ไม่รู้ว่าโอตะคุ้กกี้ตอนต้นหรือโอตะคุ้กกี้ตอนปลายจะเข้าใจฟีลนี้ป่าวนะ แต่สำหรับผมเนี่ย ตามมาตั้งแต่สมัยเดบิ้วใหม่ๆ ตอนนั้นไปงานเดบิ้วแล้วโดนแคปเฌอตก เวลาแค่เสี้ยววินาทีตอนนั้นทำให้ผมโงหัวไม่ขึ้นจนถึงทุกวันนี้ หลังจากโดนตกจากช่วงเสี้ยววินาทีนั้น ก็โฟกัสไปที่เฌอมากขึ้นได้เห็นเฌอในหลายๆแบบขึ้น เลยเลือกตันโอชิเฌอตั้งแต่น้นแหละ
เข้าเรื่องดีกว่า
หลังๆมานี่รู้สึกว่า BNK48เปลี่ยนไปเยอะมากๆ ทั้งในด้านดีและไม่ดี ที่รู้สึกเลยก็มี
1.ตัวเมมเบอร์
เมมเบอร์เป็นตัวของตัวเองมากกกกตอนนี้ เทียบกับตอนแรกๆนี่พยายามทำตัวน่ารักตามบริษัทบีฟมามันรู้สึกแปลกๆ แต่ตอนนี้ก็ได้เห็นแล้วหละว่าน้องๆตัวตนเป็นยังไงกันมั่ง ทำให้รู้สึกรักแบบไม่มีเหตุผลเข้าไปอีก
2.Perfของเมมเบอร์
1ปีที่ผ่านมานี้ วันนั้นจำได้เลยว่า แค่เพลงAittakattaยังมีคนที่เต้นผิดจังหวะและจบแค่เพลงเดียวก็เหนื่อยหอบกันแล้ว แต่มาวันนี้รู้สึกว่าอึดกันมากขึ้นและเต้นได้ดีกันมากขึ้นเยอะเลย ขนาดที่ว่าเมื่อก่อนเห็นบอกว่าเพลงนึงใช้เวลาเป็นอาทิตย์ในการซ้อม แต่ปัจจุบัน 2-3เพลงต่อวันเดียวก็ได้แล้ว ต่อบลอคกิ้งท่ากันหลังเวทีแล้วขึ้นแสดงก็เคยมี และหลังๆก็เริ่มปล่อยร้องสดกันแล้ว ซึ่งก็ไม่ได้แย่ถือว่าดีเลย แต่การที่จะร้องสดหลายๆคนแบบนั้น การมิกซ์เสียงต้องควบคุมให้ดีมากจริงๆ คนมิกซ์เสียงไมค์น้องๆที่คอนเสิร์ตอัศนีถึงกับโพสบอกเลยว่าเกร็งและยากมากๆ เพราะฉะนั้นอาจจะมีBackingtrackในบางงาน แต่หลังๆร้องสดกันเยอะขึ้นถือว่าดีครับ และอยากให้พัฒนาไปจนถึงเล่น10เพลงติดๆกันได้
3.official ที่ห่วยน้อยลงกว่าเดิม
ปัจจุบันก็ยังถือว่าไม่ค่อยดีอยู่ แต่ก็ถือว่าดีกว่าเดิมแล้ว แม้จะมีการผิดพลาดขึ้นมาให้เราเห็นกันมั่งและอาจจะหน้าเลือดเรื่องเงินไปนิด แต่เราก็ได้เห็นตัวofficialมีการปรับปรุงขึ้นเรื่อยๆ เพราะเห็นคุณต้อมเคยพูดว่า จะอ่านที่เขาด่าๆทั้งหมดแล้วก็เอาไปโวยกับฝ่ายนั้นๆว่าทำไมเกิดเรื่องแบบนี้และปรับปรุง ถ้าเทียบตอนนี้กับสมัยโน้น ถือว่าก็พัฒนามาไกลแล้วหละนะ
4.สังคมโอตะที่เปลี่ยนไป
สังคมโอตะวงม่วงก็ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ปัญหาก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆเหมือนกัน รู้สึกว่า มันไม่อบอุ่นและน่าอยู่แบบแต่ก่อนเท่าไหร่ ไปที่ไหนเขาไม่ค่อยชอบกัน โดนเคลมว่าโอตะBNK=มนุษย์กล้องหมดเลยนี่สิ แต่มันก็ได้เห็นสังคมที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ คนซัพพอตเยอะขึ้นเรื่อยๆ ปัญหาพวกเวล0มันก็จะมีตามสเกลของสังคมโอตะ เราจะได้เห็นคนหลายๆแบบในที่เดียว ทั้งพวกสายแคมป์ พวกสร้างปัญหา นักปั่นดราม่า พวกอารมณ์มาก่อนเหตุผล พวกเวล0 คนที่ปลงและเป็นมิตรกับทุกอย่าง โอตะลาเวนเดอร์ โอตะสายปลง มันก็หลากหลายดี โอตะน้ำดี และมักจะมีความขัดแย้งกันเองด้วยนี่สิ มันทำให้ดูโอตะม่วงดูป่วนๆกัน - - แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ได้น่ารังเกียจขนาดไม่กล้าบอกว่าเราคือโอตะBNKหรอก แต่ก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมมันมีคนเสี้ยมหรือคนทำเสียเรื่องหรือสร้างความไม่พอใจกลุ่มนึงก็โดนเหมารวมว่าโอตะวงม่วงมันแย่ซะหมดนี่สิ มันดูไม่ค่อยเมคเซนต์เท่าไหร่ มีคนไปแคมป์หน้าเวที คือหมายความว่าโอตะBNKทั้งหมดชอบแคมป์หน้าเวทีงี้หรอ มันก็ไม่ใช่เท่าไหร่แฮะ..... บางทีก็อยากไปตั้งโต๊ะจับมือคุยเครียประเด็นกันนะกับคนที่บอกแบบนั้น แต่ใจนึงก็อยากปล่อยๆไปเพราะทุกอย่างมันก็คือผลกรรมนั่นแหละ
5.หน้าเก่าไปหน้าใหม่มา
เมื่อก่อนอไปงานอีเว้นน้องๆถ้าความจำดีหน่อยก็อาจจะได้เห็นคนหน้าเดิมๆมางานมั่ง บางทีก็ได้คุยกันนิดหน่อย และเจอหน้าเดิมๆบ่อยมาก แต่ตอนนี้รู้สึกว่าคนเก่าๆกลุ่มเก่าๆจะเริ่มหายไปเรื่อยๆและคนใหม่ๆก็เริ่มเข้ามาแทน และคนใหม่ๆบางคนก็ดันเรื่องเยอะนิดหน่อยด้วยนี่สิ แต่มันก็รู้สึกดีอยู่หน่อยๆที่มีคนใหม่ๆเข้ามาให้ความสนใจน้องๆเยอะขึ้น ถึงแม้จะคิดถึงคนหน้าเก่าๆที่อยู่หน้าเวทีด้วยกันเมื่อก่อนก็เหอะ
6.งานจับมือที่สามารถตีเทนนิสได้
เลนจับมือสมัยก่อน สามารถเอาเน็ทมาตั้งและตีเทนนิสได้เลยทีเดียว สมัยนี้แต่โดดตบยังยากเลย5555
มาคิดๆดูแล้วผมรู้สึกว่าในเวลา1ปีจะ2ปีนี่ อะไรๆมันผ่านมาเยอะมากกกกก ทั้งเรื่องดีและไม่ดี การเปลี่ยนแปลงต่างๆที่เกิดขึ้น การเปลี่ยนแปลงภายในที่มันทำให้ไม่รู้สึกเหมือนเดิมเท่าไหร่ สำหรับผมตอนนี้มันยังไม่ชินเท่าไหร่555555 คืออยู่มานานแล้วแต่กับกลายเป็นว่าไม่ชินกับอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปเยอะอะไรขนาดนี้55555 อาจจะเพราะยังไม่ชินกับสังคมโอตะใหม่ทั้งนะ มันรู้สึกว่าต้องมาทำความเข้าใจใหม่และก็ใจเย็นลงกว่าเดิมไรงี้ พยายามเข้าใจคนใหม่ๆที่เข้ามาหละว่า อะไรๆมันก็ใหม่สำหรับเขาหมด อันนี้เขายังไม่เข้าใจ เขายังไม่เข้าใจกฏนี้ ไม่เข้าใจระเบียบแบบนี้ และยังไม่เข้าใจวัฒนธรรมการดูไอดอลไรแบบนี้
คนอื่นคิดว่ามีอะไรเปลี่ยนไปเยอะอีกมั่งมั้ยครับ เมื่อก่อนvsปัจจุบัน
BNK48 จากความรู้สึกคนที่ตามแรกๆ หลายอย่างเปลี่ยนไปเยอะมาก....
