"หลวงปู่" ขึ้นเวทีราชดำเนินและประกาศต่อหน้ามวลมหาชนอย่างอหังการว่าสิ่งที่คุณทำอยู่ตอนนี้ (ต่อต้านรัฐบาลปู) เป็นสิ่งที่ถูกต้องที่สุดในโลก นั่นคือคำพูดของอดีตพระพุทธอิสระ ซึ่งตอนนั้นยังไม่ได้ล่วงอาบัติขาดจากความเป็นพระ "หลวงปู่" ก็ได้รับเสียงปรบมือเกรียวกราวจากมวลมหาประชาชนตามมา นั่นถือว่าเป็นความกล้าหาญในสายตาของมวลมหาฯ ที่กล้าชี้ขาดอย่างไม่ลังเลว่าการชุมนุมที่ถนนราชดำเนินถูกต้องที่สุด จขกท. อยากจะชี้ให้เห็นตรงนี้ว่า "หลวงปู่" มองปัญหาด้วยธรรมอย่างที่คุณ "จอห์นชาวบ้าน" พยายามจะโปรโมทไหม? และอย่างไร?
สมัยพระพุทธเจ้าตรัสรู้ใหม่ๆ พระองค์ทรงลังเลอยู่ว่าจะนำธรรมะที่พระองค์ตรัสรู้มาเผยแผ่ไหมเพราะลึกซึ้งเกินไป และสุดท้ายพระองค์ก็ทรงมีกรุณาธิคุณต่อชาวโลกนำธรรมะที่พระองค์ทรงรู้มาเผยแผ่ ด้วย "พุทธจริยา" และน้ำพระทัยอันบริสุทธิ์เปี่ยมไปด้วยเมตตาต่อสัตว์โลกทุกชนชั้น การประกาศศาสนาของพระองค์นั้นจะไม่เคยตรัสหรือตำหนิต่อคนหรือลัทธิที่เห็นหรือมองตรงข้ามพุทธศาสนาเลยว่าผิด เพราะนั่นจะนำมาซึ่งความแตกแยกที่มีอยู่แล้วให้กว้างขึ้น พระองค์จะทรงชี้ให้เห็นความไร้ประโยชน์ในสิ่งที่กำลังทำอยู่ อย่างเช่นตอนออกประกาศศาสนาใหม่ๆ พระองค์เข้าไปเสวนาด้วยกับชฏิล ๓ พี่น้องที่"บูชาไฟ" เป็นลัทธิและมีศิษย์นับถือมากกว่าพระพุทธเจ้าเสียด้วยในตอนนั้น พระองค์ทรงปฏิบัติ (แทนการตำหนิ) ให้เห็นว่าการบูชาไฟไม่ได้มีประโยชน์อย่างไร และสุดท้ายพี่น้องชฏิลทั้งสามคนก็เลิกนับถือไฟหันมาบวชในพระพุทธศาสนา กลายเป็นกำลังที่สำคัญช่วยพระพุทธเจ้าในการออกประกาศพระพุทธศาสนาในระยะแรกๆ
การที่ "หลวงปู่" พุทธอิสระประกาศว่าการชุมนุมที่ถนนราชดำเนินนั้นถูกต้องที่สุดในโลกนั้น ก็เหมือนกำลังจะบอกคนอีกกลุ่มหนึ่งที่อยู่ตรงข้ามว่าผิดที่สุดในโลกเช่นกัน การมอง "ปัญหา" ในลักษณะนี้ไม่น่าจะเป็นการมองด้วย "ธรรมะ" อย่างที่คุณ "จอห์นชาวบ้าน" พยายามจะบอกและโปรโมท "หลวงปู่" หากแต่เป็นการมองด้วย "ฉันทาคติ" อันมี "โมหะ" ที่นอนเนื่องในสันดานเป็นตัวหล่อเลี้ยงอย่างชัดเจน ซึ่งหาก "หลวงปู่" เป็นสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้าจริง "หลวงปู่" ย่อมต้องพยายามเดินตามหรือน้อมนำ "พุทธจริยวัตร" ที่พระองค์ทรงทำไว้เป็นตัวอย่าง
….มองปัญหาด้วยธรรมกับหลวงปู่พุทธอิสระภาค3..../วัชรานนท์
สมัยพระพุทธเจ้าตรัสรู้ใหม่ๆ พระองค์ทรงลังเลอยู่ว่าจะนำธรรมะที่พระองค์ตรัสรู้มาเผยแผ่ไหมเพราะลึกซึ้งเกินไป และสุดท้ายพระองค์ก็ทรงมีกรุณาธิคุณต่อชาวโลกนำธรรมะที่พระองค์ทรงรู้มาเผยแผ่ ด้วย "พุทธจริยา" และน้ำพระทัยอันบริสุทธิ์เปี่ยมไปด้วยเมตตาต่อสัตว์โลกทุกชนชั้น การประกาศศาสนาของพระองค์นั้นจะไม่เคยตรัสหรือตำหนิต่อคนหรือลัทธิที่เห็นหรือมองตรงข้ามพุทธศาสนาเลยว่าผิด เพราะนั่นจะนำมาซึ่งความแตกแยกที่มีอยู่แล้วให้กว้างขึ้น พระองค์จะทรงชี้ให้เห็นความไร้ประโยชน์ในสิ่งที่กำลังทำอยู่ อย่างเช่นตอนออกประกาศศาสนาใหม่ๆ พระองค์เข้าไปเสวนาด้วยกับชฏิล ๓ พี่น้องที่"บูชาไฟ" เป็นลัทธิและมีศิษย์นับถือมากกว่าพระพุทธเจ้าเสียด้วยในตอนนั้น พระองค์ทรงปฏิบัติ (แทนการตำหนิ) ให้เห็นว่าการบูชาไฟไม่ได้มีประโยชน์อย่างไร และสุดท้ายพี่น้องชฏิลทั้งสามคนก็เลิกนับถือไฟหันมาบวชในพระพุทธศาสนา กลายเป็นกำลังที่สำคัญช่วยพระพุทธเจ้าในการออกประกาศพระพุทธศาสนาในระยะแรกๆ
การที่ "หลวงปู่" พุทธอิสระประกาศว่าการชุมนุมที่ถนนราชดำเนินนั้นถูกต้องที่สุดในโลกนั้น ก็เหมือนกำลังจะบอกคนอีกกลุ่มหนึ่งที่อยู่ตรงข้ามว่าผิดที่สุดในโลกเช่นกัน การมอง "ปัญหา" ในลักษณะนี้ไม่น่าจะเป็นการมองด้วย "ธรรมะ" อย่างที่คุณ "จอห์นชาวบ้าน" พยายามจะบอกและโปรโมท "หลวงปู่" หากแต่เป็นการมองด้วย "ฉันทาคติ" อันมี "โมหะ" ที่นอนเนื่องในสันดานเป็นตัวหล่อเลี้ยงอย่างชัดเจน ซึ่งหาก "หลวงปู่" เป็นสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้าจริง "หลวงปู่" ย่อมต้องพยายามเดินตามหรือน้อมนำ "พุทธจริยวัตร" ที่พระองค์ทรงทำไว้เป็นตัวอย่าง