ประสบการณ์ในการเขียนบทความที่ต้องจำไว้ให้ดี และต้องบอกต่อ

ผมเป็นคนหนึ่งที่อยากที่จะรับเขียนบทความเป็นชีวิตจิตใจ แต่ก็ไม่รู้จะเริ่มเขียนยังไงจึงได้ทำการค้นหาใน google ปรากฏว่ามีอยู่หลายที่ที่รับสมัครนักเขียน แต่ถูกใจอยู่เว็บนึง จึงได้ทำการโทรไปสอบถามว่าหลักการรับเขียนบทความมันเป็นยังไง เขียนเรื่องอะไร การจ่ายเงินเป็นยังไง ได้รับคำตอบมาว่าหากคุณจะเป็นนักเขียนต้องมีใจรักในการเขียนจริงๆ การเขียนบทความต้องอดทน มีเวลาว่าง ต้องศึกษาหาความรู้ตลอดและที่สำคัญการรับเขียนบทความมาส่งต้องสามารถแก้ไขงานได้ หลังจากที่ได้คุยกันในครั้งแรก จึงได้กลับมาทบทวนอีกครั้งว่าเรามีคุณสมบัติอย่างที่เค้าว่ามาไหม ต้องบอกตามตรงเลยว่ามีแค่ข้อเดียวคือ มีเวลาว่าง นอกนั้นไม่มีเลย 5555 แต่ในใจก็อยากจะลองดูว่ามันจะยากแค่ไหนกันเราจะทำได้ไหม หากไม่ได้จะได้ไปทำอย่างอื่นไม่ต้องมานั่งคิดอยู่ว่าจะทำหรือไม่ทำ
ออ...ลืมบอกไปที่ผมคุยอยู่คือเว็บ https://เขียนบทความ.com

3 วันผ่านไปหลังจากที่ได้โทรไปครั้งแรก ก็โทรกลับไปอีกครั้งเพื่อจะต้องการเป็นนักเขียนจริงๆว่าต้องเริ่มยังไง พี่คนเดิมรับสายขแจ้งว่าหากต้องการสมัครนักเขียนจริงๆต้องทำการทดสอบก่อนถึงจะสามารถเป็นนักเขียนได้ และต้องส่งเอกสารการศึกษามาด้วย ได้ยินอย่างนี้แล้วก็ในใจว่านี้แค่เริ่มต้นเราจะถอยไม่ได้ พอผ่านไปอีกวันผมก็ส่งเอกสารที่พี่เค้าต้องการไป และได้รับคำถามมาประมาณ 30 ข้อเพื่อให้เราตอบ ผมบอกตรงๆว่าทั้ง 30 ข้อผมตอบได้แค่ 2 ข้อเท่านั้นนอกนั้นผมไม่รู้เลยว่ามันคืออะไร จะเดาก็ได้เพราะไม่มีคำตอบให้เลือกเหมือนตอนเรียก หากตอบผิดก็ให้เริ่มใหม่ เปลี่ยนคำถามใหม่ และให้เราเขียนบทความอีก 5 เรื่อง
1.เขียนบทความเรื่องท่องเที่ยว
2.เขียนบทความเรื่องเทคโนโลยี
3.เขียนบทความเรื่องการเงินการธนาคาร
4.เขียนบทความเรื่องสุขภาพ
5.เขียนบทความเรื่องสิ่งลี้ลับ
หลังจากที่ได้โจทย์การเขียนมาก็มานั่งนึกว่าเราจะเขียนยังไงดี จะเริ่มต้นยังไง และเขียนออกมาในแนวไหน หากเขียนไม่ดีก็คงไม่ได้เป็นนักเขียนแน่ๆ แล้วพี่เค้าเวลา 3 วันเอง แถมยังมีคำถามอีก 30 ข้อที่ต้องตอบ หากไม่ส่งมาก็จะไม่รับ หลังจากที่ได้เรื่องมา 5 เรื่องให้เขียนบทความเรื่องละ 500-800 คำ ก็มานั่งดูว่าสิ่งที่เราสามารถเขียนได้เลยมีอยู่แค่เรื่องเดียวคือเรื่องสุขภาพ ส่วนบทความเรื่องอื่นๆคิดไม่ออกเลยว่าจะเขียนอะไรดี ให้เด่น ให้โดน ผมเลยเริ่มรู้ขึ้นมาทันทีว่าเรายังขาดความรู้อีกมากในการเขียน เราไม่สามารถเขียนได้แน่ๆ และที่สำคัญภายใน 3 วันด้วยจะเขียนบทความออกมาได้ยังไง

