"อนุสรณ์ ธรรมใจ" จวกสนช. สภาตรายาง เร่งรีบผ่านงบ 62 เสี่ยงวิกฤติฐานะการคลังหรือไม่
https://www.matichon.co.th/news-monitor/news_1113818
นาย
อนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึงงบประมาณปี 2562 จำนวน 3.3 ล้านล้านบาทที่ผ่านการอนุมัติจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)ว่า งบประมาณดังกล่าวใช้เวลาพิจารณาเพียง 3 ชั่วโมงเท่านั้น ถือเป็นกระบวนการจัดทำงบประมาณที่ขาดการตรวจสอบ ถ่วงดุล ขาดการมีส่วนร่วมและไม่ได้เกิดจากความเห็นชอบของประชาชนผ่านผู้แทนอันชอบธรรม ขาดการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในกระบวนการกำหนดงบประมาณและการเก็บภาษี (Budget and Taxation without Representation) สนช.ไม่ได้ทำหน้าที่ในการกลั่นกรองกฎหมายงบประมาณจึงมีฐานะเป็นเพียง
“สภาตรายาง” ให้รัฐบาล คสช. เท่านั้น
นาย
อนุสรณ์ กล่าวว่า ขอเสนอให้รัฐบาลหลังการเลือกตั้งทำการทบทวนและแก้ไขงบประมาณปี 2562 เสียใหม่ เนื่องจากพบว่า การจัดสรรงบประมาณปี 2562 มีสิ่งที่ต้องแก้ไขหลายประการด้วยกัน มีงบประมาณรายจ่ายสูงถึง 3.3 ล้านล้านบาทและมีการทำขาดดุลงบประมาณสูงถึง 4.5 แสนล้านบาท ควรลดการขาดดุลลงเนื่องจากมีความจำเป็นน้อยลงในการใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและมีความจำเป็นในการลดความเสี่ยงของวิกฤติฐานะการคลังในอนาคต นอกจากนี้ อาจจะเกิดสภาวะที่การใช้จ่ายภาครัฐอาจไปแย่งเม็ดเงินจากภาคเอกชนและดันอัตราดอกเบี้ยในระบบให้สูงขึ้นได้ ทำให้ผลจากการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยการใช้จ่ายของภาครัฐถูกหักล้างด้วยการลดลงของการลงทุนภาคเอกชนอันเป็นผลจากต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มสูงขึ้น หรือที่เรียกกันว่าเกิด Crowding out Effect นั่นเอง รัฐบาลหลังการเลือกตั้งควรทบทวนโครงการขนาดใหญ่ที่ต้องอาศัยเงินกู้จำนวนมากและมีความเสี่ยงต่อฐานะทางการคลังและควรทบทวน
“สิทธิประโยชน์ทางภาษีมากเกินพอดี” ทั้งหลายเพื่อดึงดูดการลงทุนของต่างชาติที่ทำให้รัฐสูญเสียเงินรายได้ภาษีจำนวนมาก กำหนดกรอบความยั่งยืนทางการคลังเพื่อให้ประเทศสามารถจัดทำงบประมาณสมดุลได้ภายใน 5 ปีข้างหน้า หลังจากที่ได้มีการจัดทำงบประมาณขาดดุลต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2550
นาย
อนุสรณ์ กล่าวว่า ต้องมีการบริหารการชำระหนี้สาธารณะให้ดีเพื่อไม่ให้เกิดการกระจุกตัวของการชำระหนี้ในอนาคตจนกระทบสภาพคล่องในอนาคต รายจ่ายประจำยังคงเพิ่มขึ้น 4-5% ขณะที่รายจ่ายเพื่อการลงทุนเพิ่มเพียง 1% สะท้อนยังไม่มีการปฏิรูปโครงสร้างงบประมาณแต่อย่างใดเพราะรายจ่ายเพื่อการลงทุนยังคงมีสัดส่วนเพียงแค่ 22% ซึ่งควรปรับโครงสร้างให้เพิ่มเป็น 30% ของงบประมาณรายจ่ายและต้องทำควบคู่กับการปฏิรูประบบราชการและรัฐวิสาหกิจ รัฐบาล และ สนช.