The Special Gloves : Tag Team Trio [EP1]

กระทู้คำถาม
สวัสดีครับทุกท่าน ถุงมือพิเศษมาอีกรอบแล้ว
คราวนี้มาแปลก แปล๊ก แปลก เพราะผู้ร่วมเขียนมี4คน (รวมทั้งผมด้วย)
อ่านเสร็จแล้วค่อยๆหาผู้ร่วมอุดมการณ์ทั้งสามท่านเน้อครับ

ทีมขอยืมส่งเข้าตะกวด และมีรายชื่อถุงดังนี้
ขอเชิญทุกท่านพบกับ ถุงมือ

ขอยืมมาใช้
ขอยืมมาจ่าย
ขอยืมมาใส่

และเรื่อง "บ้าน" ณ.บัดนี้

[rush]
มันเป็นค่ำคืนที่ประหลาด อากาศที่นิ่งสงบ เหมือนจะร้อนอบอ้าว แต่ธเนศกลับรู้สึกสั่น
ขนทั่วตัวลุกพรึ่บราวกับพร้อมต้อนรับสิ่งที่มองไม่เห็น.. นี่เขาตัดสินใจถูกหรือผิดกันนะ
ที่เหยียบย่างเข้ามาในอาณาเขตบ้านหลังนี้  มันบ้าสิ้นดี  เหมือนรนหาที่จบชีวิตก่อนเวลาอันควร  
แต่ทำยังไงได้  เขาจำเป็นต้องทำ สองเท้าของธเนศเหยียบเศษใบไม้แห้งที่หล่นอยู่เกลื่อนกลาด
ไปทั่วทั้งบริเวณเสียงดังกร็อบแกร็บ แม้จะพยายามลงน้ำหนักให้น้อยที่สุดแต่ก็ยังไม่วายเกิดเสียงไม่พึงประสงค์

[sm]
เขาตัดสินใจหยุดอยู่กับที่ ฟังเสียงรอบข้าง กลิ่นเหม็นร้ายกาจลอยมาเตะจมูก
พร้อมกับเสียงสวบสาบเหมือนมีใครเหยียบใบไม้แห้ง ธเนศกลั้นหายใจในความมืด
เสียงนั้นเริ่มดังขึ้นเหมือนกับว่ากำลังตรงมาทางนี้

[gtw]
ชายหนุ่มพยายามตั้งสติ บรรยากาศวังเวงและการอยู่เพียงลำพังในเวลากลางคืนและสถานที่อันน่ากลัว
อาจทำให้ประสาทรับรู้หลอนไปเองก็ได้ พอตั้งใจฟัง เสียงฝีเท้าประหลาดพลันเงียบหายไป
รวมทั้งกลิ่นเหม็นร้ายกาจนั่นด้วย   มีเพียงเสียงลมหายใจของตนเอง
และอาการหัวใจเต้นไม่เป็นส่ำ อะไรบางอย่างกำลังพยายามเตือนเขาอยู่หรืออย่างไรกัน

[sm]
แต่เขาตั้งใจแน่วแน่แล้ว เขาจะต้องก้าวเข้าไป เปิดประตูบ้านให้ได้ ไม่ว่าอะไรจะรอคอยอยู่ข้างในก็ตาม
เม่ื่อความจำเป็นอยู่เหนือความกลัว เขาจึงค่อยๆเปิดประตู มองไปรอบๆ แล้วพาตัวเองเข้าไปข้างใน
ไฟฉายแอลอีดีกระบอกเล็กเปล่งแสงและกวาดไปรอบห้อง และหยุดลงตรงรอยเท้าสับสนบนพื้น

ธเนศรีบดับไฟฉาย เมื่อเสียงเดินเหยียบใบไม้ใกล้เข้ามา เขารีบปิดประตูอย่างเบามือ
แล้วหลบอยู่ใกล้ๆโดยหวังว่าเมื่อประตูถูกเปิด บานประตูจะช่วยปิดบังเขาได้
เพราะในห้องไม่มีอะไรเลยนอกจากฝุ่นหนาเตอะและประตูอีกบาน  

[c]
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้ามาก  ในความเงียบสงัดเขาได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นแรงดังตุบ ๆ
เขาหลับตาพลางเป่าลมหายใจทางปากยาวๆอย่างแผ่วเบาเพื่อผ่อนคลาย  
แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ช่วยอะไรดีขึ้นมากนัก

