เรื่องมีอยู่ว่า
ผมได้รู้จักกับผู้หญิงคนหนึ่ง ในโลกออนไลน์นี่แหละ ก็ไม่ได้ปักใจชอบใครง่ายเพราะรู้จักสังคมนี้มันเป็นแบบไหน
เราได้มีโอกาสคุยกันโดยบังเอิญในบล็อคกลุ่ม เขามาขอคำปรึกษาบางเรื่องกับผม ผมก็แนะนำไปตามที่รู้ ก็ไม่ได้คิดอะไร แต่พอคุยๆไป นิสัยค่อนข้างน่ารักครับ นิสัยดี พูดคุยเป็นกันเอง เป็นคนเหมือนจะซื่อแต่จริงๆแล้วเถรตรง แถมโลกส่วนตัวสูงไม่รู้ไปคุยอีท่าไหนถึงได้เข้าถึงเขาได้ ไปๆมาๆถูกคอ จนทำให้ผมเริ่มสนใจ เขาก็จะมาถามอะไรบ่อยๆจนกลายมาเป็นรู้จักกันแบบไม่เป็นทางการ
เรามีหลายอย่างที่คล้ายๆกัน คุยกันได้ทุกเรื่องเราเลยเข้ากันได้ดี มีเตาะบ้างตามประสา พยายามอยู่ในขอบเขตจนชื้อใจเธอได้ เคยบอกชอบไปสองหนแต่ก็โดนเธอปฏิเสธหน้าสั่นทุกรอบจนคิดว่าเขาคงมีคนที่ชอบหรือมีแฟนอยู่แล้ว แต่คิดผิดใครที่ไหนจะปล่อยให้แฟนมาแชทกับคนอื่นเช้ากลางวันเย็น บางวันยันสว่างไม่รู้ไปโดนอะไรมา เหมือนว่าเธอเองก็ไม่ค่อยแน่ใจเลยค่อยๆคุยกันไปก่อน ผมเห็นว่ายังไม่เสียโอกาสเลยตื้อต่อ เราศึกษากันและกันไปพักใหญ่เหมือนว่าเริ่มลึกเรื่อยๆจนเธอให้ความไว้ใจ เธอเลยเปิดใจคบกับผมเขาเอาใจใส่ดีมาก เราคบกันมาได้ไม่ค่อยนานเท่าไหร่แต่ก็นานพอที่เข้าใจอีกฝ่ายได้อย่างถึงหัวอก กำแพงคือระยะทางกับเวลาครับ เราสองคนจริงจังและแลกเปลี่ยนทุกสิ่งให้อีกฝ่ายรับรู้ได้มากที่สุด โทรคุยทุกวันไปไหนก็บอกวีดีโอคอลหากันให้เวลากับอีกฝ่ายให้ความสำคัญกับเขาให้ได้มากที่สุดเพื่อจะไม่ให้ระยะทางมาลดย่อนความสัมพันธ์ ความเชื่อใจก็เช่นกัน รักที่ไกลย่อมต้องพยายามมากกว่าคู่รักทั่วไป ความเชื่อใจคือสิ่งสำคัญ ทัศนะคติเรามองไปทิศทางเดียวกัน เลยค่อนข้างไปกันได้สวยไม่มีวอกแวกลับหลังปัญหาแทบจะไม่มีเลยเรื่องความไม่เข้าใจกัน จะมีก็แต่ปัญหาเรื่องงาน เราทั้งคู่ต่างอยู่ในวัยทำงานเธอก็เพิ่งเรียนจบมาส่วนผมก็กำลังไต่แรงค์สร้างรากฐานให้ตัวเองต้องทุ่มเทหัวฟัดหัวเหวี่ยงให้มั่นคง ก็ค่อยให้กำลังใจกันตลอด เวลาอาจจะไม่ตรงกันบ้างบางครั้งก็มีให้กันน้อยแล้วแต่จังหวะ แต่ก็คุยกันทุกวันไม่ขาด ที่พอจะทำได้บ้างก็แค่ส่งของที่ละลึกให้กันอยู่บ่อยๆ แต่บางทีก็คิดน้อยใจตัวเองเราอยู่กันไปแบบนี้เราจะได้อะไรจากความรักความสุขแค่นี้จะยาวไปซักแค่ไหน ที่ทำอะไรเหมือนคนรักกันเขาทำกันไม่ได้ ผมเลยตัดสินใจนัดเธอไปเที่ยวจะได้พบเจอกันจริงๆจังๆและคุยกันให้เป็นเรื่องเป็นราวถึงเรื่องอนาคต เธอก็เห็นด้วยเพราะมันควรถึงเวลาที่ต้องร่วมกันตัดสินใจหาหนว่าจะทำยังไงถึงจะดูแลกันได้ไม่ต้องห่าง ผมเองก็เข้าถึงกับทางบ้านเธออยู่บ้างเขาก็ทราบเรื่องของผมจากเธอเลยไม่ติดเรื่องคบหา เลยคิดว่าคงจะไม่มีปัญหาอะไรถ้าจะคุยกันเรื่องนี้กันแบบจริงจัง แต่ติดอยู่ที่ภาระหน้าที่ความรับผิดชอบเรื่องงานเพราะทางผมยุ่งจนก้นไม่ติดพื้น ผมเลยต้องเลื่อนนัดไปอาทิตย์กว่าเธอก็บอกว่ารอได้ เธอแสดงถึงความมั่นใจว่าคนที่มีความรับผิดชอบกับหน้าที่และแยกแยะเรื่องส่วนตัวได้ คุ้มค่าจะรอ ผมก็ใจจดใจจ่อเคลียร์ทุกอย่างให้เสร็จ นับวันรอที่จะได้ทำหน้าที่ของแฟนอย่างคู่รักทั่วๆไปเขาทำกัน ไม่ใช่แค่มานั่งเพ้อฝันลอยๆไปวันๆ สังคมรอบตัวเขาเป็นอะไรที่น่าหวาดหวั่นกับคนไกลมากต้องยอมรับ ถ้าคนไกล้ชิดทำให้อีกฝ่ายหวั่นไหวได้เพียงแค่เสี้ยววิ ตอนนั้นก็มีสิทธิ์ที่เราจะกลายเป็นคนอื่นไปได้ง่ายดาย เชื่อใจแต่ก็อดกังวลไม่ได้ ที่ต้องทำคือพยายามให้เขามั่นใจ แสดงความตั้งใจให้เขาเห็นว่ามั่นคงพอ ตั้งใจเคลียร์งานกว่าจะถึงบ้านก็ดึก เวลาคุยกันก็น้อยไปอีก คงเพราะความเหนื่อยด้วย ก็คิดว่าเขาคงเข้าใจ ไม่รู้ว่าผมช้าไปหรืออะไรเล่นตลกกับชีวิต
หลังจากนั้นแค่ไม่นานเขาเปลี่ยนไป ไม่เหมือนเดิมจากที่เคยเป็นมาจนผมจับสังเกตได้ พยายามคิดในแง่ดีว่าเธอเองก็คงยุ่ง คงไม่มีอะไร เพราะที่ผ่านมาเธอก็ไม่เคยโกหกอะไรผมเลย ทุกเรื่องที่ทำให้เกิดข้อสงสัยต้องมีเหตุผลมารองรับชัดเจนเสมอ ปรับความเข้าใจตลอดเราเลยไม่ค่อยมีเรื่องทะเลาะกันไม่ใช่เชื่อเพราะโง่ไว้ใจคนง่ายแต่อย่างใด แต่คราวนี้มันมีหลายอย่างที่เห็น แสดงออกมาจนน่าชวนคิด อธิบายไปก็ยาวไปอีก ดูเธอเหมือนฝืนๆ ไม่กล้าจะพูดอะไรออกมาตรงๆ ผมก็รู้สึกหวั่นมานิดๆเพราะเห็นว่าเธอเริ่มมีความอึดอัดแต่พยายามฝืนรักษาน้ำใจกัน