สวัสดีครับทุกท่าน ถุงมือพิเศษมาอีกรอบแล้ว
คราวนี้มาแปลก แปล๊ก แปลก เพราะผู้ร่วมเขียนมี4คน (รวมทั้งผมด้วย)
อ่านเสร็จแล้วค่อยๆหาผู้ร่วมอุดมการณ์ทั้งสามท่านเน้อครับ
ทีมขอยืมส่งเข้าตะกวด และมีรายชื่อถุงดังนี้
ขอเชิญทุกท่านพบกับ ถุงมือ
ขอยืมมาใช้
ขอยืมมาจ่าย
ขอยืมมาใส่
และเรื่อง "บ้าน" ณ.บัดนี้
[rush]
มันเป็นค่ำคืนที่ประหลาด อากาศที่นิ่งสงบ เหมือนจะร้อนอบอ้าว แต่ธเนศกลับรู้สึกสั่น
ขนทั่วตัวลุกพรึ่บราวกับพร้อมต้อนรับสิ่งที่มองไม่เห็น.. นี่เขาตัดสินใจถูกหรือผิดกันนะ
ที่เหยียบย่างเข้ามาในอาณาเขตบ้านหลังนี้ มันบ้าสิ้นดี เหมือนรนหาที่จบชีวิตก่อนเวลาอันควร
แต่ทำยังไงได้ เขาจำเป็นต้องทำ สองเท้าของธเนศเหยียบเศษใบไม้แห้งที่หล่นอยู่เกลื่อนกลาด
ไปทั่วทั้งบริเวณเสียงดังกร็อบแกร็บ แม้จะพยายามลงน้ำหนักให้น้อยที่สุดแต่ก็ยังไม่วายเกิดเสียงไม่พึงประสงค์
[sm]
เขาตัดสินใจหยุดอยู่กับที่ ฟังเสียงรอบข้าง กลิ่นเหม็นร้ายกาจลอยมาเตะจมูก
พร้อมกับเสียงสวบสาบเหมือนมีใครเหยียบใบไม้แห้ง ธเนศกลั้นหายใจในความมืด
เสียงนั้นเริ่มดังขึ้นเหมือนกับว่ากำลังตรงมาทางนี้
[gtw]
ชายหนุ่มพยายามตั้งสติ บรรยากาศวังเวงและการอยู่เพียงลำพังในเวลากลางคืนและสถานที่อันน่ากลัว
อาจทำให้ประสาทรับรู้หลอนไปเองก็ได้ พอตั้งใจฟัง เสียงฝีเท้าประหลาดพลันเงียบหายไป
รวมทั้งกลิ่นเหม็นร้ายกาจนั่นด้วย มีเพียงเสียงลมหายใจของตนเอง
และอาการหัวใจเต้นไม่เป็นส่ำ อะไรบางอย่างกำลังพยายามเตือนเขาอยู่หรืออย่างไรกัน
[sm]
แต่เขาตั้งใจแน่วแน่แล้ว เขาจะต้องก้าวเข้าไป เปิดประตูบ้านให้ได้ ไม่ว่าอะไรจะรอคอยอยู่ข้างในก็ตาม
เม่ื่อความจำเป็นอยู่เหนือความกลัว เขาจึงค่อยๆเปิดประตู มองไปรอบๆ แล้วพาตัวเองเข้าไปข้างใน
ไฟฉายแอลอีดีกระบอกเล็กเปล่งแสงและกวาดไปรอบห้อง และหยุดลงตรงรอยเท้าสับสนบนพื้น
ธเนศรีบดับไฟฉาย เมื่อเสียงเดินเหยียบใบไม้ใกล้เข้ามา เขารีบปิดประตูอย่างเบามือ
แล้วหลบอยู่ใกล้ๆโดยหวังว่าเมื่อประตูถูกเปิด บานประตูจะช่วยปิดบังเขาได้
เพราะในห้องไม่มีอะไรเลยนอกจากฝุ่นหนาเตอะและประตูอีกบาน
[c]
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้ามาก ในความเงียบสงัดเขาได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นแรงดังตุบ ๆ