ต้องชี้แจงต่อสาธารณชนด้วยว่า งบประมาณกลาโหมงบความมั่นคงที่เพิ่มขึ้น 20-21% นั้นมีความจำเป็นอย่างไร ทั้งที่ภัยคุกคามทางด้านความมั่นคงลดลงและไม่มีสัญญาณใดๆที่จะเกิดสงครามในภูมิภาคนี้ กองทัพได้รับการจัดสรรงบประมาณตลอดระยะเวลาสี่ปีของรัฐบาล คสช. 9.38 แสนล้านบาท ขอเสนอให้รัฐบาลหลังการเลือกตั้งยกเลิกการสั่งซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ที่ไม่จำเป็นและไม่มีคุณภาพ โดยนำเงินมาจัดสรรเพื่อการเพิ่มสวัสดิการให้นายทหารชั้นผู้น้อย ลงทุนในการพัฒนาเทคโนโลยีป้องกันประเทศและลงทุนทางด้านการฝึกอบรมให้กับนายทหาร หรือโยกงบประมาณไปซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลที่ขาดแคลนหรืออุปกรณ์ทางการศึกษาสำหรับโรงเรียนที่ขาดแคลนจะดีกว่า
แฉยับ! งบ7.8ล้าน ทำห้องน้ำสุดเละ หลอดไฟไม่มีสาย-ชักโครกไร้ระบบน้ำ ส่งมอบงานแล้ว
https://www.matichon.co.th/politics/news_1113964
เมื่อวันที่ 1 ก.ย. โลกออนไลน์มีการแชร์ข้อความจากเพจชมรมstrong-จิตพอเพียงต้านทุจริต จังหวัดนครศรีธรรมราช โพสต์ภาพและข้อความ เปิดเผยเรื่องราวปัญหาการใช้งบประมาณในการปรับปรุงภูมิทัศน์ สร้างห้องน้ำเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว แต่ปัญหาคือความไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่กลับมีการส่งมองงานเรียบร้อยแล้ว
“นี่คือสภาพงานบางส่วนของ โครงการเสริมสร้างศักยภาพด้านการตลาดของกลุ่มอาชีพ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของชุมชนให้เข้มแข็ง บ้านคีรีวง ต.กำโลน อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช ใช้งบประมาณทั้งหมด 7,874,500บาท โดยแบ่งเป็นการปรับปรุงภูมิทัศน์ และปรับปรุงอาคารห้องน้ำต่างๆ..เพื่อใช้ต้อนรับนักท่องเที่ยวสภาพล่าสุด ติดตั้งหลอดไฟเรียบร้อยแต่ไม่มีสายไฟ และไฟฟ้า ห้องน้ำชักโครกพร้อมใช้ แต่ไม่มีมีระบบน้ำ อ้างล้างหน้าสไตล์ย้อนยุค..ที่พีคสุดคือส่งมอบงานกันเรียบร้อยแล้ว! หน่วยงานดำเนินการ ที่ทำการปกครองอำเภอ…. #งบจังหวัดปี2561 ”
‘เพ็ญสุภา’ นำแกนนำทวงคืนดอยสุเทพ คาราวานความรู้ ชี้10จุดสำคัญดอยสุเทพ
https://www.matichon.co.th/region/news_1113507
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 2 กันยายน 2561 ที่ลานอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ ดร.
เพ็ญสุภา สุขคตะ นักเขียน นักวิชาการอิสระ และอาจารย์พิเศษ ที่ Media Arts and Design มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) จัดกิจกรรมคาราวานความรู้และเที่ยวชมดอยสุเทพ 10 จุดสำคัญ โดยมีแกนนำจากเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพเข้าร่วมกิจกรรมพร้อมประชาชนที่สนใจ
โดย
