เศรษฐกิจเติบโต ทำไมกระเป๋าแบน "แฟนทิ้ง"
https://www.matichon.co.th/newsroom-analysis/news_1107298
ที่มา สัญญา รัตนสร้อย
กระทรวงพาณิชย์แถลงตัวเลขส่งออกรอบ 7 เดือนแรกปีนี้ มูลค่ารวม 146,235 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 10.57
กระทรวงท่องเที่ยวฯโชว์ตัวเลขรายได้ 6 เดือนแรก นักท่องเที่ยวต่างชาตินำเงินเข้ามาใช้จ่ายในไทย 1 ล้านล้านบาท เติบโตร้อยละ 15.88
สภาพัฒน์สรุปยอดผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือจีดีพี ครึ่งปีแรกขยายตัวร้อยละ 4.8
ข้อมูลข้างต้นถูกนำมาอธิบายสุขภาพเศรษฐกิจของประเทศ
ไม่ว่าจะด้วยเกิดจากฝีมือการบริหารของรัฐบาลพล.อ.
ประยุทธ์ และคณะ
หรืออานิสงส์เศรษฐกิจโลกฟื้นตัว
หรือทั้งสองส่วนผสมกัน
ต้องบอกว่าตัวเลขที่ออกมาสวยสดงดงามทีเดียว เทียบกับหลายปีที่ผ่านมา
ถึงอย่างนั้นยังมีเสียงบ่นปกคลุมไปทั่ว เรื่องความเหลื่อมล้ำ รายได้กระจุกตัว เงินที่หามาไม่พอกับรายจ่าย
เพราะสุขภาพเศรษฐกิจ ไม่ได้เชื่อมโยงกับสุขภาพของประชากรในประเทศ
แต่บางหน่วยงานรัฐก็มักอ้างเป็นเรื่องของความรู้สึก นึกคิดไปเอง แล้วยกเอาตัวเลขเศรษฐกิจเติบโตมาเป็นข้อหักล้าง
มีความพยายามอธิบายความเหลื่อมล้ำ รายได้ชักหน้าไม่ถึงหลัง ไม่ใช่เรื่อง “
มโน”
เอาข้อมูลตัวเลขมาสู้
เทียบเคียงผลประกอบการทุกบริษัทในตลาดหุ้นรอบครึ่งปีแรก ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการมีกำไรถึง 5.5 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 20 ไม่นับรวมผลกำไรบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์ (มีการประเมินว่าบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์มีอัตราผลแทนคิดเป็น 3 เท่า)
เพราะฉะนั้นอาจกล้อมแกล้มได้ว่า ครึ่งแรกของปี 2561 นิติบุคคลทั้งประเทศ(บริษัทในตลาดหุ้น+บริษัทนอกตลาด) ก็น่าจะมีกำไรรวมประมาณ 2.2 ล้านล้านบาท(5.5แสนล้านบาท + 3เท่า) หรือเกือบร้อยละ 30 จากครึ่งหนึ่ง(7.5 ล้านล้านบาท)ของจีดีพีปีที่แล้ว(15 ล้านล้านบาท)
หรือพูดง่ายๆว่า เกือบร้อยละ 30 นี้ ตกอยู่กับนายทุน-เจ้าของกิจการไม่กี่แสนคน กดเครื่องคิดเลขแล้วไม่ถึงร้อยละ 1 ของจำนวนประชากร
ขณะที่รายได้คนส่วนใหญ่กว่า 40 ล้านคน ในกลุ่มมนุษย์เงินเดือน พ่อค้าแม่ขาย คนรากหญ้าหาเช้ากินค่ำ มีส่วนแบ่งในจีดีพีประมาณร้อยละ 40 ของจีดีพี
ครึ่งปีแรกจีดีพีเติบโตขึ้นร้อยละ 4.8 แล้วกำไรของบริษัททั้งประเทศที่มีสัดส่วนอยู่ในจีดีพีถึงร้อยละ 30 ที่เติบโตไปถึงร้อยละ 20 จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
ถามว่ากำไรมากมายขนาดนั้น ท่านได้แต่ใดมา
ก็พออนุมานได้ว่า ความเบ่งบานของความมั่งคั่งในภาคธุรกิจนิติบุคคล เพราะเข้ามากินส่วนแบ่งรายได้ของคนส่วนใหญ่ นั่นเอง?