เขาหลับตาพลางเป่าลมหายใจทางปากยาวๆอย่างแผ่วเบาเพื่อผ่อนคลาย
แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ช่วยอะไรดีขึ้นมากนัก
แอ๊ด..........เสียงประตูดังกังวาลกลบเสียงแรงเต้นของหัวใจเขา
เขากลั้นลมหายใจพลางหรี่ตาขึ้นเหลือบมองไปยังบานประตูที่ค่อยๆเปิดออกอย่างช้าๆ
[gtw]
ผู้หญิงเรือนผมยาวสยายในชุดยาวสีขาว ก้าวออกมาอย่างแช่มช้า ด้านหลังมีแสงไฟสว่าง
เหมือนมีหลอดไฟกำลังสาดแสงเป็นพื้นหลัง หมอกสีขาวลอยออกมาทำให้ภาพนั้นมองไม่ชัดเจนเท่าไร
ใบหน้าของเธอซ่อนอยู่ในเงามืด เพราะแสงมาจากด้านหลัง
ชายหนุ่มรู้สึกว่าศีรษะกำลังพองโตหนักอึ้งราวกับเส้นผมกำลังชี้ชันออกไปรอบทิศ
ผู้หญิงประหลาดคนนั้นไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน ก็คนปกติที่ไหนจะมาอาศัยอยู่ในบ้านผีสิงแบบนี้
เขารู้สึกว่าตัวเองถูกจ้องมอง แสงไฟด้านหลังไหววูบวาบอยู๋ในห้องคล้ายมีคนกำลังถือตะเกียงเดินไปมา
ลมเย็นพัดเข้ามาจนทำให้หนาวสะท้าน ก่อนประตูจะปิดปังเข้าอย่างแรงจนทำให้สะดุ้งสุดตัว
ชายหนุ่มหันไปมองอย่างไม่แน่ใจก่อนเผ่นสุดแรงไปยังประตูอีกบาน พยายามหมุนลูกบิดประตูให้เปิดออก
ไร้ผล...ประตูปิดแน่นสนิท กลไกของลูกบิดประตูไม่ยอมตอบสนอง บ้านกำลังพยายามขังเขาไว้หรืออย่างไร
[c]
อาา....ในห้วงเวลานี้ เขามีความคิดเดียวคือจะต้องหนีออกจากห้องนี้ไปให้ได้
เขาไม่อยากรู้อะไรต่อไปอีกแล้วว่าสิ่งที่เขาเผชิญอยู่คืออะไร
เหอ เหอ เหอ เหอ..
หูเขาแว่วได้ยินเหมือนเสียงหัวเราะในลำคอขึ้นมาเบาเบา ธเนศกลั้นลมหายใจ
เพ่งมองไปยังใบหน้าที่ซ่อนในความมืด เมื่อสายตาเริ่มชิน ภาพที่เขาเห็นนั้น
ทำให้เขารู้สึกเย็นยะเยือกลึกลงในขั้วหัวใจทันที
[gtw]
"สุ...!!!"
ธเนศอุทานเสียงหลงเพราะผู้หญิงเบื้องหน้าคือ สุดาอดีตคนรักของเขาเมื่อหลายปีก่อน
หลังจากตบกันอยู่สามปี ทั้งสองฝ่ายก็เลิกราจากกัน ด้วยข้อหาที่ต่างฝ่ายต่างออก
ถึงความชอบธรรมชองตนเอง แต่ความจริงธเนศเป็นฝ่ายอยากจะผละจากสุดาไปเอง
เธอไม่ได้ผิดอะไร แต่เธอไม่ถูกที่เกิดมาในครอบครัวยากจน
ไม่มีหน้ามีตาเท่ากับ รัญจวน ลูกสาวประธานบริษัทที่มาติดพันเขาในตอนหลัง
