
ความในใจจากคนที่โดนเรียกว่าพ่อค้า
ซึ่งเหมือนจะเป็นจำเลยของสังคม ณ ตอนนี้
จริงๆถ้าทุกคนเข้าใจสังคมของ bnk โอตะทุกคนบังคับให้เป็นพ่อค้าในตัวอยู่แล้ว ไม่ใช่ทุกคนที่ซื้อของมาแล้วจะเปิดได้โอชิตัวเอง ซึ่งมันบังคับให้เกิดการเทรด หรือซื้อมาและขายไป
ผมก็เป็นโอตะธรรมดานี่แหละครับ นี่พรีจำนวนเยอะ
ยกเคสริเวอร์มาเลย
ผมพรีเยอะเพราะผมโอชิหลายคน คนที่อยากถ่ายด้วยหลักๆ
ก็มีมิวสิคซักสองรูป อร น้ำหนึ่ง น้ำใส
ซึ่งจากข้อกำหนดตอนนั้น การจะได้เมมเบอร์ทอปๆซักคน มันยาก สุ่มยาก และถ้าจะตามซื้อที่หลัง ราคากระฉูดแน่นอน แค่อรกะมิวสิค อาจจะกระโดดไปเกือบหมื่น
เลยเลือกพรีเองจำนวนเยอะ เอามาสุ่ม ถ้าไม่ได้โอชิก็ขายเพื่อเอามาหมุนไปซื้อโอชิตัวเอง
เหตุการณ์ก่อนหน้าที่จ๊อบซังจะออกมาพูดเรื่องทูชอต
ทูชอตราคาอยู่ที่ใบละ 400 - 450 บาท
ซึ่งไม่ต้องถามเลย ตอนนั้นคนที่พรีเยอะทุกคน จมทุนอยู่เป็นหมื่นทุกคน โดยไม่รู้ชะตากรรมงานจะยกเลิกมั้ย
หรือถ้าจำนวนโปสเตอร์เยอะ อาจจะสุ่มได่แค่โปสเตอร์
บางคนชิงขายรูปสุ่มไปแล้ว แต่ก็เห็นกันอยู่ว่าราคารูปสุ่ม เฉลี่ยๆแล้วทุกเมมที่ราคาต่างกัน ขายได้เฉลี่ยใบละ 300 ไม่เกินนั้น ยกตัวอย่างผมเองเลย ถือทุนค่าทูชอตอยู่ใบละ 700 กว่าบาท
พอมาวันนี้ กติกาการถ่ายเปลี่ยนไป
ผมสามารถเก็บไว้แค่ 4-5 ใบแต่ได้ถ่ายครบโอชิที่ผมต้องการเหมือนเดิม
ในวันที่ราคาทูชอต ขยับสูงขึ้น คนที่โดนโจมตีคนแรก
ไม่ใช่ตัวต้นปัญหาแบบ อฟช. ไม่ใช่คนอื่นใด
แต่กลับกลายเป็นคนที่คนอื่นเรียกว่า "พ่อค้า"
ที่ถือของจมทุนอยู่ตั้งแต่วันแรก
บัตรจับมือ ทุนซีดี 350 ขาย 500 กันได้
ริเวอร์ทุน 1000 ขาย 800 เรียกฉวยโอกาส
บางทีผมก็ไม่เข้าใจว่า คุณไม่อยากซื้อของราคาสูง
ทำไมตอนเปิดพรีเดือนกว่าๆ ทำไมคุณไม่ซื้อ
ทำไมตอนพ่อค้าขาย 400 ทำไมคุณไม่ซื้อ
ถ้าคุณอ่านโพสของผมแตก คุณจะเข้าใจเอง
ว่าคนที่เห็นแก่ตัวเองที่สุด ไม่ใช่พ่อค้าที่คุณพูดถึง
คนที่ออกมางอแงเองหรือปล่าวที่เห็นแก่ตัวที่สุด