ผมไม่อยากคิดไปเองถ้าไม่รู้แจ้งความจริง ครั้นจะเค้นเธอก็จะเป็นการงี่เง่า แต่ไม่ถามให้รู้เรื่องก็ไม่ได้ ผมเลยบอกสิ่งที่ผมรู้สึกได้และถามไปตรงๆว่า เธอกำลังมีใครใช่มั้ย? เขาชั่งใจอยู่พักหนึ่งก่อนตอบว่า "ใช่" ถ้าเป็นหวยผมรวยแล้วอย่างที่คาด เธอบอกว่าเจอเขาในที่ทำงาน เพื่อนแนะนำให้รู้จัก คุยกันมาได้ซักพักแล้ว เจอกันในที่ๆทำงานทุกวันเลยไม่จำเป็นต้องโทร แชทคุยกันบ้างในไลน์บางคืนหลังวางสายผมก็ติดต่อกันจนเช้า เขามารับมาส่งทุกวัน สารภาพว่าเริ่มชอบเขาแล้ว ผมได้แต่เงียบพูดอะไรไม่ออก ทั้งที่ความรู้สึกเจ็บมันกดทับใจอยู่ จนอยากร้องในตอนนั้น เขาก็ขอโทษและบอกว่าผูกพันธ์กับผมมากรักที่ผ่านมาไม่ใช่ของปลอมผมทำดีที่สุดแล้ว แต่เธอไม่อยากปฏิเสธความรู้สึกกับความต้องการของตัวเอง ต้องการความชัดเจนแน่นอนไม่ใช่แค่หวัง ถึงเขาผิดสัญญาแต่ก็ไม่มีสิทธิ์ไปโกรธเขาครับ เพราะการยอมรับของเขาเลือกที่จะไม่ปิดบังผมต่อทั้งที่ผมพร้อมจะเชื่อถ้าเธอปฏิเสธ เขาอยากให้ผมยอมรับว่ามันเป็นไปได้ยากระหว่างเราไม่ต้องวาดฝันต่อ จะได้ไม่ต้องเหนื่อย ผมก็ต้องทำใจยอมรับ รู้อยู่แล้วว่ามันต้องจบแบบไหน จบที่ความพยายามไม่ส่งผลถึงเขาเลย ไม่รู้ว่าต่อให้อยู่ไกล้จะช่วยอะไรได้รึป่าว จะรั้งใจคนๆหนึ่งได้จริงเหรอ
ถึงอย่างนั้นผมก็อยากไปตามสัญญาอย่างๆน้อยๆก็อยากพิสูจให้เห็นว่าผมไม่ผิดคำพูด ถึงมันจะจบแล้ว แต่เขาบอกว่าไม่ต้อง เขาเกรงว่าถ้าได้เจอผมจะยิ่งทำให้รู้สึกผิดไปมากกว่านี้ เจ็บทั้งคู่แถมไม่ได้ช่วยอะไรเลย ผมเองก็ไม่แน่ใจว่าจะมองหน้าเขาด้วยความรู้สึกแบบไหนกับปัญหาที่มันไม่มีใครถูกผิด
ระอายใจที่พยายามไม่ให้ความห่างไกลมาชี้วัดแต่เหมือนคนบ้าที่พยายามบอกว่าตัวเองไม่ได้บ้า
อยากสู้ต่อแต่มีแรงยืนได้ไม่ถึงยกที่4
พยายามฝืนให้เขามารักเราไม่ไหว
อกหักมาก็เยอะ เพิ่งรู้ความหมายของประโยคที่ว่า อกหักตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม ก็ครั้งนี้แหละครับ
หรือเราพยายามไม่ดีพอ ?
หรือการให้รอมันทำร้ายอีกฝ่าย?
หรือเราเพียงพยายามเพื่อตัวเอง?
หรือหวังมากไปจนลืมมองว่าตัวเองว่าตกหล่นอะไรไปบ้าง?