ใครจะคิดบ้างว่าดอกฟ้าจะหล่นลงมาให้เชยชม
เท่านั้นเอง ธเนศก็เริ่มเปลี่ยนเป้าหมายเส้นทางชีวิตทันที
เขามองเห็นเส้นทางสดใสของการงานและการเงิน คนรักเป็นสาวไฮโซ
พ่อตาร่ำรวย เป็นเจ้าของบริษัท ทุกอย่างสดใส ปัญหามีเพียงว่า สุดากำลังตั้งครรภ์อ่อน ๆ
เธอกำลังจะมีลูกกับเขา เส้นทางชีวิตมีปัญหาเสียแล้ว
แต่ธเนศย่อมหาทางจัดการปัญหาจนได้ ปัญหามีไว้ให้แก้ไม่ใช่เอามาหนักสมอง
ทางสวรรค์อันรุ่งโรจน์จ่อรอข้างหน้า ไม่ไขว่คว้าเอาไว้ก็คงโง่เกิน
ร่างของสุดายืนจ้องมองด้วยสายตาเยือกเย็น ใบหน้าขาวซีดเหมือนศพไม่มีผิด รอยยิ้มของเธอดูน่ากลัว
ปากขยับส่งเสียงแผ่วเบาแต่ชัดเจนในความรู้สึก
"ยังจำสุได้หรือคะ ที่รัก"
"สุ....คุณตายไปแล้ว" ชายหนุ่มจ้องมองอย่างอาการคนประสาทกำละงจะแตกดับ
อากาศเย็นแต่เหงื่อไหลตามซอกคอและแผ่นหลังจนชุ่มโชก ส่งเสียงตะกุกคะกัก "คุณมาทำไม ต้องการอะไร"
[sm]
สุดาขยับตัว ผายมือให้เห็นแหล่งกำเนิดแสงลึกลับ "มาหาพ่อสิลูก" เธอยิ้ม ใช่สิ
อะไรจะดีไปกว่าการที่ครอบครัวอยู่พร้อมหน้ากัน ถึงเด็กๆจะไม่มีหน้าแต่ก็ไม่ใช่ปัญหา
แต่ปัญหากลับอยู่ที่ธเนศไม่ยอมกลับบ้าน "ใจเย็นๆนะลูก ไม่ต้องตื่นเต้น" สุดาเอ่ยเสียงเยียบเย็น
พลางหันไปมองเหรียญที่ห้อยคอสามีแวบหนึ่ง แสงไฟที่คล้ายแสงตะเกียงก็ลดแสงลงเป็นดวงไฟเล็กๆ
"ตั้งชื่อให้เธอสิคะ"
[c]
ธเนศรู้สึกมึนงงกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นต่อหน้าขณะนี้ เขาเหมือนถูกสะกดให้อยู่ในภวังค์
ไม่ได้คิดจะฝ่าฝืนหรือต่อต้านใดๆเลย "ลูก...ลูกของเรา " เขาพึมพำในลำคอ
แม้ในวันนี้ในใจเขา ไม่ได้มีสุดา อยู่อีกต่อไปแล้ว แต่หลังจากที่เขามี "รัญจวน" ผู้หญิงคนใหม่เข้ามาในชีวิต
เขามารู้ที่หลังว่า รัญจวน ไม่สามารถมีบุตรกับเขาใต้ เนื่องจากเธอโรคประจำตัวมีปัญหา จำเป็นต้องตัดมดลูกทิ้งไป
"ลูกพ่อ...."
ดวงไฟเล็กๆกระพริบถี่ๆ ราวกับรับรู้สิ่งที่เขากล่าวออกไป
"ตั้งชื่อให้กับเธอสิคะ" เสียงเย็นๆของสุดา แว่วมาย้ำเตือนเขาอีกทีหนึ่ง
"พ่อขอตั้งชื่อลูกว่า เนตร..... เนตรสุดา ก็แล้วกัน " เขาพูดอย่างช้าๆ ด้วยคิดอะไรไม่ค่อยออก
เหมือนมีอะไรบางอย่างดลใจให้ เขานึกถึงชื่อตัวเองก่อน แล้วพ่วงด้วยชื่อ สุดา
"เหอ เหอ เหอ เหอ............"
