ถามว่าหลวงปู่พุทธอิสระมีเหตุจูงใจ/แรงบันดาลใจ อะไรและ "รุนแรง" ถึงขนาดต้องถกสบงเดินชายจีวรปลิวทิ้งวัดออกมาแก้ "ปัญหา" บ้านเมืองเป็นแรมเดือน?? หากย้อนกลับไปดูพฤติกรรม "หลวงปู่" ก่อนหน้านั้น ก็จะเห็นว่า "หลวงปู่" ได้มีการพยายามอย่างยิ่งยวดที่จะไต่บันไดสู่การเป็น "พี่เบิร์ด" ในวงการผ้าเหลือง
งานนี้ "หลวงปู่ " กำกับเองแสดงเองและลงทุนสร้างเอง ฉากแรกก็เปิดหน้ากล้องได้อย่างอลังการงานสร้าง หลวงปู่บอกกับสานุศิษย์ว่าเมื่อครั้งที่ยังบวชใหม่ๆ ใหม่ชนิดที่เรียกว่ากลิ่นสีย้อมผ้าจากโรงงานทอผ้ายังไม่หายจากจีวร ว่าตนออกเดินธุดงค์ขึ้นเหนือ ซึ่งสมัยหลวงปู่แหวนยังมีชีวิตอยู่ หลวงปู่แหวนทราบข่าวก็ได้เคยออกมาปูอาสนะสักการะต้อนรับตน เล่นเอาพุทธศาสนิกชนฮือฮาสิครับ พลันที่รู้ว่าพระระดับที่หลวงปู่แหวนถึงต้องออกมาสักการาะด้วยการปูอาสนะต้อนรับนั้นไม่ธรรมดาแน่ แสงสปอร์ตไลต์กำลังพันวัตต์ฉายมาที่ "หลวงปู่พุทธอิสระ" ทันทีเพียงเอ่ยถึงหลวงปู่แหวน จากนั้นไม่นาน แสงก็สว่างจ้าขึ้นอีกเป็นแสนวัตต์ เมื่อหลวงปู่พุทธอิสระบอกต่อสื่อว่าตนไม่ได้ปรารถนาจะเป็นแค่พระอริยะ (บรรลุอรหันต์) แต่ปรารถนาจะเป็นสูงกว่านั้นคือเป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต!! กราบสิครับคุณจอห์น รออะไรอยู่???
ดูเอาเถิด ขนาด "หลวงปู่" ระดับเซเลปอีกรูปหนึ่งที่ชื่อ "เณรคำ" แค่เขาบอกใบ้ว่า ชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายสำหรับเขาแล้ว ยังเรียกศิษยานุศิษย์ได้มากมายก่ายกอง มีเงินมีทองและชื่อเสียงหลั่งไหลเข้าหาปานเขื่อนทะลัก แต่เฮียสุวิทย์ เอ้ย! หลวงปู่พุทธอิสระได้บอกว่าเขานั้นปรารถจะเป็น "พระพุทธเจ้า" เลยนั้นจะขนาดไหน?? เฮียแก่เล่น"เกทับ" เณรคำชนิดที่สถานะ "อรหันต์" ที่เณรคำพยายามจะบอกใบ้แก่ญาติโยมนั้นเป็นเรื่องจิ๊บๆ ไปเลย คราวนี้แหละ ศิษยานุศิษย์ระดับชาวบ้านๆ ของหลวงปู่พุทธอิสระบิดตัวชิดซ้ายแทบไม่ทัน เพื่อเปิดทางให้ผู้หลักผู้ใหญ่บ้านเมือง นักการเมือง นายทหารชั้นผู้ใหญ่ หรือแม้แต่อดีตนายกคนดังที่ชื่อทักษิณ ชินวัตร จัดดอกไม้ธูปเทียน แต่งขันธ์ห้าเรียงคิวเข้าไปกราบว่าที่ "พระพุทธเจ้าในอนาคต" ถึงวัดกันเลยทีเดียว ภาพที่ผู้หลักผู้ใหญ่เหล่านั้นนั่งพนมมือแต้ไหว้นายสุวิทย์ยังพอหาได้อยู่ในออนไลน์
