เปิดเปเปอร์กก.สรรหา อึ้งอดีตปธ.กสม.ถามว่าที่กสม. จะเลื่อนไทยกลับเกรด A ยังไง?
https://www.matichon.co.th/politics/news_1118095
จ่อตั้งกมธ.สอบประวัติ 7 ว่าที่กสม. เผย เปเปอร์กก.สรรหา อึ้ง “อมรา” ถามจะเลื่อนกลับเกรด A ยังไง ทั้งๆที่ยุคตัวเองยื้อเปิดรายงานสลายแดง 99 ศพ -สนง.วุฒิฯ ปล่อยสำเนาบัตรปชช.-ที่อยู่ว่าที่กสม.หลุด
เมื่อวันที่ 5 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) วันที่ 6 กันยายนนี้ มีวาระการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน (กสม.) 7 ราย ประกอบด้วย 1.นาง
สมศรี หาญอนันทสุข 2.นาย
ไพโรจน์ พรหมเพชร 3.นาย
จตุรงค์ บุณรัตนสุนทร 4. นาย
บุญแทน ตันสุเทพวีรวงศ์ 5.นางสาว
ปิติกาญจน์ สิทธิเดช 6.นาง
ประไพพร กาญจนรินทร์ และ7. นาย
สุรพงษ์ กองจันทึก โดยจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการ(กมธ.) ตรวจสอบประวัติและความประพฤติต่อไป
ทั้งนี้ ในรายงานของคณะกรรมการสรรหากสม.ที่มีนาย
ชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน ได้มีการเปิดเผยบทสัมภาษณ์ของคณะกรรมการสรรหาต่อ 7 ว่าที่กสม. ในหลายประเด็น เช่น หน้า 52 นาง
อมรา พงศาพิชญ์ อดีตประธานกสม 1 ในกรรมการสรรหาฯ ได้ถาม นาย
จตุรงค์ บุณยรัตนสุนทร ว่าที่กสม. ว่า ถ้าได้รับเลือกเป็นกสม. จะดำเนินการในส่วนการเลื่อนระดับจาก B เป็น A อย่างไรให้ได้ใน 1 ปี
ซึ่งทำให้มีการตั้งข้อสังเกตว่า สาเหตุของการถูกปรับลดสถานะ ประเด็นหนึ่งเกิดจากการทำงานของกสม.ยุคที่นางอมราเป็นประธานที่จัดทำรายงานเหตุการณ์สลายการชุมนุมกลุ่มนปช.สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จนมีผู้เสียชีวิต 99 ศพ บาดเจ็บกว่า 2,000 ราย ในปี 2553 ล่าช้าเองใช่หรือไม่ นอกจากนี้ ยังพบว่า ไฟล์รายงานฉบับดังกล่าว มีการเปิดเผยภาพข้อมูลส่วนบุคคลที่สำคัญของว่าที่ 7 กสม.ด้วย เช่น สำเนาบัตรประชาชน โดยไม่มีการเซ็นเซอร์ เห็นทั้งเลข 13 หลัก ตลอดจนที่อยู่ด้วย
กกต.โคราช ยันเก็บบัตรปชช.ไม่ผิด กม.ยังไม่ประกาศใช้ แต่อาจจะขัดคำสั่ง คสช.