[sm]
ดวงไฟดวงน้อยกลายร่างเป็นเด็กน้อยหน้าตาน่ากลัว สำรวจตัวเองแล้วจึงเข้าไปเกาะขามารดา
[rush]
"สุ ผมขอโทษที่ทิ้งคุณกับลูกไป"ธเนศเอ่ยด้วยน้ำเสียงปวดร้าว...ในหัวคิดหาทางออกวุ่นวาย
ว่าจะออกไปจากบ้านผีสิงหลังนี้ได้อย่างไร เขาเป็นคนหน้าไหว้หลังหลอกอย่างนั้นหรือ ไม่หรอก
ประสบการณ์ชีวิตสอนเขามากกว่า
จริงสิ! นี่ชายหนุ่มลืมจุดมุ่งหมายที่ก้าวเข้ามาในบ้านหลังนี้ได้ยังไงกันนะ
ห้องพระ...หลวงปู่ทวดรุ่นแรกเป็นสมบัติมีค่าชิ้นเดียวที่คนจนๆอย่างพ่อของสุมอบให้ลูกสาวเก็บไว้
เพื่อความเป็นสิริมงคลและตอนนี้หลังจากชายหนุ่มเสียพนันไปกว่าสองล้าน เขามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้มัน
ถ้าเพียงแต่จะกำจัดอีผีบ้าสองแม่ลูกให้พ้นไปจากชีวิตของเขาได้
"ธเนศคะ คุณกำลังหานี่อยู่ใช่หรือเปล่า" สุดามองมาอย่างรู้ทันพลางชูมือถือสร้อยพระเอาไว้
ในขณะที่ขาผมกำลังจะก้าวขึ้นบันไดบ้านไปชั้นสอง แต่..ให้ตายสิ เธอเป็นผีนะ
จะจับพระได้อย่างไรกันหรือเธอจับสร้อยได้ไม่มีปัญหา..อันนี้ธเนศไม่รู้
"เอามาให้ผมเถอะสุดา ตอนนี้ผมกำลังเดือดร้อน" ชายหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงร้อนรนอย่างปิดบังไม่มิด
"แต่นี่เป็นสมบัติของพ่อฉันนะคะ และมันควรจะเป็นของลูกมากกว่าคนเลวๆอย่างคุณ!"
สุดาถลึงตากระชากเสียงตอบชายหนุ่ม
โดยแนบเนียนธเนศก้าวเท้าไปประชิดร่างของผีสุดาเพื่อชิงพระมาเป็นของตน
แต่ก่อนที่เขาจะได้ทันรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น เนตรสุดาลูกสาวที่เขาไม่เคยชายตาแลเลย
มาอยู่ข้างเขาได้อย่างไรสุดจะทราบได้ก็ก้าวเข้ามาผลักชายหนุ่มเสียหลักจนล้มลงหน้าฟาดลงกับบันได
โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
ธเนศร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดอย่างถึงที่สุด ไม่เพียงเท่านั้นผีสองแม่ลูกค่อยๆก้าวเข้ามา
แล้วจับร่างเขาให้สภาพกึ่งลากกึ่งนอน ลากครูดไปกับบันไดขึ้นไปยังส่วนชั้นบนของบ้าน
ธเนศรู้สึกได้ว่าแต่ละขั้นบันไดเหมือนมีใบมีดโกนคมกริบนับพันนับหมื่นโผล่ออกมาเต็มไปหมด
มันบาดร่างเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเขาแทบจะรับความเจ็บปวดไม่ได้
"คุณจะพาผมไปไหน" ธเนศกลั้นใจถาม เลือดสดๆทะลักออกมาจากปากอย่างคนมีอาการช้ำในอย่างรุนแรง
ยังไม่นับแผลเหวอะหวะตามตัวที่บางส่วนเนื้อเปิดจนแทบจะหลุดออกมา
สุดาไม่ตอบ เธอหันไปสบหน้าลูกสาว ทั้งสองคนประสานเสียงหัวเราะจากเบาๆ
และทวีเป็นเสียงเล็กแหลมดังกึกก้องบาดร้าวแก้วหูยิ่งนัก ก่อนใช้สายตาเยียบเย็นโชยกลิ่นความตายมองมาที่เขา
แล้วตอบว่า "ไปห้องพระ...ห้องที่คุณอยากไปยังไงล่ะคะ...และเราสามคนจะอยู่ในนั้น ด้วยกัน...ตลอดไป"
ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ใครก็ได้บอกเขาทีว่าทั้งหมดมันไม่ใช่เรื่องจริง!