แอ๊ด..........เสียงประตูดังกังวาลกลบเสียงแรงเต้นของหัวใจเขา  

เขากลั้นลมหายใจพลางหรี่ตาขึ้นเหลือบมองไปยังบานประตูที่ค่อยๆเปิดออกอย่างช้าๆ

[gtw]
ผู้หญิงเรือนผมยาวสยายในชุดยาวสีขาว  ก้าวออกมาอย่างแช่มช้า ด้านหลังมีแสงไฟสว่าง
เหมือนมีหลอดไฟกำลังสาดแสงเป็นพื้นหลัง หมอกสีขาวลอยออกมาทำให้ภาพนั้นมองไม่ชัดเจนเท่าไร  
ใบหน้าของเธอซ่อนอยู่ในเงามืด เพราะแสงมาจากด้านหลัง

ชายหนุ่มรู้สึกว่าศีรษะกำลังพองโตหนักอึ้งราวกับเส้นผมกำลังชี้ชันออกไปรอบทิศ
ผู้หญิงประหลาดคนนั้นไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน ก็คนปกติที่ไหนจะมาอาศัยอยู่ในบ้านผีสิงแบบนี้

เขารู้สึกว่าตัวเองถูกจ้องมอง แสงไฟด้านหลังไหววูบวาบอยู๋ในห้องคล้ายมีคนกำลังถือตะเกียงเดินไปมา
ลมเย็นพัดเข้ามาจนทำให้หนาวสะท้าน ก่อนประตูจะปิดปังเข้าอย่างแรงจนทำให้สะดุ้งสุดตัว  
ชายหนุ่มหันไปมองอย่างไม่แน่ใจก่อนเผ่นสุดแรงไปยังประตูอีกบาน พยายามหมุนลูกบิดประตูให้เปิดออก

ไร้ผล...ประตูปิดแน่นสนิท กลไกของลูกบิดประตูไม่ยอมตอบสนอง บ้านกำลังพยายามขังเขาไว้หรืออย่างไร

[c]
อาา....ในห้วงเวลานี้ เขามีความคิดเดียวคือจะต้องหนีออกจากห้องนี้ไปให้ได้
เขาไม่อยากรู้อะไรต่อไปอีกแล้วว่าสิ่งที่เขาเผชิญอยู่คืออะไร

เหอ เหอ เหอ เหอ..

หูเขาแว่วได้ยินเหมือนเสียงหัวเราะในลำคอขึ้นมาเบาเบา ธเนศกลั้นลมหายใจ
เพ่งมองไปยังใบหน้าที่ซ่อนในความมืด เมื่อสายตาเริ่มชิน ภาพที่เขาเห็นนั้น
ทำให้เขารู้สึกเย็นยะเยือกลึกลงในขั้วหัวใจทันที

[gtw]
"สุ...!!!"
ธเนศอุทานเสียงหลงเพราะผู้หญิงเบื้องหน้าคือ สุดาอดีตคนรักของเขาเมื่อหลายปีก่อน
หลังจากตบกันอยู่สามปี ทั้งสองฝ่ายก็เลิกราจากกัน ด้วยข้อหาที่ต่างฝ่ายต่างออก
ถึงความชอบธรรมชองตนเอง แต่ความจริงธเนศเป็นฝ่ายอยากจะผละจากสุดาไปเอง
เธอไม่ได้ผิดอะไร แต่เธอไม่ถูกที่เกิดมาในครอบครัวยากจน
ไม่มีหน้ามีตาเท่ากับ รัญจวน ลูกสาวประธานบริษัทที่มาติดพันเขาในตอนหลัง  
ใครจะคิดบ้างว่าดอกฟ้าจะหล่นลงมาให้เชยชม  
เท่านั้นเอง ธเนศก็เริ่มเปลี่ยนเป้าหมายเส้นทางชีวิตทันที

เขามองเห็นเส้นทางสดใสของการงานและการเงิน คนรักเป็นสาวไฮโซ
พ่อตาร่ำรวย เป็นเจ้าของบริษัท ทุกอย่างสดใส ปัญหามีเพียงว่า สุดากำลังตั้งครรภ์อ่อน ๆ
เธอกำลังจะมีลูกกับเขา เส้นทางชีวิตมีปัญหาเสียแล้ว  
แต่ธเนศย่อมหาทางจัดการปัญหาจนได้ ปัญหามีไว้ให้แก้ไม่ใช่เอามาหนักสมอง
ทางสวรรค์อันรุ่งโรจน์จ่อรอข้างหน้า ไม่ไขว่คว้าเอาไว้ก็คงโง่เกิน