https://www.matichon.co.th/politics/news_1117725
เมื่อวันที่ 5 ก.ย. นาย
ศิริชัย วิริยพงษ์ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า จากกรณีที่นาย
สุภรณ์ อัตถาวงศ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา นำชาวบ้านอำเภอครบุรี และอำเภอเสิงสาง ยื่นหนังสือให้ตรวจสอบพฤติกรรมของนายพรชัย อำนวยทรัพย์ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา เขตอำเภอครบุรี ได้เก็บรวบรวมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนชาวบ้าน โดยอ้างเตรียมการสมัครสมาชิกพรรคการเมืองหนึ่งนั้น ล่าสุดสำนักงาน กกต.จังหวัดนครราชสีมา ได้ส่งเจ้าหน้าที่งานสืบสวนสอบสวนลงหาข้อมูลในพื้นที่แล้ว เพื่อรายงานไปยัง กกต.กลาง
ส่วนคำถามที่ว่าการรวบรวมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนนั้น จะผิดหรือไม่นั้น ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ขณะนี้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ยังไม่มีการประกาศใช้ จึงถือว่าไม่เป็นความผิด อีกทั้งนาย
พรชัย ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย เป็นเพียงสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา เขตอำเภอครบุรี เท่านั้น ยังไม่เข้าข่ายการกระทำความผิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง แต่ทั้งนี้ต้องไปดูว่ามีพฤติกรรมขัดคำสั่งของหัวหน้า คสช.หรือไม่ เนื่องจากขณะนี้ คสช.ยังไม่มีการปลดล็อคทางการเมือง จึงไม่สามารถดำเนินการทางการเมืองได้
ซึ่งการลงพื้นที่หาข่าวของเจ้าหน้าที่งานสืบสวนสอบสวน กกต. เบื้องต้นจะลงไปตรวจสอบพื้นที่ตามที่มีการร้องเรียน คือ อำเภอครบุรี และอำเภอเสิงสาง ส่วนที่มีข่าวว่า มีกว่า 20 อำเภอที่มีการรวบรวมสำเนาบัตรประชาชนชาวบ้านนั้น ยังไม่ได้รับรายงาน ตนทราบแต่เพียงข่าวที่มีผู้ไปร้องเรียนต่อ กกต.ที่กรุงเทพมหานคร เท่านั้น ซึ่งต้องรอคำสั่งจาก กกต.กลาง ว่าจะให้ดำเนินการเพิ่มเติมอย่างไรต่อไป
'เสี่ยหนู' สั่งเร่งยื่นฟ้อง “สุภรณ์-พยาน”ฐานทำภูมิใจไทยเสียหาย
https://www.matichon.co.th/politics/news_1118072
“ศุภชัย” เผย ภูมิใจไทย จ่อยื่นฟ้อง “สุภรณ์-พยานของสุภรณ์” สัปดาห์หน้า
เมื่อวันที่ 5 กันยายน นาย
ศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย(ภท.) กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีนาย
สุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือ แรมโบ้อีสาน ประธานกลุ่มรักแผ่นดินบ้านเกิด อดีตแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) กรณีเข้าร้องเรียนคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นครราชสีมา ให้ดำเนินการยุบพรรคภูมิใจไทย ว่า ขณะนี้กำลังรวบรวมพยานหลักฐาน คาดว่าสามารถยื่นฟ้องได้ภายในสัปดาห์หน้า โดยเรื่องนี้นาย
