ก่อนอื่น ต้องบอกก่อนผมคบกับแฟนมาได้ปรมาณ 5 ปี มีแพลน ว่าจะแต่งงานกันในเดือน พฤศจิกายนปี 61 นี้ครับ ระหว่าง ทีเราคบกันก็ มีสุข มีทุกข์บ้างตามบททดสอบของความรัก ผมนึกเสมอ ว่าไม่ว่ายังไงก็จะไม่ปล่อยมือก่อนแน่นอน ผมเป็นคนที่ตามใจแฟนผม ค่อนข้างมาก เพราะเพียงแค่ เราอยากให้เขามีความสุขในสิ่งที่เขาอยากทำ สอนให้เจอปัญหาและแก้ด้วยตัวเองก่อน ทุกครั้ง เวลามาปรึกษาอะไรบอกและให้ความเห็นว่าผลอะไรที่จะตามมาบ้างถ้าทำ แต่ก็จะคอยมองช่องทางแก้ปัญหาไว้ให้ตลอด ผมเป็นคนนอนตื่นสายเพราะทำงานหนักมาก ในวันธรรมดา วันหยุดผมจะตื่นสายตลอดแต่ในวันธรรมดาผมจะเป็นคนคอยตื่นเช้าเพื่อไปรับเขามาส่งที่ทำงานทุกเช้าและเวลาเลิกงานจะรีบขับรถกลับมาแบบไม่ได้คำนึงว่าตัวเองขับไว เพียงเพราะไม่อยากให้เขารอนานเพราะงานเขาก็หนักกว่าผมสองเท่า ก็มีมารับช้าบ้างวันไหนรถติด เขาก็จะหงุดหงิดไม่ค่อยพอใจและงอล ผมก็เข้าใจว่าเขาคงเหนื่อย ตลอดระยะเวลา 5 ปี ผมทำแบบนี้ตลอด วันไหนขึ้นเวร ก็จะหาของมาไว้ให้กินเผื่อหิวเวลาอยู่เวรดึก ทำแบบนี้มาตลอด
แต่อยู่มาปลายปีที่แล้วเหมือนเขาเริ่มเย็นชาไม่ค่อยสนใจผม ขึ้นรถมาก็ก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ ไม่พูดไม่จา หงุดหงิดง่าย จนเราทะเลาะกันแทบ 3 วันครั้งก็ว่าได้ บวกกับผมเป็นช่วงต้องย้ายออฟฟิตและใกล้สิ้นปีงานเยอะมากเปลี่ยนตำแหน่งหน้าที่ งานเยอะขึ้นแต่ก็ยังคงทำหน้าที่ต่างๆที่ยังคงทำอยู่
จนเขาส่งไลน์มาช่วงกลางคืนของวันที่ 28 พฤศจิกายน ปีที่แล้ว ว่าขอเลิกกับผม ไม่อยากคบแล้วไม่อยากที่จะแแต่งงานแล้ว เบื่อเธอยังคงเก็บความแย่ของผมทุกอย่างมาคิด ส่วนผมเก็บส่วนดีของเขามาเป็นแรงใจ ซึ่งแตกต่างกันมาก
และเธอบอกขอให้ผมห่างกันไป ไม่ต้องมารับทุกวันไม่อยากเจอทุกวัน อาทิตย์นึงค่อยมาเจอกัน ผมก็ห่างให้เขาได้คิดอะไร
แต่คงถึงช่วงแตกหักคือช่วงที่ญาติผมป่วยหนัก เป็นมะเร็ง ร่างกายทรุดไวมาก ผมต้องพาแม่ขับรถระหว่าง กทม.นครปฐม อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง
บวกกับเธอมาป่วย โทรมาให้ผมเข้ามารับไปโรงพยาบาลผมรู้ว่าเธอคงไม่ไหวจริงๆเพราะเธอไม่ค่อยอยาก แอดมิด
ผมรีบไปรับมาส่งที่โรงบาลแล้วคุยกับเขาว่าให้แอดมิด เพราะผมต้องขึ้นไป นครปฐมต่อ เพราะญาติผมไม่ไหวแล้วพี่สาวเขาโทรมาบอกว่าเขารอแม่ผมไปดูใจ ผมก็ต้องออกจากตรงนั้นขับรถไป ใจก็ห่วงทั้งแฟนและญาติผม ถ้าเขาแอดมิดยังไงผมก็ต้องมาอยู่นอนเฝ้าเขาเป็นที่แน่นอนอยู่แล้วเธอเลือกไม่แอดมิดและกลับบ้าน และตรงนี้คือจุดที่เธอคงคิดว่าวันที่เธอป่วยผมไม่ได้อยู่กับเขาไม่ได้ดูแลเขา อันนี้ผมเข้าใจและยอมรับสภาพ จึงทำให้เธอตัดสินใจบอกเลิกผมได้ง่ายขึ้น
แต่... ทุกวันนี้ผมยังคงนึกถึงและเป็นห่วงเขาเหมือนทุกวัน แอบส่งเงินไว้ให้เขาเผื่อบางครั้งฉุกเฉิน เขาจะได้มีเงินไว้คอยใช้ ถึงแม้ผมจะลำบากก็เหอะแต่เพราะอะไรล่ะ ถ้าเขาจะบอกว่าผมไม่รักเขา ก็ไม่น่าจะใช่ ผมทิ้งเกือบทุกอย่าง ห่างจากเพื่อนๆ ออกแต่เช้ากลับดึก ไม่เคยบ่น
ผต่ผลสุดท้าย ไม่มีงานอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น ผมแอบไปดูบ้านกะจะเซอร์ไพร์ส ก่อนงานแต่งเกิด ก็คงจะบอกเขาในวันเกิดผม เดือนสิงหาคม แต่ทุกอย่างพังหายไปกับตาทั้งหมดในวันที่ 28 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
ใครว่าชีวิตไม่เหมือนละคร อันนี้ยิ่งกว่าละคร และยังจะคงรักและห่วงใยตลอด จนกว่าเขาจะเจอคนที่ดูแลและทำให้เขามีความสุข....มากกว่าผม
จริงๆมีอะไรอีกเยอะแยะมากมายใน ระยะเวลา 5 ปี ที่ผ่านมา
แต่เธอยังคงสวยงามเสมอในสายตาผม......
