แฟนผมชื่อ (น.) ตอนนี้น้องอยู่ปี 2 เสาร์ที่แล้วน้องทักแชทมาบอกเลิก โดยให้เหตุผลว่า ทางครอบครัวไม่โอเคกับผม ซึ่งมันอาจจะเกิดขึ้นก่อนหน้านั้นประมาณ 3 อาทิตย์ที่ผ่านมา พ่อน้องเห็นเสื้อผ้าผมที่ห้องนอน หลังจากนั้นผู้ใหญ่คงคุยกัน น้องพยายามสื่อสารเป็นนัยๆให้ผมแต่ผมไม่ได้เข้าใจหรอกครับ ส่วนหนึ่งความผิดมันก็เกิดขึ้นที่ผมด้วย หลังจากน้องกลับมหาลัย ช่วงต้นเดือนน้องเคยพูดเรื่องที่เลิกกัน แต่ก็ยังสรุปไม่ได้ จนในที่สุดเมื่อเสาร์ที่แล้วน้องบอกเลิก
- ที่บ้านไม่โอเค - น้องเอาแต่บอกเลิก. (ผมเลยถามกลับว่า เราแอบคบกันไม่ได้เหรอ ถ้าเรารักกันจริงยังไงก็ทำได้ แต่น้องกลับไม่เลือก)
หลังจากนั้นผ่านไป 4 วันผมเดินทางไปหาน้องที่มหาลัย ตามจริงบอกว่าจะไปวันศุกร์ แต่อยากจับให้ได้ว่าแอบคุยกับใคร เพราะผมปรึกษาทั้งรุ่นพี่เพื่อนที่เรียนด้วยกัน แม้กระทั่งเพื่อนสนิทของน้อง 3-4 คน ทุกคนออกเสียงเดียวกันว่าน้องอาจจะคุยกับคนอื่น แต่ผมไม่ได้เชื่อเพราะน้องพยายามแสดงความเสียใจทั้งโพส ทั้งสตอรี่ (ถ้าผมเป็นมือที่ 3 จริง ผมก็ต้องเข้าไปส่อง) แต่น้องเลือกที่จะโพสต์ มันเลยทำให้ผมตัดข้อสงสัยนี้ไป
จนวันพฤหัสที่ 23 ผมแอบไปหาตามที่บอกน้องไว้ ไปถึง ผมหยิบมือถือน้อง น้องพยายามแย่งคืนทั้งๆที่แต่ก่อนอยู่ด้วยกันไม่เคยเป็นแบบนี้ แต่กลับพูดว่าอย่ายุ่งกับมือถือได้มั้ย สุดท้ายผมก็ดูจนได้ น้องแอบคุยกับเพื่อนในสาขา แต่น้องยังยืนยันคำเดิมว่ายังไงก็ต้องเลิกเพราะเลือกที่บ้าน
ผมต้องการความจริงจากปากน้อง แต่ที่น้องพูดมา พูดไม่หมด เพราะผมให้พี่รหัสน้องแอบถามพ่อว่า “น้องมีปัญหาอะไรหรือเปล่า ทะเลาะกับอแฟนมั้ย”พ่อบอกว่าพ่อไม่รู้เรื่อง พ่อแค่อยากให้น้องตั้งใจเรียน ส่วนเรื่องแฟนพ่อไม่ได้ว่าว่าจะคบกับใคร มันเลยย้อนแย้งกับคำพูดของแม่ แม่พูดว่า แม่ไม่รู้เรื่อง พ่อน่าจะไปกดดันน้องมากกว่า
ทำไมผมถึงเชื่อคำพูดของพ่อ เพราะพ่อไว้ใจพี่รหัสของ (น.) มาก และพี่รหัสน้องก็บอกพ่อว่าผมให้มาถาม ความแตกสิ สุดท้ายพ่อบอกไม่คุยกับผมให้ไปจัดการเอาเอง
ผมมานั่งเปิดแชทไลน์แม่ที่คุยกับน้องผมจึงได้รู้ความจริงว่า แม่พูด
แม่ไม่อยากให้ลูกโดนเอาเปรียบ
กลัวว่าผมมาเกาะลูกเขากิน. (ข้อนี้ผมงงมาก ผมเป็นอาจารย์สอน (ไม่ระบุนะครับ) ผมอายุ 25 ปี อีกทั้งเรียนไปด้วย จ.-ศ. ผมไม่ได้พักเลยละครับ)