ร่างของสุดายืนจ้องมองด้วยสายตาเยือกเย็น ใบหน้าขาวซีดเหมือนศพไม่มีผิด รอยยิ้มของเธอดูน่ากลัว
ปากขยับส่งเสียงแผ่วเบาแต่ชัดเจนในความรู้สึก

"ยังจำสุได้หรือคะ  ที่รัก"

"สุ....คุณตายไปแล้ว"  ชายหนุ่มจ้องมองอย่างอาการคนประสาทกำละงจะแตกดับ
อากาศเย็นแต่เหงื่อไหลตามซอกคอและแผ่นหลังจนชุ่มโชก ส่งเสียงตะกุกคะกัก  "คุณมาทำไม ต้องการอะไร"

[sm]
สุดาขยับตัว ผายมือให้เห็นแหล่งกำเนิดแสงลึกลับ "มาหาพ่อสิลูก" เธอยิ้ม ใช่สิ
อะไรจะดีไปกว่าการที่ครอบครัวอยู่พร้อมหน้ากัน ถึงเด็กๆจะไม่มีหน้าแต่ก็ไม่ใช่ปัญหา
แต่ปัญหากลับอยู่ที่ธเนศไม่ยอมกลับบ้าน "ใจเย็นๆนะลูก ไม่ต้องตื่นเต้น" สุดาเอ่ยเสียงเยียบเย็น
พลางหันไปมองเหรียญที่ห้อยคอสามีแวบหนึ่ง แสงไฟที่คล้ายแสงตะเกียงก็ลดแสงลงเป็นดวงไฟเล็กๆ

"ตั้งชื่อให้เธอสิคะ"

[c]
ธเนศรู้สึกมึนงงกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นต่อหน้าขณะนี้ เขาเหมือนถูกสะกดให้อยู่ในภวังค์
ไม่ได้คิดจะฝ่าฝืนหรือต่อต้านใดๆเลย "ลูก...ลูกของเรา  "  เขาพึมพำในลำคอ  
แม้ในวันนี้ในใจเขา ไม่ได้มีสุดา อยู่อีกต่อไปแล้ว แต่หลังจากที่เขามี "รัญจวน" ผู้หญิงคนใหม่เข้ามาในชีวิต  
เขามารู้ที่หลังว่า รัญจวน ไม่สามารถมีบุตรกับเขาใต้ เนื่องจากเธอโรคประจำตัวมีปัญหา จำเป็นต้องตัดมดลูกทิ้งไป

"ลูกพ่อ...."
ดวงไฟเล็กๆกระพริบถี่ๆ ราวกับรับรู้สิ่งที่เขากล่าวออกไป

"ตั้งชื่อให้กับเธอสิคะ"  เสียงเย็นๆของสุดา แว่วมาย้ำเตือนเขาอีกทีหนึ่ง

"พ่อขอตั้งชื่อลูกว่า  เนตร..... เนตรสุดา  ก็แล้วกัน "  เขาพูดอย่างช้าๆ ด้วยคิดอะไรไม่ค่อยออก  
เหมือนมีอะไรบางอย่างดลใจให้  เขานึกถึงชื่อตัวเองก่อน แล้วพ่วงด้วยชื่อ สุดา

"เหอ เหอ เหอ เหอ............"

[sm]
ดวงไฟดวงน้อยกลายร่างเป็นเด็กน้อยหน้าตาน่ากลัว สำรวจตัวเองแล้วจึงเข้าไปเกาะขามารดา

[rush]
"สุ  ผมขอโทษที่ทิ้งคุณกับลูกไป"ธเนศเอ่ยด้วยน้ำเสียงปวดร้าว...ในหัวคิดหาทางออกวุ่นวาย
ว่าจะออกไปจากบ้านผีสิงหลังนี้ได้อย่างไร  เขาเป็นคนหน้าไหว้หลังหลอกอย่างนั้นหรือ  ไม่หรอก  
ประสบการณ์ชีวิตสอนเขามากกว่า