อนุทิน ชาญวีรกูลหัวหน้าพรรค ได้รับทราบเรื่องและให้เร่งดำเนินการฟ้องคดีเนื่องจากทำให้พรรคเสียหาย เป็นการใส่ร้ายป้ายสีและแจ้งความเท็จ ซึ่งแน่นอนว่าจะฟ้องนายสุภรณ์และผู้ที่อ้างว่าได้รับเงินที่มาเป็นพยานให้กับนายสุภรณ์จำนวนหลาย 10 คน โดยต้องติดตามว่าในเมื่อเราไม่ได้จ่ายเงิน พยานทั้งหลายที่อ้างว่าได้รับเงินก็ถือเป็นพยานเท็จ ทั้งนี้ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 31 ระบุ ห้ามมิให้ผู้ใดเรียก รับ หรือยอมจะรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดจากพรรคการเมืองหรือจากผู้ใดเพื่อสมัครเข้าเป็นสมาชิก ดังนั้น คนที่อ้างว่าจะมาเป็นพยานให้นาย
สุภรณ์ ถือเป็นบุคคลที่มีความผิดสำเร็จแล้ว ส่วนบุคคลเหล่านั้นโดนล่อลวงมาหรือไม่ ต้องพิจารณากันเป็นรายบุคคล และกกต.คงต้องดำเนินการเอาผิดบุคคลเหล่านี้ด้วย
JJNY : 6in1 อึ้งอดีตปธ.กสม./ยันเก็บบัตรปชช.ไม่ผิด/เร่งยื่นฟ้องสุภรณ์/ค้านเพิ่มสลาก/จี้ทบทวนแผงลอย/ผลกระทบสงครามการค้า
https://www.matichon.co.th/politics/news_1118095
จ่อตั้งกมธ.สอบประวัติ 7 ว่าที่กสม. เผย เปเปอร์กก.สรรหา อึ้ง “อมรา” ถามจะเลื่อนกลับเกรด A ยังไง ทั้งๆที่ยุคตัวเองยื้อเปิดรายงานสลายแดง 99 ศพ -สนง.วุฒิฯ ปล่อยสำเนาบัตรปชช.-ที่อยู่ว่าที่กสม.หลุด
เมื่อวันที่ 5 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) วันที่ 6 กันยายนนี้ มีวาระการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน (กสม.) 7 ราย ประกอบด้วย 1.นางสมศรี หาญอนันทสุข 2.นายไพโรจน์ พรหมเพชร 3.นาย จตุรงค์ บุณรัตนสุนทร 4. นายบุญแทน ตันสุเทพวีรวงศ์ 5.นางสาวปิติกาญจน์ สิทธิเดช 6.นางประไพพร กาญจนรินทร์ และ7. นายสุรพงษ์ กองจันทึก โดยจะมีการตั้งคณะกรรมาธิการ(กมธ.) ตรวจสอบประวัติและความประพฤติต่อไป
ทั้งนี้ ในรายงานของคณะกรรมการสรรหากสม.ที่มีนายชีพ จุลมนต์ ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน ได้มีการเปิดเผยบทสัมภาษณ์ของคณะกรรมการสรรหาต่อ 7 ว่าที่กสม. ในหลายประเด็น เช่น หน้า 52 นางอมรา พงศาพิชญ์ อดีตประธานกสม 1 ในกรรมการสรรหาฯ ได้ถาม นายจตุรงค์ บุณยรัตนสุนทร ว่าที่กสม. ว่า ถ้าได้รับเลือกเป็นกสม. จะดำเนินการในส่วนการเลื่อนระดับจาก B เป็น A อย่างไรให้ได้ใน 1 ปี ซึ่งทำให้มีการตั้งข้อสังเกตว่า สาเหตุของการถูกปรับลดสถานะ ประเด็นหนึ่งเกิดจากการทำงานของกสม.ยุคที่นางอมราเป็นประธานที่จัดทำรายงานเหตุการณ์สลายการชุมนุมกลุ่มนปช.สมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จนมีผู้เสียชีวิต 99 ศพ บาดเจ็บกว่า 2,000 ราย ในปี 2553 ล่าช้าเองใช่หรือไม่ นอกจากนี้ ยังพบว่า ไฟล์รายงานฉบับดังกล่าว มีการเปิดเผยภาพข้อมูลส่วนบุคคลที่สำคัญของว่าที่ 7 กสม.ด้วย เช่น สำเนาบัตรประชาชน โดยไม่มีการเซ็นเซอร์ เห็นทั้งเลข 13 หลัก ตลอดจนที่อยู่ด้วย
กกต.โคราช ยันเก็บบัตรปชช.ไม่ผิด กม.ยังไม่ประกาศใช้ แต่อาจจะขัดคำสั่ง คสช.
