...บางคนบอกว่าเราต้องไปหาแรงบันดาลใจจากสถานที่ไกลๆ ที่แปลกหูแปลกตา…
...บางคนก็เจอแรงบันดาจใจนั้น แต่บางคนหาแล้ว หาอีก หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ...
...หรือบางคนก็หาตามกระแสนิยม เพราะกระแสในตอนนี้อันนี้มาแรง เราต้องทำแบบนี้ นี่แหล่ะใช่ นี่แหล่ะคือแรงบันดาลใจ...
...ทุกอย่างที่เขียนมาข้างต้นไม่มีอันไหนผิดเลยนะคะ ทุกอย่างที่เล่ามาก็ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่เหมาะสมกับคนคนนั้น กับช่วงเวลาของชีวิตนั้นๆ
แต่สำหรับบางคนที่พยายามหาเท่าไหร่ ก็ยังหาไม่เจอ มาลองดูตัวอย่างนี้กันนะคะ...
ถ้ามีคนนำดอกไม้มาวางไว้บนโต๊ะ 2 ดอก ถ้าเรามองเพียงผิวเผิน เราอาจจะไม่สามารถบอกความแตกต่างได้ว่า ดอกไหนเป็นของจริง ดอกไหนเป็นของไม่แท้ เพราะบางทีเรามองพลาดประเด็นไปแค่นิดเดียวเอง (Sometimes we slightly miss the point.) แต่ถ้าเราเอามาจับ เอามาสัมผัส เอามาดม เหมือนเราได้มาทำความรู้จักกับดอกไม้ทั้งสองแบบนี้แล้ว เราถึงจะแยกออกว่าดอกไหนคือดอกไม้แท้ ดอกไหนคือดอกไม้เทียม
...ดอกไม้ปลอม ผู้เขียนขอเรียกว่า คุณค่าเทียม (artificial value) ส่วนดอกไม้จริง ขอเปรียบเทียบว่าเป็น คุณค่าแท้ (real value) นะคะ...
วิธีที่เราจะหาแรงบันดาลใจบางทีก็อยู่ไม่ไกล อยู่ตรงพื้นที่เล็กมากๆ นั่นก็คือ อยู่ภายในใจเรานี่เอง ถ้าเรารู้ว่า Why do we do that? และ For what? (เราทำสิ่งนั้นไปทำไมและเพื่ออะไร) มันอาจจะทำให้เราหา real value หรือคุณค่าที่แท้จริงที่อยู่ภายในใจของเราให้เจอได้ หลังจากนั้นเราก็จะรู้ว่าเราต้องทำอย่างไร วิธีการที่จะทำให้ไปถึงเป้าหมายของเรา เราต้องทำอย่างไร เพราะฉะนั้นสิ่งที่อยากเอามาแบ่งปันกันในกระทู้นี้ก็คือ การหาแรงบันดาลใจที่แท้จริงนั้น คือการรู้ว่า คือการตระหนักว่าสิ่งใดคือคุณค่าที่แท้จริงในชีวิตของเรา อะไรคือแก่น อะไรคือสาระจริงๆในชีวิตของเรา (What is the core of it?) เราเกิดมาเพื่ออะไร (What is the real value of birth?) แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรล่ะ?? คำตอบก็คือ by observation ไง (คือการสังเกตตัวเอง) เราต้องสังเกตและเรียนรู้ตัวเองทั้งภายในและภายนอกจิตใจ เพราะสิ่งที่เราจำเป็นต้องมีก็คือ เราจำเป็นต้องแยกให้ออกว่าอะไรคือคุณค่าแท้ อะไรคือคุณค่าเทียม อะไรเป็นสิ่งที่ต้องทำ อะไรเป็นสิ่งที่ควรทำ พอเราไม่รู้จักมัน เราไม่สามารถมองทะลุมันได้ เปรียบเหมือนน้ำใสๆที่อยู่ในแก้ว ถ้าเรามองเพียงผิวเผิน โดยไม่ได้สังเกต ทดสอบชิมดู ดมกลิ่นดู เราก็อาจจะนึกว่าเป็นน้ำเปล่า แต่ปรากฎว่าจริงๆแล้วมันคือน้ำเกลือต่างหาก จะเห็นเลยว่าพอเราไม่รู้แจ้งให้ทะลุทุกด้านของสิ่งนั้น เราก็จะไปให้การนิยามหรือให้คุณค่ากับสิ่งต่างๆผิดไป และบอกตัวเองว่าความคิดเห็นที่ตัวเองคิดหรือความรู้สึกที่ตัวเองรู้สึก มันเป็นความจริงนักหนา จนทำให้ตัวเองถูกบดบังสิ่งที่เป็นความจริงด้วยความคิดของตัวเอง
