มีใครสังเกตไหมครับ
ว่านโยบายของทักษิณ ที่โดนกล่าวหาให้ร้ายว่า เป็นประชานิยมเพื่อหวังซื้อเสียง นั้น
ความจริงแล้ว มีขั้นตอน มีกรอบ มีวิธีการที่เชื่อมโยง ไมใช่นโยบายเดียวโด่เด่เพื่อหวังคะแนนเสียงเท่านั้น
คือตัวนโยบายบั้น แต่ละเรื่อง ต้องเชื่อมโยงกัน
ไม่ใช่เพื่อเป้าหมายใดเป้าหมายหนึ่งเท่านั้น
ช่วยระดับล่าง ก็ต้องมีระดับกลาง ต้องมีระดับบน
ไม่ใช่ช่วยระดับใดระดับหนึ่งเท่านั้น
หากมีนโยบายแค่ช่วยระดับใดระดับหนึ่ง กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ความรู้สึกไม่เป็นธรรมก็เกิด
ต่อให้มีนโยบายดีเพียงใด ก็ไม่ได้ความนิยม เพราะผู้ไม่ได้ผลประโยชน์จากนโยบายไม่เห็นด้วย
ยกตัวอย่าง รถเมล์ฟรี ฟรีจริง ๆ ทุกคนมีสิทธิ์ใช้
แปลงสินทรัพย์เป็นทุน otop sme ค่าแรง ลดภาษีนิติบุคคล 30 บาท ฯลฯ
เป็นนโยบายที่เชื่อมโยงทุกระดับ เปิดโอกาส
หมอจริง อ่านโรคออก วิเคราะห์โรคเป็น มองเห็นอาการ รู้ยา
ว่าให้ยานี้ รักษาโรคอะไร มีผลข้างเคียงอย่างไร
ไม่ใช่หมอมั่ว ๆ ที่วิเคราะห์โรคก็ไม่เป็น ให้ยาก็ไม่ถูก หรือให้ยาถูกโรค แต่ไม่คิดถึงผลข้างเคียง
อยากเขียนสาธยายให้ชัดกว่านี้ครับ แต่ขี้เกียจ
จบ
ความแตกต่าง ..................................................... โดย ตระกองขวัญ
ว่านโยบายของทักษิณ ที่โดนกล่าวหาให้ร้ายว่า เป็นประชานิยมเพื่อหวังซื้อเสียง นั้น
ความจริงแล้ว มีขั้นตอน มีกรอบ มีวิธีการที่เชื่อมโยง ไมใช่นโยบายเดียวโด่เด่เพื่อหวังคะแนนเสียงเท่านั้น
คือตัวนโยบายบั้น แต่ละเรื่อง ต้องเชื่อมโยงกัน
ไม่ใช่เพื่อเป้าหมายใดเป้าหมายหนึ่งเท่านั้น
ช่วยระดับล่าง ก็ต้องมีระดับกลาง ต้องมีระดับบน
ไม่ใช่ช่วยระดับใดระดับหนึ่งเท่านั้น
หากมีนโยบายแค่ช่วยระดับใดระดับหนึ่ง กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ความรู้สึกไม่เป็นธรรมก็เกิด
ต่อให้มีนโยบายดีเพียงใด ก็ไม่ได้ความนิยม เพราะผู้ไม่ได้ผลประโยชน์จากนโยบายไม่เห็นด้วย
ยกตัวอย่าง รถเมล์ฟรี ฟรีจริง ๆ ทุกคนมีสิทธิ์ใช้
แปลงสินทรัพย์เป็นทุน otop sme ค่าแรง ลดภาษีนิติบุคคล 30 บาท ฯลฯ
เป็นนโยบายที่เชื่อมโยงทุกระดับ เปิดโอกาส
หมอจริง อ่านโรคออก วิเคราะห์โรคเป็น มองเห็นอาการ รู้ยา
ว่าให้ยานี้ รักษาโรคอะไร มีผลข้างเคียงอย่างไร
ไม่ใช่หมอมั่ว ๆ ที่วิเคราะห์โรคก็ไม่เป็น ให้ยาก็ไม่ถูก หรือให้ยาถูกโรค แต่ไม่คิดถึงผลข้างเคียง
อยากเขียนสาธยายให้ชัดกว่านี้ครับ แต่ขี้เกียจ
จบ