ลิงค์ข้างล่างเป็นคลิปที่บอกสื่อว่าต้องการเป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต
ในฐานะที่ จขกท. เคยบวชเรียนมาบ้าง จขกท. เห็นบ่อยมากกรณีที่พระที่มีลูกศิษย์ระดับคนใหญ่คนโตในบ้านเมืองมากราบไหว้แล้วต่อมาทำให้พระรูปนั้นสูญเสียความเป็น "พระ" ไป เพราะเกิดความ "เหลิง" และ "เริงใจ" ต่อลาภ สักการะจากคนมีชื่อเสียง ทำให้สำคัญตนว่าเป็นพระดี (ขนาดผู้หลักผู้ใหญ่ นายทหารใหญ่ นายกรัฐมนตรีมากราบ) ความ "เหลิง" และ "เริงใจ" ตรงนี้แหละถ้าควบคุมไม่ดีจะเป็นบ่อเกิดแห่งความก้าวร้าว เหมือนอย่าง พระฉันนะ พระเทวทัต พระพุทธอิสระ แต่ถ้ารู้จักควบคุมสำรวมอินทรีย์ไม่เหลิงและเริงใจที่มีลูกศิษย์ระดับใหญ่โตมาสักการะแล้ว ก็จะเป็นพระที่น่ากราบไหว้สำหรับพุทธศาสนิกชนทั่วๆ ไปเช่น หลวงปู่ฝั้น หลวงปู่แหวน หลวงปู่ขาว หลวงปู่เทสก์ ฯลฯ ที่ยังคงออกเดินบิณฑบาตรับข้าวเหนียวจากชาวบ้านทุกๆ เช้า แม้ว่าท่านจะมีลูกศิษย์ลูกหาทั่วประเทศและสูงสุดของของประเทศอย่างในหลวง นั่นแล....ถึงเรียกว่าเป็นพระสุปฏิปัณโณอย่างแท้จริง
….มองปัญหาด้วยธรรมกับหลวงปู่พุทธอิสระภาค2..../วัชรานนท์
งานนี้ "หลวงปู่ " กำกับเองแสดงเองและลงทุนสร้างเอง ฉากแรกก็เปิดหน้ากล้องได้อย่างอลังการงานสร้าง หลวงปู่บอกกับสานุศิษย์ว่าเมื่อครั้งที่ยังบวชใหม่ๆ ใหม่ชนิดที่เรียกว่ากลิ่นสีย้อมผ้าจากโรงงานทอผ้ายังไม่หายจากจีวร ว่าตนออกเดินธุดงค์ขึ้นเหนือ ซึ่งสมัยหลวงปู่แหวนยังมีชีวิตอยู่ หลวงปู่แหวนทราบข่าวก็ได้เคยออกมาปูอาสนะสักการะต้อนรับตน เล่นเอาพุทธศาสนิกชนฮือฮาสิครับ พลันที่รู้ว่าพระระดับที่หลวงปู่แหวนถึงต้องออกมาสักการาะด้วยการปูอาสนะต้อนรับนั้นไม่ธรรมดาแน่ แสงสปอร์ตไลต์กำลังพันวัตต์ฉายมาที่ "หลวงปู่พุทธอิสระ" ทันทีเพียงเอ่ยถึงหลวงปู่แหวน จากนั้นไม่นาน แสงก็สว่างจ้าขึ้นอีกเป็นแสนวัตต์ เมื่อหลวงปู่พุทธอิสระบอกต่อสื่อว่าตนไม่ได้ปรารถนาจะเป็นแค่พระอริยะ (บรรลุอรหันต์) แต่ปรารถนาจะเป็นสูงกว่านั้นคือเป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต!! กราบสิครับคุณจอห์น รออะไรอยู่???