ความในใจจากคนที่โดนเรียกว่าพ่อค้า
ความในใจจากคนที่โดนเรียกว่าพ่อค้า
ซึ่งเหมือนจะเป็นจำเลยของสังคม ณ ตอนนี้
จริงๆถ้าทุกคนเข้าใจสังคมของ bnk โอตะทุกคนบังคับให้เป็นพ่อค้าในตัวอยู่แล้ว ไม่ใช่ทุกคนที่ซื้อของมาแล้วจะเปิดได้โอชิตัวเอง ซึ่งมันบังคับให้เกิดการเทรด หรือซื้อมาและขายไป
ผมก็เป็นโอตะธรรมดานี่แหละครับ นี่พรีจำนวนเยอะ
ยกเคสริเวอร์มาเลย
ผมพรีเยอะเพราะผมโอชิหลายคน คนที่อยากถ่ายด้วยหลักๆ
ก็มีมิวสิคซักสองรูป อร น้ำหนึ่ง น้ำใส
ซึ่งจากข้อกำหนดตอนนั้น การจะได้เมมเบอร์ทอปๆซักคน มันยาก สุ่มยาก และถ้าจะตามซื้อที่หลัง ราคากระฉูดแน่นอน แค่อรกะมิวสิค อาจจะกระโดดไปเกือบหมื่น
เลยเลือกพรีเองจำนวนเยอะ เอามาสุ่ม ถ้าไม่ได้โอชิก็ขายเพื่อเอามาหมุนไปซื้อโอชิตัวเอง
เหตุการณ์ก่อนหน้าที่จ๊อบซังจะออกมาพูดเรื่องทูชอต
ทูชอตราคาอยู่ที่ใบละ 400 - 450 บาท
ซึ่งไม่ต้องถามเลย ตอนนั้นคนที่พรีเยอะทุกคน จมทุนอยู่เป็นหมื่นทุกคน โดยไม่รู้ชะตากรรมงานจะยกเลิกมั้ย
หรือถ้าจำนวนโปสเตอร์เยอะ อาจจะสุ่มได่แค่โปสเตอร์
บางคนชิงขายรูปสุ่มไปแล้ว แต่ก็เห็นกันอยู่ว่าราคารูปสุ่ม เฉลี่ยๆแล้วทุกเมมที่ราคาต่างกัน ขายได้เฉลี่ยใบละ 300 ไม่เกินนั้น ยกตัวอย่างผมเองเลย ถือทุนค่าทูชอตอยู่ใบละ 700 กว่าบาท
พอมาวันนี้ กติกาการถ่ายเปลี่ยนไป
ผมสามารถเก็บไว้แค่ 4-5 ใบแต่ได้ถ่ายครบโอชิที่ผมต้องการเหมือนเดิม
ในวันที่ราคาทูชอต ขยับสูงขึ้น คนที่โดนโจมตีคนแรก
ไม่ใช่ตัวต้นปัญหาแบบ อฟช. ไม่ใช่คนอื่นใด
แต่กลับกลายเป็นคนที่คนอื่นเรียกว่า "พ่อค้า"
ที่ถือของจมทุนอยู่ตั้งแต่วันแรก
บัตรจับมือ ทุนซีดี 350 ขาย 500 กันได้
ริเวอร์ทุน 1000 ขาย 800 เรียกฉวยโอกาส
บางทีผมก็ไม่เข้าใจว่า คุณไม่อยากซื้อของราคาสูง
ทำไมตอนเปิดพรีเดือนกว่าๆ ทำไมคุณไม่ซื้อ
ทำไมตอนพ่อค้าขาย 400 ทำไมคุณไม่ซื้อ
ถ้าคุณอ่านโพสของผมแตก คุณจะเข้าใจเอง
ว่าคนที่เห็นแก่ตัวเองที่สุด ไม่ใช่พ่อค้าที่คุณพูดถึง
คนที่ออกมางอแงเองหรือปล่าวที่เห็นแก่ตัวที่สุด