อย่างเช่นการเรียนภาษา เช่น ภาษาอังกฤษ ทุกวันนี้เราเรียนภาษาอังกฤษเพราะอะไร เราเรียนเพื่อความจำเป็นอะไรบางอย่าง เรียนเพราะถูกสถานการณ์บังคับให้ต้องใช้ภาษาอังกฤษให้ได้ เพราะต้องเอาไปสอบ ต้องเอาไปยื่นบริษัทเพื่อเพิ่มเงินเดือนให้สูงกว่าเดิมหรือใช้เพื่อไปทำงานบริษัทต่างชาติ แต่จริงๆแล้วใจเราไม่ได้ชอบเลย ไม่ได้ปรารถนาที่จะเรียนเลย ถ้าให้เลือกได้ก็จะไม่เรียนแน่ๆ หรือบางคนที่มีความชอบ ความหลงใหลกับภาษาอยู่แล้ว มีภาษาเป็นลมหายใจเข้า ออก และอยากจะก้าวพ้นจากขีดจำกัดของตัวเอง
>>> พวกเราคิดว่าคนแบบไหนดีกว่ากันคะ <<<
สำหรับตัวผู้เขียนเอง คำตอบคือดีทั้งคู่เลยค่ะ ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ (Congratulations!!!!)
เพราะนี่คือคนสองแบบที่รู้ว่าจริงๆแล้ว real value ของเค้าคืออะไร! และเมื่อเรารู้ว่าจุดที่เรายืนอยู่คือจุดไหน (position) เราก็จะได้ตั้งต้นหันเข็มทิศ ตั้งเข็มทิศและก็เดินตามเป้าหมายที่เราปักธงไว้ เดินไปตาม real value ของเราจริงๆ
ขอให้ทุกคนเจอธงชัยของตัวเองนะคะ โชคดีค่ะ
สวัสดีค่ะ
กระเจี๊ยบ
ตามหา "แรงบันดาลใจ" ต้องเดินทางไกลแค่ไหน
...บางคนก็เจอแรงบันดาจใจนั้น แต่บางคนหาแล้ว หาอีก หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอ...
...หรือบางคนก็หาตามกระแสนิยม เพราะกระแสในตอนนี้อันนี้มาแรง เราต้องทำแบบนี้ นี่แหล่ะใช่ นี่แหล่ะคือแรงบันดาลใจ...
...ทุกอย่างที่เขียนมาข้างต้นไม่มีอันไหนผิดเลยนะคะ ทุกอย่างที่เล่ามาก็ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่เหมาะสมกับคนคนนั้น กับช่วงเวลาของชีวิตนั้นๆ
แต่สำหรับบางคนที่พยายามหาเท่าไหร่ ก็ยังหาไม่เจอ มาลองดูตัวอย่างนี้กันนะคะ...
ถ้ามีคนนำดอกไม้มาวางไว้บนโต๊ะ 2 ดอก ถ้าเรามองเพียงผิวเผิน เราอาจจะไม่สามารถบอกความแตกต่างได้ว่า ดอกไหนเป็นของจริง ดอกไหนเป็นของไม่แท้ เพราะบางทีเรามองพลาดประเด็นไปแค่นิดเดียวเอง (Sometimes we slightly miss the point.) แต่ถ้าเราเอามาจับ เอามาสัมผัส เอามาดม เหมือนเราได้มาทำความรู้จักกับดอกไม้ทั้งสองแบบนี้แล้ว เราถึงจะแยกออกว่าดอกไหนคือดอกไม้แท้ ดอกไหนคือดอกไม้เทียม
...ดอกไม้ปลอม ผู้เขียนขอเรียกว่า คุณค่าเทียม (artificial value) ส่วนดอกไม้จริง ขอเปรียบเทียบว่าเป็น คุณค่าแท้ (real value) นะคะ...