ประตูห้องพระเปิดและปิดดังปัง พร้อมกับเสียงโหยหวนโอดครวญของธเนศ
ถ้าตั้งใจฟังดีๆคุณจะได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักอย่างมีความสุขของผีสาวแม่ลูก
ที่จะไม่มีวันพรากจากบุคคลสำคัญยิ่งอย่างธเนศ ตลอดกาล...และตลอดไป
ใครเอ่ยยยย
- CTG
- ส.สัตยา
- C River
- lady long leg
- GTW
- จอมยุทธนักสืบ
- Psycho_Factory
- รัชต์สารินท์
- To Share
- Joey
กติกา - ทายครั้งละสามคนนะครับ
The Special Gloves : Tag Team Trio [EP1]
คราวนี้มาแปลก แปล๊ก แปลก เพราะผู้ร่วมเขียนมี4คน (รวมทั้งผมด้วย)
อ่านเสร็จแล้วค่อยๆหาผู้ร่วมอุดมการณ์ทั้งสามท่านเน้อครับ
ทีมขอยืมส่งเข้าตะกวด และมีรายชื่อถุงดังนี้
ขอเชิญทุกท่านพบกับ ถุงมือ
ขอยืมมาใช้
ขอยืมมาจ่าย
ขอยืมมาใส่
และเรื่อง "บ้าน" ณ.บัดนี้
[rush]
มันเป็นค่ำคืนที่ประหลาด อากาศที่นิ่งสงบ เหมือนจะร้อนอบอ้าว แต่ธเนศกลับรู้สึกสั่น
ขนทั่วตัวลุกพรึ่บราวกับพร้อมต้อนรับสิ่งที่มองไม่เห็น.. นี่เขาตัดสินใจถูกหรือผิดกันนะ
ที่เหยียบย่างเข้ามาในอาณาเขตบ้านหลังนี้ มันบ้าสิ้นดี เหมือนรนหาที่จบชีวิตก่อนเวลาอันควร
แต่ทำยังไงได้ เขาจำเป็นต้องทำ สองเท้าของธเนศเหยียบเศษใบไม้แห้งที่หล่นอยู่เกลื่อนกลาด
ไปทั่วทั้งบริเวณเสียงดังกร็อบแกร็บ แม้จะพยายามลงน้ำหนักให้น้อยที่สุดแต่ก็ยังไม่วายเกิดเสียงไม่พึงประสงค์
[sm]
เขาตัดสินใจหยุดอยู่กับที่ ฟังเสียงรอบข้าง กลิ่นเหม็นร้ายกาจลอยมาเตะจมูก
พร้อมกับเสียงสวบสาบเหมือนมีใครเหยียบใบไม้แห้ง ธเนศกลั้นหายใจในความมืด
เสียงนั้นเริ่มดังขึ้นเหมือนกับว่ากำลังตรงมาทางนี้
[gtw]
ชายหนุ่มพยายามตั้งสติ บรรยากาศวังเวงและการอยู่เพียงลำพังในเวลากลางคืนและสถานที่อันน่ากลัว
อาจทำให้ประสาทรับรู้หลอนไปเองก็ได้ พอตั้งใจฟัง เสียงฝีเท้าประหลาดพลันเงียบหายไป
รวมทั้งกลิ่นเหม็นร้ายกาจนั่นด้วย มีเพียงเสียงลมหายใจของตนเอง
และอาการหัวใจเต้นไม่เป็นส่ำ อะไรบางอย่างกำลังพยายามเตือนเขาอยู่หรืออย่างไรกัน
[sm]
แต่เขาตั้งใจแน่วแน่แล้ว เขาจะต้องก้าวเข้าไป เปิดประตูบ้านให้ได้ ไม่ว่าอะไรจะรอคอยอยู่ข้างในก็ตาม
เม่ื่อความจำเป็นอยู่เหนือความกลัว เขาจึงค่อยๆเปิดประตู มองไปรอบๆ แล้วพาตัวเองเข้าไปข้างใน
ไฟฉายแอลอีดีกระบอกเล็กเปล่งแสงและกวาดไปรอบห้อง และหยุดลงตรงรอยเท้าสับสนบนพื้น
ธเนศรีบดับไฟฉาย เมื่อเสียงเดินเหยียบใบไม้ใกล้เข้ามา เขารีบปิดประตูอย่างเบามือ