ก่อนจะถึงงานแต่งและไม่ได้แต่ง
แต่อยู่มาปลายปีที่แล้วเหมือนเขาเริ่มเย็นชาไม่ค่อยสนใจผม ขึ้นรถมาก็ก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ ไม่พูดไม่จา หงุดหงิดง่าย จนเราทะเลาะกันแทบ 3 วันครั้งก็ว่าได้ บวกกับผมเป็นช่วงต้องย้ายออฟฟิตและใกล้สิ้นปีงานเยอะมากเปลี่ยนตำแหน่งหน้าที่ งานเยอะขึ้นแต่ก็ยังคงทำหน้าที่ต่างๆที่ยังคงทำอยู่
จนเขาส่งไลน์มาช่วงกลางคืนของวันที่ 28 พฤศจิกายน ปีที่แล้ว ว่าขอเลิกกับผม ไม่อยากคบแล้วไม่อยากที่จะแแต่งงานแล้ว เบื่อเธอยังคงเก็บความแย่ของผมทุกอย่างมาคิด ส่วนผมเก็บส่วนดีของเขามาเป็นแรงใจ ซึ่งแตกต่างกันมาก
และเธอบอกขอให้ผมห่างกันไป ไม่ต้องมารับทุกวันไม่อยากเจอทุกวัน อาทิตย์นึงค่อยมาเจอกัน ผมก็ห่างให้เขาได้คิดอะไร
แต่คงถึงช่วงแตกหักคือช่วงที่ญาติผมป่วยหนัก เป็นมะเร็ง ร่างกายทรุดไวมาก ผมต้องพาแม่ขับรถระหว่าง กทม.นครปฐม อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง
บวกกับเธอมาป่วย โทรมาให้ผมเข้ามารับไปโรงพยาบาลผมรู้ว่าเธอคงไม่ไหวจริงๆเพราะเธอไม่ค่อยอยาก แอดมิด
ผมรีบไปรับมาส่งที่โรงบาลแล้วคุยกับเขาว่าให้แอดมิด เพราะผมต้องขึ้นไป นครปฐมต่อ เพราะญาติผมไม่ไหวแล้วพี่สาวเขาโทรมาบอกว่าเขารอแม่ผมไปดูใจ ผมก็ต้องออกจากตรงนั้นขับรถไป ใจก็ห่วงทั้งแฟนและญาติผม ถ้าเขาแอดมิดยังไงผมก็ต้องมาอยู่นอนเฝ้าเขาเป็นที่แน่นอนอยู่แล้วเธอเลือกไม่แอดมิดและกลับบ้าน และตรงนี้คือจุดที่เธอคงคิดว่าวันที่เธอป่วยผมไม่ได้อยู่กับเขาไม่ได้ดูแลเขา อันนี้ผมเข้าใจและยอมรับสภาพ จึงทำให้เธอตัดสินใจบอกเลิกผมได้ง่ายขึ้น
แต่... ทุกวันนี้ผมยังคงนึกถึงและเป็นห่วงเขาเหมือนทุกวัน แอบส่งเงินไว้ให้เขาเผื่อบางครั้งฉุกเฉิน เขาจะได้มีเงินไว้คอยใช้ ถึงแม้ผมจะลำบากก็เหอะแต่เพราะอะไรล่ะ ถ้าเขาจะบอกว่าผมไม่รักเขา ก็ไม่น่าจะใช่ ผมทิ้งเกือบทุกอย่าง ห่างจากเพื่อนๆ ออกแต่เช้ากลับดึก ไม่เคยบ่น
ผต่ผลสุดท้าย ไม่มีงานอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น ผมแอบไปดูบ้านกะจะเซอร์ไพร์ส ก่อนงานแต่งเกิด ก็คงจะบอกเขาในวันเกิดผม เดือนสิงหาคม แต่ทุกอย่างพังหายไปกับตาทั้งหมดในวันที่ 28 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
ใครว่าชีวิตไม่เหมือนละคร อันนี้ยิ่งกว่าละคร และยังจะคงรักและห่วงใยตลอด จนกว่าเขาจะเจอคนที่ดูแลและทำให้เขามีความสุข....มากกว่าผม
จริงๆมีอะไรอีกเยอะแยะมากมายใน ระยะเวลา 5 ปี ที่ผ่านมา
แต่เธอยังคงสวยงามเสมอในสายตาผม......