จุดที่ 1 คือ ลานอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย มีการอธิบายถึงเบื้องหลังของการสร้างอนุสาวรีย์ ความเป็นมาระหว่างหลวงศรีประกาศกับศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี
จุดที่ 2 น้ำตกห้วยแก้ว พบกับลายเซ็นพระยาพหลพลพยุหเสนา ที่จารึกไว้เมื่องันที่ 2 ธันวาคม 2477 ในโอกาสนำรัฐธรรมนูญมามอบให้กับคน จ.เชียงใหม่ และ จ.ลำพูน
จุดที่ 3 หมุดหมายจารึกของครูบาศรีวิชัยในการสร้างทางขึ้นดอยสุเทพ ซึ่งมีการระบุค่าใช้จ่ายอย่างชัดเจน ปัจจุบันเป็นหมุดซีเมนต์ในพงรกพงหญ้าที่คนทั่วไปไม่ค่อยสังเกต
จุดที่ 4 ‘ผาเงิบ’ จุดที่มีรอยมือรอยเท้าครูบาเจ้าศรีวิชัย ระหว่างสำรวจเส้นทางสร้างถนน รวมทั้งเป็นสถานที่นั่งวิปัสนากรรมฐานของครูบาศรีวิชัย
จุดที่ 5 วัดผาลาด สกทาคามี ที่กล่าวกันว่าเป็นบันไดขั้นที่ 2 ของการบรรลุธรรม ศิลปกรรมแบบสกุลช่างมอญม่านเงี้ยว โดยหลวงโยนการพิจิตร ภายในมีรูปภาพเสือครูบาศรีวิชัย
จุดที่ 6 ‘สันกู่’ แยกซ้ายมือทางเข้าดอยปุย ซากโบราณสถานศิลาแลงสมัยหริภุญไชย สมัยพระนางจามเทวี ที่คาดว่าจะสร้างขึ้นภายหลังขุนหลวงวิลังคะพ่ายรักพ่ายรบให้แก่พระนางจามเทวี
จุดที่ 7 บ้านม้งดอยปุย ชุมชนชาวไทยภูเขา
จุดที่ 8 ถ้ำฤๅษี ตั้งอยู่ตรงข้ามโรงเรียนศรีสังวาลย์ สถานที่พำนักของฤษีวาสุเทพ ผู้ปกปักษ์รักษาดอยสุเทพ
จุดที่ 9 พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ สถานที่ระหว่างเสด็จแปรพระราชฐานมาปฏิบัติพระราชกรณีกิจในพื้นที่ภาคเหนือของในหลวงรัชกาลที่ 9
และ
จุดที่ 10 พระธาตุดอยสุเทพ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ พบกับรั้วระเบียงหอกว่าแต่ละด้านมีครบ 150 เล่ม รวม 4 ด้าน จำนวน 600 เล่ม
ดร.
เพ็ญสุภา กล่าวว่า วันนี้มาสำรวจในโครงการรายรอบดอยสุเทพแบบคาราวาน เพื่อให้ชาวเชียงใหม่ทราบว่าดอยสุเทพมีหลากหลายมิติ ไม่ใช่แค่พระธาตุดอยสุเทพ เพราะยังมีผาเงิบ ผาลาด น้ำตกห้วยแก้ว จุดสร้างทางขึ้นดอยสุเทพ ทั้งหมดไม่สามารถแยกส่วนได้ นี่คือส่วนหนึ่งของการร่วมกันขับเคลื่อนรณรงค์กิจกรรมป่าแหว่ง ทั้งมิติวิชาการ ท่องเที่ยว เสริมกับนิเวศวิทยาสิ่งแวดล้อม และประวัติศาสตร์ เพราะภาพรวมทั้งหมดดอยสุเทพลูกนี้มีความสำคัญมากไม่เพียงเป็นพระธาตุศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น เพราะมีมาตั้งแต่ยุคตำนาน ยุคสร้างเมือง และเรื่องราวของขุนหลวงวิลังคะ บรรพบุรุษของชาวลัวะ ยุคพญากือนาที่สร้างทางขึ้นดอยสุเทพ เราจึงอยากให้ภูเขาลูกนี้มีแต่สิ่งก่อสร้างที่จำเป็นจริงๆ เราเคยต่อสู้เพื่อไม่ให้มีหอชมวิวเกะกะบนวัดพระธาตดอยสุเทพ เพราะน้ำหนักรับไม่ไหว และความอุดมสมบูรณ์ของป่าที่เราไม่อยากให้ถูกทำลาย
ในขณะที่นาย
ธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ ผู้ประสานงานเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ กล่าวว่า ดร.