https://www.matichon.co.th/politics/news_1117725
เมื่อวันที่ 5 ก.ย. นายศิริชัย วิริยพงษ์ ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า จากกรณีที่นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา นำชาวบ้านอำเภอครบุรี และอำเภอเสิงสาง ยื่นหนังสือให้ตรวจสอบพฤติกรรมของนายพรชัย อำนวยทรัพย์ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา เขตอำเภอครบุรี ได้เก็บรวบรวมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนชาวบ้าน โดยอ้างเตรียมการสมัครสมาชิกพรรคการเมืองหนึ่งนั้น ล่าสุดสำนักงาน กกต.จังหวัดนครราชสีมา ได้ส่งเจ้าหน้าที่งานสืบสวนสอบสวนลงหาข้อมูลในพื้นที่แล้ว เพื่อรายงานไปยัง กกต.กลาง
ส่วนคำถามที่ว่าการรวบรวมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนนั้น จะผิดหรือไม่นั้น ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนครราชสีมา กล่าวว่า ขณะนี้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.ยังไม่มีการประกาศใช้ จึงถือว่าไม่เป็นความผิด อีกทั้งนายพรชัย ไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทย เป็นเพียงสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา เขตอำเภอครบุรี เท่านั้น ยังไม่เข้าข่ายการกระทำความผิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง แต่ทั้งนี้ต้องไปดูว่ามีพฤติกรรมขัดคำสั่งของหัวหน้า คสช.หรือไม่ เนื่องจากขณะนี้ คสช.ยังไม่มีการปลดล็อคทางการเมือง จึงไม่สามารถดำเนินการทางการเมืองได้
ซึ่งการลงพื้นที่หาข่าวของเจ้าหน้าที่งานสืบสวนสอบสวน กกต. เบื้องต้นจะลงไปตรวจสอบพื้นที่ตามที่มีการร้องเรียน คือ อำเภอครบุรี และอำเภอเสิงสาง ส่วนที่มีข่าวว่า มีกว่า 20 อำเภอที่มีการรวบรวมสำเนาบัตรประชาชนชาวบ้านนั้น ยังไม่ได้รับรายงาน ตนทราบแต่เพียงข่าวที่มีผู้ไปร้องเรียนต่อ กกต.ที่กรุงเทพมหานคร เท่านั้น ซึ่งต้องรอคำสั่งจาก กกต.กลาง ว่าจะให้ดำเนินการเพิ่มเติมอย่างไรต่อไป
'เสี่ยหนู' สั่งเร่งยื่นฟ้อง “สุภรณ์-พยาน”ฐานทำภูมิใจไทยเสียหาย
https://www.matichon.co.th/politics/news_1118072
“ศุภชัย” เผย ภูมิใจไทย จ่อยื่นฟ้อง “สุภรณ์-พยานของสุภรณ์” สัปดาห์หน้า
เมื่อวันที่ 5 กันยายน นายศุภชัย ใจสมุทร รองเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย(ภท.) กล่าวถึงความคืบหน้าการดำเนินคดีนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือ แรมโบ้อีสาน ประธานกลุ่มรักแผ่นดินบ้านเกิด อดีตแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) กรณีเข้าร้องเรียนคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นครราชสีมา ให้ดำเนินการยุบพรรคภูมิใจไทย ว่า ขณะนี้กำลังรวบรวมพยานหลักฐาน คาดว่าสามารถยื่นฟ้องได้ภายในสัปดาห์หน้า โดยเรื่องนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูลหัวหน้าพรรค ได้รับทราบเรื่องและให้เร่งดำเนินการฟ้องคดีเนื่องจากทำให้พรรคเสียหาย เป็นการใส่ร้ายป้ายสีและแจ้งความเท็จ ซึ่งแน่นอนว่าจะฟ้องนายสุภรณ์และผู้ที่อ้างว่าได้รับเงินที่มาเป็นพยานให้กับนายสุภรณ์จำนวนหลาย 10 คน โดยต้องติดตามว่าในเมื่อเราไม่ได้จ่ายเงิน พยานทั้งหลายที่อ้างว่าได้รับเงินก็ถือเป็นพยานเท็จ ทั้งนี้ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ(พ.ร.ป.)ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ.2560 มาตรา 31 ระบุ ห้ามมิให้ผู้ใดเรียก รับ หรือยอมจะรับเงิน ทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดจากพรรคการเมืองหรือจากผู้ใดเพื่อสมัครเข้าเป็นสมาชิก ดังนั้น คนที่อ้างว่าจะมาเป็นพยานให้นายสุภรณ์ ถือเป็นบุคคลที่มีความผิดสำเร็จแล้ว ส่วนบุคคลเหล่านั้นโดนล่อลวงมาหรือไม่ ต้องพิจารณากันเป็นรายบุคคล และกกต.คงต้องดำเนินการเอาผิดบุคคลเหล่านี้ด้วย