สำหรับท่านที่อยากพ้นทุกข์ และหาทางพันทุกข์ที่ถูกต้อง
ผมได้ศึกษาธรรมมาหลายแห่งหลายสำนัก พบว่าสมัยนี้สอนกันผิดๆเยอะ สอนทางพ้นทุกข์กันผิดๆ
คนเราก้อเลยไม่พ้นทุกข์เสียที ขออธิบายนิพพานก่อนนะครับ
นิพพานคืออะไร นิพพานคือ ธรรมชาติหนึ่งที่มีอยู่จริง เป็นธรรมชาติ ที่ไม่ตัวเรา ของเรา
เป็นธรรมชาติที่ปราศจากความยึดมั่นถือมั่น
นิพพานไม่ใช่ความสะอาด ความสว่าง ความสงบ ไม่ใช่ลูกแก้ว ไม่ใช่ดินแดน ไม่ใช่ความว่าง
และไม่ใช่ ความไม่มีอะไร
แล้วนิพพานคืออะไรเล่า
หลายคนสงสัยว่า นิพพานไม่ใช่ ความสะอาด ความสว่าง ความสงบ ไม่ใช่ดินแดน
ไม่ใช่ลูกแก้ว ไม่ใช่ ความว่าง ไม่ใช่ความไม่มีอะไร
แล้วนิพพานคืออะไร
ทำไมนิพพานถึง ไม่ใช่ ความสะอาด ความสว่าง ความสงบ ไม่ใช่ดินแดน
ไม่ใช่ลูกแก้ว ไม่ใช่ ความว่าง ไม่ใช่ความไม่มีอะไร
เพราะ ถ้านิพพานคือความว่าง ก้อเท่ากับว่าเราไปเสพความว่างอยู่ มีตัวเรา
ของเราเกิดขึ้น มีการยึดมั่นในความว่างอยู่
เพราะถ้า นิพพานคือความไม่มีอะไร ก้อเท่ากับว่าเราไปเสพความไม่มีอะไรอยู่ มีตัวเรา
ของเราเกิดขึ้น มีการยึดมั่นในความไม่มีอะไรอยู่
ความสะอาด ความสว่าง ความสงบก้อเช่นกัน
มีตัวเราเข้าไปเสพไปยึดอยู่
นิพพานเป็นสภาวะที่เราไม่สามารถจินตนาการได้ เพราะ นิพพานเป็นสภาวะ
ที่ไม่มึเรานั่นเอง
แล้วมรรค ข้อปฏิบัติที่ถูกต้องคืออะไร
สมัยนี้เขาสอนมรรคกันผิดๆสอนให้คนไปยึดติดกันเยอะ
เช่นสอนนั่งสมาธิ ทำใจสบายๆ ทำใจสงบๆ ใจก้อไปยึดติดความสงบ ยิ่งติดกันไปใหญ่
พระพุทธเจ้าสอนให้ปล่อยวาง ไม่ใช่สอนให้ทำใจสงบๆ
บางคนเสียใจ ทุกข์ เครียด ก้อแก้ด้วยการ ทำใจสบายๆ ทำใจสงบๆ
หรือถ้าใครเครียดก้อไปปลอบว่า ให้ทำใจสบายๆ อย่าเครียด
การที่เราไปทำจิตว่างๆนิ่งๆ เวลาเครียดๆก้อไปฝืนจิตให้นิ่งๆ อันนี้ผิด
มันเหมือนกับการไปสะกดจิตตัวเองไว้
พระพุทธเจ้าท่านสอนให้เข้าใจสภาวะทุกอย่างตามความเป็นจริง
ถ้าเราโมโห เราโกรธ เราเครียด เราทุกข์ หรือเกิดสภาวะใดๆกับใจ
ให้รู้มันตามความเป็นจริง อย่าไปฝืน
ถ้าเราเสียใจอยู่ ก้อปล่อยให้มันเสียใจไป อย่าฝืน ให้สักแต่ว่ารู้
อารมต่างๆที่ปรากฏทางใจ ก้อเหมือนกับ ท้องฟ้า ที่มีปรากฏการณ์
ธรรมชาติ เช่นฝนตก ฟ้าร้อง ฟ้าแลบ ใจเราก้อเช่นกัน
มีเสียใจ มีหดหุ่ มีทัอถอย ทุกอย่างเป็นธรรมดา เรารับรู้มันตาม
ความเป็นจริง เมื่อใดที่เรารับรู้มันตามความเป็นจริง เราก้อจะ
ปล่อยวางมันได้ ใจมันจะวางมันเอง ไม่ต้องพยายามวาง
ให้ใจมันวางไปเอง เราจะเหนว่าอารมต่างๆทางใจมันก้อเกิดดับ
ไปตามธรรมชาติ อันนี้คือมรรคที่ถูกต้อง การพิจารณาจิตในจิต