เพ็ญสุภา ผู้มีความรู้ทางด้านประวัติศาสตร์ล้านนา นำมาตามรอยครูบาศรีวิชัย มาดูสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ บนดอยสุเทพ ร่วมกันกับผู้ที่มีใจรักษ์ป่า ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของล้านนาหลายร้อยหลายพันปี เรามาเพื่อเรียนรู้ดอยศักดิ์สิทธิ์ และบริเวณนี้ที่ทุกคนหวงแหน รัก และต้องการปกป้องไม่ให้ใครมาทำลายหรือทำสิ่งที่ไม่ดีกับดอยสุเทพ
JJNY : 6in1 จวกสนช.เร่งผ่านงบ62/งบ7.8ล.ห้องน้ำสุดเละ/ชี้10จุดดอยสุเทพ/4เรื่องคุกคามศก./เลิกราคาอ้างอิงปาล์ม/รับน้ำหลาก
https://www.matichon.co.th/news-monitor/news_1113818
นายอนุสรณ์ ธรรมใจ คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวถึงงบประมาณปี 2562 จำนวน 3.3 ล้านล้านบาทที่ผ่านการอนุมัติจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)ว่า งบประมาณดังกล่าวใช้เวลาพิจารณาเพียง 3 ชั่วโมงเท่านั้น ถือเป็นกระบวนการจัดทำงบประมาณที่ขาดการตรวจสอบ ถ่วงดุล ขาดการมีส่วนร่วมและไม่ได้เกิดจากความเห็นชอบของประชาชนผ่านผู้แทนอันชอบธรรม ขาดการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในกระบวนการกำหนดงบประมาณและการเก็บภาษี (Budget and Taxation without Representation) สนช.ไม่ได้ทำหน้าที่ในการกลั่นกรองกฎหมายงบประมาณจึงมีฐานะเป็นเพียง “สภาตรายาง” ให้รัฐบาล คสช. เท่านั้น
นายอนุสรณ์ กล่าวว่า ขอเสนอให้รัฐบาลหลังการเลือกตั้งทำการทบทวนและแก้ไขงบประมาณปี 2562 เสียใหม่ เนื่องจากพบว่า การจัดสรรงบประมาณปี 2562 มีสิ่งที่ต้องแก้ไขหลายประการด้วยกัน มีงบประมาณรายจ่ายสูงถึง 3.3 ล้านล้านบาทและมีการทำขาดดุลงบประมาณสูงถึง 4.5 แสนล้านบาท ควรลดการขาดดุลลงเนื่องจากมีความจำเป็นน้อยลงในการใช้จ่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและมีความจำเป็นในการลดความเสี่ยงของวิกฤติฐานะการคลังในอนาคต นอกจากนี้ อาจจะเกิดสภาวะที่การใช้จ่ายภาครัฐอาจไปแย่งเม็ดเงินจากภาคเอกชนและดันอัตราดอกเบี้ยในระบบให้สูงขึ้นได้ ทำให้ผลจากการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยการใช้จ่ายของภาครัฐถูกหักล้างด้วยการลดลงของการลงทุนภาคเอกชนอันเป็นผลจากต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มสูงขึ้น หรือที่เรียกกันว่าเกิด Crowding out Effect นั่นเอง รัฐบาลหลังการเลือกตั้งควรทบทวนโครงการขนาดใหญ่ที่ต้องอาศัยเงินกู้จำนวนมากและมีความเสี่ยงต่อฐานะทางการคลังและควรทบทวน “สิทธิประโยชน์ทางภาษีมากเกินพอดี” ทั้งหลายเพื่อดึงดูดการลงทุนของต่างชาติที่ทำให้รัฐสูญเสียเงินรายได้ภาษีจำนวนมาก กำหนดกรอบความยั่งยืนทางการคลังเพื่อให้ประเทศสามารถจัดทำงบประมาณสมดุลได้ภายใน 5 ปีข้างหน้า หลังจากที่ได้มีการจัดทำงบประมาณขาดดุลต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2550