ผมเลยตัดสินใจโทรกลับไปปรึกษาพี่เค้าอีกครั้งว่าผมมีปัญหาแบบนี้จะทำยังไงดี แต่สิ่งที่ผมได้รับคำตอบมาคือพี่ก็นึกอยู่แล้วว่าน้องไม่น่าจะเขียนได้ ที่พี่ให้น้องไปเพื่อจะได้ให้น้องรู้ว่าน้องมีความสามารถเขียนเรื่องอะไรได้บ้าง เพราะหลายคนโทรมาก็จะบอกว่าเขียนได้ทุกเรื่อง เก่งทุกเรื่อง แต่พอให้เขียนบทความจริงๆมักจะเขียนได้ดีเป็นบางเรื่องเท่านั้น ผมเรื่องได้รับโจทย์ใหม่มาว่าให้เขียนเรื่องสุขภาพอย่างเดียว แต่ว่าให้เขียนมา 5 เรื่องนะคือเขียนบทความเรื่องสุภาพมาทั้งหมด 5 เรื่องไม่ซ้ำกัน ได้ฟังแล้วก็เหมือนจะดีใจขึ้นมาหน่อย แต่ในใจคิดว่าจะเขียนอะไรดีเนียตั้งหลายเรื่อง

ตื่นเช้าขึ้นมา 7 โมง นั่งนึกว่าจะเขียนบทความเรื่องอะไรดีเวลาผ่านไป 2 ชั่วโมงได้มาแต่หัวข้อเรื่องหายังไม่มีเลย จำได้ว่ามีหนังสือเกี่ยวกับสุขภาพอยู่หลายเล่มเลยเอามานั่งอ่านอีก 3 ชั่วโมง เกิบหมดวันแต่ก็ยังดีเพราะสามารถเขียนได้ 3 เรื่องแล้วเรายังมีเวลาอีก เขียนบทความส่งทันแน่ๆ ความกดดันเริ่มลดลง ตกกลางคืนก็เขียนได้อีก 2 เรื่อง ก็ครบพอดี 5 เรื่องตามกำหนด ผมรีบส่งให้พี่เค้าตรวจสอบก่อนเลยว่าใช้ได้ไหม แถมยังส่งก่อนกำหนดด้วย (ทำคะแนนสุดๆ)

หลังจากที่ส่งไปให้พี่เค้าดูบทความทั้งหมด 5 เรื่อง ผ่านไปได้ 2 วันพี่เค้าส่งกลับมาว่า บทความที่เขียนมาใช้ได้ ดีมาก แต่ต้องแก้ไขหน่อยนะ พี่จะเขียนบทความให้ดูว่าต้องแก้ไขอะไรบ้าง ในใจก็นึกว่าขนาดเขียนครั้งแรกยังผ่านเลยก็ไม่ได้ยากเท่าไร แต่ 30 ข้อที่ตอบมาผิดไป 28 ข้อ อีก 2 ข้อไม่แน่ใจว่าหมายถึงอะไร สรุปคือถูกแค่ 1 ข้อจาก 30 ข้อ