จริงสิ!  นี่ชายหนุ่มลืมจุดมุ่งหมายที่ก้าวเข้ามาในบ้านหลังนี้ได้ยังไงกันนะ  
ห้องพระ...หลวงปู่ทวดรุ่นแรกเป็นสมบัติมีค่าชิ้นเดียวที่คนจนๆอย่างพ่อของสุมอบให้ลูกสาวเก็บไว้
เพื่อความเป็นสิริมงคลและตอนนี้หลังจากชายหนุ่มเสียพนันไปกว่าสองล้าน  เขามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้มัน    
ถ้าเพียงแต่จะกำจัดอีผีบ้าสองแม่ลูกให้พ้นไปจากชีวิตของเขาได้

"ธเนศคะ  คุณกำลังหานี่อยู่ใช่หรือเปล่า"  สุดามองมาอย่างรู้ทันพลางชูมือถือสร้อยพระเอาไว้
ในขณะที่ขาผมกำลังจะก้าวขึ้นบันไดบ้านไปชั้นสอง แต่..ให้ตายสิ  เธอเป็นผีนะ
จะจับพระได้อย่างไรกันหรือเธอจับสร้อยได้ไม่มีปัญหา..อันนี้ธเนศไม่รู้
"เอามาให้ผมเถอะสุดา  ตอนนี้ผมกำลังเดือดร้อน"  ชายหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงร้อนรนอย่างปิดบังไม่มิด
"แต่นี่เป็นสมบัติของพ่อฉันนะคะ และมันควรจะเป็นของลูกมากกว่าคนเลวๆอย่างคุณ!"
สุดาถลึงตากระชากเสียงตอบชายหนุ่ม

โดยแนบเนียนธเนศก้าวเท้าไปประชิดร่างของผีสุดาเพื่อชิงพระมาเป็นของตน  
แต่ก่อนที่เขาจะได้ทันรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น  เนตรสุดาลูกสาวที่เขาไม่เคยชายตาแลเลย
มาอยู่ข้างเขาได้อย่างไรสุดจะทราบได้ก็ก้าวเข้ามาผลักชายหนุ่มเสียหลักจนล้มลงหน้าฟาดลงกับบันได

โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย    

ธเนศร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดอย่างถึงที่สุด  ไม่เพียงเท่านั้นผีสองแม่ลูกค่อยๆก้าวเข้ามา
แล้วจับร่างเขาให้สภาพกึ่งลากกึ่งนอน ลากครูดไปกับบันไดขึ้นไปยังส่วนชั้นบนของบ้าน
ธเนศรู้สึกได้ว่าแต่ละขั้นบันไดเหมือนมีใบมีดโกนคมกริบนับพันนับหมื่นโผล่ออกมาเต็มไปหมด
มันบาดร่างเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเขาแทบจะรับความเจ็บปวดไม่ได้

"คุณจะพาผมไปไหน"  ธเนศกลั้นใจถาม  เลือดสดๆทะลักออกมาจากปากอย่างคนมีอาการช้ำในอย่างรุนแรง
ยังไม่นับแผลเหวอะหวะตามตัวที่บางส่วนเนื้อเปิดจนแทบจะหลุดออกมา  

สุดาไม่ตอบ  เธอหันไปสบหน้าลูกสาว  ทั้งสองคนประสานเสียงหัวเราะจากเบาๆ
และทวีเป็นเสียงเล็กแหลมดังกึกก้องบาดร้าวแก้วหูยิ่งนัก ก่อนใช้สายตาเยียบเย็นโชยกลิ่นความตายมองมาที่เขา
แล้วตอบว่า "ไปห้องพระ...ห้องที่คุณอยากไปยังไงล่ะคะ...และเราสามคนจะอยู่ในนั้น ด้วยกัน...ตลอดไป"

ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย  ใครก็ได้บอกเขาทีว่าทั้งหมดมันไม่ใช่เรื่องจริง!

ประตูห้องพระเปิดและปิดดังปัง  พร้อมกับเสียงโหยหวนโอดครวญของธเนศ  
ถ้าตั้งใจฟังดีๆคุณจะได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักอย่างมีความสุขของผีสาวแม่ลูก  
ที่จะไม่มีวันพรากจากบุคคลสำคัญยิ่งอย่างธเนศ  ตลอดกาล...และตลอดไป

ใครเอ่ยยยย

- CTG
- ส.สัตยา
- C River
- lady long leg
- GTW
- จอมยุทธนักสืบ
- Psycho_Factory
- รัชต์สารินท์
- To Share
- Joey


กติกา - ทายครั้งละสามคนนะครับ ยิ้ม
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่