นายอนุสรณ์ กล่าวว่า ต้องมีการบริหารการชำระหนี้สาธารณะให้ดีเพื่อไม่ให้เกิดการกระจุกตัวของการชำระหนี้ในอนาคตจนกระทบสภาพคล่องในอนาคต รายจ่ายประจำยังคงเพิ่มขึ้น 4-5% ขณะที่รายจ่ายเพื่อการลงทุนเพิ่มเพียง 1% สะท้อนยังไม่มีการปฏิรูปโครงสร้างงบประมาณแต่อย่างใดเพราะรายจ่ายเพื่อการลงทุนยังคงมีสัดส่วนเพียงแค่ 22% ซึ่งควรปรับโครงสร้างให้เพิ่มเป็น 30% ของงบประมาณรายจ่ายและต้องทำควบคู่กับการปฏิรูประบบราชการและรัฐวิสาหกิจ รัฐบาล และ สนช.ต้องชี้แจงต่อสาธารณชนด้วยว่า งบประมาณกลาโหมงบความมั่นคงที่เพิ่มขึ้น 20-21% นั้นมีความจำเป็นอย่างไร ทั้งที่ภัยคุกคามทางด้านความมั่นคงลดลงและไม่มีสัญญาณใดๆที่จะเกิดสงครามในภูมิภาคนี้ กองทัพได้รับการจัดสรรงบประมาณตลอดระยะเวลาสี่ปีของรัฐบาล คสช. 9.38 แสนล้านบาท ขอเสนอให้รัฐบาลหลังการเลือกตั้งยกเลิกการสั่งซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ที่ไม่จำเป็นและไม่มีคุณภาพ โดยนำเงินมาจัดสรรเพื่อการเพิ่มสวัสดิการให้นายทหารชั้นผู้น้อย ลงทุนในการพัฒนาเทคโนโลยีป้องกันประเทศและลงทุนทางด้านการฝึกอบรมให้กับนายทหาร หรือโยกงบประมาณไปซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลที่ขาดแคลนหรืออุปกรณ์ทางการศึกษาสำหรับโรงเรียนที่ขาดแคลนจะดีกว่า
แฉยับ! งบ7.8ล้าน ทำห้องน้ำสุดเละ หลอดไฟไม่มีสาย-ชักโครกไร้ระบบน้ำ ส่งมอบงานแล้ว
https://www.matichon.co.th/politics/news_1113964
เมื่อวันที่ 1 ก.ย. โลกออนไลน์มีการแชร์ข้อความจากเพจชมรมstrong-จิตพอเพียงต้านทุจริต จังหวัดนครศรีธรรมราช โพสต์ภาพและข้อความ เปิดเผยเรื่องราวปัญหาการใช้งบประมาณในการปรับปรุงภูมิทัศน์ สร้างห้องน้ำเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว แต่ปัญหาคือความไม่เสร็จสมบูรณ์ แต่กลับมีการส่งมองงานเรียบร้อยแล้ว
“นี่คือสภาพงานบางส่วนของ โครงการเสริมสร้างศักยภาพด้านการตลาดของกลุ่มอาชีพ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของชุมชนให้เข้มแข็ง บ้านคีรีวง ต.กำโลน อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช ใช้งบประมาณทั้งหมด 7,874,500บาท โดยแบ่งเป็นการปรับปรุงภูมิทัศน์ และปรับปรุงอาคารห้องน้ำต่างๆ..เพื่อใช้ต้อนรับนักท่องเที่ยวสภาพล่าสุด ติดตั้งหลอดไฟเรียบร้อยแต่ไม่มีสายไฟ และไฟฟ้า ห้องน้ำชักโครกพร้อมใช้ แต่ไม่มีมีระบบน้ำ อ้างล้างหน้าสไตล์ย้อนยุค..ที่พีคสุดคือส่งมอบงานกันเรียบร้อยแล้ว! หน่วยงานดำเนินการ ที่ทำการปกครองอำเภอ…. #งบจังหวัดปี2561 ”
‘เพ็ญสุภา’ นำแกนนำทวงคืนดอยสุเทพ คาราวานความรู้ ชี้10จุดสำคัญดอยสุเทพ
https://www.matichon.co.th/region/news_1113507
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 2 กันยายน 2561 ที่ลานอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ ดร.เพ็ญสุภา สุขคตะ นักเขียน นักวิชาการอิสระ และอาจารย์พิเศษ ที่ Media Arts and Design มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) จัดกิจกรรมคาราวานความรู้และเที่ยวชมดอยสุเทพ 10 จุดสำคัญ โดยมีแกนนำจากเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพเข้าร่วมกิจกรรมพร้อมประชาชนที่สนใจ
โดยจุดที่ 1 คือ ลานอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย มีการอธิบายถึงเบื้องหลังของการสร้างอนุสาวรีย์ ความเป็นมาระหว่างหลวงศรีประกาศกับศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี
จุดที่ 2 น้ำตกห้วยแก้ว พบกับลายเซ็นพระยาพหลพลพยุหเสนา ที่จารึกไว้เมื่องันที่ 2 ธันวาคม 2477 ในโอกาสนำรัฐธรรมนูญมามอบให้กับคน จ.เชียงใหม่ และ จ.ลำพูน
จุดที่ 3 หมุดหมายจารึกของครูบาศรีวิชัยในการสร้างทางขึ้นดอยสุเทพ ซึ่งมีการระบุค่าใช้จ่ายอย่างชัดเจน ปัจจุบันเป็นหมุดซีเมนต์ในพงรกพงหญ้าที่คนทั่วไปไม่ค่อยสังเกต
จุดที่ 4 ‘ผาเงิบ’ จุดที่มีรอยมือรอยเท้าครูบาเจ้าศรีวิชัย ระหว่างสำรวจเส้นทางสร้างถนน รวมทั้งเป็นสถานที่นั่งวิปัสนากรรมฐานของครูบาศรีวิชัย
จุดที่ 5 วัดผาลาด สกทาคามี ที่กล่าวกันว่าเป็นบันไดขั้นที่ 2 ของการบรรลุธรรม ศิลปกรรมแบบสกุลช่างมอญม่านเงี้ยว โดยหลวงโยนการพิจิตร ภายในมีรูปภาพเสือครูบาศรีวิชัย
จุดที่ 6 ‘สันกู่’ แยกซ้ายมือทางเข้าดอยปุย ซากโบราณสถานศิลาแลงสมัยหริภุญไชย สมัยพระนางจามเทวี ที่คาดว่าจะสร้างขึ้นภายหลังขุนหลวงวิลังคะพ่ายรักพ่ายรบให้แก่พระนางจามเทวี
จุดที่ 7 บ้านม้งดอยปุย ชุมชนชาวไทยภูเขา
จุดที่ 8 ถ้ำฤๅษี ตั้งอยู่ตรงข้ามโรงเรียนศรีสังวาลย์ สถานที่พำนักของฤษีวาสุเทพ ผู้ปกปักษ์รักษาดอยสุเทพ
จุดที่ 9 พระตำหนักภูพิงคราชนิเวศน์ สถานที่ระหว่างเสด็จแปรพระราชฐานมาปฏิบัติพระราชกรณีกิจในพื้นที่ภาคเหนือของในหลวงรัชกาลที่ 9
และจุดที่ 10 พระธาตุดอยสุเทพ สถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ พบกับรั้วระเบียงหอกว่าแต่ละด้านมีครบ 150 เล่ม รวม 4 ด้าน จำนวน 600 เล่ม
ดร.เพ็ญสุภา กล่าวว่า วันนี้มาสำรวจในโครงการรายรอบดอยสุเทพแบบคาราวาน เพื่อให้ชาวเชียงใหม่ทราบว่าดอยสุเทพมีหลากหลายมิติ ไม่ใช่แค่พระธาตุดอยสุเทพ เพราะยังมีผาเงิบ ผาลาด น้ำตกห้วยแก้ว จุดสร้างทางขึ้นดอยสุเทพ ทั้งหมดไม่สามารถแยกส่วนได้ นี่คือส่วนหนึ่งของการร่วมกันขับเคลื่อนรณรงค์กิจกรรมป่าแหว่ง ทั้งมิติวิชาการ ท่องเที่ยว เสริมกับนิเวศวิทยาสิ่งแวดล้อม และประวัติศาสตร์ เพราะภาพรวมทั้งหมดดอยสุเทพลูกนี้มีความสำคัญมากไม่เพียงเป็นพระธาตุศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น เพราะมีมาตั้งแต่ยุคตำนาน ยุคสร้างเมือง และเรื่องราวของขุนหลวงวิลังคะ บรรพบุรุษของชาวลัวะ ยุคพญากือนาที่สร้างทางขึ้นดอยสุเทพ เราจึงอยากให้ภูเขาลูกนี้มีแต่สิ่งก่อสร้างที่จำเป็นจริงๆ เราเคยต่อสู้เพื่อไม่ให้มีหอชมวิวเกะกะบนวัดพระธาตดอยสุเทพ เพราะน้ำหนักรับไม่ไหว และความอุดมสมบูรณ์ของป่าที่เราไม่อยากให้ถูกทำลาย
ในขณะที่นายธีระศักดิ์ รูปสุวรรณ ผู้ประสานงานเครือข่ายขอคืนพื้นที่ป่าดอยสุเทพ กล่าวว่า ดร.เพ็ญสุภา ผู้มีความรู้ทางด้านประวัติศาสตร์ล้านนา นำมาตามรอยครูบาศรีวิชัย มาดูสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ บนดอยสุเทพ ร่วมกันกับผู้ที่มีใจรักษ์ป่า ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของล้านนาหลายร้อยหลายพันปี เรามาเพื่อเรียนรู้ดอยศักดิ์สิทธิ์ และบริเวณนี้ที่ทุกคนหวงแหน รัก และต้องการปกป้องไม่ให้ใครมาทำลายหรือทำสิ่งที่ไม่ดีกับดอยสุเทพ