#มีความเห็นยังไงบ้างครับ
"รักที่ไกลเป็นอะไรที่คาดหวังไม่ได้เลยเหรอครับ"
ผมได้รู้จักกับผู้หญิงคนหนึ่ง ในโลกออนไลน์นี่แหละ ก็ไม่ได้ปักใจชอบใครง่ายเพราะรู้จักสังคมนี้มันเป็นแบบไหน
เราได้มีโอกาสคุยกันโดยบังเอิญในบล็อคกลุ่ม เขามาขอคำปรึกษาบางเรื่องกับผม ผมก็แนะนำไปตามที่รู้ ก็ไม่ได้คิดอะไร แต่พอคุยๆไป นิสัยค่อนข้างน่ารักครับ นิสัยดี พูดคุยเป็นกันเอง เป็นคนเหมือนจะซื่อแต่จริงๆแล้วเถรตรง แถมโลกส่วนตัวสูงไม่รู้ไปคุยอีท่าไหนถึงได้เข้าถึงเขาได้ ไปๆมาๆถูกคอ จนทำให้ผมเริ่มสนใจ เขาก็จะมาถามอะไรบ่อยๆจนกลายมาเป็นรู้จักกันแบบไม่เป็นทางการ
เรามีหลายอย่างที่คล้ายๆกัน คุยกันได้ทุกเรื่องเราเลยเข้ากันได้ดี มีเตาะบ้างตามประสา พยายามอยู่ในขอบเขตจนชื้อใจเธอได้ เคยบอกชอบไปสองหนแต่ก็โดนเธอปฏิเสธหน้าสั่นทุกรอบจนคิดว่าเขาคงมีคนที่ชอบหรือมีแฟนอยู่แล้ว แต่คิดผิดใครที่ไหนจะปล่อยให้แฟนมาแชทกับคนอื่นเช้ากลางวันเย็น บางวันยันสว่างไม่รู้ไปโดนอะไรมา เหมือนว่าเธอเองก็ไม่ค่อยแน่ใจเลยค่อยๆคุยกันไปก่อน ผมเห็นว่ายังไม่เสียโอกาสเลยตื้อต่อ เราศึกษากันและกันไปพักใหญ่เหมือนว่าเริ่มลึกเรื่อยๆจนเธอให้ความไว้ใจ เธอเลยเปิดใจคบกับผมเขาเอาใจใส่ดีมาก เราคบกันมาได้ไม่ค่อยนานเท่าไหร่แต่ก็นานพอที่เข้าใจอีกฝ่ายได้อย่างถึงหัวอก กำแพงคือระยะทางกับเวลาครับ เราสองคนจริงจังและแลกเปลี่ยนทุกสิ่งให้อีกฝ่ายรับรู้ได้มากที่สุด โทรคุยทุกวันไปไหนก็บอกวีดีโอคอลหากันให้เวลากับอีกฝ่ายให้ความสำคัญกับเขาให้ได้มากที่สุดเพื่อจะไม่ให้ระยะทางมาลดย่อนความสัมพันธ์ ความเชื่อใจก็เช่นกัน รักที่ไกลย่อมต้องพยายามมากกว่าคู่รักทั่วไป ความเชื่อใจคือสิ่งสำคัญ ทัศนะคติเรามองไปทิศทางเดียวกัน เลยค่อนข้างไปกันได้สวยไม่มีวอกแวกลับหลังปัญหาแทบจะไม่มีเลยเรื่องความไม่เข้าใจกัน จะมีก็แต่ปัญหาเรื่องงาน เราทั้งคู่ต่างอยู่ในวัยทำงานเธอก็เพิ่งเรียนจบมาส่วนผมก็กำลังไต่แรงค์สร้างรากฐานให้ตัวเองต้องทุ่มเทหัวฟัดหัวเหวี่ยงให้มั่นคง ก็ค่อยให้กำลังใจกันตลอด เวลาอาจจะไม่ตรงกันบ้างบางครั้งก็มีให้กันน้อยแล้วแต่จังหวะ แต่ก็คุยกันทุกวันไม่ขาด