วิธีที่เราจะหาแรงบันดาลใจบางทีก็อยู่ไม่ไกล อยู่ตรงพื้นที่เล็กมากๆ นั่นก็คือ อยู่ภายในใจเรานี่เอง ถ้าเรารู้ว่า Why do we do that? และ For what? (เราทำสิ่งนั้นไปทำไมและเพื่ออะไร) มันอาจจะทำให้เราหา real value หรือคุณค่าที่แท้จริงที่อยู่ภายในใจของเราให้เจอได้ หลังจากนั้นเราก็จะรู้ว่าเราต้องทำอย่างไร วิธีการที่จะทำให้ไปถึงเป้าหมายของเรา เราต้องทำอย่างไร เพราะฉะนั้นสิ่งที่อยากเอามาแบ่งปันกันในกระทู้นี้ก็คือ การหาแรงบันดาลใจที่แท้จริงนั้น คือการรู้ว่า คือการตระหนักว่าสิ่งใดคือคุณค่าที่แท้จริงในชีวิตของเรา อะไรคือแก่น อะไรคือสาระจริงๆในชีวิตของเรา (What is the core of it?) เราเกิดมาเพื่ออะไร (What is the real value of birth?) แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรล่ะ?? คำตอบก็คือ by observation ไง (คือการสังเกตตัวเอง) เราต้องสังเกตและเรียนรู้ตัวเองทั้งภายในและภายนอกจิตใจ เพราะสิ่งที่เราจำเป็นต้องมีก็คือ เราจำเป็นต้องแยกให้ออกว่าอะไรคือคุณค่าแท้ อะไรคือคุณค่าเทียม อะไรเป็นสิ่งที่ต้องทำ อะไรเป็นสิ่งที่ควรทำ พอเราไม่รู้จักมัน เราไม่สามารถมองทะลุมันได้ เปรียบเหมือนน้ำใสๆที่อยู่ในแก้ว ถ้าเรามองเพียงผิวเผิน โดยไม่ได้สังเกต ทดสอบชิมดู ดมกลิ่นดู เราก็อาจจะนึกว่าเป็นน้ำเปล่า แต่ปรากฎว่าจริงๆแล้วมันคือน้ำเกลือต่างหาก จะเห็นเลยว่าพอเราไม่รู้แจ้งให้ทะลุทุกด้านของสิ่งนั้น เราก็จะไปให้การนิยามหรือให้คุณค่ากับสิ่งต่างๆผิดไป และบอกตัวเองว่าความคิดเห็นที่ตัวเองคิดหรือความรู้สึกที่ตัวเองรู้สึก มันเป็นความจริงนักหนา จนทำให้ตัวเองถูกบดบังสิ่งที่เป็นความจริงด้วยความคิดของตัวเอง
อย่างเช่นการเรียนภาษา เช่น ภาษาอังกฤษ ทุกวันนี้เราเรียนภาษาอังกฤษเพราะอะไร เราเรียนเพื่อความจำเป็นอะไรบางอย่าง เรียนเพราะถูกสถานการณ์บังคับให้ต้องใช้ภาษาอังกฤษให้ได้ เพราะต้องเอาไปสอบ ต้องเอาไปยื่นบริษัทเพื่อเพิ่มเงินเดือนให้สูงกว่าเดิมหรือใช้เพื่อไปทำงานบริษัทต่างชาติ แต่จริงๆแล้วใจเราไม่ได้ชอบเลย ไม่ได้ปรารถนาที่จะเรียนเลย ถ้าให้เลือกได้ก็จะไม่เรียนแน่ๆ หรือบางคนที่มีความชอบ ความหลงใหลกับภาษาอยู่แล้ว มีภาษาเป็นลมหายใจเข้า ออก และอยากจะก้าวพ้นจากขีดจำกัดของตัวเอง
>>> พวกเราคิดว่าคนแบบไหนดีกว่ากันคะ <<<
สำหรับตัวผู้เขียนเอง คำตอบคือดีทั้งคู่เลยค่ะ ขอแสดงความยินดีด้วยนะคะ (Congratulations!!!!)
เพราะนี่คือคนสองแบบที่รู้ว่าจริงๆแล้ว real value ของเค้าคืออะไร! และเมื่อเรารู้ว่าจุดที่เรายืนอยู่คือจุดไหน (position) เราก็จะได้ตั้งต้นหันเข็มทิศ ตั้งเข็มทิศและก็เดินตามเป้าหมายที่เราปักธงไว้ เดินไปตาม real value ของเราจริงๆ
ขอให้ทุกคนเจอธงชัยของตัวเองนะคะ โชคดีค่ะ
สวัสดีค่ะ
กระเจี๊ยบ