ซึ่งเหตุผลพวกนี้แม่พึ่งพูดกับน้อง แต่ผมไม่รู้ว่าเดือนที่แล้วพ่อกับแม่น้องคุยอะไรกับน้องบ้าง น้องไม่ยอมบอก
ถ้าผมรุ้ความจริงว่ามันเป็นอะไร เกิดอะไรขึ้น ผมเคารพการตัดสินใจของผู้ใหญ่และทำตาม ทั้งๆที่ผมยังรักน้องเขามาก แต่สิ่งที่ผมเสียใจที่สุดคือ การที่น้องแอบคุยกับคนอื่นมาตั้งแต่ช่วงต้นเดือน จนผมอ่านแชทไปเจอของเมื่อคืนวันพุธ -พฤหัส น้องพาคนๆนั้นมานอนที่ห้อง แต่น้องเอ่ยปากว่าไม่ได้มีอะไรกันแน่นอน เพราะเรื่องนี้น้องเอาไปปรึกษาคนนั้น
น้องอ้างว่าเพื่อนสนิททั้งหมดไม่รับฟังกลัวเป็นเรื่องไร้สาระ คือทุกคนเขารอฟังคำอธิบายของน้อง แต่น้องคิดไปเองว่าไม่มีใครสนใจ
สุดท้ายก็ต้องมานั่งคิดกันต่อว่าผมกับน้องจะทำยังไงต่อดี จากนั้นผ่านไป 2 คืนเราก็กลับมาคุยกันปกติ จนในที่สุดได้คำตอบจากปากน้องว่า
มีอยุ่สองทางที่เราจะเลือกได้
1. เลิก จบกันแค่นี้
2. รอกันและกัน (น้องอยู่ปี 2 กว่าจะจบก็อีก 3 ปี) เราทั้งคู่เลือกข้อ 2 ถึงแม้น้องจะลำบากใจที่ต้องคบกันต่อ (คบแบบไม่คุย ไม่โท ไม่ไปหากัน รอจบปี 4)
โดยมีข้อแม้ว่าน้องจบปี 4 ผมต้องมีของเป็นชิ้นเป็นอัน จะบ้าน จะรถ หรืออะไรก็ได้ที่ค้ำประกันได้ว่า ผมสามารถดูแลลูกเขาได้ นี่เป็นความคิดของน้อง
น้องขอคุยกับคนอื่น (ใครทักมาก็คุย แต่ไม่คบเป็นแฟน ไม่พูดอ่อย ไม่บอกคิดถึงใคร) ซึ่งมันตรงข้ามกับผมมาก ผมยอมนะครับ ผมอยากรอใครสักคน รอคนที่ผมรักและทำเพื่อน้อง
เมื่อเช้าผมก็ถามกลับไปเพราะยังคาใจ คำตอบที่ได้มาคือ
(น.) ยังรักอยุ่ ที่อยากหาคนคุยเพราะไม่อยากเศร้าหรือคิดอะไร ไม่อยากตอบพี่หรือคุยต่อเพราะ กลัวพี่จะทำไม่ได้ เผื่อมันจะเป็นแรงกะตุ้น ที่ปิดกั้นเพราะคำตอบเดิมที่พี่ถามเป็น 10 ๆ รอบว่า (น.)ไม่อยากขัดใจที่บ้าน ไม่ว่า ผช คนไหนจะดีกับ (น.) มากแค่ไหน แต่ถ้าที่บ้านไม่ชอบก็จบ นี่ก็หาทางออกแล้ว หาทางออกที่ไม่ต้องโกหกที่บ้าน
ผมอยากรู้ความคิดเห็นของเพื่อนๆพี่ๆน้องนะครับ บางทีผมอึดอัดและปรึกษาใครไม่ได้เลย ในใจผมผมก็กลัวว่าระยะเวลา 3 ปี ใจน้องจะลดลง อีกใจมันก็อยากให้ถึง 3 ปีเร็วๆ ส่วนเรื่องที่ผมจะตั้งใจทำภายในสามปี ผมตั้งใจแล้ว แล้วสัญญากับน้องไปแล้วว่า จะไม่เปิดใจให้ใครเด็ดขาด แต่น้องบอกให้ผมหาคนคุยใหม่ ถึงเวลาเราก็กลับมาหากัน