เข้าเรื่องดีกว่า
หลังๆมานี่รู้สึกว่า BNK48เปลี่ยนไปเยอะมากๆ ทั้งในด้านดีและไม่ดี ที่รู้สึกเลยก็มี
1.ตัวเมมเบอร์
เมมเบอร์เป็นตัวของตัวเองมากกกกตอนนี้ เทียบกับตอนแรกๆนี่พยายามทำตัวน่ารักตามบริษัทบีฟมามันรู้สึกแปลกๆ แต่ตอนนี้ก็ได้เห็นแล้วหละว่าน้องๆตัวตนเป็นยังไงกันมั่ง ทำให้รู้สึกรักแบบไม่มีเหตุผลเข้าไปอีก
2.Perfของเมมเบอร์
1ปีที่ผ่านมานี้ วันนั้นจำได้เลยว่า แค่เพลงAittakattaยังมีคนที่เต้นผิดจังหวะและจบแค่เพลงเดียวก็เหนื่อยหอบกันแล้ว แต่มาวันนี้รู้สึกว่าอึดกันมากขึ้นและเต้นได้ดีกันมากขึ้นเยอะเลย ขนาดที่ว่าเมื่อก่อนเห็นบอกว่าเพลงนึงใช้เวลาเป็นอาทิตย์ในการซ้อม แต่ปัจจุบัน 2-3เพลงต่อวันเดียวก็ได้แล้ว ต่อบลอคกิ้งท่ากันหลังเวทีแล้วขึ้นแสดงก็เคยมี และหลังๆก็เริ่มปล่อยร้องสดกันแล้ว ซึ่งก็ไม่ได้แย่ถือว่าดีเลย แต่การที่จะร้องสดหลายๆคนแบบนั้น การมิกซ์เสียงต้องควบคุมให้ดีมากจริงๆ คนมิกซ์เสียงไมค์น้องๆที่คอนเสิร์ตอัศนีถึงกับโพสบอกเลยว่าเกร็งและยากมากๆ เพราะฉะนั้นอาจจะมีBackingtrackในบางงาน แต่หลังๆร้องสดกันเยอะขึ้นถือว่าดีครับ และอยากให้พัฒนาไปจนถึงเล่น10เพลงติดๆกันได้
3.official ที่ห่วยน้อยลงกว่าเดิม
ปัจจุบันก็ยังถือว่าไม่ค่อยดีอยู่ แต่ก็ถือว่าดีกว่าเดิมแล้ว แม้จะมีการผิดพลาดขึ้นมาให้เราเห็นกันมั่งและอาจจะหน้าเลือดเรื่องเงินไปนิด แต่เราก็ได้เห็นตัวofficialมีการปรับปรุงขึ้นเรื่อยๆ เพราะเห็นคุณต้อมเคยพูดว่า จะอ่านที่เขาด่าๆทั้งหมดแล้วก็เอาไปโวยกับฝ่ายนั้นๆว่าทำไมเกิดเรื่องแบบนี้และปรับปรุง ถ้าเทียบตอนนี้กับสมัยโน้น ถือว่าก็พัฒนามาไกลแล้วหละนะ
4.สังคมโอตะที่เปลี่ยนไป
สังคมโอตะวงม่วงก็ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ปัญหาก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆเหมือนกัน รู้สึกว่า มันไม่อบอุ่นและน่าอยู่แบบแต่ก่อนเท่าไหร่ ไปที่ไหนเขาไม่ค่อยชอบกัน โดนเคลมว่าโอตะBNK=มนุษย์กล้องหมดเลยนี่สิ แต่มันก็ได้เห็นสังคมที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ คนซัพพอตเยอะขึ้นเรื่อยๆ ปัญหาพวกเวล0มันก็จะมีตามสเกลของสังคมโอตะ เราจะได้เห็นคนหลายๆแบบในที่เดียว ทั้งพวกสายแคมป์ พวกสร้างปัญหา นักปั่นดราม่า พวกอารมณ์มาก่อนเหตุผล พวกเวล0 