สำหรับท่านที่อยากพ้นทุกข์ นิพพานคืออะไร หนทางที่ถูกต้อง
ผมได้ศึกษาธรรมมาหลายแห่งหลายสำนัก พบว่าสมัยนี้สอนกันผิดๆเยอะ สอนทางพ้นทุกข์กันผิดๆ
คนเราก้อเลยไม่พ้นทุกข์เสียที ขออธิบายนิพพานก่อนนะครับ
นิพพานคืออะไร นิพพานคือ ธรรมชาติหนึ่งที่มีอยู่จริง เป็นธรรมชาติ ที่ไม่ตัวเรา ของเรา
เป็นธรรมชาติที่ปราศจากความยึดมั่นถือมั่น
นิพพานไม่ใช่ความสะอาด ความสว่าง ความสงบ ไม่ใช่ลูกแก้ว ไม่ใช่ดินแดน ไม่ใช่ความว่าง
และไม่ใช่ ความไม่มีอะไร
แล้วนิพพานคืออะไรเล่า
หลายคนสงสัยว่า นิพพานไม่ใช่ ความสะอาด ความสว่าง ความสงบ ไม่ใช่ดินแดน
ไม่ใช่ลูกแก้ว ไม่ใช่ ความว่าง ไม่ใช่ความไม่มีอะไร
แล้วนิพพานคืออะไร
ทำไมนิพพานถึง ไม่ใช่ ความสะอาด ความสว่าง ความสงบ ไม่ใช่ดินแดน
ไม่ใช่ลูกแก้ว ไม่ใช่ ความว่าง ไม่ใช่ความไม่มีอะไร
เพราะ ถ้านิพพานคือความว่าง ก้อเท่ากับว่าเราไปเสพความว่างอยู่ มีตัวเรา
ของเราเกิดขึ้น มีการยึดมั่นในความว่างอยู่
เพราะถ้า นิพพานคือความไม่มีอะไร ก้อเท่ากับว่าเราไปเสพความไม่มีอะไรอยู่ มีตัวเรา
ของเราเกิดขึ้น มีการยึดมั่นในความไม่มีอะไรอยู่
ความสะอาด ความสว่าง ความสงบก้อเช่นกัน
มีตัวเราเข้าไปเสพไปยึดอยู่
นิพพานเป็นสภาวะที่เราไม่สามารถจินตนาการได้ เพราะ นิพพานเป็นสภาวะ
ที่ไม่มึเรานั่นเอง
แล้วมรรค ข้อปฏิบัติที่ถูกต้องคืออะไร
สมัยนี้เขาสอนมรรคกันผิดๆสอนให้คนไปยึดติดกันเยอะ
เช่นสอนนั่งสมาธิ ทำใจสบายๆ ทำใจสงบๆ ใจก้อไปยึดติดความสงบ ยิ่งติดกันไปใหญ่
พระพุทธเจ้าสอนให้ปล่อยวาง ไม่ใช่สอนให้ทำใจสงบๆ
บางคนเสียใจ ทุกข์ เครียด ก้อแก้ด้วยการ ทำใจสบายๆ ทำใจสงบๆ
หรือถ้าใครเครียดก้อไปปลอบว่า ให้ทำใจสบายๆ อย่าเครียด
การที่เราไปทำจิตว่างๆนิ่งๆ เวลาเครียดๆก้อไปฝืนจิตให้นิ่งๆ อันนี้ผิด
มันเหมือนกับการไปสะกดจิตตัวเองไว้
พระพุทธเจ้าท่านสอนให้เข้าใจสภาวะทุกอย่างตามความเป็นจริง
ถ้าเราโมโห เราโกรธ เราเครียด เราทุกข์ หรือเกิดสภาวะใดๆกับใจ
ให้รู้มันตามความเป็นจริง อย่าไปฝืน
ถ้าเราเสียใจอยู่ ก้อปล่อยให้มันเสียใจไป อย่าฝืน ให้สักแต่ว่ารู้
อารมต่างๆที่ปรากฏทางใจ ก้อเหมือนกับ ท้องฟ้า ที่มีปรากฏการณ์
ธรรมชาติ เช่นฝนตก ฟ้าร้อง ฟ้าแลบ ใจเราก้อเช่นกัน
มีเสียใจ มีหดหุ่ มีทัอถอย ทุกอย่างเป็นธรรมดา เรารับรู้มันตาม
ความเป็นจริง เมื่อใดที่เรารับรู้มันตามความเป็นจริง เราก้อจะ
ปล่อยวางมันได้ ใจมันจะวางมันเอง ไม่ต้องพยายามวาง
ให้ใจมันวางไปเอง เราจะเหนว่าอารมต่างๆทางใจมันก้อเกิดดับ
ไปตามธรรมชาติ อันนี้คือมรรคที่ถูกต้อง การพิจารณาจิตในจิต