ที่พอจะทำได้บ้างก็แค่ส่งของที่ละลึกให้กันอยู่บ่อยๆ แต่บางทีก็คิดน้อยใจตัวเองเราอยู่กันไปแบบนี้เราจะได้อะไรจากความรักความสุขแค่นี้จะยาวไปซักแค่ไหน ที่ทำอะไรเหมือนคนรักกันเขาทำกันไม่ได้ ผมเลยตัดสินใจนัดเธอไปเที่ยวจะได้พบเจอกันจริงๆจังๆและคุยกันให้เป็นเรื่องเป็นราวถึงเรื่องอนาคต เธอก็เห็นด้วยเพราะมันควรถึงเวลาที่ต้องร่วมกันตัดสินใจหาหนว่าจะทำยังไงถึงจะดูแลกันได้ไม่ต้องห่าง ผมเองก็เข้าถึงกับทางบ้านเธออยู่บ้างเขาก็ทราบเรื่องของผมจากเธอเลยไม่ติดเรื่องคบหา เลยคิดว่าคงจะไม่มีปัญหาอะไรถ้าจะคุยกันเรื่องนี้กันแบบจริงจัง แต่ติดอยู่ที่ภาระหน้าที่ความรับผิดชอบเรื่องงานเพราะทางผมยุ่งจนก้นไม่ติดพื้น ผมเลยต้องเลื่อนนัดไปอาทิตย์กว่าเธอก็บอกว่ารอได้ เธอแสดงถึงความมั่นใจว่าคนที่มีความรับผิดชอบกับหน้าที่และแยกแยะเรื่องส่วนตัวได้ คุ้มค่าจะรอ ผมก็ใจจดใจจ่อเคลียร์ทุกอย่างให้เสร็จ นับวันรอที่จะได้ทำหน้าที่ของแฟนอย่างคู่รักทั่วๆไปเขาทำกัน ไม่ใช่แค่มานั่งเพ้อฝันลอยๆไปวันๆ สังคมรอบตัวเขาเป็นอะไรที่น่าหวาดหวั่นกับคนไกลมากต้องยอมรับ ถ้าคนไกล้ชิดทำให้อีกฝ่ายหวั่นไหวได้เพียงแค่เสี้ยววิ ตอนนั้นก็มีสิทธิ์ที่เราจะกลายเป็นคนอื่นไปได้ง่ายดาย เชื่อใจแต่ก็อดกังวลไม่ได้ ที่ต้องทำคือพยายามให้เขามั่นใจ แสดงความตั้งใจให้เขาเห็นว่ามั่นคงพอ ตั้งใจเคลียร์งานกว่าจะถึงบ้านก็ดึก เวลาคุยกันก็น้อยไปอีก คงเพราะความเหนื่อยด้วย ก็คิดว่าเขาคงเข้าใจ ไม่รู้ว่าผมช้าไปหรืออะไรเล่นตลกกับชีวิต
หลังจากนั้นแค่ไม่นานเขาเปลี่ยนไป ไม่เหมือนเดิมจากที่เคยเป็นมาจนผมจับสังเกตได้ พยายามคิดในแง่ดีว่าเธอเองก็คงยุ่ง คงไม่มีอะไร เพราะที่ผ่านมาเธอก็ไม่เคยโกหกอะไรผมเลย ทุกเรื่องที่ทำให้เกิดข้อสงสัยต้องมีเหตุผลมารองรับชัดเจนเสมอ ปรับความเข้าใจตลอดเราเลยไม่ค่อยมีเรื่องทะเลาะกันไม่ใช่เชื่อเพราะโง่ไว้ใจคนง่ายแต่อย่างใด แต่คราวนี้มันมีหลายอย่างที่เห็น แสดงออกมาจนน่าชวนคิด อธิบายไปก็ยาวไปอีก ดูเธอเหมือนฝืนๆ ไม่กล้าจะพูดอะไรออกมาตรงๆ ผมก็รู้สึกหวั่นมานิดๆเพราะเห็นว่าเธอเริ่มมีความอึดอัดแต่พยายามฝืนรักษาน้ำใจกัน