คนที่ปลงและเป็นมิตรกับทุกอย่าง โอตะลาเวนเดอร์ โอตะสายปลง มันก็หลากหลายดี โอตะน้ำดี และมักจะมีความขัดแย้งกันเองด้วยนี่สิ มันทำให้ดูโอตะม่วงดูป่วนๆกัน - - แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่ได้น่ารังเกียจขนาดไม่กล้าบอกว่าเราคือโอตะBNKหรอก แต่ก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมมันมีคนเสี้ยมหรือคนทำเสียเรื่องหรือสร้างความไม่พอใจกลุ่มนึงก็โดนเหมารวมว่าโอตะวงม่วงมันแย่ซะหมดนี่สิ มันดูไม่ค่อยเมคเซนต์เท่าไหร่ มีคนไปแคมป์หน้าเวที คือหมายความว่าโอตะBNKทั้งหมดชอบแคมป์หน้าเวทีงี้หรอ มันก็ไม่ใช่เท่าไหร่แฮะ..... บางทีก็อยากไปตั้งโต๊ะจับมือคุยเครียประเด็นกันนะกับคนที่บอกแบบนั้น แต่ใจนึงก็อยากปล่อยๆไปเพราะทุกอย่างมันก็คือผลกรรมนั่นแหละ
5.หน้าเก่าไปหน้าใหม่มา
เมื่อก่อนอไปงานอีเว้นน้องๆถ้าความจำดีหน่อยก็อาจจะได้เห็นคนหน้าเดิมๆมางานมั่ง บางทีก็ได้คุยกันนิดหน่อย และเจอหน้าเดิมๆบ่อยมาก แต่ตอนนี้รู้สึกว่าคนเก่าๆกลุ่มเก่าๆจะเริ่มหายไปเรื่อยๆและคนใหม่ๆก็เริ่มเข้ามาแทน และคนใหม่ๆบางคนก็ดันเรื่องเยอะนิดหน่อยด้วยนี่สิ แต่มันก็รู้สึกดีอยู่หน่อยๆที่มีคนใหม่ๆเข้ามาให้ความสนใจน้องๆเยอะขึ้น ถึงแม้จะคิดถึงคนหน้าเก่าๆที่อยู่หน้าเวทีด้วยกันเมื่อก่อนก็เหอะ
6.งานจับมือที่สามารถตีเทนนิสได้
เลนจับมือสมัยก่อน สามารถเอาเน็ทมาตั้งและตีเทนนิสได้เลยทีเดียว สมัยนี้แต่โดดตบยังยากเลย5555
มาคิดๆดูแล้วผมรู้สึกว่าในเวลา1ปีจะ2ปีนี่ อะไรๆมันผ่านมาเยอะมากกกกก ทั้งเรื่องดีและไม่ดี การเปลี่ยนแปลงต่างๆที่เกิดขึ้น การเปลี่ยนแปลงภายในที่มันทำให้ไม่รู้สึกเหมือนเดิมเท่าไหร่ สำหรับผมตอนนี้มันยังไม่ชินเท่าไหร่555555 คืออยู่มานานแล้วแต่กับกลายเป็นว่าไม่ชินกับอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปเยอะอะไรขนาดนี้55555 อาจจะเพราะยังไม่ชินกับสังคมโอตะใหม่ทั้งนะ มันรู้สึกว่าต้องมาทำความเข้าใจใหม่และก็ใจเย็นลงกว่าเดิมไรงี้ พยายามเข้าใจคนใหม่ๆที่เข้ามาหละว่า อะไรๆมันก็ใหม่สำหรับเขาหมด อันนี้เขายังไม่เข้าใจ เขายังไม่เข้าใจกฏนี้ ไม่เข้าใจระเบียบแบบนี้ และยังไม่เข้าใจวัฒนธรรมการดูไอดอลไรแบบนี้
คนอื่นคิดว่ามีอะไรเปลี่ยนไปเยอะอีกมั่งมั้ยครับ เมื่อก่อนvsปัจจุบัน