แล้วหลบอยู่ใกล้ๆโดยหวังว่าเมื่อประตูถูกเปิด บานประตูจะช่วยปิดบังเขาได้
เพราะในห้องไม่มีอะไรเลยนอกจากฝุ่นหนาเตอะและประตูอีกบาน
[c]
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้ามาก ในความเงียบสงัดเขาได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้นแรงดังตุบ ๆ
เขาหลับตาพลางเป่าลมหายใจทางปากยาวๆอย่างแผ่วเบาเพื่อผ่อนคลาย
แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ช่วยอะไรดีขึ้นมากนัก
แอ๊ด..........เสียงประตูดังกังวาลกลบเสียงแรงเต้นของหัวใจเขา
เขากลั้นลมหายใจพลางหรี่ตาขึ้นเหลือบมองไปยังบานประตูที่ค่อยๆเปิดออกอย่างช้าๆ
[gtw]
ผู้หญิงเรือนผมยาวสยายในชุดยาวสีขาว ก้าวออกมาอย่างแช่มช้า ด้านหลังมีแสงไฟสว่าง
เหมือนมีหลอดไฟกำลังสาดแสงเป็นพื้นหลัง หมอกสีขาวลอยออกมาทำให้ภาพนั้นมองไม่ชัดเจนเท่าไร
ใบหน้าของเธอซ่อนอยู่ในเงามืด เพราะแสงมาจากด้านหลัง
ชายหนุ่มรู้สึกว่าศีรษะกำลังพองโตหนักอึ้งราวกับเส้นผมกำลังชี้ชันออกไปรอบทิศ
ผู้หญิงประหลาดคนนั้นไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน ก็คนปกติที่ไหนจะมาอาศัยอยู่ในบ้านผีสิงแบบนี้
เขารู้สึกว่าตัวเองถูกจ้องมอง แสงไฟด้านหลังไหววูบวาบอยู๋ในห้องคล้ายมีคนกำลังถือตะเกียงเดินไปมา
ลมเย็นพัดเข้ามาจนทำให้หนาวสะท้าน ก่อนประตูจะปิดปังเข้าอย่างแรงจนทำให้สะดุ้งสุดตัว
ชายหนุ่มหันไปมองอย่างไม่แน่ใจก่อนเผ่นสุดแรงไปยังประตูอีกบาน พยายามหมุนลูกบิดประตูให้เปิดออก
ไร้ผล...ประตูปิดแน่นสนิท กลไกของลูกบิดประตูไม่ยอมตอบสนอง บ้านกำลังพยายามขังเขาไว้หรืออย่างไร
[c]
อาา....ในห้วงเวลานี้ เขามีความคิดเดียวคือจะต้องหนีออกจากห้องนี้ไปให้ได้
เขาไม่อยากรู้อะไรต่อไปอีกแล้วว่าสิ่งที่เขาเผชิญอยู่คืออะไร
เหอ เหอ เหอ เหอ..
หูเขาแว่วได้ยินเหมือนเสียงหัวเราะในลำคอขึ้นมาเบาเบา ธเนศกลั้นลมหายใจ
เพ่งมองไปยังใบหน้าที่ซ่อนในความมืด เมื่อสายตาเริ่มชิน ภาพที่เขาเห็นนั้น
ทำให้เขารู้สึกเย็นยะเยือกลึกลงในขั้วหัวใจทันที
[gtw]
"สุ...!!!"
ธเนศอุทานเสียงหลงเพราะผู้หญิงเบื้องหน้าคือ สุดาอดีตคนรักของเขาเมื่อหลายปีก่อน
หลังจากตบกันอยู่สามปี ทั้งสองฝ่ายก็เลิกราจากกัน ด้วยข้อหาที่ต่างฝ่ายต่างออก
ถึงความชอบธรรมชองตนเอง แต่ความจริงธเนศเป็นฝ่ายอยากจะผละจากสุดาไปเอง