ผมไม่อยากคิดไปเองถ้าไม่รู้แจ้งความจริง ครั้นจะเค้นเธอก็จะเป็นการงี่เง่า แต่ไม่ถามให้รู้เรื่องก็ไม่ได้ ผมเลยบอกสิ่งที่ผมรู้สึกได้และถามไปตรงๆว่า เธอกำลังมีใครใช่มั้ย? เขาชั่งใจอยู่พักหนึ่งก่อนตอบว่า "ใช่" ถ้าเป็นหวยผมรวยแล้วอย่างที่คาด เธอบอกว่าเจอเขาในที่ทำงาน เพื่อนแนะนำให้รู้จัก คุยกันมาได้ซักพักแล้ว เจอกันในที่ๆทำงานทุกวันเลยไม่จำเป็นต้องโทร แชทคุยกันบ้างในไลน์บางคืนหลังวางสายผมก็ติดต่อกันจนเช้า เขามารับมาส่งทุกวัน สารภาพว่าเริ่มชอบเขาแล้ว ผมได้แต่เงียบพูดอะไรไม่ออก ทั้งที่ความรู้สึกเจ็บมันกดทับใจอยู่ จนอยากร้องในตอนนั้น เขาก็ขอโทษและบอกว่าผูกพันธ์กับผมมากรักที่ผ่านมาไม่ใช่ของปลอมผมทำดีที่สุดแล้ว แต่เธอไม่อยากปฏิเสธความรู้สึกกับความต้องการของตัวเอง ต้องการความชัดเจนแน่นอนไม่ใช่แค่หวัง ถึงเขาผิดสัญญาแต่ก็ไม่มีสิทธิ์ไปโกรธเขาครับ เพราะการยอมรับของเขาเลือกที่จะไม่ปิดบังผมต่อทั้งที่ผมพร้อมจะเชื่อถ้าเธอปฏิเสธ เขาอยากให้ผมยอมรับว่ามันเป็นไปได้ยากระหว่างเราไม่ต้องวาดฝันต่อ จะได้ไม่ต้องเหนื่อย ผมก็ต้องทำใจยอมรับ รู้อยู่แล้วว่ามันต้องจบแบบไหน จบที่ความพยายามไม่ส่งผลถึงเขาเลย ไม่รู้ว่าต่อให้อยู่ไกล้จะช่วยอะไรได้รึป่าว จะรั้งใจคนๆหนึ่งได้จริงเหรอ
ถึงอย่างนั้นผมก็อยากไปตามสัญญาอย่างๆน้อยๆก็อยากพิสูจให้เห็นว่าผมไม่ผิดคำพูด ถึงมันจะจบแล้ว แต่เขาบอกว่าไม่ต้อง เขาเกรงว่าถ้าได้เจอผมจะยิ่งทำให้รู้สึกผิดไปมากกว่านี้ เจ็บทั้งคู่แถมไม่ได้ช่วยอะไรเลย ผมเองก็ไม่แน่ใจว่าจะมองหน้าเขาด้วยความรู้สึกแบบไหนกับปัญหาที่มันไม่มีใครถูกผิด
ระอายใจที่พยายามไม่ให้ความห่างไกลมาชี้วัดแต่เหมือนคนบ้าที่พยายามบอกว่าตัวเองไม่ได้บ้า
อยากสู้ต่อแต่มีแรงยืนได้ไม่ถึงยกที่4
พยายามฝืนให้เขามารักเราไม่ไหว
อกหักมาก็เยอะ เพิ่งรู้ความหมายของประโยคที่ว่า อกหักตั้งแต่ยังไม่ได้เริ่ม ก็ครั้งนี้แหละครับ
หรือเราพยายามไม่ดีพอ ?
หรือการให้รอมันทำร้ายอีกฝ่าย?
หรือเราเพียงพยายามเพื่อตัวเอง?
หรือหวังมากไปจนลืมมองว่าตัวเองว่าตกหล่นอะไรไปบ้าง?
#มีความเห็นยังไงบ้างครับ