดินเพื่อการอุตสาหกรรมและอสังหาริมทรัพย์

(สรุป:
1. เรื่องให้ต่างชาติเช่าที่ดิน 99 ปี ไม่ได้อยู่ในพ.ร.บ.อีอีซี แต่เป็นไปตามพ.ร.บ.เช่าที่ดินเพื่อการอุตสาหกรรมและอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นกฎหมายที่มีอยู่เดิมแล้ว ที่กำหนดให้ต่างชาติเช่าได้ 50 ปี แล้วจะขอต่ออายุได้ไม่เกิน 49 ปี ซึ่งจะได้รับอนุญาตให้ต่อได้หรือไม่ก็ต้องพิจารณากันอีกทีตามเหตุปัจจัย ไม่ใช่ต่อให้อัตโนมัติ
2. เรื่องการขอสิทธิพิเศษอื่น ๆ ก็เป็นไปตามกฎหมายอื่น เช่น กฎหมายส่งเสริมการลงทุน
3. เรื่องอาคารชุด กฎหมายปกติกำหนดให้ต่างชาติถือครองเพื่อการอยู่อาศัยเท่านั้น แต่เฉพาะในพื้นที่อีอีซีอนุญาตให้ต่างชาติสามารถนำไปทำเป็นที่อยู่อาศัยและการประกอบธุรกิจได้ด้วย)



• พ.ร.บ. อีอีซีเปิดช่องให้โครงการอีอีซี ขยายไปยังพื้นที่ใดก็ได้ โดยไม่ต้องตราเป็นพ.ร.บ. อีก


ชื่อของโครงการอีอีซีที่เสนอไปตอนแรก คือ โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก  แต่ได้รับอนุญาตให้ใช้ชื่อ โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เพราะต้องการให้ทำการพัฒนาทั้งพื้นที่ ไม่ใช่ทำด้านเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว ซึ่งโครงการอีอีซีจะเป็นโครงการตัวอย่าง ที่จะไปทำในพื้นทีอื่นเร็ว ๆ นี้ เช่น ภาคใต้ อีสาน เหนือ โดยใช้กระบวนการเดียวกัน

ดังนั้น อีอีซีจึงไม่ได้มีแค่สามจังหวัด แต่ต้องมีกระบวนการที่มีกฎหมายรองรับ เมื่อทำครบสองปี ก็พอที่จะสามารถบอกได้ว่า กระบวนการไหนดี อันไหนไม่ดี อะไรควรเอาไปใช้ที่อื่นได้อย่างไรบ้าง จึงขอทำตรงนี้ให้ชัดเจนก่อน

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีและคณะกรรมการนโยบายฯ ให้อีอีซีทำงานร่วมมือกับคนอื่น แต่ห้ามทำงานแทนคนอื่นเด็ดขาด และห้ามทำงานแข่งกับหน่วยงานอื่น เช่น บีโอไอ ผังเมือง แต่ให้ช่วยกันคิดว่า วิธีที่จะทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพดีขึ้นได้อย่างไร รวดเร็วขึ้นอย่างไร ลดขั้นตอนอย่างไร โดยให้ครอบคลุมทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

(สรุป: โครงการอีอีซีตอนนี้ทำใน 3 จังหวัด โดยจะเป็นโครงการตัวอย่างที่สามารถนำรูปแบบไปทำในภาคอื่น ๆ ในอนาคต แต่ต้องมีกฎหมายรองรับ)



การให้สิทธิ์ยกเว้นต่าง ๆ ที่มากจนเกินไป รวมถึงสิทธิประโยชน์สำหรับผู้เชี่ยวชาญต่างชาติที่จะเข้ามา

ต้องยอมรับว่า ในช่วง10 ปีที่ผ่านมามีการลงทุนต่ำมาก ทั้งการลงทุนจากต่างประเทศและการลงทุนของไทย รัฐบาลจึงได้ปรับโครงสร้างการส่งเสริมการลงทุนผ่านบีโอไอ เพื่อสร้างกลไกใหม่ที่เป็นกองทุนพัฒนาขีดความสามารถทางการแข่งขัน เป็นต้น ซึ่งเป็นการทำให้สิทธิประโยชน์ต่าง ๆ มีความทันสมัย ดึงดูดนักลงทุนได้มากขึ้น การยกเว้น การให้สิทธิประโยชน์เพิ่มเติม ไม่ได้ทำใน 3 จังหวัดทั้งหมด แต่จะทำเฉพาะในพื้นที่ที่เรียกว่าเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษ หรือไข่แดง เช่น เขตสนามบิน เขตนิคมอุตสาหกรรม 21 แห่ง ซึ่งปัจจุบันมีเนื้อที่ประมาณ 28,000 ไร่ นอกเหนือจากนั้นไม่ได้ทำ

ส่วนสิทธิประโยชน์สำหรับผู้เชี่ยวชาญนั้น ให้สำหรับที่เกี่ยวข้องกับ 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย และครอบคลุมไปถึงการท่องเที่ยวและบริการที่เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมเป้าหมายด้วย เช่น การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ การท่องเที่ยวที่เอานวัตกรรมต่าง ๆ เข้ามาใช้ เช่น หุ่นยนต์ หรือเป็นการท่องเที่ยวคุณภาพสูง