เธอไม่ได้ผิดอะไร แต่เธอไม่ถูกที่เกิดมาในครอบครัวยากจน
ไม่มีหน้ามีตาเท่ากับ รัญจวน ลูกสาวประธานบริษัทที่มาติดพันเขาในตอนหลัง
ใครจะคิดบ้างว่าดอกฟ้าจะหล่นลงมาให้เชยชม
เท่านั้นเอง ธเนศก็เริ่มเปลี่ยนเป้าหมายเส้นทางชีวิตทันที
เขามองเห็นเส้นทางสดใสของการงานและการเงิน คนรักเป็นสาวไฮโซ
พ่อตาร่ำรวย เป็นเจ้าของบริษัท ทุกอย่างสดใส ปัญหามีเพียงว่า สุดากำลังตั้งครรภ์อ่อน ๆ
เธอกำลังจะมีลูกกับเขา เส้นทางชีวิตมีปัญหาเสียแล้ว
แต่ธเนศย่อมหาทางจัดการปัญหาจนได้ ปัญหามีไว้ให้แก้ไม่ใช่เอามาหนักสมอง
ทางสวรรค์อันรุ่งโรจน์จ่อรอข้างหน้า ไม่ไขว่คว้าเอาไว้ก็คงโง่เกิน
ร่างของสุดายืนจ้องมองด้วยสายตาเยือกเย็น ใบหน้าขาวซีดเหมือนศพไม่มีผิด รอยยิ้มของเธอดูน่ากลัว
ปากขยับส่งเสียงแผ่วเบาแต่ชัดเจนในความรู้สึก
"ยังจำสุได้หรือคะ ที่รัก"
"สุ....คุณตายไปแล้ว" ชายหนุ่มจ้องมองอย่างอาการคนประสาทกำละงจะแตกดับ
อากาศเย็นแต่เหงื่อไหลตามซอกคอและแผ่นหลังจนชุ่มโชก ส่งเสียงตะกุกคะกัก "คุณมาทำไม ต้องการอะไร"
[sm]
สุดาขยับตัว ผายมือให้เห็นแหล่งกำเนิดแสงลึกลับ "มาหาพ่อสิลูก" เธอยิ้ม ใช่สิ
อะไรจะดีไปกว่าการที่ครอบครัวอยู่พร้อมหน้ากัน ถึงเด็กๆจะไม่มีหน้าแต่ก็ไม่ใช่ปัญหา
แต่ปัญหากลับอยู่ที่ธเนศไม่ยอมกลับบ้าน "ใจเย็นๆนะลูก ไม่ต้องตื่นเต้น" สุดาเอ่ยเสียงเยียบเย็น
พลางหันไปมองเหรียญที่ห้อยคอสามีแวบหนึ่ง แสงไฟที่คล้ายแสงตะเกียงก็ลดแสงลงเป็นดวงไฟเล็กๆ
"ตั้งชื่อให้เธอสิคะ"
[c]
ธเนศรู้สึกมึนงงกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นต่อหน้าขณะนี้ เขาเหมือนถูกสะกดให้อยู่ในภวังค์
ไม่ได้คิดจะฝ่าฝืนหรือต่อต้านใดๆเลย "ลูก...ลูกของเรา " เขาพึมพำในลำคอ
แม้ในวันนี้ในใจเขา ไม่ได้มีสุดา อยู่อีกต่อไปแล้ว แต่หลังจากที่เขามี "รัญจวน" ผู้หญิงคนใหม่เข้ามาในชีวิต
เขามารู้ที่หลังว่า รัญจวน ไม่สามารถมีบุตรกับเขาใต้ เนื่องจากเธอโรคประจำตัวมีปัญหา จำเป็นต้องตัดมดลูกทิ้งไป
"ลูกพ่อ...."
ดวงไฟเล็กๆกระพริบถี่ๆ ราวกับรับรู้สิ่งที่เขากล่าวออกไป
"ตั้งชื่อให้กับเธอสิคะ" เสียงเย็นๆของสุดา แว่วมาย้ำเตือนเขาอีกทีหนึ่ง
"พ่อขอตั้งชื่อลูกว่า เนตร..... เนตรสุดา ก็แล้วกัน " เขาพูดอย่างช้าๆ ด้วยคิดอะไรไม่ค่อยออก
เหมือนมีอะไรบางอย่างดลใจให้ เขานึกถึงชื่อตัวเองก่อน แล้วพ่วงด้วยชื่อ สุดา
"เหอ เหอ เหอ เหอ............"