ผ่านไป 1 วันพี่เค้าส่งบทความกลับมาว่าให้แก้ไขงานตามที่เค้าบอก พี่เค้าส่งกลับ 6 หน้าแต่งานเขียนบทความที่ผมส่งไปมันมี 5 หน้า ทั้งหมดก็เป็น 11 หน้า นั้นหมายความว่าสิ่งที่ต้องแก้ไขมากกว่าที่ผมเขียนไปอีกมันเป็นไปได้ยังไง ไหนว่าเขียนได้ดีมากแล้วไง ทำไมถึงต้องแก้ไขบทความขนาดนี้ คิดในใจว่าพี่เค้าเป็นป่าวเนีย มือถึงหรือเปล่า หลังจากนั้นก็มานั่งดูว่าที่พี่เค้าบอกให้แก้ไขมันผิดอะไรมากมายขนาดนี้ อ่านไปอ่านมา ไหนๆก็มาขนาดนี้แล้วแก้ไขบทความตามที่พี่เค้าบอกไปละกันจะได้ผ่านๆไป ก็ทำการแก้ไขอยู่อีก 1 วัน เอาตามที่พี่เค้าบอกมาเลยจะได้ผ่านแน่ๆ

ขอตัดตอนหน่อยละกันเพราะในช่วงที่ทำการแก้ไขการเขียนบทความอยู่นี้ก็กินเวลาไปอีก 3 วันเต็มๆ บวกกับ 30 ทำถาม รวมกันก็ 4 วัน สรุปกว่างานจะผ่านได้ตั้งแต่เริ่มเขียนก็ 3+1+4 วันสำหรับ 5 หน้าเป็นเวลาที่ไม่น้อยเลย
พี่เค้าว่าอย่างนั้นลองเขียนงานจริงๆเลยไหม ลองดูว่าจะทำได้ไหม ผมก็ตอบรับทันที่ว่าพร้อมรับเขียนบทความแล้วครับ พี่เค้าให้โจทย์จริงๆมาในการเขียนบทความ ผมอ่านอยู่พักใหญ่ๆ ความยาวประมาณ 1 หน้าเต็มแต่ให้เขียนเรื่องเดียวนะ แต่คำสั่งในการเขียนบทความ 1 หน้าเต็ม แถมยังอ่านแล้วไม่เข้าใจด้วยว่าเค้าหมายถึงอะไร

หลังจากที่ได้โจทย์ข้อนี้มาที่เป็นงานจริง ผมรู้ทันทีว่าที่ผ่านมาผมคิดผิดหมดเลย ผมคิดว่า
-ผมจะสามารถรับเขียนบทความอะไรก็ได้ตามใจ
-ผมสามารถรับเขียนบทความในเรื่องที่เราอยากเขียนเท่านั้น
-ผมสามารถรับเขียนบทความตามระยะเวลาที่เรากำหนดเองได้
-ผมสามารถรับเขียนบทความโดยใช้เวลาไม่มากนัก

ทั้งหมดนี้มันไม่จริงเลยเพราะการเขียนบทความมันตรงข้ามกับที่ผมคิดอย่างสิ้นเชิง ไม่มีอะไรในการรับเขียนบทความเป็นไปตามที่คลาดหวังเลย คิดถึงวันแรกที่พี่เค้าบอกว่า หากคุณจะเป็นนักเขียนต้องมีใจรักในการเขียนจริงๆ การเขียนบทความต้องอดทน มีเวลาว่าง ต้องศึกษาหาความรู้ตลอดและที่สำคัญการเขียนบทความมาส่งต้องสามารถแก้ไขงานได้ ประโยคนี้ผมยังจำได้ดีแล้วมันก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ การเขียนบทความต้องมีใจรัก การเขียนบทความต้องมีความอดทน รับเขียนบทความต้องมีเวลา การเขียนบทความต้องศึกษาหาความรู้ มันเป็นแบบที่พี่เค้าพูดทุกข้อเลย ผมต้องเรียนรู้อีกมากถึงจะสามารถเข้าถึงการเขียนบทความได้ แต่ถึงอย่างไรผมก็ได้ลองแล้ว ทดสอบแล้ว ทำแล้ว ก็ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีและได้ความรู้ขึ้นอีกมาก ไม่มีอะไรได้มาง่ายๆจริงๆ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่