ถ้าถึงเวลาแล้วยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ก็ต้องจบ เพราะแม่บอกน้องว่า ลูกอยากได้อะไรพ่อแม่หาให้ได้หมด กลัวแค่ว่าจะมีคนมาเอาเปรียบลูก
น้องคุยกับใคร แต่ไม่เลือกที่จะคบ เพราะ ยังมีผมอยู่ ยังรอกันอยู่
ทางออกของการคบกันต่อไป
- ที่บ้านไม่โอเค - น้องเอาแต่บอกเลิก. (ผมเลยถามกลับว่า เราแอบคบกันไม่ได้เหรอ ถ้าเรารักกันจริงยังไงก็ทำได้ แต่น้องกลับไม่เลือก)
หลังจากนั้นผ่านไป 4 วันผมเดินทางไปหาน้องที่มหาลัย ตามจริงบอกว่าจะไปวันศุกร์ แต่อยากจับให้ได้ว่าแอบคุยกับใคร เพราะผมปรึกษาทั้งรุ่นพี่เพื่อนที่เรียนด้วยกัน แม้กระทั่งเพื่อนสนิทของน้อง 3-4 คน ทุกคนออกเสียงเดียวกันว่าน้องอาจจะคุยกับคนอื่น แต่ผมไม่ได้เชื่อเพราะน้องพยายามแสดงความเสียใจทั้งโพส ทั้งสตอรี่ (ถ้าผมเป็นมือที่ 3 จริง ผมก็ต้องเข้าไปส่อง) แต่น้องเลือกที่จะโพสต์ มันเลยทำให้ผมตัดข้อสงสัยนี้ไป
จนวันพฤหัสที่ 23 ผมแอบไปหาตามที่บอกน้องไว้ ไปถึง ผมหยิบมือถือน้อง น้องพยายามแย่งคืนทั้งๆที่แต่ก่อนอยู่ด้วยกันไม่เคยเป็นแบบนี้ แต่กลับพูดว่าอย่ายุ่งกับมือถือได้มั้ย สุดท้ายผมก็ดูจนได้ น้องแอบคุยกับเพื่อนในสาขา แต่น้องยังยืนยันคำเดิมว่ายังไงก็ต้องเลิกเพราะเลือกที่บ้าน
ผมต้องการความจริงจากปากน้อง แต่ที่น้องพูดมา พูดไม่หมด เพราะผมให้พี่รหัสน้องแอบถามพ่อว่า “น้องมีปัญหาอะไรหรือเปล่า ทะเลาะกับอแฟนมั้ย”พ่อบอกว่าพ่อไม่รู้เรื่อง พ่อแค่อยากให้น้องตั้งใจเรียน ส่วนเรื่องแฟนพ่อไม่ได้ว่าว่าจะคบกับใคร มันเลยย้อนแย้งกับคำพูดของแม่ แม่พูดว่า แม่ไม่รู้เรื่อง พ่อน่าจะไปกดดันน้องมากกว่า
ทำไมผมถึงเชื่อคำพูดของพ่อ เพราะพ่อไว้ใจพี่รหัสของ (น.) มาก และพี่รหัสน้องก็บอกพ่อว่าผมให้มาถาม ความแตกสิ สุดท้ายพ่อบอกไม่คุยกับผมให้ไปจัดการเอาเอง
ผมมานั่งเปิดแชทไลน์แม่ที่คุยกับน้องผมจึงได้รู้ความจริงว่า แม่พูด
แม่ไม่อยากให้ลูกโดนเอาเปรียบ
กลัวว่าผมมาเกาะลูกเขากิน. (ข้อนี้ผมงงมาก ผมเป็นอาจารย์สอน (ไม่ระบุนะครับ) ผมอายุ 25 ปี อีกทั้งเรียนไปด้วย จ.-ศ. ผมไม่ได้พักเลยละครับ)
ซึ่งเหตุผลพวกนี้แม่พึ่งพูดกับน้อง แต่ผมไม่รู้ว่าเดือนที่แล้วพ่อกับแม่น้องคุยอะไรกับน้องบ้าง น้องไม่ยอมบอก