[sm]
ดวงไฟดวงน้อยกลายร่างเป็นเด็กน้อยหน้าตาน่ากลัว สำรวจตัวเองแล้วจึงเข้าไปเกาะขามารดา
[rush]
"สุ ผมขอโทษที่ทิ้งคุณกับลูกไป"ธเนศเอ่ยด้วยน้ำเสียงปวดร้าว...ในหัวคิดหาทางออกวุ่นวาย
ว่าจะออกไปจากบ้านผีสิงหลังนี้ได้อย่างไร เขาเป็นคนหน้าไหว้หลังหลอกอย่างนั้นหรือ ไม่หรอก
ประสบการณ์ชีวิตสอนเขามากกว่า
จริงสิ! นี่ชายหนุ่มลืมจุดมุ่งหมายที่ก้าวเข้ามาในบ้านหลังนี้ได้ยังไงกันนะ
ห้องพระ...หลวงปู่ทวดรุ่นแรกเป็นสมบัติมีค่าชิ้นเดียวที่คนจนๆอย่างพ่อของสุมอบให้ลูกสาวเก็บไว้
เพื่อความเป็นสิริมงคลและตอนนี้หลังจากชายหนุ่มเสียพนันไปกว่าสองล้าน เขามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้มัน
ถ้าเพียงแต่จะกำจัดอีผีบ้าสองแม่ลูกให้พ้นไปจากชีวิตของเขาได้
"ธเนศคะ คุณกำลังหานี่อยู่ใช่หรือเปล่า" สุดามองมาอย่างรู้ทันพลางชูมือถือสร้อยพระเอาไว้
ในขณะที่ขาผมกำลังจะก้าวขึ้นบันไดบ้านไปชั้นสอง แต่..ให้ตายสิ เธอเป็นผีนะ
จะจับพระได้อย่างไรกันหรือเธอจับสร้อยได้ไม่มีปัญหา..อันนี้ธเนศไม่รู้
"เอามาให้ผมเถอะสุดา ตอนนี้ผมกำลังเดือดร้อน" ชายหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงร้อนรนอย่างปิดบังไม่มิด
"แต่นี่เป็นสมบัติของพ่อฉันนะคะ และมันควรจะเป็นของลูกมากกว่าคนเลวๆอย่างคุณ!"
สุดาถลึงตากระชากเสียงตอบชายหนุ่ม
โดยแนบเนียนธเนศก้าวเท้าไปประชิดร่างของผีสุดาเพื่อชิงพระมาเป็นของตน
แต่ก่อนที่เขาจะได้ทันรู้ตัวว่าเกิดอะไรขึ้น เนตรสุดาลูกสาวที่เขาไม่เคยชายตาแลเลย
มาอยู่ข้างเขาได้อย่างไรสุดจะทราบได้ก็ก้าวเข้ามาผลักชายหนุ่มเสียหลักจนล้มลงหน้าฟาดลงกับบันได
โอ๊ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
ธเนศร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดอย่างถึงที่สุด ไม่เพียงเท่านั้นผีสองแม่ลูกค่อยๆก้าวเข้ามา
แล้วจับร่างเขาให้สภาพกึ่งลากกึ่งนอน ลากครูดไปกับบันไดขึ้นไปยังส่วนชั้นบนของบ้าน
ธเนศรู้สึกได้ว่าแต่ละขั้นบันไดเหมือนมีใบมีดโกนคมกริบนับพันนับหมื่นโผล่ออกมาเต็มไปหมด
มันบาดร่างเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเขาแทบจะรับความเจ็บปวดไม่ได้
"คุณจะพาผมไปไหน" ธเนศกลั้นใจถาม เลือดสดๆทะลักออกมาจากปากอย่างคนมีอาการช้ำในอย่างรุนแรง
ยังไม่นับแผลเหวอะหวะตามตัวที่บางส่วนเนื้อเปิดจนแทบจะหลุดออกมา
สุดาไม่ตอบ เธอหันไปสบหน้าลูกสาว ทั้งสองคนประสานเสียงหัวเราะจากเบาๆ
และทวีเป็นเสียงเล็กแหลมดังกึกก้องบาดร้าวแก้วหูยิ่งนัก ก่อนใช้สายตาเยียบเย็นโชยกลิ่นความตายมองมาที่เขา
แล้วตอบว่า "ไปห้องพระ...ห้องที่คุณอยากไปยังไงล่ะคะ...และเราสามคนจะอยู่ในนั้น ด้วยกัน...ตลอดไป"
ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ใครก็ได้บอกเขาทีว่าทั้งหมดมันไม่ใช่เรื่องจริง!
ประตูห้องพระเปิดและปิดดังปัง พร้อมกับเสียงโหยหวนโอดครวญของธเนศ
ถ้าตั้งใจฟังดีๆคุณจะได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักอย่างมีความสุขของผีสาวแม่ลูก
ที่จะไม่มีวันพรากจากบุคคลสำคัญยิ่งอย่างธเนศ ตลอดกาล...และตลอดไป
ใครเอ่ยยยย
- CTG
- ส.สัตยา- C River
- lady long leg- GTW
- จอมยุทธนักสืบ
- Psycho_Factory- รัชต์สารินท์
- To Share
- Joey
กติกา - ทายครั้งละสามคนนะครับ