• พ.ร.บ. อีอีซีให้สิทธิสภาพนอกอาณาเขตแก่ต่างชาติมากเกินไป เช่น การเปิดให้ต่างชาติเข้ามาทำงานที่เป็นอาชีพสงวนได้

เราต้องการคนเก่ง ๆ จากประเทศต่าง ๆ เข้ามาทำงานในพื้นที่เขต 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย แต่ประเทศไทยมีข้อจำกัดที่เขียนไว้ว่า บางสาขาอาชีพ เช่น อาชีพหมอหรือผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์ต้องมีสัญชาติไทย ดังนั้น ในพ.ร.บ.อีอีซีจึงเปิดข้อจำกัดนี้ ให้สามารถนำผู้เชี่ยวชาญชาญมาจากประทศอื่น ๆ เข้ามาทำได้ด้วย เช่น มาทำ medical hub แต่ต้องผ่านคณะกรรมการนโยบายฯ ให้พิจารณาว่า เป็นประเภทไหน ในพื้นที่ไหน ส่วนการยกเว้นสิทธิต่าง ๆ ก็ให้เฉพาะในเขตส่งเสริมเท่านั้น ไม่ใช่ใช้ได้ข้างนอกทั่วไป ยกตัวอย่าง ไม่สามารถนำแพทย์ไปทำตามโรงพยาบาลทั่วไปได้



• อีอีซีจะสร้างเมืองใหม่ให้ต่างชาติเข้ามาอยู่

ปกติการพัฒนาเมืองใหม่จะมี 2 รูปแบบ คือ 1. เป็นการสร้างในพื้นที่ใหม่ และ 2. เป็นการยกระดับเมืองเก่าขึ้นมา เพื่อให้มีความทันสมัยด้วยเทคโนโลยีต่าง ๆ โดยมีกระบวนการการพิจารณาตามหลักเกณฑ์ โดยเฉพาะการพัฒนาสมาร์ทซิตี้ ต้องมีกระบวนการทำงานที่สอดคล้องกับที่มีการทำอยู่

ปัจจุบันมีภาคเอกชนหลายรายเสนอตัวเข้ามาพัฒนาโครงการเมืองใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องใหม่สำหรับประเทศไทย จึงต้องมีกระบวนการพิจารณา โดยเฉพาะเรื่องของผังเมืองที่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อรองรับ

ดร.คณิศ บอกว่า การพัฒนาเมืองใหม่ ถึงอย่างไรก็ต้องเกิดขึ้น เพราะในอนาคตจะมีคนเข้ามาทำงานในพื้นที่มากขึ้น ถ้าปล่อยเมืองเก่าไว้โดยไม่วางอนาคตของเมืองให้ดี ๆ ก็จะเป็นปัญหา ซึ่งเมืองใหม่ที่จะเกิดขึ้นมี 2 ลักษณะ คือ ยกระดับเมืองเดิมที่มีอยู่ เช่น บริเวณท่าเรือแหลมฉบังให้เป็นเมืองที่ทันสมัยมากขึ้น มีความแออัดน้อยลง และอีกกรณีหนึ่งคือ เป็นเมืองที่ภาคเอกชนสนใจจะสร้างที่อยู่อาศัย ให้เป็นเมืองที่ทันสมัย เป็นเมืองอัจฉริยะ น่าอยู่ ถ้าภาคเอกชนสนใจทำ เราก็พยายามให้ความช่วยเหลือ และกำกับดูแลให้โครงการนี้เป็นประโยชน์จริง ๆ ซึ่งเชื่อว่าถึงอย่างไรเมืองลักษณะนี้จะต้องเกิดขึ้น ส่วนเรื่องการกว้านซื้อที่ดินที่วิจารณ์กัน อีอีซีไม่เกี่ยว เราไม่ได้ซื้อที่ดิน หรือทำให้ราคาขึ้น เป็นเรื่องที่เป็นไปตามกลไกตลาดที่มีอยู่



• เส้นทางรถไฟความเร็วสูง ทำไมต้องใช้เส้นทางรถไฟเดิมไม่ใช้เส้นอื่น

โครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน มาจากโครงการเดิมคือโครงการรถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ – ระยอง สาเหตุที่เห็นความสำคัญของเรื่องนี้ เพราะเป็นการใช้เส้นทางเดิม มีการเวนคืนน้อยมาก และมีการจัดทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมไปแล้วระดับหนึ่ง ซึ่งจะทำให้ทำงานได้เร็ว ไม่เช่นนั้นถ้าต้องเริ่มใหม่ทั้งหมดจะทำให้โครงการล่าช้าไปอีก ส่วนเส้นทางอื่น เคยไปสำรวจแล้วเห็นว่าไม่ค่อยมีความเหมาะสม

ก็จบแบบแมน ๆ คุยกัน เคลียร์คัตชัดเจน ไขข้อข้องใจกันไปทุกประเด็น

ถ้าอะไรที่เริ่มถูก ทำถูกอยู่แล้ว ก็สามารถอธิบายได้ ตอบได้เคลียร์ทุกเม็ด ไม่ต้องอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ให้เสียเวลา ก็ได้แต่หวังว่า โครงการจะเดินหน้าได้รวดเร็วและราบรื่นจนสำเร็จตามเป้าประสงค์ …เชียร์!!!


คลิป เลขาธิการ EEC ไขข้อข้องใจปมขายชาติ

คลิกเพื่อดูคลิปวิดีโอ

*************************************
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่