ถ้าผมรุ้ความจริงว่ามันเป็นอะไร เกิดอะไรขึ้น ผมเคารพการตัดสินใจของผู้ใหญ่และทำตาม ทั้งๆที่ผมยังรักน้องเขามาก แต่สิ่งที่ผมเสียใจที่สุดคือ การที่น้องแอบคุยกับคนอื่นมาตั้งแต่ช่วงต้นเดือน จนผมอ่านแชทไปเจอของเมื่อคืนวันพุธ -พฤหัส น้องพาคนๆนั้นมานอนที่ห้อง แต่น้องเอ่ยปากว่าไม่ได้มีอะไรกันแน่นอน เพราะเรื่องนี้น้องเอาไปปรึกษาคนนั้น
น้องอ้างว่าเพื่อนสนิททั้งหมดไม่รับฟังกลัวเป็นเรื่องไร้สาระ คือทุกคนเขารอฟังคำอธิบายของน้อง แต่น้องคิดไปเองว่าไม่มีใครสนใจ
สุดท้ายก็ต้องมานั่งคิดกันต่อว่าผมกับน้องจะทำยังไงต่อดี จากนั้นผ่านไป 2 คืนเราก็กลับมาคุยกันปกติ จนในที่สุดได้คำตอบจากปากน้องว่า
มีอยุ่สองทางที่เราจะเลือกได้
1. เลิก จบกันแค่นี้
2. รอกันและกัน (น้องอยู่ปี 2 กว่าจะจบก็อีก 3 ปี) เราทั้งคู่เลือกข้อ 2 ถึงแม้น้องจะลำบากใจที่ต้องคบกันต่อ (คบแบบไม่คุย ไม่โท ไม่ไปหากัน รอจบปี 4)
โดยมีข้อแม้ว่าน้องจบปี 4 ผมต้องมีของเป็นชิ้นเป็นอัน จะบ้าน จะรถ หรืออะไรก็ได้ที่ค้ำประกันได้ว่า ผมสามารถดูแลลูกเขาได้ นี่เป็นความคิดของน้อง
น้องขอคุยกับคนอื่น (ใครทักมาก็คุย แต่ไม่คบเป็นแฟน ไม่พูดอ่อย ไม่บอกคิดถึงใคร) ซึ่งมันตรงข้ามกับผมมาก ผมยอมนะครับ ผมอยากรอใครสักคน รอคนที่ผมรักและทำเพื่อน้อง
เมื่อเช้าผมก็ถามกลับไปเพราะยังคาใจ คำตอบที่ได้มาคือ
(น.) ยังรักอยุ่ ที่อยากหาคนคุยเพราะไม่อยากเศร้าหรือคิดอะไร ไม่อยากตอบพี่หรือคุยต่อเพราะ กลัวพี่จะทำไม่ได้ เผื่อมันจะเป็นแรงกะตุ้น ที่ปิดกั้นเพราะคำตอบเดิมที่พี่ถามเป็น 10 ๆ รอบว่า (น.)ไม่อยากขัดใจที่บ้าน ไม่ว่า ผช คนไหนจะดีกับ (น.) มากแค่ไหน แต่ถ้าที่บ้านไม่ชอบก็จบ นี่ก็หาทางออกแล้ว หาทางออกที่ไม่ต้องโกหกที่บ้าน
ผมอยากรู้ความคิดเห็นของเพื่อนๆพี่ๆน้องนะครับ บางทีผมอึดอัดและปรึกษาใครไม่ได้เลย ในใจผมผมก็กลัวว่าระยะเวลา 3 ปี ใจน้องจะลดลง อีกใจมันก็อยากให้ถึง 3 ปีเร็วๆ ส่วนเรื่องที่ผมจะตั้งใจทำภายในสามปี ผมตั้งใจแล้ว แล้วสัญญากับน้องไปแล้วว่า จะไม่เปิดใจให้ใครเด็ดขาด แต่น้องบอกให้ผมหาคนคุยใหม่ ถึงเวลาเราก็กลับมาหากัน
ถ้าถึงเวลาแล้วยังไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ก็ต้องจบ เพราะแม่บอกน้องว่า ลูกอยากได้อะไรพ่อแม่หาให้ได้หมด กลัวแค่ว่าจะมีคนมาเอาเปรียบลูก
น้องคุยกับใคร แต่ไม่เลือกที่จะคบ เพราะ ยังมีผมอยู่ ยังรอกันอยู่