เป็นกันหรือเปล่า สมัยเรียนใช้เงินเต็มที่สายเปย์ตัวเอง แต่พอทำงานแล้วจะควักตังในกระเป๋าคิดแล้วคิดอีก เห็นคุณค่าของเงิน?

เห็นค่าของเงินก็เมื่อทำงานแล้ว กว่าจะได้มา สมัยเรียน ได้ทุก พก. (ทุนพ่อของเรา) เป็นคนจ่ายให้มาเรียน ยังไม่หมดเดือนก็ขอใหม่แล้ว ขอได้เรื่อยๆ พอทำงานแล้ว ต้องเอาแรงงานทั้งสมองและร่างกายไปแลกเงิน พอลำบากมันถึงเห็นคุณค่า จะควักจ่ายอะไรคิดแล้วคิดอีก คิดดูในอดีตตอนเรียนก็สงสาร คุณพ่อคุณแม่
แก้ไขข้อความเมื่อ

คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 7
สมัยเรียนเราประหยัดมาก ได้เงินจากทางบ้าน4,000บาท (รวมค่าหอพัก ค่าเทอม ค่าหนังสือเรียน ค่าอาหาร เวลาเจ็บไข้ได้ป่วยไปหาหมอ ก็รวมอยู่ในนี้แหล่ะ เราไม่เคยขอเงินจากทางบ้านเพิ่มเลยแม้แต่ครั้งเดียวก็ไม่เคย เท่าที่มีอยู่พยายามใช้ให้พอ) วันไหนไม่มีเรียนไปยืนแจกสินค้าตัวอย่างพวกแชมพูซองๆ โรลออนทาจั๊กกะแร้(สมัยก่อนมีเลอเวียร์โรลออน) ตอนเรียนปี3 ปี4 แปลการ์ตูนญี่ปุ่นด้วย เปิดดิคชันนารี่คันจิ มือเป็นระวิงเลย ฮ่าๆๆ

หลังจ่ายค่าหอพักแล้ว เจียดเงินฝากธนาคารเดือนละ300-500บาท เราเริ่มซื้อสลากออมสินครั้งแรกด้วยเงิน500บาทก็ตอนที่เรียนมหาวิทยาลัยนี่แหล่ะ

เงินที่เหลือแลกเป็นแบงค์ย่อย เป็นธนบัตร20บาททั้งหมด
ถือไปมหาวิทยาลัยวันละ20-60บาททุกวัน เช้า-เที่ยง40บาท +มื้อเย็นร้านรอบๆมหาวิทยาลัยอีก20-40บาท
ไก่เคเอ็ฟซี แม็คโดนัลด์ พิซซ่า เราไม่เคยได้กินหรอกค่ะ ไม่มีตังค์

นี่พูดถึงปีพ.ศ.2534นะ ข้าวราดแกงสองอย่างในมหาวิทยาลัย จานละ12-15บาท
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่