ดูเอาเถิด ขนาด "หลวงปู่" ระดับเซเลปอีกรูปหนึ่งที่ชื่อ "เณรคำ" แค่เขาบอกใบ้ว่า ชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายสำหรับเขาแล้ว ยังเรียกศิษยานุศิษย์ได้มากมายก่ายกอง มีเงินมีทองและชื่อเสียงหลั่งไหลเข้าหาปานเขื่อนทะลัก แต่เฮียสุวิทย์ เอ้ย! หลวงปู่พุทธอิสระได้บอกว่าเขานั้นปรารถจะเป็น "พระพุทธเจ้า" เลยนั้นจะขนาดไหน?? เฮียแก่เล่น"เกทับ" เณรคำชนิดที่สถานะ "อรหันต์" ที่เณรคำพยายามจะบอกใบ้แก่ญาติโยมนั้นเป็นเรื่องจิ๊บๆ ไปเลย คราวนี้แหละ ศิษยานุศิษย์ระดับชาวบ้านๆ ของหลวงปู่พุทธอิสระบิดตัวชิดซ้ายแทบไม่ทัน เพื่อเปิดทางให้ผู้หลักผู้ใหญ่บ้านเมือง นักการเมือง นายทหารชั้นผู้ใหญ่ หรือแม้แต่อดีตนายกคนดังที่ชื่อทักษิณ ชินวัตร จัดดอกไม้ธูปเทียน แต่งขันธ์ห้าเรียงคิวเข้าไปกราบว่าที่ "พระพุทธเจ้าในอนาคต" ถึงวัดกันเลยทีเดียว ภาพที่ผู้หลักผู้ใหญ่เหล่านั้นนั่งพนมมือแต้ไหว้นายสุวิทย์ยังพอหาได้อยู่ในออนไลน์
ลิงค์ข้างล่างเป็นคลิปที่บอกสื่อว่าต้องการเป็นพระพุทธเจ้าในอนาคต
ในฐานะที่ จขกท. เคยบวชเรียนมาบ้าง จขกท. เห็นบ่อยมากกรณีที่พระที่มีลูกศิษย์ระดับคนใหญ่คนโตในบ้านเมืองมากราบไหว้แล้วต่อมาทำให้พระรูปนั้นสูญเสียความเป็น "พระ" ไป เพราะเกิดความ "เหลิง" และ "เริงใจ" ต่อลาภ สักการะจากคนมีชื่อเสียง ทำให้สำคัญตนว่าเป็นพระดี (ขนาดผู้หลักผู้ใหญ่ นายทหารใหญ่ นายกรัฐมนตรีมากราบ) ความ "เหลิง" และ "เริงใจ" ตรงนี้แหละถ้าควบคุมไม่ดีจะเป็นบ่อเกิดแห่งความก้าวร้าว เหมือนอย่าง พระฉันนะ พระเทวทัต พระพุทธอิสระ แต่ถ้ารู้จักควบคุมสำรวมอินทรีย์ไม่เหลิงและเริงใจที่มีลูกศิษย์ระดับใหญ่โตมาสักการะแล้ว ก็จะเป็นพระที่น่ากราบไหว้สำหรับพุทธศาสนิกชนทั่วๆ ไปเช่น หลวงปู่ฝั้น หลวงปู่แหวน หลวงปู่ขาว หลวงปู่เทสก์ ฯลฯ ที่ยังคงออกเดินบิณฑบาตรับข้าวเหนียวจากชาวบ้านทุกๆ เช้า แม้ว่าท่านจะมีลูกศิษย์ลูกหาทั่วประเทศและสูงสุดของของประเทศอย่างในหลวง นั่นแล....ถึงเรียกว่าเป็นพระสุปฏิปัณโณอย่างแท้จริง