น่าตกใจสัดส่วนนี้ มีแนวโน้มจะมากขึ้น
จึงไม่แปลก คนส่วนใหญ่ของประเทศนี้ ต้องล้วงกระเป๋าลงไปลึกขึ้นทุกที กว่าจะเจอเงิน
JJNY : เศรษฐกิจเติบโต ทำไมกระเป๋าแบน "แฟนทิ้ง"/ชาวอำนาจเจริญร้องทุกข์ฝนตกน้ำท่วม แจ้งรัฐแต่ไม่เหลียวแล
https://www.matichon.co.th/newsroom-analysis/news_1107298
ที่มา สัญญา รัตนสร้อย
กระทรวงพาณิชย์แถลงตัวเลขส่งออกรอบ 7 เดือนแรกปีนี้ มูลค่ารวม 146,235 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 10.57
กระทรวงท่องเที่ยวฯโชว์ตัวเลขรายได้ 6 เดือนแรก นักท่องเที่ยวต่างชาตินำเงินเข้ามาใช้จ่ายในไทย 1 ล้านล้านบาท เติบโตร้อยละ 15.88
สภาพัฒน์สรุปยอดผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือจีดีพี ครึ่งปีแรกขยายตัวร้อยละ 4.8
ข้อมูลข้างต้นถูกนำมาอธิบายสุขภาพเศรษฐกิจของประเทศ
ไม่ว่าจะด้วยเกิดจากฝีมือการบริหารของรัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ และคณะ
หรืออานิสงส์เศรษฐกิจโลกฟื้นตัว
หรือทั้งสองส่วนผสมกัน
ต้องบอกว่าตัวเลขที่ออกมาสวยสดงดงามทีเดียว เทียบกับหลายปีที่ผ่านมา
ถึงอย่างนั้นยังมีเสียงบ่นปกคลุมไปทั่ว เรื่องความเหลื่อมล้ำ รายได้กระจุกตัว เงินที่หามาไม่พอกับรายจ่าย
เพราะสุขภาพเศรษฐกิจ ไม่ได้เชื่อมโยงกับสุขภาพของประชากรในประเทศ
แต่บางหน่วยงานรัฐก็มักอ้างเป็นเรื่องของความรู้สึก นึกคิดไปเอง แล้วยกเอาตัวเลขเศรษฐกิจเติบโตมาเป็นข้อหักล้าง
มีความพยายามอธิบายความเหลื่อมล้ำ รายได้ชักหน้าไม่ถึงหลัง ไม่ใช่เรื่อง “มโน”
เอาข้อมูลตัวเลขมาสู้
เทียบเคียงผลประกอบการทุกบริษัทในตลาดหุ้นรอบครึ่งปีแรก ประกาศออกมาอย่างเป็นทางการมีกำไรถึง 5.5 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 20 ไม่นับรวมผลกำไรบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์ (มีการประเมินว่าบริษัทนอกตลาดหลักทรัพย์มีอัตราผลแทนคิดเป็น 3 เท่า)
เพราะฉะนั้นอาจกล้อมแกล้มได้ว่า ครึ่งแรกของปี 2561 นิติบุคคลทั้งประเทศ(บริษัทในตลาดหุ้น+บริษัทนอกตลาด) ก็น่าจะมีกำไรรวมประมาณ 2.2 ล้านล้านบาท(5.5แสนล้านบาท + 3เท่า) หรือเกือบร้อยละ 30 จากครึ่งหนึ่ง(7.5 ล้านล้านบาท)ของจีดีพีปีที่แล้ว(15 ล้านล้านบาท)
หรือพูดง่ายๆว่า เกือบร้อยละ 30 นี้ ตกอยู่กับนายทุน-เจ้าของกิจการไม่กี่แสนคน กดเครื่องคิดเลขแล้วไม่ถึงร้อยละ 1 ของจำนวนประชากร
ขณะที่รายได้คนส่วนใหญ่กว่า 40 ล้านคน ในกลุ่มมนุษย์เงินเดือน พ่อค้าแม่ขาย คนรากหญ้าหาเช้ากินค่ำ มีส่วนแบ่งในจีดีพีประมาณร้อยละ 40 ของจีดีพี
ครึ่งปีแรกจีดีพีเติบโตขึ้นร้อยละ 4.8 แล้วกำไรของบริษัททั้งประเทศที่มีสัดส่วนอยู่ในจีดีพีถึงร้อยละ 30 ที่เติบโตไปถึงร้อยละ 20 จากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว
ถามว่ากำไรมากมายขนาดนั้น ท่านได้แต่ใดมา
ก็พออนุมานได้ว่า ความเบ่งบานของความมั่งคั่งในภาคธุรกิจนิติบุคคล เพราะเข้ามากินส่วนแบ่งรายได้ของคนส่วนใหญ่ นั่นเอง?
น่าตกใจสัดส่วนนี้ มีแนวโน้มจะมากขึ้น
จึงไม่แปลก คนส่วนใหญ่ของประเทศนี้ ต้องล้วงกระเป๋าลงไปลึกขึ้นทุกที กว่าจะเจอเงิน